แชร์

“ถาม แอนด์ ทอล์ค” ครั้งที่ 38 (9 พฤษภาคม 2569)

อัพเดทล่าสุด: 11 มิ.ย. 2026
7 ผู้เข้าชม
วันที่ 9 พฤษภาคม 2569  ครั้งที่ 38  “ถาม แอนด์ ทอล์ค” 
วิญญาณอาฆาต
ครูธวัช คณิตกุล
 
ก็ขอสวัสดีทุกๆ ท่านที่ทนฟัง เรามาเปิดโครงการที่มันยังไม่นิ่ง ยังโคลงเคลงอยู่ ครั้งที่ 38 ทั้งหมดรวม 38 ครั้งแล้ว เราก็ยังมีความเพียรโดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ก็ดี สมาชิกที่เดินทางกันมาไกลๆ น่าเห็นใจในยามนี้น้ำมันกำลังเป็นปัญหา  เราก็ยังอดทนมากันได้มากพอสมควร ต้องนับถือน้ำใจแล้วล่ะว่าเรามาช่วยกัน 
 
ความรู้ของเราที่เปลี่ยนไปเรื่อยๆ จะเปลี่ยนกี่ครั้ง เปลี่ยนกี่หน ความจริงมันคือ เรื่องเดียวกัน พูดกันในเรื่องเดียวกัน แต่คนบอกว่า มันตามไม่ทัน ความจริงไม่ใช่ มันพูดในเรื่องเดียวกัน แต่แตกออกไปเป็นอะไร  กเร เต เต  เป็นปัญญาวุฒิ ปัญญาแปลว่า ความรู้ที่สูง วุฒิแปลว่า ระดับ  อย่างวุฒิการศึกษาปวช. ปวส. ปริญญาตรี โท เอก ปัญญาวุฒิ ปัญญาได้ปริญญา ก็เป็นปัญญาวุฒิใช่ไหม แล้วก็ต่อด้วยกเร เต เต   กเร เต เตแปลว่า แตกฉาน  ปัญญาแตกฉาน สะสมไปเรื่อยๆ  ทั้งทางนอกก็แตกฉานทางนอก  ทางในก็แตกฉานทางใน 
อีกไม่ช้าเราจะเป็นผู้ที่เรียกว่า มีความสามารถแบบนักกระบี่ไร้เทียมทาน นักกระบี่ไร้เทียมทานก็แปลว่าอะไรรู้ไหม  นักกระบี่ไม่มีกระเทียมกิน เป็นนักกระบี่ไร้เทียมทานคือ นักกระบี่ที่ไม่มีกระเทียมกินหรือเปล่า  ก็หวังว่าทุกคนจะเก่งโดยไม่รู้ตัว โดยไม่รู้ว่า ฉันมาถึงจุดนี้ได้ยังไง
 
ขอยกตัวอย่าง เคส 1 ติดตามงานผู้พูดมาตั้งแต่สมัยออกญาณทัสสนะ ทีวีดาวเทียม และก็มาถึงทุกวันนี้ก็ยังอุตส่าห์มาอยู่ เพราะฉะนั้น อันนี้เราจะเห็นว่า ทุกอย่างเขากำหนดให้พวกเราเป็นบิ๊กในวันข้างหน้า  เคส 1 เขาไม่ธรรมดานะ ก็มีประวัติในการติดตามงานเรื่องศักดิ์สิทธิ์มาเยอะมาก ตอนนี้เริ่ม อ๋อ อ๋อแล้ว
ก็ขอยกตัวอย่าง และก็ให้ความหวังไว้กับทุกท่านไว้เพียงเท่านี้ก่อน ขอขอบคุณทุกคนที่ทนฟัง
 
อ.โอ๊ต : ครั้งที่ 38 นี้ครับ ก็มีเรื่องที่ครูธวัชได้จะนำมาใช้ในการสนทนาธรรมในครั้งนี้ 2 อาทิตย์ที่แล้ว หนักๆ เลย ก็เป็นเรื่องของอะไรรู้ไหมครับ 2 อาทิตย์ที่ผ่านมาที่ฟังไลฟ์มา 
ครั้งนี้ 38 มีโจทย์เล็กๆ ที่ครูธวัชให้ไว้ แต่เป็นโจทย์รูปภาพก่อน แล้วเดี๋ยวเราลองมาดูกันว่า เมื่อ 2 อาทิตย์ที่ผ่านมาครูธวัชให้วาทะธรรม ขำขัน คำนี้ไว้ น่าจะเป็นคำว่าอะไร  ขอภาพก่อนครับ  อันนี้ภาพมาจากครูธวัชนะครับ  คิดว่าวาทะธรรมที่ผ่านมาเป็นวาทะธรรมที่บอกว่าอะไรบ้างครับ จำได้ไหม ใบ้ก่อน คนมีหูเยอะ (ภาพ) ก็ต้อง...สุตมยปัญญา เป็นการมยะ เปรียบ  
เฉลย “สุตมยปัญญา มย เปรียบเหมือนยมกคือ ทำซ้ำ ฟังบ่อยๆ จะเกิดปัญญา ฟังบ่อยๆ ปัญญาแตกฉาน ปัญญาวุฒิกเร เต เต”  อันนี้ที่ครูธวัชบอกไว้ .......
 
......ประชาสัมพันธ์ ห้องสมุดออนไลน์......  (เข้าด้วย QR Code)
 
ครั้งที่แล้วที่เราได้คุยกัน มีในเรื่อง 3 ประโยค 9 วลี หรือ 9 คำ  โลภ โกรธ หลง  กิเลส ตัณหา อุปาทาน  ตัณหา มานะ ทิฏฐิ ตรงนี้ยังไม่ได้คุยกันชัดเจน
-วิญญาณปะทะแรงดึงดูด แรงโน้มถ่วง และแรงกดดันของโลกและจักรวาล
-เล่นของ กับของเล่น เราคุยกันไปสั้นๆ แล้ว ก่อนที่ถามแอนด์ทอล์ค
-ศักยภาพเป็นฐานของความศักดิ์สิทธิ์ ครั้งที่แล้วที่เราคุยกัน ก็คือ ศักยภาพกับศักดิ์สิทธิ์อะไรเกิดก่อนกัน
 
ในวันนี้ที่ครูธวัชเกริ่นไว้ เราจะใช้ 2 ตัวนี้ล่ะกัน คือ จริงๆ มันกว้าง อาจจะแยกออกไปจาก 2 หัวข้อนี้ก็ได้ในการพูดคุย หรือสนทนาธรรมกันในวันนี้......
 
เพราะฉะนั้น 2 เรื่องนี้ครับ เรื่องแรกที่เราจะคุยกัน เราจะนำในเรื่องของ 3 ประโยค 9 วลี เรียกว่า 3 ประโยค 9 คำก็ได้ว่า โลภ โกรธ หลง  กิเลส ตัณหา อุปาทาน  ตัณหา มานะ ทิฏฐิ มันส่งผลต่อคำว่า วิปริต กับวิปลาส ได้ยังไงบ้าง ใครเคยได้เปิดดูในหนังสือสวดมนต์ไหมครับ แล้วมีประโยคนี้อยู่ในหนังสือสวดมนต์ เคยได้อ่านไหมครับ ......หัวข้อเขียนว่า “คาถากงเกวียนกำเกวียน ของสหปฏิบัติฯ โดย ครูธวัช คณิตกุล”  อันนี้นานแล้ว ในเนื้อหาตัวนี้ไปตกอยู่ในคาถานี้ครับ อยู่หน้า 57 .......
 
......อ่านคาถากงเกวียนกำเกวียน.........
 
ครูธวัช :  มันนานแล้ว คาถานี้เก่าแก่มากแล้ว ......
 
อ.โอ๊ต :  คาถาบทนี้ที่คัดออกมา มีทั้งเป็นเพลง แล้วที่เรามาใช้เป็นวาทะธรรมสั้นๆ  “กายค้านกาย กายทรมานกาย กลายเป็นกายวิปริต  จิตค้านจิต จิตทรมานจิต กลายเป็นจิตวิปลาส 
กายค้านจิต จิตค้านกาย กายทรมานจิต จิตทรมานกาย ค้านกันไปค้านกันมา ค้านกันมาค้านกันไป กลายเป็นกายวิปริต จิตวิปลาส (ภาคพฤติกรรม)
กายวิปริต จิตวิปลาส วิญญาณอาฆาต (ภาควิบากกรรม)”
 
เราก็เลยนำ 2 ข้อความนี้มาใช้ในการสนทนาธรรมในวันนี้.....มีคำหลักๆ คือคำนี้ “วิญญาณอาฆาต”
ครูธวัชพูดบ่อยๆ ว่า ถ้าเกิดวิญญาณอาฆาตขึ้นมาแล้ว เหนื่อยและหนักแล้ว และจะทำยังไงให้คำนี้แตกกระจายออกไปในการสนทนาธรรมในครั้งนี้ครับ
 
ขอยกตัวอย่างคำถาม 4 คำถาม ตัวอย่างเช่น
1. ถ้าตามคำสอนครูธวัช คณิตกุล อะไรคือ สาเหตุหลักที่ทำให้กายค้านกาย แล้วจิตค้านจิต จนกลายเป็นวิญญาณอาฆาต อันนี้ตัวอย่าง
2. คำว่า วิญญาณอาฆาต ในเชิงศรัทธาและเชิงปัญญา คิดว่าเป็นอย่างไรบ้าง และทำไมวิญญาณต้องอาฆาต คำถามนะครับ
3. ทำไม โลภ โกรธ หลง  กิเลส ตัณหา อุปาทาน  ตัณหา มานะ ทิฏฐิ ถึงมีผลต่อพรหมลิขิต
4. เราจะรักษาพรหมลิขิตให้ดีได้อย่างไรบ้าง
อันนี้เป็นหัวข้อคำถามที่อาจจะแคบลงมาหน่อยจากคำว่า วิญญาณอาฆาต
 
......ให้ขานชื่อแล้วแสดงความคิดเห็นได้เลยครับ......
-ช่วงแชร์ไอเดีย-
 
-มีกรณีศึกษา “วิญญาณอาฆาต”-  
เคส 2 :  .....ทุกสิ่งทุกอย่างเวรกรรมมันมีจริง ไม่ต้องไปทำอะไรเลย บางคนบอกว่า จะเกิดชาติหน้า บางครั้งกรรมมันตามทัน คนที่เขาจะต้องโดน แต่ว่าเขาไม่โดน เพราะอะไร เพราะสิ่งที่เขาปฏิบัติมา ทุกอย่างไม่โดนสำหรับเขา แต่ตัวคนที่วางแผน ที่คิดร้าย ปรากฏว่า กรรมตามขึ้นมาทัน เขายังไม่ทันที่จะทำร้าย ปรากฏว่า กรรมเขาโดนแล้ว  อันนี้เป็นเรื่องที่ไม่น่าเชื่อ เขาคิดวางแผนว่า เขาจะทำอย่างนี้ๆ ได้เงินมาเขาจะไปอย่างโน้น อย่างนี้ แต่ปรากฏว่า ทำอะไรไม่ได้เลย เขาป่วยเกิดโรคร้ายขึ้นมา บล็อกกลางอากาศ ....
.... -แค่คิดเท่านั้นเองกรรมเข้ามาแล้ว-....
แค่เขาคิดแค้นอาฆาต วางแผนจะทำร้ายเรา เขายังไม่ได้ลงมือทำ ก็เกิดวิบัติขึ้นในชีวิตเขา เกิดโรคร้าย ทุกข์ทรมาน และสุดท้ายเขาก็สิ้นชีวิตลง 
 
ครูธวัช :  นี่แหล่ะเขาจิตค้านจิต ขออธิบายนิดหนึ่งนะ คือ จิตหนึ่งของเขาเป็นจิตที่ส่งมาจากสวรรค์บริสุทธิ์มาก และอีกจิตหนึ่งที่เขาสะสมขึ้นมาในชีวิตเขา ถ้าย้อนหลังไปดูปูมหลังเขา เขาจะต้องมีเสียงซึ่งไม่สมหวัง เขาจะต้องผิดหวัง แล้วก็ไม่ได้รับการขัดเกลา อาจจะมาจากครอบครัวที่มีปัญหาในช่วงที่เขาโตขึ้นมา ครอบครัวเขาค่อนข้างลำบาก มีปัญหาหนัก
จิตตัวที่โตขึ้นมาแล้วครอบครัวมีปัญหา ไม่ได้ดั่งใจ มันสะสมเป็นวิญญาณอาฆาต แล้วก็ไปปะทะกับวิญญาณสะอาด วิญญาณสะอาดที่ส่งเขามาเกิด
 
พูดกันง่ายๆ ว่า จุติจิตของเขาบริสุทธิ์ แต่ปฏิสนธิจิตของเขาสกปรก ตรงนี้ก็อธิบายได้ว่า มันก็เกิดกายค้านกาย จิตค้านจิต กายค้านจิต จิตค้านกาย กายทรมานจิต จิตทรมานกาย ค้านกันไปค้านกันมา กลายเป็นวิญญาณอาฆาต
 
-เคส 2 เล่าต่อ-.......
ครูธวัช : วิญญาณบริสุทธิ์คนส่วนใหญ่ที่เกิดมาเขามีองค์มีอะไร วิญญาณในภาค ถ้าเป็นฝรั่งเขาเรียกว่า Soul  แต่วิญญาณในตัวเราเขาเรียก Spirit คนๆ นี้ไม่มี Spirit เลย  Spirit ก็คือ วิญญาณในตัวเรา  Soul ก็คือ วิญญาณนอกตัวที่ส่งมาเกิด มันก็เลยเกิดอาฆาตกันเกิดขึ้น อันนี้เป็นการเล่าสู่กันฟังที่ดีมาก
เคส 2 เล่าต่อ......แต่เขาก็เป็นคนที่ดีมาตลอด มีช่วงจังหวะชีวิตหนึ่งทำให้เขาเขว คงมีอะไรสักอย่างหนึ่งเข้ามา
ครูธวัช :  เจ้ากรรมนายเวร
 
เคส 2 :  เจ้ากรรมนายเวรเข้ามาทำให้เกิดเขวขึ้นมา
ครูธวัช :   .....ในช่วงของชีวิตของเขาทำให้เขาเขว เจ้ากรรมนายเวรเข้ามา ก่อนตายจะเอาแต่เรื่องไม่ดีเข้ามา.....
เคส 2 :  ก็คือ ความโลภ ความโกรธ ความหลง มันรวมกันมาเลย ออกมาในลักษณะอย่างนี้เลย แทนที่เขาจะวางแผนแล้ว เตรียมตัวแล้ว แต่เกิดเหตุกระทันหันขึ้นมา ต้องผ่าตัด ครอบครัวมีปัญหา ก็เลยเกิดเรื่องอย่างนี้ขึ้น พอได้ฟังแล้วก็ไม่คิดอะไร ก็อโหสิกรรมให้ เพราะว่าผลกรรมที่เขาได้ทำเขาคิด เพียงแค่เขาคิดก็ทำร้ายตัวเขาเองแล้ว มันเผาผลาญตัวเขาเอง ร้อนรุ่มกลุ้มอุรา เผาพลาญมากจนเกิดถึงวาระนี้  ก็เลยบอกว่า อย่าโมโห อย่าเคียดแค้น กรรมที่เขาได้ทำมันก็เกิดขึ้นกับเขาแล้ว ก็อโหสิกรรมให้เขาแล้ว ทำบุญ ใส่บาตรให้เขาแล้ว......
 
ครูธวัช :  ผีที่ตายแบบนี้ไม่มีฤทธิ์มีอำนาจหรอก อย่าไปกลัว
 
เคส 2 :  อีกข้อนึงนะคะ พอพูดมาก็นึกถึงตอนที่องค์ลง(แล้วมีเสียงร้อง) บางทีก็องค์แรง มีส่วนเกี่ยวข้องในจิตวิญญาณอาฆาตไหม พลังที่เข้ามา
ครูธวัช :  มันเกิดคลื่นแทรกสอด  คือคำว่า คลื่นสอดแทรกกับแทรกสอดรู้ใช่ไหมก็เป็นฟิสิกส์เบื้องต้น เป็นฟิสิกส์ขั้นต้น คลื่นสอดแทรกของเราเจอคลื่นแทรกสอด เอาแค่นี้ก่อน เดี๋ยวอธิบายไปแล้วยาว อันนี้ฟิสิกส์  ชีวฟิสิกส์ ไม่ใช่เคมี เป็นชีวฟิสิกส์......พวกที่เรียนชีวฟิสิกส์ก็จะรู้เรื่องคลื่นสอดแทรกกับคลื่นแทรกสอด แล้วก็วนไปวนมาก็ไปเข้าหลักวิชาการ
ขอบคุณเคส 2 ที่เอาเรื่องดีๆ มาเล่าให้ฟัง
 
-ช่วงแชร์ไอเดีย-
 
ครูธวัช : ใครเสียโอกาสในตอนนี้วันนี้ ต้องรออีกเดือนนึงนะ หากว่าเกิดมีข้อเสนอดีๆ ต้องไปเก็บกดอีกเดือนนึงจึงจะเอามาปล่อยได้นะ  
 
-ช่วงแชร์ไอเดีย-
 
ครูธวัช :  มีซาวด์เสียงดูแล้วนะ มีความสนใจเรื่อง “วิญญาณอาฆาต” กันค่อนข้างมาก เพราะว่าแทบทุกคนก็โดนกันมา ตอนนี้อยากจะให้ข้อรู้นิดหนึ่งว่า คำว่า วิญญาณอาฆาต ที่จริงแล้วจริงๆ ในเนื้อหาจริงๆ ของมันคือ วิญญาณมันผิดธรรมชาติ ถ้าใช้ภาษาอันนี้กลัวว่า คนทั่วไปจะไม่สะดุดใจ
วิญญาณผิดธรรมชาติ ก็คือ วิญญาณอาฆาต แล้วทำไมมันผิดธรรมชาติ ถ้าบอกว่า วิญญาณผิดธรรมชาติ คนก็ฟังแล้วจืดๆ แต่พอบอกวิญญาณอาฆาต แกงเผ็ดเลย น้ำพริกครกรสจัดเลย
 
ตอนนี้ความจริงมันก็คืออะไร มันก็ผิดธรรมชาติ เช่น  ธรรมชาติเขาสั่งมาว่า นาย ก. เธอมาอยู่กับสถาบัน หรือสถานที่เดียวกับนาย ข. จะต้องร่วมกันสร้างสรรค์สถาบันนะ ให้สถาบันนี้มันอยู่ได้ หรือเจริญรุ่งเรืองขึ้น  คำสั่งอันนี้ซึ่งไม่สามารถจะมีใครเข้าใจได้ง่ายๆ แล้วก็ยอมรับ ถึงเข้าใจก็ไม่ยอมรับง่ายๆ
นาย ก. กับนาย ข. เป็นเต็ง 1 ของสถาบันแห่งหนึ่ง สมมติ  เกิดนาย ก. หรือ นาย ข. คนใดคนหนึ่งปฏิบัติต่อกัน ต่อผลงานแบบผิดธรรมชาติ ทำลายเอา ทำร้ายเอา ทำลายเอา กาลเวลาก็ผ่านไป พอสักวันหนึ่งนาย ก. หรือนาย ข. สมมตินาย ข. ก็จะมีวิบัติเกิดขึ้น  นี่เห็นไหมมันทำชั่ว วิญญาณอาฆาตมันแล้ว ก็จริง คำว่า วิญญาณอาฆาตมันแล้ว  วิญญาณจัดการกับมันแล้ว  สิ่งศักดิ์สิทธิ์เล่นงานมันแล้ว  ยมทูตมาจัดการแล้ว  เขาถามว่า จริงไหม ก็จริง  แต่ถ้าเราเอาปัญญา อันนี้ศรัทธานะ
 
แต่ถ้าเราจะเอาปัญญา วิญญาณอาฆาต คือ วิญญาณที่ไม่ดำเนินไปตามกฎของธรรมชาติ เพราะกฎของธรรมชาติ เหนือสามัญวิสัยเขาสั่งให้มาสร้างสรรค์ แล้วมันมาทำลาย จะทำลายด้วยเหตุความเข้าใจผิด แล้วไม่ สมมติมีบางคนก็มาสั่งการเลย กำหนดการในองค์กรนั้นเลยนะ ทั้งที่ไม่ได้รู้สร้อยสนกลในขององค์กร ก็มาสั่งการเลย ทำไมผู้บริหารไม่ทำอย่างนี้ ไม่ทำอย่างนี้ ไม่ทำอย่างนี้  ผู้บริหารเขาก็ไม่สามารถจะทำได้ใช่ไหม เขาก็ต้องดำเนินไปตามกระบวนการของเขา เข้ามาแซงชั่น มาแทรกแซง มาสร้างความเดือดร้อน มาสร้างปัญหา นี่คือ วิญญาณอาฆาต
ทำไปต้นๆ ระยะแรกอาจจะไม่เท่าไหร่ มันก็ยังมีพลังต่อต้านยังดีอยู่  ภูมิต้านทานยังดีอยู่  พอต่อไป ต่อไป เจอวิบัติซะแล้ว อย่างนี้เขาเรียกว่า วิญญาณผิดธรรมชาติ
 
ถ้าเราจะเปลี่ยนคำนี้บอกวิญญาณอาฆาต มันจะไม่สะดุดใจ นี่คุณคนนี้มีอันเป็นไปแล้ว วิญญาณผิดธรรมชาติ  ก็ฟังแล้วจืดๆ  โอ นี่วิญญาณอาฆาตเล่นงานแล้ว จัดการกับมันแล้ว มันแย่แล้ว ไปไม่รอดแล้ว อะไรทำนองนี้นะ ฝากไว้ช่วยกันคิด
ที่จริงมันไม่มีอะไรจริงๆ คนที่เข้าใจอะไรตัวเองผิด สำคัญตัวเองผิด ฟาดหัวฟาดหางโดยไม่รู้ว่า จะทำไปทำไม ทุกอย่างมันเข้าตัวหมด มันเข้าตัวเองหมด  กูต้องใหญ่ กูต้องโต กูต้องมีบทบาท กูต้องมีผลประโยชน์ กูต้องได้  ถ้ากูไม่ได้กูไม่ยอม คนนั้นทำไมมันยังทำแล้วไม่เห็นเป็นอะไร คิวมัน คิวมันยังมาไม่ถึง
 
พอคิวมาไม่ถึง ปัญหาอันหนึ่งเกิดขึ้นอะไร เกิดขึ้นกับบริวาร  แล้วบริวารมาเกี่ยวอะไร สมมตินาย ก. รวยเป็นมหาเศรษฐี ถามว่าบริวารนาย ก. สบายขึ้นด้วยไหม ถึงนาย ก. ไม่เอื้อเฟื้อ แต่นาย ก. ก็ไม่ไปเบียดเบียนบริวารใช่ไหม
นาย ข. เกิดมีชื่อเสียงใหญ่โต มีอำนาจขึ้นมาในองค์กร ในสถาบัน บริวารนาย ข.  ก็พลอยสบายไปด้วย  
ตรงกันข้าม นาย ก. นาย ข. ทำกรรมไว้  แต่นาย ก. นาย ข. เกิดมีภูมิต้านทานตั้งแต่ภพ ตั้งแต่ชาติ ภพเก่าแล้วก็ชาติใหม่  กระแสกรรมอันนี้ก็ไปโดนบริวาร บริวารนาย ก. นาย ข.   นาย ก. นาย ข. ยิ่งใหญ่ร่ำรวย บริวารก็พลอยได้รับประโยชน์ไปด้วย  นาย ก. นาย ข. โชคร้ายตกอับย่อยยับ ยับเยิน  บริวารนาย ก. นาย ข. โชคดีไหม ไม่ดี 
กลับกัน เมื่อกรรมที่นาย ก. ก่อ  กรรมที่นาย ข. ก่อ มันยังไม่ถึงคิวนาย ก. นาย ข. มันก็ไปโดนกับบริวาร นาย ก. กลุ้มใจไหมเมื่อบริวารตัวเองแย่ กลุ้มใจไหม นาย ก. มีทุกข์ นาย ข. มีทุกข์ ก็ต้องกลุ้มใจเป็นธรรมดา  อันนี้เขาเรียกว่า กฎแห่งกรรมไม่เข้าใครออกใคร
 
แต่คนที่มันโอหัง จองหอง พองขน เพราะมันคิดว่ามันไม่เป็นอะไรใช่ไหม ทำมากี่ที กี่ที ไม่เห็นเป็นอะไร ก็อยู่อย่างสบาย  ยังสร้างอำนาจเถื่อนขึ้นมาได้อีกเยอะแยะอย่างนี้  อันนี้ไม่มีนัยยะนะ อย่าเข้าใจผิดนะ ไม่มีนัยยะจะไปว่าใคร
เอาล่ะ ขอบคุณ อ.โอ๊ตเชิญต่อ
 
-ช่วงแชร์ไอเดีย-
แสดงความคิดเห็น
 
กรณีศึกษา เคส 3 ........(เล่าเรื่อง).......
เคส 3 :  ....เกิดผลกระทบกับบริวาร เกิดปัญหาความเจ็บป่วยซึ่งตรงกับโรคที่ครูธวัชได้สอนมา.....
คำถาม :  แล้วต้องทำยังไงดี
เคส 3 :  ก็ต้องให้เขาเกิดการเรียนรู้ก่อน เพราะว่าเหมือนเรามาปฏิบัติในระดับหนึ่งให้เขา แต่ก็ไม่สามารถที่จะทดแทนกันได้ทั้งหมด .......
ครูธวัช :  บอกสาเหตุสิว่า เชื่อว่า กรรมของการปล่อยปละละเลยในหน้าที่ของเคส 2 ไปกระทบบริวารเพราะอะไร เพราะอะไรถึงเชื่อ 
เคส 3 :  รู้ทุกอย่างแต่ไม่ทำ ทำเท่าที่จะทำได้ และคิดว่าแค่นั้นก็น่าจะเพียงพอ เพราะเรื่องบางเรื่องไม่สามารถที่จะกระทำได้ เพราะว่ามันต้องเกิดจากแรงที่ครูธวัชบอกก็คือ ระหว่างเอบี ทำฝ่ายเดียว อีกฝ่ายไม่ทำก็ไม่มีผลค่ะ
 
ครูธวัช :  เพิ่มเติมนิดหนึ่ง ประวัติเคส 3 สรุปสั้นๆ ก็คือว่า ครอบครัวเห็นชัดที่สุด ก็คือ เป็นครอบครัวศักดิ์สิทธิ์ รายละเอียด 1 2 3 พูดไม่หมด เป็นครอบครัวศักดิ์สิทธิ์ แล้วเคส 3 ก็มีชีวิตอยู่ที่นี่แบบว่า คล้ายๆ ไม่ค่อยอยากรับรู้ (...เคส 2 ตอบว่า อยู่ไปวันๆ...) จนกระทั่งร่างกายผอมปี๋เชียว
ตอนนี้เคส 3 ก็บอกว่า ฉันไม่สนใจอะไรเลย แต่ฉันก็อยู่อย่างปกติ และฉันก็กินอิ่มอิ่มนอนหลับสบายใจ  ก็บอกเคส 3 ว่า ระวังนะ มันกระทบบริวาร บริวารก็เป็นสาวรุ่นเจน Z  ก็กระทบ โดนกระทบ เป็นโรคประหลาดๆ ไม่เหมือนชาวบ้าน ......สามสี่โรคล้วนแต่โรคที่คนอื่นเขาไม่ค่อยเป็นกัน
แล้วเคส 3 ก็ขยันมาฟังทน มาทนฟังอยู่พักนึง ถามว่า บริวารดีขึ้นไหม บอกดีขึ้น  นี่คือ กระทบบริวาร ก็เคส 3 มีภูมิต้านทาน ไม่โดนตัวเอง ก็กระทบบริวาร  ฟังก็ไม่ค่อยจะปกตินะ กระทบบริวารได้ยังไง
 
คำถาม :  อะไรเป็นตัวกระตุ้นทำให้เชื่อ ถึงเปลี่ยนความคิดได้
เคส 2 :  จริงๆ ความเชื่อและศรัทธามีมานานแล้ว เพียงแต่ว่าเหมือนกับเบื่อโลก ปลง เพราะเป็นคนค่อนข้างจะอินโทรเวิร์ตสูง แล้วก็เหมือนกับโดนบังคับให้ต้องมาพบปะกับคนเยอะๆ
 
ครูธวัช : เคส 3 มีความรู้สึกเหมือนเรื่อยๆ เปื่อยๆ เฉื่อยๆ เฉยๆ แล้วก็เจ็กลากไปก็ไป ไทยลากมาก็มา แขกลากลงก็ลง ฝรั่งฉุดขึ้นก็ขึ้น คือ มันน่าเห็นใจในสถานที่แห่งนี้ คนก็คิดว่า อยู่อย่างนี้ก็สบายแล้ว มายุ่งอะไร จะคิดตามอำเภอใจจะมาทำไม จะพูดตามอำเภอใจ จะทำตามอำเภอใจ ใครจะมาทำไม อ้าว ใครจะไปทำไม มันเป็นสิทธิ์ของทุกคนใช่ไหม
แต่มันมีข้อกำหนดอันหนึ่งว่า มาอยู่ที่นี่เพราะพระพรหมกำหนด เมื่อเกินกำหนด พระยมทำอะไร พระยมเก็บหมด เก็บตัวเองยังไม่ได้ ก็ไปเก็บบริวาร ทีละราย สองราย  แล้วถามบอกว่า แล้วบริวารเกี่ยวอะไร  ถ้าเคส 3 มีมรดกจะยกให้ใคร ถ้ามีมรดกเยอะๆ จะยกให้ใครตอนนี้  ก็ต้องยกให้ลูก  อันนี้คือ ตรรกศาสตร์ Logic
 
-ช่วงแชร์ไอเดีย-
แสดงความคิดเห็น
 
ครูธวัช : เราสัญญาว่า คราวหน้า จะไม่ปล่อยให้เวทีกร่อยอย่างนี้ ไม่อร่อยเท่าที่ควร แต่ก็มีหลายคนทำให้อร่อยเหมือนกันนะ หลายคนทำให้เวทีนี้อร่อย แต่ว่าถ้าทั่วไปแล้วมันกร่อยไป มันจืดไป คราวหน้าจะมีระฆัง ระฆังสติ  ใครจะเป็นคนตีระฆัง  อ.โอ๊ตไม่เกี่ยว  ตอนนี้เราจะปรับปรุงไปเรื่อยๆ
วันนี้ถามแอนด์ทอล์คก็พอสมควรว่ากันจริงๆ  ประโยชน์ที่ได้ก็มากพอสมควรถ้าคิดกันดีๆ
 
ทีนี้กลับมา 9 ตัว ถ้าหากว่าใครยังเครียดอยู่ เกี่ยวกับความต้องการอยากได้  ให้คิดแบบ paradox  คิดแบบ paradox คือ ตัวแรกคืออะไร โลภใช่ไหม paradox คือ ย้อนแย้ง พยายามลดความโลภลงเถอะ แล้วกลับตรงกันข้ามนะ มันกลับจะได้มา  พอเราสมมติว่า เราโลภ โลภ เพราะตัวโลภตัวนี้มันสาเหตุอีก 8 ตัวนั่นแหล่ะ  
ยิ่งคิดอยากได้  ยิ่งคิดพยาบาทอาฆาต  ยิ่งคิดแค้น ไม่สิ้นสุดเลย เอาความโลภ คนอยากได้มีลาภเยอะๆ ทุกคน คนพูดก็อยาก  แต่พอเรามาคิดกันในแง่ว่า โลภไปก็เท่านั้น มีที่อยู่ มีที่กิน มีที่ถ่าย มีที่นอน พอแล้ว วางใจอย่างนี้สักระยะยาว เดี๋ยวหันมาดูเถอะ คนๆ นั้นจะได้โชค ได้ลาภ ได้อะไร กลับตรงกันข้ามเลย
 
แต่ถ้ายิ่งอยากได้ อยากได้ ทำไมยังไม่ได้สักที ทำไมยังไม่ได้สักที เอาละอยู่นั่นแหละ แล้วตัวโลภตัวนี้จะเป็นตัวสาเหตุของความโกรธ โกรธไม่สิ้นสุด โกรธนี่ก็รวมทั้งพยาบาทอาฆาต จองเวรจองกรรมด้วย แล้วไม่ช้าก็ล่องจุ๊นแน่นอน 
อย่างที่บอกแล้วว่า อาฆาต ความจริงคือ ผิดธรรมชาติ  ถ้าหากผลของอาฆาตเกิดขึ้นมาจริง แบบแปลกๆ แบบเหนือสามัญวิสัย อันนั้นคือ ธรรมชาติเหนือสามัญวิสัยเขากำหนดมา แล้วคุณไปผิดธรรมชาติ ก็คือ อาฆาต  หลงไปไม่ถูกทางเลย
แทนที่ปีนี้ทำมาหากินอย่างนี้ ปลายปีจะมีโชค มีลาภ จะมีผลกำไร กลับกลายเป็นทำมาหากินคนละแบบ ไปเปลี่ยนอาชีพ ไปเปลี่ยนอะไรซะอย่างนั้น เสร็จแล้วโลภ โกรธ หลง แล้วผลตามมา คือ กิเลส  เศร้าหมอง ตัณหาไม่ได้ อยากได้แต่ไม่ได้ อุปาทาน ตอนนี้ไประแวงละ สงสัยเรายังไม่ได้รับเสด็จแม่อีกองค์หนึ่ง ก็ไหนบอกว่าแม่องค์นี้มาแล้วจะช่วยลูก แม่องค์แรกที่มาอยู่ในตัวเรา ช่วยเราไม่ได้ซะแล้ว เดี๋ยวเราลืมไป ต้องไปรับเสด็จแม่อีกองค์นึงก่อน คอยดูนะรับเสด็จแม่องค์ต่อมา แล้วถ้าดีขึ้นเราจะทิ้งแม่องค์เก่าเลย  ถ้าเป็นรูปปั้น รูปบูชา ก็อาจจะไปโยนทิ้ง
กิเลส ตัณหา อุปาทาน อุปาทานก็เกิดขึ้น อุปาทานคือ ความยึดมั่น ถือมั่น องค์นี้สงสัยจะไม่เก่งจริง ช่วยเราไม่ได้  เดี๋ยวต้องเลิก ไปรับองค์ใหม่ จากอาจารย์พานครู ไปขออาจารย์ ไปขอพานครูมาบูชา แล้วองค์ใหม่มา องค์เก่าเอาไปโยนทิ้ง......
 
ก็จบลงตรงที่ว่า โลภอันตรายนะ โกรธอันตรายมาก หลงเป็นผลพวง  โลภ โกรธ หลง  กิเลสคือ เครื่องเศร้าหมองจากความโลภ  ตัณหาคือ ความอยากจากความโลภ  อุปาทานคือ หลงยึดนู่น ยึดนี่ ยึดนั่น  
สิ่งที่ควรยึด เช่น บารมีพระรัตนตรัยยึดให้มั่น  พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์  คุณพ่อคุณแม่ คุณบิดามารดา คุณครูบาอาจารย์ แล้วก็ผู้มีพระคุณ อันนี้ยึดไว้ อย่าลบหลู่ อย่าดูหมิ่น  อย่าทรยศ อันนี้พอแล้ว พอเพียงแล้ว แต่ส่วนจะเอาอะไรเสริมความรู้ของตัวเองก็เสริมไปเถอะ ไม่ว่ากัน
ก็ขอแนะนำอย่างนี้ว่า อาฆาต คือ ผิดธรรมชาติทางเหนือสามัญวิสัย อาฆาตนะ คือ คิดผิด พูดผิด ทำผิด ธรรมชาติเหนือสามัญวิสัย  ก็วันนี้คงพอได้น้ำได้เนื้อนะ ก็จบลงคงไว้แต่เพียงเท่านี้ ขอบคุณทุกคนที่มาทนร่วมพิธี ขอบคุณอีกทีหนึ่ง
 

บทความที่เกี่ยวข้อง
EP. 1852    ก่อนวันสำคัญ 20 มกราคม 2569 ครูฝาก 3 เรื่อง
อา. 18 ม.ค. 2569 ก่อนวันสำคัญ 20 มกราคม 2569 ครูฝาก 3 เรื่อง 1.พรหมโลก 2.ไหว้ครูไหว้ใคร 3. สตอรี่หมา สตอแหลคน
25 ม.ค. 2026
EP. 1863    เรขาคณิต (กุล) พิสูจน์กรรม (ส. 31 ม.ค. 2569)
ถ้าคุณทำกายของคุณให้เบา ทำใจให้ปลอดโปร่งโล่งสบาย ลดความโลภสักนิด คุณจะเข้าใจว่า วิบากกรรมในภพเก่าของเรา ที่มาเชื่อมต่อวิบากกรรมคือ ผลกรรมที่เราทำไว้ในชาตินี้ที่เริ่มจำความ มันผิดตรงไหน มันต้องแก้ไขตรงไหน มันต้องยอมตรงไหน ไม่ยอมตรงไหน
3 ก.พ. 2026
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy