EP.1975 เมื่อคนมีพรหมลิขิตธรรมดา เพียงแค่เทพธรรมดาก็ช่วยได้ แต่ถ้าเกิดมามีรังสีแห่งพรหมมาก เทพที่จะช่วยได้ต้องเป็นเทพพรหมชั้นสูง
อัพเดทล่าสุด: 17 มิ.ย. 2026
0 ผู้เข้าชม
EP.1975 เมื่อคนมีพรหมลิขิตธรรมดา เพียงแค่เทพธรรมดาก็ช่วยได้ แต่ถ้าเกิดมามีรังสีแห่งพรหมมาก เทพที่จะช่วยได้ต้องเป็นเทพพรหมชั้นสูง
สวัสดีทุกท่าน วันนี้เราพบกันวันพระ วันพระแรม 14 ค่ำ เดือน 7 ปีมะเมีย เป็นวันอาทิตย์ที่ 14 มิถุนายน พุทธศักราช 2569 และคริสต์ศักราช 2026 “อะโมฆัง ทิวะสัง กะยิรา อัปเปนะ พหุเกนะ วา” เวลาแต่ละวันโดยเฉพาะวันนี้ เราจะมาคุยกันให้เกิดประโยชน์อะไรดี ก็คงจะซ้ำๆ เรื่องเดิม แล้วก็เสริมเรื่องใหม่เข้าไปบ้างเล็กน้อย
เรามีสิ่งซึ่งมั่นใจ มั่นใจอยู่อย่างหนึ่งว่า ถ้าเราเริ่มต้นที่ศรัทธา คือ ความเชื่อ แล้วเราไม่หยุดอยู่ที่ศรัทธา ก้าวต่อไป ก้าวต่อไป พอก้าวต่อไปบรรดาความรู้ทั้งหลายสะสม สั่งสมเข้ามาในคลังสมองของเรามากๆ เข้า อีกไม่ช้าความรู้เหล่านั้นก็จะตกผลึก ตกผลึก แล้วก็เปลี่ยนเป็น หรือกลายเป็นปัญญา
ความรู้ที่ควรจะนำมาใส่ไปในคลังสมอง ควรจะเลือกเฟ้นสักหน่อย ถ้าความรู้ที่สะเปะสะปะ กะเละกะละ กะเรียกะราด เรื่องฝนตกขี้หมูไหล เรื่องอะไรต่อมิอะไร ก็เอาเข้ามาใส่ในคลังสมอง มันก็จะดูทำให้สมองเรารกรุงรังไปหมด แต่ถ้าหากว่าเราเลือกเฟ้นสักนิดหนึ่ง ความรู้ที่จะมีประโยชน์ต่อชีวิตของเราก็จะเกิดขึ้นมามากมาย โดยเฉพาะความรู้เกี่ยวกับเรื่องเหนือสามัญวิสัย ซึ่งจะนำไปสู่ความเข้าใจเรื่องศักดิ์สิทธิ์ เรื่องอิทธิฤทธิ์ เรื่องปาฏิหาริย์ เรื่องเทพเทวดา เรื่องลึกลับ ซับซ้อนทั้งหลาย
เราก็จะเข้าใจว่า อ๋อ ในตัวเรายังมีอะไรต่อมิอะไรที่เราคาดไม่ถึง แล้วก็คิดไม่ทันว่า มันจะเป็นประโยชน์ขนาดนั้น มิน่าเล่าชีวิตของเราจึงมีแต่สิ่งคับข้อง ทำให้เกิดความติดขัด แล้วเราก็เกิดความไม่เข้าใจชีวิต สับสนชีวา จะเอายังไงกันแน่ เดี๋ยวก็บอกว่า ให้ตั้งใจให้ดี สิ่งศักดิ์สิทธิ์จะมาช่วยเราให้คลี่คลายความทุกข์ ความลำบาก เราก็ตั้งใจ ตั้งจนเกินไป จิตไม่อยู่ในความพอดีหรือจิตไม่ว่าง พอตั้งใจมากๆ จิตมันก็เกิดการ เขาเรียกว่า เกิดความเครียด แล้วก็ทำให้จิตวุ่น จิตว้าวุ่น จิตไม่ว่าง พอจิตไม่ว่างมันก็ยิ่งไปกันใหญ่คราวนี้ สู้อย่าคิดดีกว่า อย่าไปรับเอาข้อมูลอะไรเข้ามาดีกว่า ตั้งหน้าตั้งตาอธิษฐานอย่างเดียว
คนสมัยใหม่ก็เกิดมีข้อแม้ คนอย่างเรานี่การศึกษาความรู้รอบตัว ความรู้ในตัวที่สะสมมาทางการศึกษามากมาย แล้วเราจะมาเชื่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์โดยแค่ศรัทธาอย่างเดียว ดูมันจะกระไรอยู่นะ ไม่ได้ เราจะต้องหาทางทำให้เกิดความรู้ที่ก้าวไปสู่ปัญญาให้ได้ ปรากฏว่าก้าวกี่ที กี่ที ก็ไปไม่ถึงปัญญา เพราะว่าความรู้ที่เราสั่งสมเข้ามาในหัวกบาล ขออภัย ในคลังสมอง ล้วนแต่เป็นความรู้ขยะทั้งนั้น
ความรู้ขยะก็หมายถึงสะเปะสะปะ กะเละกะละ กะเรี่ยกะราด สนทนากับใครที่ไม่ควรจะสนทนาก็ไปสนทนา ไม่ควรจะไปวุ่นวายอยู่กับคนที่ไม่สร้างสรรค์ ก็ไปวุ่นวายอยู่กับคนที่ไม่สร้างสรรค์ เสร็จแล้วก็มาคิดว่า ทำไมมันเป็นอย่างนี้ ที่แท้ชะตาชีวิตเขาส่งให้เรามาสูง เขาให้เรามาสูงกว่าธรรมดา แต่เราใฝ่ต่ำ ใฝ่ต่ำมากไป อันนี้มันก็รุนแรงไปหน่อยต้องขออภัย ที่เราบอกว่า อย่าใฝ่สูงจนเกินศักดิ์ อย่าใฝ่ต่ำจนเสียศรี จงใฝ่พอดีๆ ตามศักดิ์และศรี
การสัมพันธ์กับคนที่เราคิดว่า ใครก็ได้ บางทีมันไม่ได้ มันคนละเรื่อง มันคนละกรณี มันไม่เกี่ยวกันเลย แล้วเราก็ไปสัมพันธ์หมกมุ่นอยู่กับบุคคลที่ให้ข้อมูลแก่เรา ในลักษณะที่ไม่สร้างสรรค์ ให้ข้อมูล ให้ความรู้กับเราผิดๆ ไม่อย่างนั้นในมงคลข้อที่ 2 พุทธองค์จึงสั่งว่า ให้คบบัณฑิต ข้อที่ 1 เลยไม่ใช่ข้อที่ 2 ห้ามคบคนพาล
คนพาลนี่ไม่ได้หมายความว่า จะต้องเป็นนักเลงอันธพาลเสมอไป คนที่ขาดความรู้ ความก้าวหน้า ขาดความคิดที่ดีงาม มีแต่คิดในเรื่องต่ำทรามก็ถือเป็นคนพาล เป็นคนโง่ เป็นคนไร้สาระ เป็นคนไม่สร้างสรรค์ เป็นคนที่มีลักษณะต้องโทษว่าอย่างนั้นเถอะ ต้องโทษ บุคคลต้องโทษ แล้วเราก็ไปขลุกขลุ่ยอยู่ ไปขลุกขลุ่ยอยู่กับเขา พอไปขลุกขลุ่ยอยู่กับเขาก็เกิดการซึมซับ ซึมทราบเข้าไปๆ มันก็กลายเป็นตกต่ำไปเรื่อย
ยกตัวอย่างนาย ก. เกิดมาจากจุติเทพในระดับรังสีแห่งพรหม แต่นาย ข. เกิดมาจากจุติเทพในระดับธรรมดา นี่ไม่ได้ไปดูถูกเทพท่านนะ ไม่ได้ดูถูกเทพท่าน เกิดมาจากจุติเทพในระดับเทพธรรมดา นาย ข. มีสิทธิ์ที่จะใช้ชีวิตอยู่อย่างขลุกขลุ่ยอยู่กับบุคคลที่สัพเพเหระ สะเปะสะปะ กะเละกะละ กะเรี่ยกะราด แล้วก็ทำมาหากินไป อยู่ไปตามฐานะ อยู่ไปตามความเรียกว่า พอเหมาะพอสมกับการคบหาสมาคมกับบุคคลที่ไม่ได้คิดอะไรล่ะ ก็ไปเรื่อยๆ ขอให้มีข้าวกิน มีที่อยู่ มีอะไรก็วันนึงๆ ก็ผ่านไป นาย ข. อยู่ได้ เพราะเทพที่ส่งนาย ข. มาเกิดนั้นไม่ได้มีจุดมุ่ง ไม่ได้มีจุดมุ่งว่า ให้นาย ข. จะต้องสร้างสิ่งที่เป็นองค์ความรู้จนกระทั่งเกิดเป็นปัญญาขึ้น
ทีนี้พอนาย ก. ซึ่งถูกส่งมาโดยตรงจากรังสีแห่งพรหม เพราะว่าพระพรหมที่จะมาเกี่ยวข้องก็ตั้งแต่เทพชั้นที่ 12 ขึ้นไป ถึง 27 ท้าวมหาพรหมมารังสี หรือรูปพรหมที่อยู่ในกามาวจร ทีนี้นาย ข. เขาเป็นรังสีสัมพันธ์ เขาเป็นราศีสัมพันธ์จากจาตุมหาราชิก ยามา ดาวดึงส์ ดุสิต นิมมานรดี ปรนิมมิตวสวัตดี เขาก็พอเพียงของเขา ใช้ชีวิตอยู่ของเขาอย่างเหมาะสม แต่นาย ก. ต้องรับรู้เรียนรู้ว่า รังสีแห่งพรหมที่จะสาดส่องมายังชีวิตนาย ก. นั้น นาย ก. ต้องทำตัวต้องวางตัวอย่างไร
ทีนี้นาย ก. ก็ไปทำตัวสะเปะสะปะ กะเละกะละ กะเรียกะราด ไปขลุกขลุ่ยอยู่กับนาย ข. ทำไมนาย ข. มีฐานะดีขึ้นๆ ไม่ได้เดือดเนื้อร้อนใจอะไร เพราะว่าพรหมลิขิตชะตาชีวิตวาสนาของนาย ข. ถูกกำหนดมาแค่นั้น นาย ข. ทำแค่นั้นพอเพียงแล้ว แต่นาย ก. มีเดิมพันสูงกว่านั้น ไหนจะต้องรับรู้เรียนรู้จนศึกษาพรหมลิขิต ชะตาชีวิตของตัวเอง แล้วยังจะต้องเตรียมตัวเป็นครูสอนผู้อื่นต่อไป
นาย ก. ไม่ทำ นาย ก. ไปคบคนชั่ว ไม่คบบัณฑิต นาย ก. ก็สงสัยตัวเอง มันเป็นอะไรนะ ข. เพื่อนเรามันก็มีฐานะ มีเงิน มีทอง มีข้าว มีของ มันจัดงานอะไรมันก็เป็นเงินเป็นทอง จับได้กำไร ได้ผลประโยชน์ เราจับงานอะไรแต่ละที มีแต่ขาดทุนย่อยยับ มีแต่ไม่ประสบความสำเร็จ ไม่ประสบความยิ่งใหญ่อย่างนาย ข. เอ๊ะ ชักสงสัย ทั้งที่เราก็เก่งกว่ามัน นาย ข. มันไม่เก่งเท่าเรานะ แต่มันรวยขึ้นๆ แต่ทำไมเราไม่รวยสักที เพราะว่ารังสีแห่งพรหมที่สาดส่งมาให้นาย ก. มันมีระดับสูงกว่า แล้วก็ในตัวนาย ก. อิเล็กโทรไลต์ที่เป็นประเภทสารเคมีเรืองแสง ก็จะดูมีความหมายมากกว่านาย ข. เช่น มีโซเดียม แคลเซียม แมกนีเซียม โพแทสเซียม ไบคาร์บอเนต ซัลเฟต คลอไรด์ สารเคมี 7 ชนิดที่เป็นสารเรืองแสงอยู่ในหน่วยของเซลล์ในร่างกาย ที่เป็นตัวปฏิกิริยาไซโตพลาสซึม
นาย ก. ไม่รู้เรื่อง นาย ก. ก็บอกว่า ทำไมฉันก็ไม่ได้อยากจะรู้อะไรนักหนา ฉันก็ใช้ชีวิตอยู่อย่างธรรมดา ทำมาหากินตามปกติไป ฉันก็มีการศึกษาสูง นาย ข. ก็มีการศึกษาสูงในระดับหนึ่ง แต่ทำไมเขาประสบความสำเร็จ แล้วฉันมีแต่ความผิดพลาด นี่แหละคือปัญหาว่า ค่าของสารเคมีในหัว ในกบาล ขออภัยในสมองของนาย ก. มากกว่านาย ข.
จริงเท็จประการใดฝากข้อคิดนี้แด่ผู้รับฟังว่า คนเราเกิดมามีรังสีแห่งพรหมมาก ก็ต้องหมั่นศึกษาหาความรู้ แล้วก็ทำตัวให้อยู่ในระดับเหมาะสมกับพรหมลิขิต เมื่อคนมีพรหมลิขิตธรรมดา มีลิขิตธรรมดา เพียงแค่เทพธรรมดาก็ช่วยนาย ข. ได้สบายแล้ว แต่นาย ก. นี่เทพธรรมดาช่วยไม่ได้ เทพที่จะช่วยนาย ก. ได้ต้องเป็นเทพพรหมชั้นสูง แล้วนาย ก. ก็ต้องยกฐานะความรู้สึกนึกคิดของตัวเองให้สูงขึ้นมา ตามขนาดของสารเคมีในหัวกะโหลก ในสมอง
อันนี้ฝากทุกคนช่วยกันคิด แล้วเราก็มาคุยกันว่า ปัญหานี้แก้ไม่ยาก การที่นาย ก. จะคบนาย ข. ก็ไม่ได้ถือว่าเสียหายนะ ไม่เสียหาย แต่นาย ก. ควรจะมีผู้คบหาที่มีฐานะให้ความรู้ ให้ความรู้สึก ให้ความรู้แก่ธาตุรู้แก่นาย ก. และให้ความรู้สึกในวิญญาณธาตุแก่นาย ก. ได้มากกว่านาย ข. สูงกว่านาย ข. ไม่อย่างนั้นชีวิตนาย ก. ก็ด๊อกแด๊กๆ อยู่อย่างนั้น แล้วก็ได้แต่สงสัยๆ ตัวเอง ผลที่สุดก็โมโหว่า เอายังไงกันแน่ เชื่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ แล้วก็เลิกเชื่อ แล้วก็หันกลับมาเชื่อ แล้วก็เลิกเชื่อ ผลุบๆ โผล่ๆ อยู่อย่างนี้แหละคนในสงสังคมจำนวนหนึ่งที่เป็นแบบนาย ก. นี่ก็ไม่ใช่น้อย แล้วก็ไปดูตัวอย่างนาย ข. ไปอิจฉานาย ข. ก็มี ไปสงสัยนาย ข. ก็มี ก็ไม่เห็นมันเก่งอะไรสักเท่าไหร่ มันก็ทำของมัน มันก็ไปก้าวหน้าไปในเรื่องทรัพย์สินเงินทอง ฐานะทางวัตถุ แต่ทำไมฉันไม่มีสักที โมโหตัวเอง
เท่านี้ก่อน มาดูผลงานของคุณกันติชา เวชสุรียะกุล 1974 ข้อที่ 1. เทพเทวดาและมนุษย์ มนุษย์มีตัวตน เรามีตัวตน เทพเทวดาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ไม่มีตัวตน ข้อที่ 2. ศักยภาพ เรามีศักยภาพคือ ความเก่ง กล้า สามารถ สิ่งศักดิ์สิทธิ์และเทพเทวดามีแต่ความศักดิ์สิทธิ์ ข้อที่ 3. สิ่งศักดิ์สิทธิ์และเทพเทวดาที่มีความศักดิ์สิทธิ์ก็ต้องพึ่งพาอาศัยศักยภาพในตัวมนุษย์ ตัวมนุษย์ก็ต้องพึ่งพาอาศัยความศักดิ์สิทธิ์ของเทพเทวดาและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ต่างพึ่งพาซึ่งกันและกัน ข้อที่ 4. สิ่งศักดิ์สิทธิ์มีเงา เรามีทั้งเงาและมีทั้งตัวตน ข้อที่ 5. ทางนอก ทางในของสิ่งศักดิ์สิทธิ์กับเราผู้มีศักยภาพ มีความแตกต่างกัน คือ เรามีทั้งนอก เขาเก่งทางใน ต้องพึ่งพาอาศัยกันไป พึ่งพาอาศัยกันมา คุณกันติชาก็เน้นความหมายของเทวดาและมนุษย์แตกต่างกันดังที่พูดมาแล้ว
ก็ขอให้ช่วยกันพิจารณาว่า ทำยังไงเราจึงจะบอกกับคนอย่างนาย ก. ว่า จะสุงสิงกับนาย ข. พอประมาณ แต่ให้ไปคบหาผู้ที่จะประเทืองปัญญาให้ตัวเองให้มากขึ้นกว่านั้นจะดีกว่าไหม ถ้าขืนมาขลุกขลุ่ยอยู่กับนาย ข. ซึ่งมีทัศนคติ มีความคิดเห็น มีความเข้าใจในชีวิตค่อนข้างแคบ นาย ก. ก็ไม่มีโอกาสที่จะขยายธาตุรู้และวิญญาณธาตุของตัวเองให้ออกไปสมฐานะของพรหมลิขิต
พูดกันง่ายๆ นาย ก. บริหารตัวเองเท่าไหร่ๆ ก็ไม่ได้ฐานะของพรหมลิขิต ส่วนนาย ข. ก็ไม่ใช่คนเสีย ไม่ใช่คนชั่ว แต่เป็นคนที่เขาอยู่ระดับของเขา เขาทำมาหากิน เขาเรียนหนังสือ เขาทำนู่น ทำนี่ เขาก็มีทรัพย์สินเงินทอง มีวัตถุ มีสิ่งของ มีบ้านช่องห้องหอ มีนู่น มีนี่ มีนั่น ของเขาตามฐานะ เพราะเขาจุติมาจากเทพเทวดาระดับธรรมดาๆ แต่นาย ก. จุติมาจากเทพเทวดาระดับรังสีที่มีความเจิดจ้าแจ่มจรัสกว่า จึงต้องแสวงหาความรู้ใส่ไปในธาตุรู้ และความรู้สึกใส่ลงไปในวิญญาณธาตุให้สูงกว่านาย ข. ไม่เช่นนั้นแล้วชีวิตก็คงจะไม่มีทางพบกับความสำเร็จได้อย่างที่ตั้งใจไว้ ก็ขอขอบคุณทุกคนที่ทนฟัง แล้วเดี๋ยวกลับมาสวดมนต์สวดพรกันให้เป็นที่สบายใจ
เอาล่ะ เราก็มาเตรียมการสวดมนต์สวดพรกันต่อไป แต่ก่อนอื่นวันนี้ถือเป็นวันสำคัญและเป็นวันมงคล สำหรับอาจารย์รัศมี ชุติมา เนื่องจากเป็นวันคล้ายวันเกิดคุณสมใจ คงมนต์ ก็เป็นวันสิริมงคลเนื่องจากเป็นวันคล้ายวันเกิดอีกเหมือนกัน ดร.วันพร จาปะเกษตร์ ก็ถือเป็นวันมงคลประจำชีวิต เช่นเดียวกันทั้ง 3 ท่าน อาจารย์รัศมี ชุติมา คุณสมใจ คงมนต์ ดร.วันพร จาปะเกษตร์ ก็มาขอพรพร้อมกันกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์ อันมีพระรัตนตรัยเป็นสรณะที่พึ่งสูงสุด ขอให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์มาอำนวยอวยพรให้ 3 ท่าน ประสบความสำเร็จสุขในชีวิตทุกๆ ด้าน ปราศจากทุกข์ โศก โรคภัยไข้เจ็บ อุปสรรค หนี้สิน และศัตรูใดๆ ให้สมความปรารถนาในสรรพสิ่ง สุขสันต์วันเกิดแด่ทุกท่านทั้ง 3 ท่าน
จากนี้ไปเราก็มาดูเนื้อหาสาระ เพลง สหศรัทธาศาล ศาลาสานปัญญา คำร้อง วาทะธรรม ขำขัน เล่ม 3/1 ครูธวัช คณิตกุล ทำนองและเสียงร้อง AI จัดทำโดย อาจารย์ปัญจพล จิตติฉันท์
เนื้อเพลงมีอยู่ว่า สหศรัทธาศาล ศาลาสานปัญญา เป็นศาลาที่รวมความเชื่อและศรัทธาทั้งหลายมาอยู่ในจุดเดียวกัน รวมความรู้ปัญญาทั้งหลายมาอยู่ในจุดเดียวกัน เพื่อรวมทั้งศรัทธาและปัญญาให้มาอยู่ร่วมกัน เกิดเป็นศักดิ์สิทธิ์พร้อมทั้งศักยภาพอยู่ภายในตัวมนุษย์
เห็นได้ว่า ในตัวมนุษย์เป็นที่สั่งสมสะสมทุกสิ่ง ทุกอย่าง ทุกประการ เพราะฉะนั้น มนุษย์ ก. ไม่ใช่มนุษย์ ข. มนุษย์ ข. อาจจะใช้ชีวิตเรียบง่ายธรรมดา ไม่ต้องไปสนใจอะไร มีแต่เรื่องศรัทธาเล็กๆ น้อยๆ มนุษย์ ข. ก็รอดปลอดภัย มีฐานะอยู่ตามสมควรแก่ฐานะของตนเองไปได้อย่างสบายๆ ไม่ต้องไปส่งเสริมเติมเพิ่มความรู้อะไรเข้าไปในคลังสมอง แล้วก็สโตร์อารมณ์ก็ปล่อยเต็มที่ได้
อันนี้ก็เป็นเรื่องแปลกประหลาดกันอยู่ไม่ใช่น้อย มีการแสดงความสงสัยกันมาเยอะ ฉันทำจนขนาดนี้แล้ว ทำไมฉันไม่ได้ดิบได้ดีอย่างมนุษย์ ข. ซะที ก็คุณเป็นมนุษย์ ก. จุติจิตญาณกำเนิดของคุณส่งมาสูง ไม่ได้ส่งมาระดับนาย ข. มนุษย์ ข. เขาอยู่ได้สบายๆ เขามีแค่ศรัทธาเล็กๆ น้อยๆ ไม่ได้ต้องสร้างปัญญาอะไร เขาจะไปขลุกขลุ่ยอยู่กับคนระดับไหน สนทนาอะไรในสรรพสิ่งที่ไม่เข้าท่าเข้าทาง เขาก็อยู่ได้ คุยกับคุยกันเฮฮาปาร์ตี้วันๆ แล้วก็จบลงไป ไม่ได้สร้างสรรค์อะไรเลย เขาก็อยู่ได้สบาย มนุษย์ ก. ก็แปลกใจตัวเองว่ามันเป็นยังไง ฉันก็อยู่ขลุกขลุ่ยกับมนุษย์ ข. และเพื่อนๆ นาย ข. ทำไมเขามีฐานะดีขึ้น แต่ฉันไม่มีดีอย่างเขาสักที
อันนี้ก็ขอเตือนกันนะว่า คบคนให้ดูหน้า ซื้อผ้าให้ดูเนื้อ อันนี้ใช้ไม่ได้แล้ว “คบคนให้ดูราศี มีสัมพันธ์ใกล้ชิดให้ดูดวงชะตา” มันแตกต่างกัน แล้วไปขลุกขลุ่ยกับเขาอยู่ทำไมกับคนประเภทนั้น มันก็เป็นเรื่องที่น่าเสียใจ และก็น่าเป็นห่วงเป็นใยนะ
ขอให้ท่านจงผ่านพ้นสิ่งอันเป็นเรื่องศักดิ์สิทธิ์ทางใน หากท่านเป็นดวงชะตาชีวิตแบบมนุษย์ ก. ก็ขอให้ท่านสืบเสาะหาผู้ที่สนทนาธรรมในระดับที่จะทำให้วิญญาณธาตุ และธาตุรู้ของท่านมีฐานะ และมีคุณลักษณะสูงขึ้น สูงขึ้น เพื่อท่านจะได้ประสบความสำเร็จในชีวิต
แต่ขณะเดียวกันมนุษย์ ข. ท่านก็สามารถคบหาเขาได้ แต่อย่างขลุกขลุ่ยกันจนกระทั่งลืมการพัฒนาตัวเองขึ้นไปด้วยการคบบัณฑิตเสียบ้าง เพราะไปคบแต่มนุษย์ ข. มนุษย์ ข. ไม่สร้างสรรค์ ไม่มีความรู้ความสามารถ มีแต่ชวนกันให้ตกต่ำลงไป ก็มีมากมายในสังคมนี้ ก็ขอให้ประสบความสำเร็จเหมือนมนุษย์ ก. ที่กำลังติดๆ ขัดๆ จะได้ผ่านพ้นไปได้ด้วยดี ขอขอบคุณทุกคนที่เข้าร่วมพิธี
อา. 1
รวบรวมโดย คุณอ4 มิ.ย. 2569รสา กู้เกินพงษ์
บทความที่เกี่ยวข้อง
เหตุที่สุขภาพใจดี ร่างกายแข็งแรงดี แต่ทำไมมันยังทุกข์ ก็เพราะวิญญาณของคุณยังมีโลภ มีโกรธ มีหลง มีกิเลส ตัณหา อุปาทาน วิญญาณก็เลยหนัก เพราะวิญญาณของคุณไปค้านกันกับความจริงของธรรมชาติในโลกเหนือสามัญวิสัย
ออร่าที่ออกมาเป็นราศีจากตัวเรา ไม่สามารถทะลุชั้นบรรยากาศได้ ก็ไปติดอยู่แค่ในอากาศซึ่งมี Space and time คือ มีเวลาเป็นตัวบังคับร่างกาย จิตใจ และวิญญาณเรา เราก็เหมือนกับผู้ต้องโทษ ไม่สามารถจะมีอิสระ ขยับกายก็ลำบาก จะขับเคลื่อนจิตก็แสนยากเพราะวิญญาณอาฆาต
พัฒนารัศมีในตัวเองออกไปให้ไปสู่ชั้นอวกาศ ในชั้นอวกาศเราอุปมาเปรียบเทียบเป็นรังสีแห่งพรหม มีความเบาบาง ผ่อนคลาย สบาย ไม่เครียด ไม่ขึง ไม่ตึง ไม่หย่อนจนเกินไป เพราะรังสีแห่งพรหมจะเกิดความเหมาะสมกับพรหมลิขิตของทุกชีวิต
29 ม.ค. 2026
เส้นตรงที่น่าสงสัยตั้งอยู่บนฐานแห่งความงวยงง
สิ่งที่เกิดเก่า คือ การเล่นของ สิ่งที่เกิดใหม่ คือ ของเล่น
สิ่งที่เกิดใหม่ คือ ของเล่น สิ่งที่เกิดเก่า คือ การเล่นของ
จงพิสูจน์ว่า การเล่นของ และของเล่น ต่างกันอย่างไร
เพราะฉะนั้นอย่าล้อเล่น ของเล่นไม่เป็นไร แต่ถ้าเล่นของเป็นไรแน่นอน
18 ก.พ. 2026
