แชร์

EP.1979  ความเชื่อต้องก้าวไปสู่ศรัทธา จากศรัทธาต้องก้าวไปสู่ปัญญา โดยมีศรัทธา วิริยะ สติ สมาธิ ปัญญา

อัพเดทล่าสุด: 23 มิ.ย. 2026
6 ผู้เข้าชม
EP.1979  ความเชื่อต้องก้าวไปสู่ศรัทธา จากศรัทธาต้องก้าวไปสู่ปัญญา โดยมีศรัทธา วิริยะ สติ สมาธิ ปัญญา
สวัสดีทุกๆ ท่าน “วันปรับปรุง เปลี่ยนแปลง แก้ไข ทั้งภายใน และในภายใน ตามกฎแห่งไตรลักษณ์”  ฟังดูแล้วน่าหมั่นไส้ หมั่นไส้ใคร  หมั่นไส้ผู้กำหนดรายการ ทำไมจึงต้องให้มันเข้าใจลำบาก เข้าใจยาก ในคำอันเป็นไม่ค่อยจะคุ้นหูกันเท่าไหร่  กฎแห่งไตรลักษณ์ ที่จริงไม่ใช่คำไม่คุ้นหู มันคุ้นชีวิตเราเลยล่ะ มันคุ้นเราทั้งชีวิต 
ถ้าใครบอกว่า กฎแห่งไตรลักษณ์ ไม่คุ้นหู ผิด ผิด 100% เลย เพราะว่ากฎนี้มันเป็นกฎ ควบคุมทุกสิ่ง ทุกอย่าง ทุกประการในโลกนี้ ไม่มีอะไรที่จะไม่เกี่ยวกับเรื่องของไตรลักษณ์ ก็ขอโฆษณาล่วงหน้าไว้อย่างนี้ก่อน ไม่ใช่โฆษณา  ประชาสัมพันธ์  เพราะคำว่า โฆษณาหมายถึง การที่จะบอกกล่าวเล่าแจ้งถึงคุณสมบัติของสินค้าและบริการ เพื่อเรียกร้องเงินทอง หรือทำราคาสินค้า และก็เพิ่มราคาบริการ แต่นี้ของเราทุกอย่างบริการฟรีหมด ก็บอกให้รู้ไว้ว่า 24 มิถุนายน ที่จะมาถึงนี้แหละ 
วันนี้เป็นวันศุกร์ที่ 19 วันศุกร์ที่ 19 เพิ่งมาเห็นปฏิทิน ถ้ารู้อย่างนี้ตั้งแต่เช้าก็ไปหาซื้อบ๊ะจ่าง มารับประทานแล้ว  เป็นวันไหว้บ๊ะจ่าง  ศุกร์ที่ 19 มิถุนายน พุทธะ 69 คริสต์ 26 เป็นวันขึ้น 5 ค่ำ เดือน 8 ปีมะเมีย  “อะโมฆัง ทิวะสัง กะยิรา  อัปเปนะ พะหุเกนะ วา”  อย่าให้วัน เวลา มันผ่านไปเปล่า เสียประโยชน์ในชีวิตของเรา แล้วก็อย่าเอาชีวิตของเรา ไปอยู่กับสิ่งซึ่งเป็นเรื่องราว และบุคคล สรรพสิ่งทั้งหลายที่ไร้สาระ  เสียดาย เสียดายเวลาในชีวิตในแต่ละวินาที แต่ละวินาที  เข็มอันที่ยาวที่สุดของหน้าปัดนาฬิกา มันเดินไปหนึ่งติ๊ก ชีวิตเราก็หมดไปหนึ่งติ๊กแล้ว ไม่ช้าไม่นาน ความทรุดและความโทรม ความเสื่อม ความสลาย ความสูญสลายของชีวิตของเราก็ค่อยๆ ดับลง ดับลง แล้วก็ดับลง 
เสียดายชีวิตหนุ่มสาวที่ร่างกายยังแข็งแรง ยังปราดเปรียว ยังพร้อมที่จะทำอะไรก็ได้ แต่หนุ่มสาวบางคนกลับไปทำสิ่งที่ชั่วช้า เลวทราม ยังแข็งแรงอยู่ พูดก็มีน้ำเสียง ทำก็มีแรง คิดก็มีกำลังความคิด  แต่กลับไปพูดคิดทำ ทำพูดคิด คิดทำพูด ในสิ่งที่ไม่ควร ไม่ควร แล้วก็ไปทำกันมากมาย ส่วนผู้ที่ทำในสิ่งที่อันควร ก็น่าสรรเสริญ  ส่วนผู้ที่ไปทำในสิ่งที่ไม่อันควร ก็น่าสงสาร 
เรามารับรู้ เรียนรู้ เรื่องทางในกันสักนิด แล้วชีวิตจะปลอดภัย  ลุ่มหลง เข้าใจเรื่องทางในผิดจนเกินไป ทำลาย ทำลาย และทำร้ายชีวิต  ไม่ยอมรับรู้ก็อันตราย  รับรู้ผิดๆ อย่ารับรู้เสียดีกว่า  รับรู้ไปแล้วเหมือนคนครึ่งดีครึ่งบ้า พูดอย่างนี้ก็คือ ด่าตัวเองมาตั้งแต่สมัยยังไม่รู้จักธรรมชาติภาคที่ 2 คือ เหนือสามัญวิสัย 
คิดย้อนหลังไปถึงชีวิตของตัวเอง ตอนที่ยังพอมีอายุขัยอยู่  อายุขัย หมายถึงว่า ยังไม่แก่ ไปคิด ไปพูด ไปทำอะไรก็ไม่รู้ เกี่ยวกับเรื่องของศักดิ์สิทธิ์ อิทธิฤทธิ์ ปาฏิหาริย์ เทพเทวดา พูดอย่างภาษาไม่สุภาพนะ เขาเรียกว่า ไปบ้าบอคอแตก  ไม่รู้ว่าจะไปบ้าบอคอแตกทำไม  ก็บอกไม่รู้  ตอนนี้พอรู้แล้ว ความเชื่อต้องก้าวไปสู่ศรัทธา  จากศรัทธาต้องก้าวไปสู่ปัญญา  มันจึงจะทำให้เกิดประโยชน์ ตอนนี้เราจะก้าวไปยังไงให้เกิดการเรียนรู้ จากศรัทธาสู่ปัญญา 
พระพุทธศาสนาก็มีสะพานอันสวยหรูไว้ให้แล้ว ต้นสะพานที่เราก้าวขึ้นไป คือ ศรัทธา  พอก้าวขึ้นไปสู่ศรัทธา ก้าวต่อไป คือ ความเพียร  อย่าท้อว่า  คนอย่างเราเมื่อไหร่มันจึงจะไปเกิดความรู้  เกิดความเข้าใจ ว่าผีคืออะไร  ผีมีกี่ชนิด  ผีมีกี่อย่าง  ผีอย่างไหนที่น่าเกลียด น่ากลัว น่าชังที่สุด  กว่าจะรู้ น่ากลัวจะนาน ขอบอกว่าคุณกำลังขาดวิริยะแล้ว  วิริยะ คือ ความเพียร 
ก้าวที่ขึ้นจากโคนสะพาน คือ ศรัทธาต้องให้มั่น อย่าศรัทธาแบ่งหัวเต่า ผลุบๆ โผล่ๆ ลับๆ ล่อๆ เดี๋ยวเชื่อ เดี๋ยวไม่เชื่อ  เดี๋ยวเอา เดี๋ยวไม่เอา  เดี๋ยวเบื่อ เดี๋ยวไม่เบื่อ  ก้าวต่อไปด้วยความมีความเพียร วิริยะ ไปถึงกลางสะพานก็ตั้งสติให้ดี อย่าขาดสติ เพราะว่าเรื่องนี้มันเป็นเรื่องที่ทำให้คนบ้าบอคอแตกได้เยอะมาก คือ ขาดสติ พอคนมีสติ ไม่ขาดสติ รับรองว่า ผีไม่หลอก แล้วก็ถึงมันมาหลอก มันก็คือ มาบอก มันไม่ได้มาหลอก มันมาบอก แต่เราไปเข้าใจว่า มันมาหลอก  
พอเราตั้งสติได้ และรู้ดีแล้วว่า อะไรเป็นอะไร ก็เอาผีเข้าสมาธิ บอกผี เอ็งมาเข้าสมาธิข้า ข้าอยากรู้จักเอ็งว่า เอ็งน่ะมันเป็นยังไงกันแน่ ผีบอกว่า ไม่เอา ไปเข้าสมาธิ อาจารย์มีหม้อใบเบ้อเร่อ ตั้งอยู่ข้างหน้า เดี๋ยวเกิดโมโหฉัน จับฉันใส่หม้อ แล้วก็เอาผ้ายันต์ปิดฝาหม้อ แล้วเอาฉันไปถ่วงน้ำ  ฉันจะทำยังไง  เอาน่า เอ็งมาเถอะ ไม่ทำเองหรอก  เดี๋ยวจะจัดการปล่อยให้เอ็งไปสู่สุคติ  หม้อเตรียมไว้เผื่อเอ็งดื้อ  เอ็งนอกคอก  เอ็งออกจากลู่จากรอย ก็จะได้จับเอ็งใส่หม้อ อันนี้ตลกหน่อย 
พอมีสมาธิ ทุกอย่าง ทุกสิ่งทุกประการ มันจะเปิดเผยในสมาธิ  แต่ขอให้เข้าใจสมาธิให้ดีว่า คืออะไร บางคนนั่งแบบประเภทของใช้ภาษาแบบไม่สุภาพ นั่งแบบซื่อบื้อ  ไม่รู้ว่าวาระจิตที่แท้จริงคืออะไร  วาระของอารมณ์ อารมณ์ที่เป็นอารมณ์กรรมฐานมันคืออะไร  ก่อนนั่งไปสุ่มสี่ สุ่มห้า สุ่มหกอย่างนั้นแหละ เขาเรียกว่า เป็นมิจฉาสมาธิ ไม่ใช่สัมมาสมาธิ 
พอสมาธิไม่ได้เป็นมิตรเป็นสัมมาสมาธิ เป็นมิจฉาสมาธิ  เรื่องเหนือสามัญวิสัยมันก็รวนไปหมด  มันก็เละเทะไปหมด  ขั้นสุดท้ายลงสะพาน ตกสะพานตาย คือ ปัญญาไม่ใช่ปัญญา เป็นปัญหา เพราะว่าคุณก้าวขึ้นสะพานแห่งการเรียนรู้ผิดพลาดขั้นตอน โดยเฉพาะศรัทธาที่มั่นคงจำเป็นอย่างยิ่ง  วิริยะ คือความเพียร อย่าเอาความโลภเข้ามาในความเพียร ส่วนมากก็จะเพียรแบบโลภ หวังประโยชน์จากการที่จะศรัทธาในสิ่งศักดิ์สิทธิ์ แล้วก็จะได้หวังประโยชน์ ขั้นต้นเขาไม่ให้หรอก เขาหลอกกินหวยไปซะเยอะ เขาหลอกให้ใครทำพิธีกรรมแบบบ้าๆ บอๆ ขออภัย เสียเงิน เสียเวลา เสียภาพพจน์ เสียความรู้สึก เสียความ ถูกต้องอะไรไปมากมาย เขาไม่ให้หรอก ขั้นต้น เขาจะฝึกปรือเราจนกระทั่ง เราอยู่ในสภาพที่พร้อมจะก้าวต่อไป มีสติ ไม่ใช่ขาดสติ  มีสัมปชัญญะ ไม่ใช่ไม่รู้ตัว แล้วสมาธินั้นก็จะเป็นสัมมาสมาธิ สมาธิชอบ  ขั้นต่อไปเกิดปัญญาไม่ใช่เกิดปัญหา 
ส่วนมากคนจะมีศรัทธา วิริยะ ขาดสติ แล้วก็เป็นสมาธิจอมปลอม เป็นมิจฉาสมาธิ แล้วสิ่งที่ได้มา คือ ปัญหา ไม่ใช่ปัญญา 
เพราะฉะนั้น เรื่องเหล่านี้เป็นเรื่องที่เราจะต้องมาทำความเข้าใจกันให้ถูกต้อง ถ้ามีโอกาส ถ้าไม่มีโอกาสก็ทิ้งค้างไว้ ดองไว้  ว่าจริงๆ  คนพูดแอบดองเรื่องต่างๆ ที่ควรจะเอาให้กับสมาชิก ได้นำไปใช้ประโยชน์โพดผล เพื่อความเจริญ เพื่อความร่ำรวย เพื่อความรุ่งเรืองของสมาชิกของเราเป็นเวลานานแล้ว แต่ด้วยความรู้สึกมันมีความรู้สึกว่า เห็นทีว่าไม่น่าจะก้าวหน้าไปสู่ปัญญา เกรงว่าจะก้าวผิดพลาดไปสู่ปัญหา เอาความรู้ต่างๆ ที่บอกกล่าวเล่าแจ้งให้  ใครสร้างปัญหา ไม่ได้ไปสร้างปัญญา  
เวลาออกไปบอกกล่าวแก่สาธุชนทั้งหลาย ต้นฉบับ คือ คนพูด ถูกก่นด่า ถูกก่นด่าเสียๆ หายๆ  ถูกเข้าใจผิด  ถูกบริภาษว่ากล่าว สารพัดสารเพที่สะท้อนย้อนมาให้ ก็เลยไม่กล้า บอกตรงๆ กลัวว่า สมาชิกจะเกิดปัญหามากกว่าเกิดปัญญา เลยดองเอาไว้ซะจนกระทั่งน่าเสียดาย น่าเสียดายองค์ความรู้และประสบการณ์ทั้งหลาย ที่เราควรจะนำไปเกิดประโยชน์กันมากมาย นับเป็นเวลาหลายปีดีดักแล้ว มันก็เลยทำให้คาราคาซัง ค้างคากันอยู่ จนไม่รู้ว่า จะจบเห่ หรือจะจบบริบูรณ์  เกรงว่าจะจบเห่มากกว่าที่จะจบบริบูรณ์  
คนที่มีความเกี่ยวข้องโยงใยกับองค์พรหมอานันทชัย มีจำนวนมาก ทั้งที่ผ่านมา ยังคงอยู่ แล้วก็ผ่านออกไปอย่างงูๆ ปลาๆ เจอพิษสงของคนวงในเล่นงานเสียงอมพระราม คือ มากมาย แล้วก็มาอยู่ในฐานะที่คิดว่าตัวเองเก่ง กล้า  พูดภาษาอย่างวัยรุ่น เขาเรียกว่า ข้าเจ๋ง แต่ความจริง ข้าเจ๊ง เจ๊งภาษาจีนเขาเรียกว่า ชิบหาย 
เพราะฉะนั้น เลยทำให้เกิดความละล้าละลัง บอกไม่ถูกว่า ทำไมองค์กรของเราจึงเป็นเช่นนี้  ไปถามองค์กรอื่น เขากระซิบมาว่า ไม่ต่างกับองค์กรของคุณหรอก   คุณก็เป็นอย่างนี้เหมือนกันเหรอ เขาบอกเหมือนกัน  คนสมัยนี้จะไปเอานิยาย จะไปเอานิทาน จะไปเอาอะไรกับเขานี้ไม่ได้   ถ้าอย่างนั้นเหรอ ก็ปล่อยเขาไปตามยถากรรม น่าจะถูกต้องกว่า  พูดอย่างนี้ไม่รักกันจริง ก็ไม่รู้จะรักยังไงไหวแล้ว เพราะแต่ละท่าน แต่ละคน ล้วนแล้วแต่กร่าง ก๋า คิดว่าข้านี่แหละวุ่ย แน่ที่สุด และไม่ช้าต่างคนต่างก็คงจะแน่นิ่งไปตามกาลเวลา นี่ไม่ได้ว่าผู้หนึ่งผู้ใดนะ อย่าได้เกิดความออกร้อน นอนไม่หลับนะ ขอให้นอนหลับสบาย 
เอาละ วันนี้ เป็นวันที่ 19 ไหว้บ๊ะจ่าง ที่พูดไปทั้งหมดนี่แหล่ะ คือ แจกบ๊ะจ่างแล้วล่ะ คุณสุกัญญา เรืองชัยไพบูลย์  1978  วันปรับปรุง เปลี่ยนแปลง แก้ไข ทั้งภายใน มันเกิดปริศนาตรงนี้แหละ และในภายใน ตามกฎใหญ่ที่สุดของโลก คือ กฎแห่งไตรลักษณ์  กฎแห่งไตรลักษณ์เป็นกฎที่คุมโลกและจักรวาลทั้งหมดเลย  เรื่องในภายในซ่อนอยู่ลึกกว่า ลึกกว่าในธรรมดา แฝงเร้นอยู่ในตัว เรียกว่า พลังเหนือพลัง  แล้วบางทีพลังเขาไม่มีลอลิง พลังไม่มีลอลิงมันเป็นยังไง คือ ตัวการที่สร้างความทุกข์แบบลึกๆ พลังเหนือพลัง ถ้ายังมีลอลิงก็ยังพอทำเนา ถ้าเกิดลอลิงวิ่งหนี ก็ทำเน่าแน่นอน ท่านอยากเป็นบุคคลที่เน่าแล้ว หรือยังไม่เน่า  แล้วแต่จะคิด  ขอขอบคุณทุกคนที่ทนฟัง เรามาฟังเพลง แล้วก็มาอวยพรอ มาขอพรจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ จากที่ได้ให้รายชื่อไว้ตั้งแต่วันพระใหญ่ที่ผ่านมา ก็ขอขอบคุณอีกครั้งที่ทนฟัง
เอาล่ะ เพลงที่จบลงไป ชื่อว่า เพลง สมองไว กายคล่อง จิตต้องนิ่ง  สมองจะไว  ขณะที่กายมันยังคล่องอยู่นะ  ถ้ากายขัดข้องอย่างคนพูด ก็คงจะหาโอกาสที่สมองจะไวได้ยากเข้าทุกที ทุกที   แต่ทั้งหมดต้องจิตนิ่ง ยังจะพอช่วยได้  สมองไม่ไวแล้ว กายไม่คล่องแล้ว แต่จิตยังนิ่ง ก็พอช่วยได้  ขับร้องโดย เจนจิรา สุวรรณน้อย  คำร้อง ธวัช คณิตกุล  ทำนอง ทหารแก่  มิกซ์เสียง สุรพล ศิริวรรณ 
เนื้อเพลงมีอยู่ว่า มนุษย์เราทุกผู้คนวาดฝันไว้ กำลังใจพร้อมสู้ไม่เหือดหาย  ทั้งเงินตรา จับจ่ายไม่รู้วาย  จุดมุ่งหมายเพื่อชีวาพาสดใส  แต่หตุใดเล่ากลับแปรผัน  ทุกคืนวันรอโชคเหมือนสิ้นไร้  สติหาย กายป่วย แสนทุกข์ใจ  เริ่มคิดใหม่ให้กันพัฒนา  สมองไวให้กายคล่อง ต้องจิตนิ่ง  ถือเป็นสิ่งประเสริฐเลิศล้ำค่า ปลุกจิตสำนึกชั่วดีด้วยปัญญา  ปัญญาคู่ปัญหานะ ส่วนมากคนสร้างปัญญาไม่เป็น ก็สร้างปัญหาให้ตัวเอง แล้วก็สร้างปัญหาให้ผู้อื่นด้วย  สร้างศรัทธาเชื่อมั่นชีวิตคน  ไม่มีคำว่าสายไปหรอกหนา หากคิดจะยืนสู้ทุกแห่งหน  เอาหลักการพุทธะยึดความเป็นคน พัฒนาตนด้วยสมองกายใจที่จิตนิ่ง 
ก็ฟังให้เป็น แล้วก็จะรู้สึกว่าเพลงนี้เพราะ และมีความหมายที่ลึกซึ้งทีเดียว เอาละ ก็ขอขอบที่ตั้งใจฟัง จากนี้ไปเรามาตั้งจิตอธิษฐาน ขอพรต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ให้กับตัวเองก่อน เนื่องในวันคล้ายวันสำคัญที่จะเวียนมาถึง เผื่อชีวิตของเรายังขาดตกบกพร่อง เราจะได้ใช้วันปรับปรุง เปลี่ยนแปลง แก้ไข จัดการปรับปรุง เปลี่ยนแปลง แก้ไขสิ่งบกพร่องในชีวิตของเรา 
เมื่อเราอธิษฐานจิตต่อพระรัตนตรัย และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ให้ชีวิตของเราได้ปรับปรุง เปลี่ยนแปลงและแก้ไข  ปรับปรุงในสิ่งที่มันไม่ถูกต้อง เปลี่ยนแปลงในสิ่งที่มันผิดพลาด  แก้ไขในสิ่งที่มันผิดให้มันถูก แล้วชีวิตของเราก็จะดำเนินไปอย่างถูกต้อง 
ส่วนมากคนที่ผิดพลาด ก็จะโทษ โทษ โทษ โทษ โทษผู้อื่น โทษสิ่งโน้น โทษสิ่งนี้ โทษสิ่งนั้น ถ้าเราหันกลับมาพิจารณาตัวเองว่า เราก็ต้องโทษเหมือนกัน เราก็ต้องโทษตัวเราเองเหมือนกันว่า เราอ่านเกมกลกรรมที่เขาทำกับเราไม่ออก มันเป็นเส้นผมบังภูเขานิดเดียว  เรากลับไปมองไม่เห็นภูเขา 
เพราะฉะนั้น ปัญหาทั้งหลาย บางทีดูแล้วว่า มันหนักหนาสาหัสากรรจน์  จนถึงบางคน จำนวนไม่ใช่น้อย ที่พอเจอปัญหาแล้วคิดว่า ข้าแก้ไขปัญหานี้ไม่ได้แน่ แล้วฆ่าตัวตายไปก็มากมาย  ไม่ได้ฆ่าตัวตาย แต่ตายทั้งเป็น เช่น คิดจนเสียสติ เป็นโรคจิต โรคประสาท สมัยนี้เขาเรียกว่า เป็นโรคไบโพลาร์ กับ ดีเพรส  อารมณ์ 2 ขั้วกับซึมเศร้า คิดไปคิดมาบางคนเกิดเป็นโรคขึ้นมาภายในตัว เช่น โรคภูมิแพ้ โรคมะเร็งมะเส็งทั้งหลายแหล่ เกิดกันขึ้นมามากมายเหลือเกิน ก็เพราะความเครียด อันนี้ก็เป็นการบั่นทอนชีวิตคนลงไปไม่ใช่น้อยๆ 
เพราะฉะนั้น มาช่วยตัวเองให้รอดจากอันตรายทั้งหลายเหล่านี้ และจะได้ช่วยเหลือผู้อื่นต่อไป ก็ขอให้ทุกคนมองชีวิตให้ชัดเจนว่า ภาคที่ 2 นี่แหล่ะ  ภาคที่ 2 ถ้าเราเข้าใจเขาผิด  ชีวิตเราก็พลาด อย่างน่าเสียดาย  เพราะเราเข้าใจธรรมะภาคเหนือสามัญวิสัยแบบผิดๆ  มันก็เลยพลาดแล้ว พลาดอีก น่าเสียดายจริงๆ เพราะว่าถ้าผู้พูดเกิดความเข้าใจในธรรมชาติอย่างที่ว่านี้ตั้งแต่ยังหนุ่ม ยังแข็งแรงกว่านี้ ก็จะออกมาประกาศบอกแก่สาธุชนในมุมกว้าง ให้กว้างออกไป แต่เดี๋ยวนี้รู้ตัวว่า หมดสภาพ ก็ได้แต่พยายามบอกกล่าวเล่าแจ้งให้แคบเข้า แคบเข้า และแคบเข้า และกำลังคิดว่าจะเลิกบอก เป็นเช่นนั้นจริงๆ  
ศ. 19 มิ.ย. 2569
รวบรวมโดย คุณกันติชา เวชสุรียะกุล

บทความที่เกี่ยวข้อง
EP.1913    เร่งสร้างศักยภาพในการคบคนให้ดี แล้วศักดิ์สิทธิ์จะมาช่วยจัดการเกรดบุคคล (อา. 5 เม.ย. 2569)
ถ้าเราไม่พัฒนาศักยภาพให้ขึ้นมาเป็นฐานของความศักดิ์สิทธิ์ ความศักดิ์สิทธิ์ไม่สามารถจะจัดบัลลังก์คนที่จะเข้ามาเกี่ยวข้องกับเรา เพื่อการคบหาให้กับเราได้
11 เม.ย. 2026
EP. 1864   เรขาคณิต (กุล) พิสูจน์ลิขิตพรหม (อา. 1 ก.พ. 2569)
เรื่องของกรรมเป็นสิ่งกระทำเพื่อพรหมลิขิต พรหมลิขิต บุพเพสันนิวาส บุพกรรม กงเกวียนกำเกวียนกรรมเก่าเกี่ยวกัน มันเนื่องกันหมด แต่เบ้าหลอมใหญ่ คือ พรหมลิขิต
3 ก.พ. 2026
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy