แชร์

EP. 1851     ไหว้ครู ไหว้ใคร   ไหว้กันไป ไหว้กันมา  ไหว้กันมา ไหว้กันไป เพราะใครๆ ก็เป็นได้ทั้งศิษย์และครู  แด่คุณครูด้วยดวงใจ ให้กับครูที่มีตัวตน เป็นอณู จำกัดจำนวน  แด่คุณครูด้วยดวงวิญญาณ ให้กับครูที่ไม่มีตัวตน เป็นปรมาณู ไม่จำกัดจำนวน  ทั้งครูที่มีตัวต

อัพเดทล่าสุด: 4 ก.พ. 2026
10 ผู้เข้าชม
สวัสดีทุกท่าน วันนี้วันครู แต่เป็นวันครูแห่งชาติ  อีก 4 วันเป็นวันไหว้ครูของสหปฏิบัติฯ คำว่า ครู มีความยิ่งใหญ่ และใหญ่ยิ่งสำหรับทุกชีวิต ใครไม่รู้จักครู คนนั้นหาใช่  จะรุนแรงไปหรือเปล่า ใครไม่รู้จักครู คนนั้นหาใช่ ไปเติมความในช่องว่างเอาเอง 
วันนี้วันศุกร์ที่ 16 เดือนมกราคม พุทธศักราช 2569  คริสต์ศักราช 2026  เป็นวันแรม 13 ค่ำ เดือน 2 ปีมะเส็ง  ความหมายของการไหว้ครูของเราชาวสหปฏิบัติฯ อยู่ที่เนื้อเพลงที่สำคัญตอนหนึ่งว่า  “ไหว้ครู ไหว้ใคร”  ไหว้กันไปไหว้กันมา  ไหว้กันมาแล้วก็ไหว้กันไป  อันนี้ไม่ใช่ว่ายน้ำ เดี๋ยวคิดว่าว่ายน้ำสวนกันไปสวนกันมา  คนหนึ่งว่ายมาทางนี้  คนหนึ่งว่ายไปทางนั้น ก็จะยุ่งกันใหญ่ 
ทำไมเราถึงต้องมาแต่งสำนวนอย่างนี้ขึ้นมา  เพื่อบอกอะไร ไหว้ครู ไหว้ใคร  ไหว้กันไปไหว้กันมา ไหว้กันมาไหว้กันไป เพราะใครๆ ก็เป็นได้ทั้งศิษย์และครู บางคนบอกอย่างนี้เป็นคำเฟ้อ ไม่เหมาะสมแก่การรจนา หรือตกแต่งภาษาอะไรขึ้นมา  อย่างวันนี้อาจารย์หลง สมศักดิ์ รักไพบูลย์สมบัติ  ก็หยิบเนื้อเพลงใหม่เอี่ยมอ่องมาให้ดูเพลงหนึ่ง  หัวข้อเพลงเป็นหัวข้อที่เป็นอมตะ  เดี๋ยวอีกสักไม่กี่วัน อาจารย์หลง หรือครูหลงคงจะนำมาให้ดู 
เอาล่ะ กลับมาที่เดิม ไหว้ครู ไหว้ใคร  ไหว้กันไปไหว้กันมา ไหว้กันมาไหว้กันไป  เพราะใครๆ ก็เป็นได้ทั้งศิษย์และครู  ท่านถึงพร้อมแล้วหรือยังที่จะเป็นครูของเขา  แล้วท่านพร้อมที่จะทำตัวเป็นศิษย์ที่ดีของเขา  เป็นครูที่ดีของเขา และเป็นศิษย์ที่ดีของเขา  เป็นผู้ที่เหมาะสมแก่การเป็นครูแล้วหรือยัง  เป็นผู้ที่เหมาะสมแก่การเป็นศิษย์แล้วหรือยัง  
คนบอกมันเรื่องอะไร ฉันไม่ได้มีอาชีพครู ฉันมีอาชีพทำอย่างนั้น ทำงานนี้ ทำงานโน้น  อย่าเข้าใจผิด   ทุกคนไม่ว่าจะเป็นใคร เป็นครูเขาทั้งนั้น  ทุกคนไม่ว่าจะเป็นใคร ก็เป็นศิษย์เขาทั้งนั้น  พูดกันง่ายๆ ว่า ศิษย์มีครู แล้วก็ครูก็มีศิษย์  ไม่ต้องไปพูดถึงระดับอมตะว่า พ่อแม่เป็นครูคนแรกของลูก  “แด่คุณครูด้วยดวงใจ ให้กับครูที่มีตัวตน เป็นอณู จำกัดจำนวน  แด่คุณครูด้วยดวงวิญญาณ ให้กับครูที่ไม่มีตัวตน เป็นปรมาณู ไม่จำกัดจำนวน ทั้งครูที่มีตัวตน และไม่มีตัวตน”  อาจจะยาก เข้าใจยากไปนิดหนึ่งนะ “ควรมีทั้งศักยภาพ”  คือ ความเก่ง กล้า สามารถ และความดี  “และความศักดิ์สิทธิ์” 
ทำไมวันนี้เราจึงเอาเนื้อเพลงคำนี้มากล่าวขาน  “ไหว้ครู ไหว้ใคร”  ไหว้กันไปไหว้กันมา ไหว้กันมาไหว้กันไป เพราะใครๆ ก็เป็นได้ทั้งศิษย์และครู  แด่คุณครูด้วยดวงใจ  ให้กับครูที่มีตัวตน  นี่ต้องคิดตามแล้วนะ ครูที่มีตัวตน  เราจะให้พรว่า แด่คุณครูด้วยดวงใจ เป็นอณู อณู แปลว่า สิ่งที่จับต้องได้  จำกัดจำนวน  ครูที่จับต้องได้ มีจำกัดจำนวน  ก็ไม่รู้ครูในโลกนี้มีกี่ล้านคน ก็ไม่รู้  
แด่คุณครูด้วยดวงวิญญาณ ให้กับครูที่ไม่มีตัวตน อันนี้นับไม่ถ้วนเลย นับไม่ได้ ไม่ใช่นับไม่ถ้วน  เป็นปรมาณู ไม่จำกัดจำนวน  “เพราะความสำคัญอยู่ตรงที่ว่า ทั้งครูที่มีตัวตน และไม่มีตัวตน ควรมีทั้งศักยภาพ ต้องรวมทั้งคุณความดีด้วย และความศักดิ์สิทธิ์”  
ทุกคนคงจะไม่ได้ยอมรับ หรือหลายคนคงไม่ยอมเข้าใจว่า ตัวเองจะต้องทำตัวเป็นครู ทุกคนคงจะไม่มีใครยอมรับ และไม่ค่อยยอมเข้าใจง่ายๆ ว่า ตัวเองจะต้องทำตัวให้เหมาะสมกับการเป็นศิษย์  ก็ปรากฏว่าฐานะของแต่ละคน แต่ละคน ก็กลายเป็นสับสนวุ่นวาย  สับสนวุ่นวายอย่างไร  คนที่จะต้องวางตัวให้เป็นศิษย์ที่ดีของครู แล้วก็จะต้องทำตัวให้ตัวเองพร้อมเป็นครูที่ดีของศิษย์อยู่ในคนๆ เดียวกัน  
พูดอย่างนี้เข้าใจยาก เข้าใจลำบาก  แต่สักวันหนึ่งประโยคเหล่านี้ จะเป็นที่เข้าใจของผู้ที่ได้รับความทุกข์ ความทุกข์ยากอย่างแสนสาหัสสากรรจ์ หรือถึงเวลานั้นสังคมอยู่ในสภาพที่ระส่ำระสาย  วุ่นวายทุกข์ทรมาน เกิดความสับสนอลหม่าน  คนก็จะมาเริ่มตั้งสติ ตั้งตัวกันใหม่ว่า  สงสัยว่าเราทำตัวเป็นศิษย์ที่ไม่เหมาะสมกับการเป็นศิษย์  สงสัยเราวางตัวที่เตรียมพร้อมจะเป็นครูที่ไม่เหมาะสมกับการเป็นครู  ภาษาวัยรุ่นเขาเรียกว่า มาเซ็ทซีโร่ใหม่  มาเริ่มนับจากศูนย์  จากศูนย์กันใหม่  ตั้งศูนย์กันใหม่ ว่าอย่างนั้นเถอะ 
เพราะถ้าหากว่า จิตสำนึกเราไม่ได้คิดถึงอย่างนี้เลย คิดถึงที่พูดมาทั้งหมดนี้เลย วิญญาณภายในที่พร้อมจะศักดิ์สิทธิ์ ก็คอย รอคอย   เช่น  วิญญาณนาย ก. อยู่ในภายใน  รอคอยให้นาย ก.  มีจิตสำนึกทั้ง 2 ประการ คือ จิตสำนึกของการเป็นครู  ถึงนาย ก.จะมีฐานะอะไรก็แล้วแต่ จะอยู่ในฐานะอะไรก็แล้วแต่  อยู่ในวัยใดก็แล้วแต่  อยู่ในอาชีพอะไรก็แล้วแต่  นาย ก.ไม่เคยคิดเรื่องแบบนี้เลย 
พูดกันง่ายๆ ที่พูดมาทั้งหมด นาย ก. ไม่เคยคิดว่าตัวเองจะเป็นครู  จะต้องวางจิตสำนึกให้เป็นครู  แล้วขณะเดียวกันนาย ก. ก็ไม่เคยคิดว่า ขณะที่ตัวเองต้องมีจิตสำนึกในการเป็นครู  ตนเองก็ต้องมีจิตสำนึกในการเป็นศิษย์  นาย ก. ไม่เคยคิดทั้ง 2 อย่าง 
ถ้าเกิดบังเอิญ นาย ก. มีอาชีพ มีวิชาชีพ มีอาชีพเป็นครู รับสอนหนังสือ  นาย ก. จะคิดแต่แค่ ฉันมีหน้าที่เป็นครู เช้าฉันก็แต่งตัวออกไปสอนหนังสือ เย็นฉันก็กลับบ้าน เท่านี้ก็พอแล้ว  จิตวิญญาณของนาย ก. จะปั่นป่วนนาย ก. อยู่ภายใน  เมื่อไหร่ นาย ก. จะมีจิตสำนึกของความเป็นครู พร้อมทั้งมีจิตสำนึกของความเป็นศิษย์กับเขาเสียที  นาย ก. ไม่เคยคิด ไม่เคยคิดถึง ไม่เคยมีจิตสำนึกถึงความรู้สึกที่จะเป็นครู ต้องทำตัว วางตัวอย่างไร  นาย ก. ไม่เคยมีจิตสำนึกของความคิดที่จะเป็นศิษย์ ต้องคิดอย่างไร  นาย ก.ไม่เคยคิด ไม่เคยมีจิตสำนึก  
นาย ก. ได้แต่ทุกข์ ทุกข์ทรมานว่า ทำไมเราจึงมีความทุกข์เรื่องนั้นยังไม่จบ แล้วเราก็มาทุกข์เรื่องนี้ขึ้นอีกแล้ว แล้วเรื่องนี้ก็ยังไม่จบ ทำไมเรายังไม่สามารถจะแก้ไขปัญหาเรื่องนั้นให้สิ้นสุด  ปัญหาเรื่องนี้เกิดขึ้นมาอีกแล้ว  นาย ก. จะต้องเกิดความสับสนวุ่นวายในชีวิต เพราะวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ในตัวนาย ก. ไม่สามารถ  ไม่สามารถจะส่งความศักดิ์สิทธิ์ ให้กับนาย ก. ได้   ความศักดิ์สิทธิ์ในตัวนาย ก. ไม่ได้อยู่ในฐานะที่จะเริ่มต้นสักที  นาย ก. ไม่สามารถที่จะตั้งตนเป็นคนมีศักยภาพได้อย่างเหมาะสม  นาย ก. ไม่สามารถจะตั้งตนเป็นคนมีศักยภาพ  ศักยภาพซึ่งแปลว่า เก่ง กล้า สามารถ และคุณความดีอะไรอย่างจริงๆ จังๆ  ทำอะไรก็ไม่ประสบความสำเร็จ  ได้แต่แตะตรงนั้นที  แตะตรงนี้ที  แตะตรงโน้นที ไม่ประสบความสำเร็จ คือ นาย ก. ขาดศักยภาพ  
สุดท้ายของคำขวัญไหว้ครูวันนี้ ก็บอกว่า “ทั้งครูที่มีตัวตน และไม่มีตัวตน ควรมีทั้งศักยภาพ และความศักดิ์สิทธิ์”   ถ้านาย ก.ไม่มีศักยภาพ เพราะนาย ก. ไม่มีจิตสำนึกในความเป็นครู และนาย ก. ก็ไม่มีจิตสำนึกในความเป็นเศิษย์  ตอนเป็นศิษย์ก็คิดล้างครู คิดที่จะทำร้ายครู ตอนเป็นครู ก็คิดแต่จะเอาผลประโยชน์  จะเอาแต่สิ่งที่ตัวเองต้องการจากศิษย์ ความเป็นศิษย์ เป็นครู ไม่ใช่เริ่มต้นที่เพียงแค่มนุษย์สมมติกันขึ้นมา 
แต่ความเป็นศิษย์ เป็นครู เกิดจากวิญญาณศักดิ์สิทธิ์  พูดอย่างนี้ไม่ทราบผู้ฟังจะงง จะเห็นด้วย หรือไม่เห็นด้วย  เพราะฉะนั้นขอฝากวาทะทั้งหมดนี้ให้ทุกคนช่วยคิด  เชื่อว่า เลยวันไหว้ครูไปแล้ว คนที่สับสนชีวิต มีความทุกข์ในชีวิต ในฐานะใดก็แล้วแต่  เพราะวิญญาณไม่ศักดิ์สิทธิ์สักที  ก็จะได้เกิดจิตสำนึก ทั้งความเป็นครูในตัวเอง ก็สามารถเรียกตัวเอง จะเป็นครูสอนอะไรกับใครก็ได้  ทั้งความเป็นศิษย์ที่ตัวเองควรจะรับรู้ เรียนรู้ ไม่มีความตั้งใจอะไรสักอย่างหนึ่ง ความเป็นศิษย์ก็ไม่ยอมรับ ความเป็นครูก็ไม่ยอมรับ วิญญาณของคนๆ นั้นก็เลยไม่ศักดิ์สิทธิ์ 
เพราะฉะนั้น ขอให้ทบทวนเรื่องราวในวันนี้ให้ด้วย ชื่อเพลง ไหว้ครู ไหว้ใคร คำร้อง วาทะธรรม ขำขัน เล่ม 1  ครูธวัช คณิตกุล  ทำนองและเสียง AI  จัดทำโดย คุณพัทธนันท์ พิมานพงศภัทร   ขอทวนอีกทีหนึ่ง “ไหว้ครู ไหว้ใคร”  ไหว้กันไปไหว้กันมา ไหว้กันมาไหว้กันไป  ไม่ใช่ หน้าไหว้หลังหลอกนะ ภาษาโบราณเขากล่าวขานบุคคลประเภทหนึ่ง คนๆ นี้ มันหน้าไหว้หลังหลอก  เผลออีกแล้ว ไหว้ครู ไหว้ใคร  ไหว้กันไปไหว้กันมา ไหว้กันมาไหว้กันไป  เพราะใครๆ ก็เป็นได้ทั้งศิษย์และครู  
แด่คุณครูด้วยดวงใจ ให้กับครูที่มีตัวตน เป็นอณู จำกัดจำนวน  แด่คุณครูด้วยดวงวิญญาณ  ให้กับครูที่ไม่มีตัวตน เป็นปรมาณู ไม่จำกัดจำนวน  ทั้งครูที่มีตัวตน และไม่มีตัวตน ควรมีทั้งศักยภาพ และความศักดิ์สิทธิ์  
เชื่อเถิด ถ้าศักยภาพเกิดขึ้นในตัวท่านอย่างถูกต้อง ศักดิ์สิทธิ์เกิดขึ้นมาอย่างชัดเจน ท่านจะมีความสุขในระดับเหมาะสมกับการใช้ชีวิต อย่าทำร้ายตัวเองอยู่เลย  ขอร้องว่า อย่าทำร้ายตัวเองในการขาดจิตสำนึกในการเป็นครู  ผมไม่ใช่ครู  หนูไม่ใช่ครู  ฉันไม่ใช่ครู  ก็บอกแล้วว่า ทุกคนเป็นครู อย่าขาดจิตสำนึกในการศิษย์    ผมไม่ยอมเป็นศิษย์ใคร หนูไม่ยอมไปศิษย์ใคร หนูจบการศึกษามานานแล้ว อย่าเข้าใจผิด 
นี่คือปรัชญา ปรัชญาของวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ในตัวแต่ละคน เขาคอยอยู่ คอยที่จะช่วยเหลือ ให้ความสุขแก่ทุกๆ ท่าน  ฝากทุกท่านไปช่วยคิด  คิดออกก็ดี คิดไม่ออกก็ไม่เป็นไร  ค่อยๆ คิด  ขอขอบคุณทุกคนที่ทนฟัง 
สรุปแล้ว จิตวิญญาณที่จะศักดิ์สิทธิ์ ในตัวใครก็แล้วแต่ ขึ้นกับจิตสำนึกของคนๆ นั้น ในเรื่องของการเป็นครูที่ดี แล้วก็เป็นศิษย์ที่น่ารัก หรือเป็นศิษย์ที่ไม่คิดล้างครู รุนแรงหน่อย   ถ้าน่ารัก เบาบาง การคิดแล้วจิตสำนึกบันทึกเข้าไป ทำให้คนโชคดี  ถ้าจิตสำนึกบันทึกเข้าไปในจิตใต้สำนึกทำให้คนโชคดี  ถ้าเกิดจิตสำนึกบันทึกเข้าไปผิดๆ ก็ทำให้คนๆ นั้นกลายเป็นคนโชคร้าย ในเรื่องของจิตสำนึกของความเป็นครู และเป็นศิษย์ที่ดี มีความหมายอย่างยิ่ง  

รวบรวมโดย คุณกันติชา เวชสุรียะกุล

บทความที่เกี่ยวข้อง
EP. 1844    เมื่อไม่ได้นำวิญญาณแท้มาไหว้ครู  การครอบครูและไหว้ครูก็ไม่ได้ผลเท่าที่ควร  จิตนอบน้อมเป็นเรื่องใหญ่
วิญญาณแท้ต้องสัมพัทธ์ในการสัมผัสและสัมพันธ์   จิตศักดิ์สิทธิ์ต้องมีความศรัทธาที่ถึงพร้อมและตกผลึก
16 ม.ค. 2026
EP. 1861   สร้างสวรรค์ทั้งเป็น แล้วหลีกหนีนรกทั้งที่ยังไม่ตาย  ทำอย่างไรจึงจะมีปาฏิหาริย์ที่ดีเกิดขึ้น  เริ่มต้นจากตัวเราก่อน  1. อารมณ์    2. จิต      3. วิญญาณ  ที่ทำงานคือ ร่างกาย  จุดสุดท้ายคือ วิญญาณสร้างราศี (พฤ. 29 ม.ค. 2569)
สร้างสวรรค์ทั้งเป็น แล้วหลีกหนีนรกทั้งที่ยังไม่ตาย  ทำอย่างไรจึงจะมีปาฏิหาริย์ที่ดีเกิดขึ้น  เริ่มต้นจากตัวเราก่อน  1. อารมณ์    2. จิต      3. วิญญาณ  ที่ทำงานคือ ร่างกาย  จุดสุดท้ายคือ วิญญาณสร้างราศี กายต้องการความคล่อง จิตต้องการความนิ่ง  วิญญาณเบาบางจากโลภ โกรธ หลง  กิเลส ตัณหา อุปาทาน  โดยเฉพาะอุปาทานทางเหนือสามัญวิสัย มีส่วนอย่างมากที่ทำให้ชีวิตสับสนวุ่นวาย
3 ก.พ. 2026
EP. 1847   พระพรหม 20 ชั้น พระพิฆเนศ พระฤาษี เทพเทวดา สิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย จะเป็นองค์ใดก็แล้วแต่ ที่มีเมตตาต่อเรา มีความศักดิ์สิทธิ์ แล้วเป็นผู้ให้ความอุปการะเรา ในทางโลกก็ดี ในทางธรรมก็ดี ในทางวิญญาณก็ดี เราจะถือว่าท่านเหล่านั้นเป็นครูของเราทั้งนั้น 
พระพรหม 20 ชั้น พระพิฆเนศ พระฤาษี เทพเทวดา สิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย จะเป็นองค์ใดก็แล้วแต่ ที่มีเมตตาต่อเรา มีความศักดิ์สิทธิ์ แล้วเป็นผู้ให้ความอุปการะเรา ในทางโลกก็ดี ในทางธรรมก็ดี ในทางวิญญาณก็ดี เราจะถือว่าท่านเหล่านั้นเป็นครูของเราทั้งนั้น  ใช้ 2 รอ คือ ร. รู้ กับ ร. รู้สึก เพื่อเข้าถึงศักยภาพและศักดิ์สิทธิ์
16 ม.ค. 2026
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
เปรียบเทียบสินค้า
0/4
ลบทั้งหมด
เปรียบเทียบ
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy