EP.1984 24 มิถุนา วันปรับปรุง เปลี่ยนปลง แก้ไข (พ. 24 มิ.ย. 2569)
อัพเดทล่าสุด: 2 ก.ค. 2026
13 ผู้เข้าชม
EP.1984 24 มิถุนา วันปรับปรุง เปลี่ยนปลง แก้ไข
มาพิจารณากันว่า เราต้องปรับปรุงอะไร เราต้องเปลี่ยนแปลงอะไร เราต้องแก้ไขอะไร
สวัสดีทุกท่าน เรามาพบกันในวันที่มีความหมายเฉพาะในงานของเรา ก็คือ วันปรับปรุง เปลี่ยนแปลง แก้ไข คนกำลังขาดเงินขาดทองก็มาปรับปรุง เปลี่ยนแปลง แก้ไข ต่อไปก็มีเงินมีทอง คนกำลังเจ็บป่วยไข้ ก็ปรับปรุง เปลี่ยนแปลง แก้ไข ต่อไปก็หายป่วย คนกำลังผิดหวัง อกหักรักคุด ก็ปรับปรุง เปลี่ยนแปลง แก้ไข ต่อไปก็จะกลายเป็นคนมีความรักมากมาย
วันนี้เราพบกันวันที่ มิถุนายน เพลงออกแขกเป็นเพลง 24 มิถุนา ร้องโดยป้าต๋อย หรือคุณวนิดา ผู้ใหญ่ที่เป็นที่เคารพนับถือของเราชาวสหปฏิบัติฯ
เมื่อเรามาพูดกันถึงการปรับปรุง เปลี่ยนปลง แก้ไข มันก็จะให้เข้าใจว่า ปัญหาทุกปัญหา ไม่ว่าจะเป็นปัญหาความรัก ที่ขัดข้อง ปัญหาความรวยที่ยังไม่สมฐานะ ปัญหาโรคภัยไข้เจ็บที่ต้องการให้หาย รัก รวย โรค ก็ต้องอาศัยกฎแห่งไตรลักษณ์ ทุกสิ่งในโลก ในจักรวาล ต้องอาศัยกฎแห่งไตรลักษณ์
ถ้าเราจะไปอธิบายกฎแห่งไตรลักษณ์ ก็ต้องอาศัยนักปราชญ์ นักปราชญ์ผู้ที่มีความปราดเปรื่อง จึงจะสามารถอธิบายกฎแห่งไตรลักษณ์ได้อย่างชัดเจน อีกหนึ่งมิติของกฎแห่งไตรลักษณ์ที่จำแนกออกมา ก็คือ การปรับปรุง เปลี่ยนปลง แก้ไข ถ้าเราไม่ปรับปรุง เปลี่ยนแปลง แก้ไข ทั้งภายในของเราที่จิตสั่งการออกมาว่า ให้พูดอย่างนี้ อย่าพูดอย่างนั้น ให้ทำอย่างนี้ อย่าทำอย่างนั้น ให้คิดอย่างนี้ อย่าคิดอย่างนั้น ซึ่งมันก็อาจจะผิดหรืออาจจะถูก แต่ยังไม่ถูกต้องดีนัก เราจะมาปรับปรุงกันทางความรู้สึก นึกคิด การกระทำ และคำพูดทั้งหลาย ให้มันเหมาะสม ก็เรียกว่า ปรับปรุง พอมาเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของเราในทางอย่างที่เราคิดว่าดีแล้ว แต่มันไม่ดีจริง จึงทำให้ชีวิตเรามีปัญหา เราก็ต้องมาปรับปรุง ต้องมาเปลี่ยนแปลง
อะไรที่เราทำไปแล้วมันไม่ถูกต้อง มันติดๆ ขัดๆ คับๆ ข้องๆ ก็ต้องมาปรับปรุง เราต้องมาแก้ไข การปรับปรุง เปลี่ยนแปลง แก้ไข ต้องเป็นไปทั้งพฤติกรรมภายใน และวิบากกรรมในภายใน วิบากกรรมเป็นสิ่งที่อยู่ในภายใน มันจึงเป็นเรื่องลึกซึ้ง ลึกลับ กว่าที่คนธรรมดาจะคิดออกถ้าเราไม่ศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับเรื่องเบื้องหน้าการเกิด เบื้องหลังความตาย เราก็จะไม่รู้ว่า วิบากกรรมของเราที่มันเป็นเรื่องลึกลับ ซับซ้อน ซ่อนเร้น ปิดบัง อำพราง จนทำให้ชีวิตเราครวญคราง ทำไมมันทุกข์อย่างนี้หนอๆ ทุกข์จริงหนอๆ
เกิดเป็นคน ต้องหมั่นคิดพิจารณาว่า เราทำถูกแล้วหรือ เราคิดถูกแล้วหรือ เราพูดถูกแล้วหรือ ถ้ายังไม่มั่นใจ เราก็ต้องค่อยๆ พิจารณา อย่าเข้าข้างตัวเองจนเกินไปว่า เก่งที่สุดแล้ว ไม่มีใครที่จะเก่งเท่าเรา พูดอย่างนี้เรามั่นใจแล้วว่า ถูกต้อง เราคิดอย่างนี้เรามั่นใจแล้วว่า ไม่ผิด เราพูดอย่างนี้ เราทำอย่างนี้ เราคิดอย่างนี้ เราพูดอย่างนี้ ดีที่สุดแล้ว ใครจะมาทำไม มักจะเป็นคนที่มีมิจฉาทิฎฐิ
มิจฉาทิฎฐิแปลว่า ทิฏฐิในทางผิด ในทางถูก มีอติมานะในทางผิดๆ คนที่มีมิจฉาทิฎฐิ อติมานะ ความคิดผิด ความเห็นผิด เขาเรียกว่า คนทั้งดื้อ และทั้งรั้น คนในสังคมทุกวันนี้มีคนดื้อรั้นมากมายสุดจะพรรณนา และก็บ่นกันระงมไปหมดว่า ทำไมมีแต่เรื่องทุกข์ๆ มีแต่ปัญหา ก็เพราะคน ไม่ยอมปรับปรุง เปลี่ยนแปลง แก้ไข
ยืนกรานของตัวเองอยู่อย่างนั้นล่ะว่า ฉันวิเศษที่สุดแล้ว แถมยังไม่เพียงแค่ดึงดื้อความรู้สึกนึกคิดของตัวเองอย่างเดียว ยังจะไปบอกคนอื่น จะไปเอาคนอื่น ให้มาคิดอย่างตัว พูดอย่างตัว ทำอย่างตัว ซึ่งตัวเองก็ผิดอยู่ แล้วก็พยายามจะไปดึงคนอื่นให้มาผิดตาม เกิดคนๆ นั้นเป็นคนมีอำนาจ ยกตัวอย่าง หัวหน้าแก๊ง หัวหน้าโจร หัวหน้าแก๊งมิจฉาชีพ ก็คิดว่าฉันทำอย่างนี้ฉันถูกต้องแล้ว ใครจะมาทำไม มันก็จะไปกันใหญ่ สังคมก็จะอยู่ยาก
เพราะฉะนั้น เราต้องมาพิจารณาตัวเองกันบ่อยๆ ว่า เราต้องปรับปรุงอะไร เราต้องเปลี่ยนแปลงอะไร เราต้องแก้ไขอะไร พิจารณาโดยอย่าเข้าข้างตัวเอง ให้ใช้พุทธภาษิตที่ว่า “นิสมฺ กรณํ เสยฺโย” ใคร่ควรญเสียก่อนแล้วจึงทำดีกว่า แล้วก็อีกบทหนึ่งก็คือ “อัตตนา โจทยัตตานัง” จงเตือนตนด้วยตนเอง ถ้าหมั่นคิดอย่างนี้ ใช้พุทธภาษิตอย่างนี้ โอกาสที่เราจะยอมปรับปรุง เปลี่ยนแปลง แก้ไข ก็จะง่ายขึ้น
อย่าลืมว่า ส่วนหนึ่งที่เกี่ยวกับเรื่องในภายในของคนเรา มันเรียนรู้ยาก มันเข้าใจลำบาก มันเป็นสิ่งกบดานอยู่ในกมลสันดานของเรา กมลสันดานของเรามันก็ไม่ค่อยจะแสดงออกมาภายนอกอยู่แล้ว แล้วยิ่งถ้าเกิดสิ่งที่กบดานอยู่ในกมลสันดานของเราเป็นเรื่องวิบากกรรมที่ลึกลับซับซ้อน ก็จะยิ่งไม่ยอมปรากฏออกมา
ยิ่งวิบากกรรม คือ ผลกรรมที่เราทำไว้ มันกบดานอยู่ในสันดานของเรา แล้วเราไม่ปรับปรุง เปลี่ยนแปลง แก้ไขมัน มันก็จะยิ่งบีบคั้น กดดัน รังควาน และปิดกั้นอนาคตของเรา ความเจริญรุ่งเรืองก้าวหน้าของเรา ความสำเร็จในชีวิตของเรา แล้วเราก็ได้แต่มานอนเสียใจ กุมขมับ เราก็อายุมากขนาดนี้แล้ว จนป่านนี้เรายังไม่ประสบความสำเร็จในชีวิตเท่าที่ควร แล้วทำไมมันมีปัญหาตรงไหน มันติดตรงไหน มันผิดตรงไหน
ผลที่สุดนานๆ เข้าก็เกิดมิจฉาทิฏฐิแรงขึ้น แรงขึ้น เกิดอติมานะหนักขึ้น หนักขึ้น มิจฉาทิฏฐิ คือ ดื้อ อติมานะ คือ รั้น เราก็จะยิ่งเป็นคนดื้อรั้นมากขึ้น มากขึ้น มากขึ้น เราก็ต้องจบชีวิตลงด้วยความวิบัติในชีวิต ไม่วิบัติถึงขั้นตาย ตายก่อนสิ้นอายุ เราก็วิบัติแบบตายทั้งเป็น
คนตายทั้งเป็น ก็คือ ชีวิตไม่ขยับเขยื้อน เพียรพยายามมุทะลุดุดัน บ้าคลั่ง ตั้งใจทำมาหากิน ตั้งใจทำอะไรต่อมิอะไรจนเรียกว่า แทบจะเอาชีวิตเข้าแลก ก็ไม่ประสบความสำเร็จ ไม่ประสบความยิ่งใหญ่อะไรกับเขาซะที
เพราะฉะนั้น ฝากทุกท่านพิจารณาชีวิตของตัวเองว่า มันเป็นอย่างไร เป็นอย่างนี้จริงหรือเปล่า มันเส้นผมบังภูเขาจริงๆ คนที่ทิฏฐิ คือ ดื้อ มานะ คือ รั้น ว่าฉันต้องอย่างนี้ ฉันต้องอย่างนี้ เห็นมาก เห็นบ่อยๆ แล้วก็เพิ่มขึ้น เพิ่มขึ้นในสังคมทุกวันนี้ ยิ่งสังคมมีวัตถุเจริญก้าวหน้ารวดเร็วมากมาย คนก็ยิ่งมีมิจฉาทิฏฐิ คือ ดื้อ มีอติมานะ คือ รั้น กับเรื่องของโลกวิญญาณ ซึ่งเป็นตัวสำคัญ เป็นกลไกสำคัญในวิบากกรรม วิบากกรรม คือ ผลกรรมที่ได้กระทำไว้ ปัญหานี้เป็นปัญหาที่เราห่วงจริงๆ โดยเฉพาะเราชาวสหปฏิบัติฯ มีสัญญากรรม สัญญาณเวร ที่ค่อนข้างจะเอาจริงเอาจังกับชีวิต......
พ. 24 มิ.ย. 2569
รวบรวมและเรียบเรียงโดย คุณปุนนภา รักษาวงษ์
บทความที่เกี่ยวข้อง
สนใจ ใส่ใจที่จะรับรู้และเรียนรู้เรื่องที่มีสาระ เพื่อให้ความรู้เข้ามาในธาตุรู้ จนตัวเองได้พัฒนาเป็นศักยภาพ หรือความสามารถพิเศษขึ้นมา แล้วกลายเป็นวิญญาณธาตุคือ ธาตุรู้ที่เก่งกล้าสามารถ จนกระทั่งสร้างศักยภาพและสร้างศักดิ์สิทธิ์ขึ้นมาได้
เรื่องศักดิ์สิทธิ์ไม่ใช่เรื่องสุดวิสัย แต่เป็นเรื่องเหนือสามัญวิสัย
11 เม.ย. 2026
แต่ถ้าเบาบางเกินไป ไม่พอเพียงแก่ความต้องการ ความรู้นั้นมันก็ป่วยการ ก็คือ ไม่มีประโยชน์ โดยเฉพาะเรื่องการนำเสนอสิ่งซึ่งพิสูจน์ไม่ได้ แต่มีจริง ก็คือ สิ่งเหนือสามัญวิสัย นอกจากมันมีจริงแล้ว มันยังเป็นสิ่งที่ทำให้เกิดประโยชน์ และเกิดโทษได้จริงๆ
12 ก.พ. 2026
9 ข้อที่เราจะบรรจุลงไปในวันที่ 9 โลภ โกรธ หลง กิเลส ตัณหา อุปาทาน ตัณหา มานะ ทิฏฐิ
เพลงออกแขกหยุดลงตรงที่ว่า ลมหายใจเข้า ลมหายใจออก เป็นพุทโธ อานาปานสติ สติเกิดจากลมหายใจ
17 พ.ค. 2026
