แชร์

EP.1950  เชื่อหรือไม่ว่า อารมณ์ ฮอร์โมน เคมี   เวทนา ปราณ ราศี คือ การสร้างรังสีแห่งพรหม หรือรับรังสีแห่งพรหม ที่จะส่งเข้ามา ให้เราได้รับสิ่งที่ดีๆ  และยังสามารถป้องกันราคีแห่งยมได้  มีวิธีการ และเคล็ดลับอย่างไร  มาศึกษาเรียนรู้กัน

อัพเดทล่าสุด: 21 พ.ค. 2026
5 ผู้เข้าชม
EP.1950  เชื่อหรือไม่ว่า อารมณ์ ฮอร์โมน เคมี   เวทนา ปราณ ราศี คือ การสร้างรังสีแห่งพรหม หรือรับรังสีแห่งพรหม ที่จะส่งเข้ามา ให้เราได้รับสิ่งที่ดีๆ  และยังสามารถป้องกันราคีแห่งยมได้  มีวิธีการ และเคล็ดลับอย่างไร  มาศึกษาเรียนรู้กัน
          
สวัสดีทุกท่าน วันจันทร์ที่ 18 คือวันนี้ เดือนพฤษภาคม 69 และ 26 คือ พุทธะ และคริสต์ศักราช ขึ้น 2 ค่ำ เดือน 7 ปีมะเมีย  เราพบกันทางเงา “อะโมฆัง ทิวะสัง กะยิรา  อัปเปนะ พะหุเกนะ วา” เราสัญญากับตัวเองว่า เราจะใช้วันเวลาให้เป็นประโยชน์ไม่ได้มาก ก็เอาแต่น้อยก็ยังดี ตามพุทธพจน์ 
วันนี้เราก็มาทวน มาทบทวนข้อความ หรือเรื่องราวที่เรายังไม่ชัดเจนนัก ก็เรื่องศักดิ์สิทธิ์มันเป็นเรื่องที่จับไม่ได้มั่น คั้นไม่ได้ตาย หมายไม่ได้ตรง แต่บอกตรงๆ ว่า ทุกคนมีความศักดิ์สิทธิ์ในตัว แต่ความศักดิ์สิทธิ์จะไม่เกิดขึ้น ถ้าคนๆ นั้นไม่ยอมรับ หรือไม่คิดถึงศักยภาพ คือ ความเก่ง กล้า สามารถ และเป็นคนดี 
          สิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหมดในโลกนี้ ที่สำคัญที่สุดกับตัวเรา ก็คือ ศักยภาพในตัวเรา ศักยภาพก็บอกแล้วว่า เก่ง กล้า สามารถ และมีคุณความดีด้วย  ศักดิ์สิทธิ์กับศักยภาพ เป็นของที่เรียกว่า เป็นของที่ติดตัวเรามาตั้งแต่เกิด แต่เราอาจจะคิดไม่ถึง หรือไม่มีใครบอกเรา หรือไม่รู้ ว่าอย่างนั้นเถอะ  เราก็ไปมุ่งมั่นหาแต่เรื่องของอิทธิฤทธิ์  อิทธิแปลว่า อำนาจ   ฤทธิ์แปลว่า พลัง พลังอำนาจศักดิ์สิทธิ์ หากันไปหากันมา หาไม่เจอ  บางทีก็เจอแต่ไม่ได้ผลเท่าที่ควร 
อิทธิฤทธิ์จะเกิดขึ้นจากอำนาจ และเป็นฤทธิ์ของสิ่งหนึ่งสิ่งใด มาเพื่อสร้างอะไร มาเพื่อสร้างปาฏิหาริย์   ปาฏิหาริย์ แปลว่า ตอบโต้ตีกลับ  ไม่ว่าจะเรื่องอะไรก็แล้วแต่  ศักดิ์สิทธิ์ ที่เป็นบัลลังก์ให้กับศักยภาพ ก็มาสร้างปาฏิหาริย์  อิทธิฤทธิ์ ก็หวังมาสร้างปาฏิหาริย์ ตอนนี้ข้ามมา เทพเทวดา ซึ่งเป็นเรื่องคลุมเครือ แล้วก็เชื่อมากนักก็ผิดพลาด ไม่เชื่อก็ไม่ได้  เรื่องอำนาจเทพเทวดา ก็มาสร้างปาฏิหาริย์  ของลึกลับ ซับซ้อน ซ่อนเร้น ปิดบัง อำพราง หรือเรื่อง เรื่องหรือของ ถ้าของก็มีตัวตนมีเป็นรูปธรรม ถ้าเรื่องก็ไม่มี  เรื่องลึกลับ ซับซ้อน ซ่อนเร้น ปิดบัง อำพราง  ก็เพื่อหวังมาสร้างปาฏิหาริย์  
แต่ทั้งหมดทั้งสิ้น ขอยืนยันว่า ไม่มีอำนาจอะไรจะถาวร แน่นอน และมากมายเท่ากับอำนาจศักดิ์สิทธิ์ในตัวคน  เราจึงมีคำจัดความที่มั่นคงของเราอยู่บทหนึ่งว่า ศักยภาพเป็นฐานของความศักดิ์สิทธิ์  เมื่อศักยภาพได้รับการบูรณะ บูรณาการขึ้นมาเป็นฐานแล้ว ความศักดิ์สิทธิ์ก็จะเปลี่ยนฐานะมาเป็นบัลลังก์ให้กับศักยภาพ เราก็จะท่องกันอยู่เรื่อยๆ ว่า “ศักยภาพเป็นฐานของความศักดิ์สิทธิ์  ความศักดิ์สิทธิ์จะกลับมาเป็นบัลลังก์ให้กับศักยภาพ” 
เพราะฉะนั้น เมื่อนึกถึงความศักดิ์สิทธิ์ สิ่งศักดิ์สิทธิ์  อำนาจศักดิ์สิทธิ์ใดๆ  อันดับแรกเลยให้นึกถึงศักยภาพและศักดิ์สิทธิ์ในตัวเองก่อน เรียกว่า ใกล้ตัวที่สุด เป็นประโยชน์ที่สุด มีความหมายที่สุดและสำคัญที่สุด 
          ฉะนั้น ทุกคนมัวแต่ไปคิดถึงแต่ศักยภาพอย่างเดียว ไม่หันมาใส่ใจศักดิ์สิทธิ์เลยก็เสียดาย กลับกัน คนที่งมงาย ลุ่มหลงงมงาย ขาดความยั้งคิด ชีวิตไม่พัฒนาด้วยศักยภาพคือ ไม่หมั่นฝึกฝน  อดทน อดออม อดกลั้น  ทำอะไรต่ออะไรให้ตัวเองเกิดความเก่งกล้าสามารถ และสุดท้ายก็คือ มีคุณความดีด้วย มัวแต่พะวงแต่เรื่องจะแสวงหาเรื่องศักดิ์สิทธิ์ เรื่องอิทธิฤทธิ์ เรื่องปาฏิหาริย์โดยลอยๆ แล้วก็เรื่องเทพเทวดาให้มาช่วย โดยตัวเองก็งอมืองอเท้า แล้วก็เรื่องต้องการเอาสิ่งลึกลับ ของลึกลับ มาสร้างความศักดิ์สิทธิ์อันนี้ก็ผิด ผิดพลาดอย่างหนัก 
ก่อนอื่นต้องเอาตัวเองก่อน ถ้าเอาตัวเองมีศักดิ์สิทธิ์จะเกิดขึ้น ศักดิ์สิทธิ์ก็ไม่ยอมเกิด ก็ต้องเอาศักยภาพ คือ ความเก่ง กล้า สามารถ ในทางที่ถูก แล้วก็มีคุณงามความดี ก่อให้เกิดขึ้นมาในตัว อดทน อดออม อดกลั้น ผลที่สุด ศักดิ์สิทธิ์ก็จะพาเราไปอยู่ในความปลอดภัยของพรหมลิขิต ความปลอดภัยของพรหมลิขิตก็จะเกิดขึ้น 
พรหมลิขิต คืออะไร พรหมลิขิต คือ อำนาจของวิบากกรรม ทางบวก วิบากกรรมดี  แต่ขณะเดียวกัน ก็มีสิ่งที่เป็นวิบากกรรมร้าย คือ บาปที่เราทำไว้ อยู่ในบริเวณ หรืออยู่ในความหมายเดียวกันของพรหมลิขิต ก็คือ ลิขิตยม แต่เขาไม่ค่อยนิยมเรียกกัน ลิขิตยม  ก็คือ อำนาจพญายม  หรือพระยมนั่นแหล่ะ ก็คือ ผลของบาปที่เราได้ทำไว้  
ทีนี้ทำยังไงล่ะ เราก็ไม่รู้ว่า ในพรหมลิขิตของเรา มีสิ่งทีเป็นอำนาจของพระยม หรือฝ่ายลบเท่าไหร่ แล้วก็จะมาให้ผลแก่เราในทางเสียหายเมื่อไหร่ แล้วให้อย่างไร ทำอย่างไรเราจึงจะหลีกพ้น หรือลดความร้ายแรง หรือรุนแรงลง ตรงนี้คือ เรื่องที่ต้องศึกษากันต่อไป 
          เราบอกอยู่เสมอว่า ในตัวคนมีศักยภาพและศักดิ์สิทธิ์  ศักยภาพและศักดิ์สิทธิ์ก็ก่อเกิดจากสิ่งที่เป็นอารมณ์ อารมณ์ที่เป็นตัวหลักใหญ่  อารมณ์ของคน คืออารมณ์ของคนไม่ใช่หมายถึงอารมณ์ในชั่วครู่ หรืออารมณ์เพียงแค่เป็นครั้งเป็นคราว ไม่ใช่นะ อันนี้เราหมายถึงอารมณ์ที่เป็นระดับมาตรฐานของแต่ละคน  อย่าง นาย ก. มีอารมณ์มาตรฐานอย่างหนึ่ง  นาย ข. มีอารมณ์มาตรฐานอีกอย่างหนึ่ง อารมณ์ตามธรรมชาติที่เรียกว่า ต้องอาศัยสิ่งประกอบ องค์ประกอบภายใน ไม่ใช่อารมณ์ที่วูบเดียวก็รู้สึก วับเดียวก็หายไป อันนี้ไม่ใช่นะ 
สิ่งที่เป็นพรหมลิขิตเราต้องเริ่มเรียนรู้ตั้งแต่อารมณ์ อารมณ์มาตรฐาน อารมณ์ที่มีเหตุปัจจัยภายในร่างกายเรา ประกอบด้วยอะไร  ฮอร์โมน อารมณ์ที่เป็นฮอร์โมน  ฮอร์โมนตัวนี้จะมาสร้างศักยภาพ และศักยภาพก็จะไปเป็นฐานรองรับความศักดิ์สิทธิ์ อันนี้เราจะก้าวไปอีกขั้น ขั้น เราจะเรียนรู้พรหมลิขิตในภาคศรัทธาก่อน แล้วเราก็จะมาเรียนรู้พรหมลิขิตในภาคปัญญา หรือเราเรียนรู้พรหมลิขิตไปพร้อมกันทั้งศรัทธาปัญญา อยู่ด้วยกันเลย  อันนี้เอาคร่าวๆ ไปก่อน เราจะไม่แยกว่า อันนี้ศรัทธานะ อันนี้ปัญญานะ แล้วตรงกลางศรัทธาปัญญา  
เป็นว่า เริ่มต้นว่า เราจะรับรู้เรียนรู้เรื่องพรหมลิขิตว่า จริง ไม่จริง และถ้าจริงเป็นอย่างไร และถ้าไม่จริงก็ทิ้งมันไป แต่นี้เราสมมติว่าเอาจริงก่อน
          อารมณ์ที่เป็นปกติของนาย ก. อารมณ์ที่เป็นปกติของนาย ข. เป็นอารมณ์ที่ชัดเจนของแต่ละคนนั่นล่ะ คนนี้อารมณ์ดี คนนี้อารมณ์ไม่ดี วูบวาบ วูบวาบขึ้นมาชั่วครั้งชั่วคราวไม่ถือเป็นมาตรฐานนะ ไม่ถือเป็นการสร้างศักยภาพนะ แต่ว่าเป็นมาตรฐานนี่ต้องสร้างศักยภาพ 1. อารมณ์ อารมณ์คืออะไร  อารมณ์ก็คือ ตัวปกติของนาย ก. ที่ส่วนใหญ่อารมณ์เป็นระดับนั้น เป็นปกติส่วนใหญ่ของนาง ข. ที่อารมณ์ส่วนใหญ่เป็นอย่างนั้น 
พอเราเรียนรู้เรื่องอารมณ์ที่เป็นมาตรฐานก่อน ไม่ใช่อารมณ์ที่เกิดขึ้นชั่วครั้งชั่วคราว เราก็มาเรียนรู้เรื่องฮอร์โมน  ถ้าความรู้เราไม่พอเราก็ไปถามคุณหมอ หรือนักวิทยาศาสตร์การแพทย์ อย่างคุณสุภัค จาปะเกษตร์ อย่างนี้ ฮอร์โมนเป็นอย่างไร แล้วเราจะได้ระวัง แต่ว่าเรารู้วิธีที่จะกินอาหาร ถ่ายของเสีย พักผ่อน ออกกำลังกาย เอาวิตามินอะไร เอาประโยชน์อะไรที่จะมากินแล้วให้ฮอร์โมนปกติ อันนี้อีกเรื่องหนึ่งนอกเรื่องออกไป 
เมื่ออารมณ์ขึ้นอยู่กับฮอร์โมน ฮอร์โมนขึ้นอยู่กับเคมี อันนี้คร่าวๆ นะ จะเอารายละเอียดเปี๊ยบเลยคงไม่ได้นะ แต่เราจะให้เห็น และให้เชื่อ ให้เข้าใจ ให้รู้สึกว่า เรามีพรหมลิขิตจริงๆ นะ แล้วพรหมลิขิตนี่แหล่ะ คือ พลังที่จะคุ้มครองเรา  แต่น่าเสียใจนิดหนึ่งว่า ในรังสีแห่งพรหม ก็จะมีประสานไว้ด้วยราคีแห่งยม  ตรงนี้จะต้องหาทางมาปรับกันยังไง วันหลังก็ค่อยๆ มาคุยกันในรายการถามแอนด์ทอล์ค 
          เมื่อเราพอเรียนรู้คร่าวๆ ว่า อารมณ์มาตรฐานของเราขึ้นอยู่กับฮอร์โมน ฮอร์โมนคืออะไร  เราจะกินอยู่หลับนอน อย่างไร เราจะทำตัวอย่างไร  ฮอร์โมนในร่างกายของเราจึงจะค่อนข้างเป็นมาตรฐาน หรือปกติ   อันนี้เป็นการบริหารพรหมลิขิตทางพฤติกรรรมนะ  แล้วเดี๋ยวเราค่อยมาบริหารพรหมลิขิตทางนามธรรม ทางวิบากกรรม  
เมื่อเราเข้าใจเรื่องของฮอร์โมนพอประมาณ อันนี้เราข้ามไปเลย เพราะว่าเราไม่ใช่แพทย์  ไม่ใช่นักวิทยาศาสตร์การแพทย์ แต่เราพอรู้ว่า ร่างกายเราฮอร์โมนจะปกติมาก ต้องกินอาหารอย่างนี้ พักผ่อนอย่างนี้ ขับถ่ายของเสียอย่างนี้  ต้องทำอย่างนี้ อย่างนี้ ฮอร์โมนเราก็จะปกติ หรือจะกินยา อะไรก็ปรึกษาคุณหมอ  
ต่อมาเคมี ตัวเคมีเป็นตัวที่สร้างพรหมลิขิตจริงหรือ อารมณ์ ฮอร์โมน เคมี เป็นมาตรฐานอันแรกที่จะสร้างพรหมลิขิตทางรูปธรรม เมื่อได้ที่แล้วเราเข้าใจอารมณ์ที่เป็นมาตรฐานนะ เราเข้าใจฮอร์โมนที่จำเป็นในร่างกาย ที่จะต้องจัดการกับตัวเอง ว่าจะทำอย่างไร ฮอร์โมนถึงจะปกติ  เคมีในร่างกายคืออะไร เอาคร่าวๆ เอาแค่นิด ปลายเล็บ ประมาณเล็กน้อยที่คุณหมอเขาเรียนกัน เราก็เรียนมาเพื่อรู้สภาพทั่วๆ ไปของพรหมลิขิต
           เมื่อเราเข้าใจ อารมณ์ ฮอร์โมน เคมี ในระดับหนึ่งแล้วพอประมาณ ตอนนี้เราก็มาเข้ากรรมฐาน กรรมฐานอันนั้นผู้ที่จะสร้างเวทนา  เวทนาหมายถึง อารมณ์กรรมฐาน เอาง่ายๆ อารมณ์กรรมฐาน อารมณ์กรรมฐานที่ดีที่สุด คือ “อทุกขมสุขเวทนา”  อทุกขมสุขเวทนา 
เวทนามี 3 ระดับ 1. สุขเวทนา 2. ทุกขเวทนา 3. อทุกขมสุขเวทนา นี่คือตัวที่จะสร้างพรหมลิขิต อทุกขมสุขเวทนา ไม่สุขไม่ทุกข์   บางคนบอกต้องสุขซิ  อันนี้เป็นเรื่องหนึ่งนะ อทุกขมสุขเวทนาจะเกิดขึ้นได้อย่างไรในเวทนา เพื่อ ตอนนี้จะเข้าถึงการสร้างราศี รังสีแห่งพรหมแล้ว ก็คือ เมื่ออทุกขมสุขเวทนาเกิดขึ้น ปราณ ปา-ระ-ณะ  ป.ปลา  ร.เรือ สระอา  ณ.เณร ซึ่งคนจีนเรียกว่า ขี่ ภาษากลางเขาเรียก ชี่ อันนี้เริ่มแล้ว เริ่มเป็นจุดประสาน เมื่ออารมณ์ ฮอร์โมน เคมี ได้ที่มาตรฐาน มาช่วยเวทนา ให้เวทนาอยู่ในระดับอทุกขมสุขเวทนามากที่สุด  ต่อมาปราณก็ออกมา 
ปราณก็ในพุทธรรมก็มี ดิน น้ำ ลม ไฟ ถ้าในอภิธรรม ปราณ นอกจากมี ดิน น้ำ ลม ไฟ คือ นะ มะ พะ ธะ ก็มีอีก 2 สิ่งที่เป็นตัวบริหารปราณ ก็คือ อากาศธาตุ กับวิญญาณธาตุ  พอมาถึงขึ้นที่ 5 นี้แล้ว จากอารมณ์ ฮอร์โมน เคมี เวทนา ปราณ เราจะเอาอะไร  เอาอากาศธาตุ กับวิญญาณธาตุ  อากาศ คือ ลมที่เคลื่อนที่ เลือดลมข้างในนี่สำคัญมาก 
เมื่อเราได้เวทนาที่ดี เราได้ปราณที่ดีแล้ว คราวนี้คร่าวๆ ออกไป ราศีก็เริ่มเข้า-ออกจากตัวเรา  ออกจากตัวเราไป รับจากข้างนอกเข้ามา  ออกจากตัวเราไป รับจากข้างนอกเข้ามา  ฝรั่งเขาเรียก “ออร่า”  ออร่าหรือคนไทยเรียกว่า ราศี  แต่ฝรั่งเขาจบแค่ออร่า จบแค่ออร่า แต่ของเราไม่จบ  แต่วันนี้จะจบแค่นี้ก่อน แล้วเราก็จะมาค่อยๆ สนทนากันต่อไป 
อย่าลืมว่า อารมณ์ ฮอร์โมน เคมี  เวทนา ปราณ ราศี คือ การสร้างรังสีแห่งพรหม หรือพรหมรังสี กำลังจะส่งพลังคุ้มครองมาให้เรา ส่งพลังสร้างสรรค์มาให้เรา ส่งพลังที่เป็นประโยชน์แก่ชีวิตเรา โดยเฉพาะโชคลาภ ทรัพยสิน เงินทอง ข้าวของ เกียรติยศ และชื่อเสียง มาให้เรา   ทำไมมันอย่างนั้นล่ะ หลายคนคงงงนะ ว่าอารมณ์ ฮอร์โมน เคมี  เวทนา ปราณ ราศี คือ รังสีแห่งพรหมที่จะส่งเข้ามาให้เราได้รับสิ่งที่ดีๆ และป้องกันราคีแห่งยมได้อย่างไร  อันนี้ก็ขอจบลงคงไว้แต่เพียงเท่านี้ก่อน เดี๋ยวมันจะสับสนในความเข้าใจและจะเข้าใจผิดกัน ก็ขอขอบคุณทุกคนที่ทนฟัง 
          เดี๋ยวมาดูรายงานของ ดร.วันพร จาปะเกษตร์  1949  “คนที่เริ่มจะมีองค์เทพมาลง องค์มาเข้า เจ้ามาประทับ เป็นช่วงอันตรายอย่างที่สุด เพราะเจ้ากรรมนายเวรก็จะเข้ามายื้อยุดฉุดกระชาก เหมือนชักกะเย่อกัน ถ้าเจ้าตัวขาดความมีสติ เจ้าตัวไม่แสวงหาความรู้ที่ถูกต้อง คือ ปัญญา มักจะตกเป็นเหยื่อของเจ้ากรรมนายเวร” 
ขอทวนอีกครั้งหนึ่งนะ EP. ที่ 1949   “คนที่เริ่มจะมีองค์เทพมาลง องค์มาเข้า เจ้ามาประทับ เป็นช่วงอันตรายอย่างที่สุด เพราะเจ้ากรรมนายเวรก็จะเข้ามายื้อยุดฉุดกระชาก เหมือนชักกะเย่อกัน  ถ้าเจ้าตัวขาดความมีสติ เจ้าตัวไม่แสวงหาความรู้ที่ถูกต้อง คือ ปัญญา มักจะตกเป็นเหยื่อของเจ้ากรรมนายเวร ก็ขอขอบคุณ ดร.วันพร จาปะเกษตร์ ที่ให้ข้อมูลไว้เป็นตัวโปรยไว้ 
          เราจะมาต่อเนื่องเชื่อมโยงเรื่องการสร้างรังสีแห่งพรหม หรือรับรังสีแห่งพรหมได้เต็มที่ให้ได้มากที่สุด เพื่อป้องกันภัย  ภัยโดยเฉพาะสุขภาพร่างกาย อาชีพการงาน คู่ครองความรัก บุตรบริวาร ก็ล้วนแล้วแต่รังสีแห่งพรหม หรือออร่าที่ฝรั่งเขาเรียก แต่ของเรายังมีอีก 2 ชั้น ที่จะออกจากออร่าของเราไป หรือจะรับจากข้างนอกเข้ามาสู่ออร่าของเรา  อันนี้ทั้งหมดเป็นทรรศนะ ที่พูดมาทั้งหมด และจะพูดต่อไปเป็นทรรศนะ ซึ่งทรรศนะนี้ เห็นด้วยก็ได้ ผู้ฟังนะ ไม่เห็นด้วยก็ไม่ว่ากัน ชอบก็ได้ ชังก็คงไม่มีข้ออะไรที่จะผิดใจกัน ทรรศนะคือ ความคิดเห็น ทรรศนะคือ ความคิดเห็น ใครเอาไปใช้ เอาไปแสดงความเห็นก็ขอบคุณ เอาไปลบหลู่ ไปกล่าวจาบจ้วงก็ไม่ว่ากัน สุดแท้แล้วแต่อัธยาศัยของท่าน เราจะพูดให้เห็นภาพของรังสีแห่งพรหม เพื่อทุกคนจะได้เกิดมีความภูมิใจในตัวเองว่า เราก็หนึ่งในความมีเป็นผู้ศักดิ์สิทธิ์และมีศักยภาพ ก็ขอขอบคุณทุกคนที่ทนฟัง เดี๋ยวกลับมาพบกันในช่วงที่ 2
         
 เอาล่ะ การสนทนาในวันนี้ ก็ชื่อเพลง เอ็นโดรฟินที่รัก   คำร้อง ธวัช คณิตกุล  ทำนอง ทหารแก่  ขับร้อง ดาวเรือง ณ เมืองนนท์  มิกซ์เสียง สุรพล ศิริวรรณ  โดยความอุปถัมภ์ของครูหลง  สมศักดิ์ รักไพบูลย์สมบัติ  
เนื้อเพลงมีอยู่ว่า “เมื่อชีวิตถูกลิขิตมา  พานพบพาคนถูกคอถูกใจ  ทั้งจริตจะก้านดูสดใส  อีกพาให้วิญญาณนั้นมาสัมพันธ์  จึงเป็นรักอมตะสุขทวี  เปรียบประหนึ่งมีเคมีตรงกัน ฮอร์โมนขับเคลื่อนสู่ความสุขสันต์  สวรรค์บัญชาอารมณ์สำราญ  เป็นปฏิกิริยาภายใน  ผลักไสเกิดเอ็นโดรฟินขับขาน  สร้างความสุขเหมือนอยู่บนวิมาน ชีวิตสำราญรื่นรมย์มิคลาย  ** เวทนารู้ถึงสุขและทุกข์ เหมือนคอยปลุกลมปราณอย่าห่างหาย ลมหายใจเข้าออกกำหนดใจกาย ชีวิตเฉิดฉายสมสง่าราศี  เป็นปฏิกิริยาในภายใน  ซ่อนไว้ให้อิ่มเอิบชื่นชีวัน เอ็นโดรฟินแห่งความสุขยาวนาน ทุกถิ่นฐานเหมือนทำงานบันเทิงใจ” 
           เนื้อเพลงน่าสนอกสนใจมาก แต่ของเราขอเพิ่มว่า เอ็นโดรฟิน อย่างเดียวไม่พอ ขอให้ครบโดสยา (DOSE)  Dโดพามีน(Dopamine)  O ออกซิโทซิน (Oxytocin)   S เซโรโทนิน (Serotonin)  E เอ็นโดรฟิน (Endorphins)  ของเราต้องการให้ครบโดสยาทุกชนิด    โดยเป็นนัยยะ และเป็นปรัชญา  ยังไงรายละเอียดเรามาคุยกันในรายการถามแอนด์ทอล์ค 
           วันนี้ก็ขออำนาจคุณพระศรีรัตนตรัย และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย ซึ่งนับวันนี้ไปจนถึงวันที่ 31 ก็โดยประมาณ 13 วัน เป็นวันอันสำคัญที่สุดอีกวันหนึ่งในงานพระพุทธศาสนา เรียกว่า “วันวิสาขบูชามหาปุณณมี” เป็นวันที่องค์การสหประชาชาติ เขาถือว่าเป็นวันหยุด 1 วันของเขา เขาเรียกว่าเป็นวัน “Buddha Day”  เป็นวันแห่งพระพุทธ 
ฉะนั้น ความสำคัญของวิสาขบูชา อันเป็นวันประสูติ ตรัสรู้ และเสด็จดับขันธ์ปรินิพพาน ขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า มาตรงวันเดียวกัน ก็เป็นเรื่องมหัศจรรย์ที่เราสามารถจะเอามาอธิษฐานจิต เพื่ออำนวยอวยพรให้แก่ทุกๆ ท่าน 
   
รวบรวมโดย คุณพรทิพย์ พุตติ 

บทความที่เกี่ยวข้อง
EP.1915    ไม่คบคนพาลหรือคนที่ทำให้ไม่เจริญก้าวหน้าด้วยกัน (อ. 7 เม.ย. 2569)
สนใจ ใส่ใจที่จะรับรู้และเรียนรู้เรื่องที่มีสาระ เพื่อให้ความรู้เข้ามาในธาตุรู้ จนตัวเองได้พัฒนาเป็นศักยภาพ หรือความสามารถพิเศษขึ้นมา แล้วกลายเป็นวิญญาณธาตุคือ ธาตุรู้ที่เก่งกล้าสามารถ จนกระทั่งสร้างศักยภาพและสร้างศักดิ์สิทธิ์ขึ้นมาได้ เรื่องศักดิ์สิทธิ์ไม่ใช่เรื่องสุดวิสัย แต่เป็นเรื่องเหนือสามัญวิสัย
11 เม.ย. 2026
EP.1922    มนุษย์เป็นสัตว์ที่พัฒนาได้อย่างไม่มีที่สิ้นสุด (พ. 15 เม.ย. 2569)
มนุษย์เป็นสัตว์ที่พัฒนาได้อย่างไม่มีที่สิ้นสุด  แต่ต้องพัฒนาไปกับความเก่ง คือ ศักยภาพ ควบคู่ไปกับความเฮง และเป็นความเฮงที่เกิดขึ้นจากจิตที่บริสุทธิ์ ก็จะเป็นมนุษย์ที่มีศักยภาพสูง ศักดิ์สิทธิ์มาก
25 เม.ย. 2026
EP. 1858    งานของสหปฏิบัติฯ คือ พูดคิดทำ ในสิ่งที่เหมาะสม สมควร แล้วเป็นประโยชน์ ไม่เป็นโทษ (จ. 26  ม.ค. 2569)
งานของสหปฏิบัติฯ คือ พูดคิดทำ ในสิ่งที่เหมาะสม สมควร แล้วเป็นประโยชน์ ไม่เป็นโทษ มี 2 หลักใหญ่ คือ งานสามัญวิสัยและงานเหนือสามัญวิสัย เพื่อให้รู้ว่า คนเรามีศักยภาพและศักดิ์สิทธิ์อยู่ที่ตัว ไม่ต้องตะลอนหาที่ไหน แต่ต้องดึงออกมา และทำให้ธรรมชาติสองอย่างสมดุลกันทั้งศักยภาพและศักดิ์สิทธิ์ ชีวิตก็จะเป็นปกติสุข แต่วิธีการอย่างไร มีรายละเอียด ต้องศึกษาเรียนรู้
29 ม.ค. 2026
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy