แชร์

EP.1958  เรายังมีเวลาอีก 5 วัน ที่เราสามารถจะปรับสารสื่อเคมี 7 ชนิด ที่อยู่ในไซโตปลาสซึมของเรา (อ. 26 พ.ค. 2569)

อัพเดทล่าสุด: 2 มิ.ย. 2026
15 ผู้เข้าชม
EP.1958  เรายังมีเวลาอีก 5 วัน ที่เราสามารถจะปรับสารสื่อเคมี 7 ชนิด ที่อยู่ในไซโตปลาสซึมของเรา ให้เกิดคุณภาพขึ้นมา         ด้วยอารมณ์อันสุนทรีย์ของเรา  ให้ทอแสงออกมากลายเป็นรังสีออกไปเป็นราศี ไปสู่รัศมี และไปสู่รังสีแห่งพรหม  รังสีของตัวเองก็เป็นที่สมบูรณ์เป็นที่ชื่นชมยินดี  มีความเก่งกล้าสามารถ 
ถ้าอารมณ์ของเราอยู่ในสภาพที่ไปเจอกับกับดัก 9 ข้อ คือ โลภ โกรธ หลง  กิเลส ตัณหา อุปาทาน  ตัณหา มานะ ทิฏฐิ  แล้วเราสามารถลดอำนาจ ลดบทบาทของ 9 ตัวนี้ลงได้ เราก็จะเข้าใจอะไรต่อมิอะไรได้ง่ายและดีขึ้น  มีความถูกต้องชัดเจนขึ้น 
สวัสดีทุกท่าน เพลงออกแขกปิดลงตรงที่ว่า “ความตายสุดท้ายไม่พลาด” อาจจะมีบางคนคิดกลับ ฉันขอพลาดได้ไหม คือ พลาดจากความตาย คือ เกิดแล้วไม่ตายว่าอย่างนั้นเถอะ คุณคิดผิดแล้วนะ คิดผิดคิดใหม่ได้  มันเป็นไปได้ยังไงที่เกิดมาแล้วไม่ตาย ยังไงๆ มันก็ต้องตาย ตายเร็วตายช้ามันต้องตายแน่นอน อันนี้ก็ขอเตือนว่า อย่าไปเชื่อเชียวนะ ที่บอกพลาดจากความตาย ไม่จริง มันไม่พลาดแน่นอน 
เอาล่ะ วันนี้เรามานับนิ้วกันได้ว่า อีก 4 วันรวมทั้งวันจริง คือ วันวิสาขบูชาก็เป็น 5 วัน ก็จะเป็นวันสำคัญทางพุทธศาสนาเรียกว่า The Buddha Day วันสำคัญที่สุดๆ ของชาวโลก  วันนี้วันอังคารที่ 26 เดือนพฤษภาคม พุทธะ คริสต์ 69 และ 26  ขึ้น 10 ค่ำ เดือน 7 ปีมะเมีย  “พฤษภกาสร อีกกุญชรอันปลดปลง โททนต์เสน่งคง สำคัญหมายในกายมี นรชาติวางวาย มลายสิ้นทั้งอินทรีย์ สถิตทั่วแต่ชั่วดี ประดับไว้ในโลกา” ก็คงไม่ต้องแปลนะ เพราะแปลกันมาหลายรอบแล้ว แล้วอาจารย์รัศมีก็เมตตาบอกถึงท่านผู้ประพันธ์มาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว 
“อะโมฆัง ทิวะสังกะยิรา อัปเปนะ พะหุเกนะ วา” วันดือนปีมันผ่านไป เราเสียประโยชน์ไปมากมายแล้ว วันนี้ยังเหลืออีกชั่วโมงที่จะพอเป็นประโยชน์ เราเอาเวลาที่เหลือก่อนเที่ยงคืน มารับรู้เรียนรู้ในเรื่องเหนือสามัญวิสัย คู่กับสามัญวิสัยกันดีกว่า 
อีก 5 วันทุกท่านยังมีสิทธิ์ที่จะปรับสารเคมี 7 เป็นพวกอิเล็กโทรไลต์ ที่จะให้เกิดความเป็นสารเคมีที่ศักดิ์สิทธิ์ เป็นฮอร์โมนที่มีคุณภาพ เคมีในร่างกายในส่วนหนึ่งของนิวเคลียส ไซโตปลาสซึม และโปรโตปลาสซึม 7 ชนิดนี้มันอยู่ในส่วนของไซโตปลาสซึม ก็มีโซเดียม แคลเซียม แมกนีเซียม  โพแทสเซียม  ไบคาบอเนต  ซัลเฟต  และคลอไรด์  
7 อย่างนี้พยามปลุกให้มันมีคุณภาพขึ้นมา ด้วยอารมณ์อันสุนทรีย์ของเรา ถ้าอารมณ์ของเราอยู่ในสภาพที่ไปเจอกับกับดัก 9 ข้อ  กับดัก 9 ข้อที่บอกไว้ ก็มี 1. โลภ จะโลภไปถึงไหน เอาแต่ลาภก็พอ  2. โกรธ ก็ธรรมดา พอเผลอไปรู้ตัวก็ลดลงมา  3. หลง ก็อย่าหลงจนไม่รู้ทิศรู้ทาง  หลงเอาพอจะรู้ทิศรู้ทางว่า นี่เหนือ ใต้ ออก ตกนะ  นี่อุดร อิสาน บูรพา อาคเนย์ ทักษิณ หรดี  ประจิม พายัพนะ เขาเรียกว่า หลงแบบยังรู้ทิศรู้ทาง  แบบหลงไม่รู้ทิศรู้ทางนี่ไม่ไหว โลภ โกรธ หลง 
ชุดที่ 2 ที่จะทำให้สารอิเล็กโทรไลต์หมดคุณภาพไปโดยน่าเสียดาย ก็คือ กิเลส ตัณหา อุปาทาน  เจ้า 3 ตัวร้ายนี้ก็เอาเรื่องอยู่  กิเลส ตัณหา อุปาทาน 
อีก 3 ตัว ก็คือ ตอนนี้มันเป็นการปรุงแต่งนะ ถ้ามันเป็นธรรมดาก็ยังไม่ร้ายแรง มันเป็นสัญญาปรุงแต่งเขาเรียกว่า ปปัญจสัญญา ก็มีอะไร  มีตัณหา โลภแบบ อยากได้แบบ เท่าไหร่ก็ไม่พอ เท่าไหร่ก็ไม่พอ เท่าไหร่ก็ไม่พอ จะบ้าไปแล้ว มันไม่ใช่จะบ้า มันบ้าไปจริงๆ  บางคนนะ ไม่ใช่ทุกคน  มานะ อยากใหญ่ อยากใหญ่นี่ต้องไปดูเจ้าอึ่งอ่างกับวัวในนิทานอีสป มันเบ่งตัวใหญ่ซะจนกระทั่งท้องแตกตาย ไปเลย  อยากใหญ่มากต้องไปถามอึ่งอ่างมัน มันเบ่งตัวจะให้เท่าวัว เบ่งเท่าไหร่ก็ไม่ได้เท่าวัว ทิฏฐิ  
ทิฏฐิตัวนี้ถ้าแปลในปปัญจสัญญา แปลว่า ใจแคบ  พอมาถึงตัวที่ 9 นี่หมดท่าเลย  โลภ โกรธ หลง  กิเลส ตัณหา อุปาทาน  ตัณหา มานะ พอมาตัวที่ 9 ทิฏฐิ หมดสภาพเลย ใจแคบ  ก็ฉันหวงของๆ ฉันน่ะ  ฉันหวงสิทธิของฉันน่ะ  ฉันหวงไปหมดน่ะ  นั่นฉันก็หวง  นี่ฉันก็หวง  โน่นฉันก็หวง หวง หวง หวง จนกระทั่งฉันกลายเป็นมิจฉาทิฏฐิ คือ ใจแคบ ไปไม่รอด 
กลับมาอีกที่เดิม เราจะให้อิเล็กโทรไลต์ของเรา สารสื่อเคมี 7 ชนิดที่อยู่ในไซโตปลาสซึม ใน 1% มันทอแสงออกมาใช่ไหม แล้วก็กลายเป็นรังสีออกไปเป็นราศี ไปสู่รัศมี และไปสู่รังสีแห่งพรหม  แล้วก็อัญเชิญรังสีแห่งพรหมกลับเข้ามาในร่างกาย ตัวเองก็จะได้มีรังสีที่สมบูรณ์เป็นที่ชื่นชมยินดี มีความเก่งกล้าสามารถ 
คนก็ไม่เข้าใจว่า ไสยศาสตร์กับวิทยาศาสตร์มาเกี่ยวกันยังไง ก็มันเกี่ยวกันในตัวคน  วิทยาศาสตร์ก็เกิดมาจากคนคิด คิดค้นคว้าขึ้นมาแต่ว่ามาเกิดทีหลัง ส่วนไสยศาสตร์ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ อิทธิฤทธิ์ ปาฏิหาริย์นี่เขารู้มาตั้งแต่นานแล้วล่ะ รู้กันมานานเต็มทีแล้ว ก่อนพุทธกาลพระพุทธเจ้าก็บอกว่า คนที่มีพลังทางปาฏิหาริย์ ทางไสยศาสตร์ มีมามากมาย ก่อนพระพุทธศาสนาจะอุบัติขึ้นมาซะด้วยซ้ำไป  แต่ยังไงๆ พระพุทธองค์ก็ทรงยืนยันว่า ไม่มีปาฏิหาริย์ชนิดใดที่จะเหนือไปกว่าอนุสาสนีปาฏิหาริย์ 
พระพุทธองค์ยืนยันว่า ปาฏิหาริย์ในโลกนี้มีมากมายสุดจะบรรยาย ไม่รู้กี่ชนิด กี่ประเภท แล้วก็บุคคลที่สามารถสร้างปาฏิหาริย์ได้ก็นับจำนวนไม่รู้เท่าไหร่ แต่ไม่มีใครที่จะเก่งไปกว่าคนที่สามารถสร้างอนุสาสนีปาฏิหาริย์ให้เกิดขึ้นมาได้ 
อนุสาสนีปาฏิหาริย์แปลว่าอะไร  แปลว่า ปาฏิหาริย์ในการสั่งสอนและสอนสั่งอย่างถูกต้อง และต่อเนื่อง  อนุสาสนีปาฏิหาริย์แปลว่า การสั่งสอนและสอนสั่งได้อย่างถูกต้อง และต่อเนื่อง จะสอนสั่งเรื่องอะไรก็แล้วแต่ จะสั่งสอนเรื่องอะไรก็แล้วแต่ มันก็เป็นวนลูป ก็คือ วน วนขวาก็มาประจบซ้าย  จากวนซ้ายก็ไปประจบขวา อนุสาสนีปาฏิหาริย์เป็นปาฏิหาริย์สูงสุด ที่พระพุทธเจ้าทรงมีพุทธานุญาติแล้วทรงสรรเสริญว่า ถ้าใครสามารถแสดงอนุสาสนีปาฏิหาริย์ได้ นั่นแหละเป็นสิ่งที่น่าสรรเสริญ  แต่ความละเอียดของอนุสาสนีปาฏิหาริย์เป็นอย่างไร เราก็ยังไม่มาพูดกันในที่นี้นะ เอากันว่าคร่าวๆ ไว้ก่อน 
คราวนี้สิ่งที่เราจะคุยกันในวันถามแอนด์ทอล์ค ก็มีอยู่ 4 เรื่องใหญ่ๆ นะ เมื่อวานก็ทวนไปทีหนึ่ง  ทีนี้มีคนถามว่า เรื่องไหนสำคัญที่สุด ก็บอกไปแล้วไงว่า 9 คำ ตอบโจทย์ศักยภาพและศักดิ์สิทธิ์  
9 คำนี้ ศึกษาให้ถ่องแท้  มองให้ทะลุ  มองให้กระจ่าง แล้วทุกสิ่งทุกอย่างมันจะมาสำเร็จได้ด้วยการเข้าใจอาการทั้ง 9 ตั้งแต่ความโลภ เราถามตัวเราเองซิโลภมากไหม  ไม่โลภเท่าไหร่หรอก แต่ก็ไม่อยากจะกระเด็นแม้นแต่สตางค์แดงเดียว อะไรอย่างนี้ สมัยโบราณเขาเรียกอย่างนั้น สมัยนี้เขาบอกไม่อยากจะจ่ายเลยแม้นแต่ร้อยบาท หรืออาจจะบอก 100 บาทเยอะไป  ไม่อยากจะจ่ายให้เลยแม้นกระทั่งบาทเดียว อะไรอย่างนี้นะ เพราะความโลภ  แต่อยากได้นับเป็นร้อยๆ ล้าน เป็นพันๆ ล้าน ยิ่งมากกว่านั้นยิ่งดี ตัวโลภ  
โกรธ  ไม่รู้จะเอาถึงไหน  หลง พูดไปแล้ว  โลภ โกรธ หลง ชุดแรกตัวเจ้าการที่ร้ายกาจที่สุด แล้วก็มาก่อให้เกิดตัวที่ 4 ที่ 5 ที่ 6 ก็คือ กิเลส ตัณหา อุปาทาน  กิเลสคือ เครื่องเศร้าหมอง  ตัณหาคือ ความทะยานอยาก  อุปาทานคือ ความยึดมั่น ถือมั่น  แล้วก็มาก่อให้เกิดตัวที่ 7 8 9 ตัวนี้นะปิดฉากชีวิตเลย ตัณหา มานะ แล้วก็ทิฏฐิ  ทิฏฐิแปลว่า ความใจแคบ  
ถ้าเรามอง 9 ตัวนี้ทะลุปรุโปร่งแบบโปร่งใส ตัวอื่นๆ นี่เรื่องธรรมดาเลย งานอื่นๆ เป็นงานเล็กไปเลยล่ะ ไม่ว่าจะเป็นอะไรที่เรายังขัดข้อง มองไม่ออก คิดไม่ออก พูดไม่ออก มันก็จะมองออก คิดออก แล้วก็พูดออก  ถ้า 9 ตัวนี้ลดอำนาจลง ลดบทบาทลง แล้วเราก็จะเข้าใจอะไรต่อมิอะไรได้ง่ายและก็ดีขึ้น ถูกต้องชัดเจนขึ้น 
พิธีกรรมในวันที่ 31 เดือนพฤษภาคมที่จะมาถึงนี้  นอกจากเราจะได้สิ่งอันเป็นปาฏิหาริย์อย่างที่ว่าแล้ว สารเคมีในตัวเราและฮอร์โมนในตัวเราที่ก่อให้เกิดเป็นศักยภาพ คือ ความเก่งกล้าสามารถ และศักดิ์สิทธิ์ คือ ปาฏิหาริย์ทั้งหลาย ก็ต้องอาศัยสารเคมีเหล่านี้ที่สร้างฮอร์โมน สร้างเคมี อารมณ์ของเราเข้าถึงไหม  
อารมณ์ของเราเข้าถึงความโลภไหม เข้าใจความโลภไหม เข้าใจความโกรธได้พอสมควรไหม เข้าใจความหลงไหม โลภ โกรธ หลง เข้าใจกิเลสไหมว่ามันเป็นยังไง ตัณหา ตัณหาชุดแรกเข้าใจไหมว่า ตัณหาคืออะไร อุปาทานคือ ความยึดมั่นถือมั่น เรายังจะยึดมั่นถือมั่นอยู่กี่เปอร์เซ็นต์  แล้วพอมาชุดสุดท้ายปปัญจสัญญา สัญญาปรุงแต่ง  เราจะปรุงมันไปถึงไหน  เราจะแต่งมันไปถึงไหน  ตัณหา อยากได้เยอะๆ  มานะ อยากใหญ่มาก  ทิฏฐิ ใจแคบ ใจแคบลงมาเลย 
เราจะจัดการกับ 9 พลังอันโหดร้ายนี้ได้อย่างไร  แล้วเราก็จะร้อง อ๋อ เข้าใจแล้ว  หลงมีทุกข์อยู่ซะตั้งนาน รู้อย่างนี้ไม่โลภขนาดนี้หรอก ไม่โกรธขนาดนี้หรอก ไม่หลงขนาดนี้หรอก ไม่ปล่อยให้กิเลสมันหนาขนาดนี้หรอก ไม่ปล่อยให้ตัณหามันเตอะตะ มันเทอะทะอย่างนี้หรอก แล้วก็ไม่ปล่อยให้ความยึดมั่นถือมั่นมันมากมายขนาดนี้หรอก ไม่มาปล่อยให้ปปัญจสัญญามันมาปรุงกันเป็นที่สนุกสนาน เหมือนแอบเขามาในครัวปรุงอาหารที่บ้านฉันนั่นแหละ จะไม่ให้ตัณหามันเกิดขึ้นมาการปรุงกันขนาดนี้  
ทีแรกตัณหาเฉยๆ นี่ในชุดที่ 2 คือ กิเลส ตัณหา นี่ก็จะแย่อยู่แล้ว แล้วมันยังดันมาปรุงแต่งเข้ามาอีก  มานะ อยากใหญ่  ไม่เอา ฉันไม่ต้องการใหญ่แล้ว เท่านี้พอแล้ว  พอตัว ฉันขอแค่พอตัวพอแล้ว ฉันไม่เอามานะใหญ่เกินตัว เกินกำลัง เกินฐานะ เกินอะไรไม่เอาแล้วๆ  มิน่าคนเขามองฉันแปลกๆ  เขาคิดว่า ฉันบ้า ที่แท้ฉันไม่ได้บ้าหรอกนะ  ฉันพอตัวแล้วล่ะนะ แล้วอันที่ 9 คือ ทิฏฐิ  ต่อไปฉันจะไม่แคบจนเกินกว่าความเป็นมนุษย์มนา มนี มโนแล้ว  ใจฉันจะไม่แคบขนาดนี้แล้ว ฉันหลงใจแคบมานานเชียว 
ก็พอประมาณว่า เราจะเข้าใจสภาวะอารมณ์อย่างนี้ ฮอร์โมนเคมีมันก็จะค่อยๆ ปรับตัวของมัน อารมณ์เหล่านี้ปรับตัวได้ ปรับตัวได้ดี เวทนา ปราณต่อไปก็จะค่อยๆ เป็นเวทนาที่ไม่สุข ไม่ทุกข์ เป็นเวทนาที่ให้ประโยชน์ แล้วก็มาปราณ ดิน น้ำ ลม ไฟ  ของเราก็จะพอดี  อากาศธาตุ วิญญาณธาตุก็จะไม่รุนแรงนัก แล้วก็มาสุดท้าย พอเราส่งราศี หรือออร่าออกไป แล้วก็รับรังสีแห่งพรหมเข้ามา  เดี๋ยวไม่ช้าชีวิตเราก็ชนะสิ่งที่เป็นอุปสรรค ปัญหา และศัตรูได้หมด ไม่มีปัญหาอะไรที่จะค้างคา ชีวิตเราก็ดำเนินไปอย่างเป็นปกติสุข  ก็ขอขอบคุณที่ทนฟังในช่วงแรก 
มาฟังข้อคิดเห็นของคุณพรทิพย์ พุตติ หรือคุณอิ๋ว ก็คือ แม่เง็กนึ้ง นั่นแหล่ะ  1957  สิ่งที่จะตอบโจทย์ศักยภาพกับศักดิ์สิทธิ์ ตัวแม่บท 9 คำ  9 คำแรกที่สำคัญที่สุด คือ โลภ โกรธ หลง  กิเลส ตัณหา อุปาทาน  แล้วก็มาปรุงแต่งอีกทีหนึ่ง ตอนนี้เอาเรื่องเลย  ตัณหา มานะ ทิฏฐิ  ส่วนใหญ่มาตายตอนตัวที่ 9 คือ ใจแคบ  คุณพรทิพย์เข้าใจสรุปได้ดีมาก 
1957 สิ่งที่จะตอบโจทย์ศักยภาพกับศักดิ์สิทธิ์ คือหมายความว่า ศักยภาพและศักดิ์สิทธิ์จะเกิดขึ้นยาก หรือเกิดขึ้นไม่ได้ ก็ตัวแม่บท 9 คำแรก สำคัญที่สุดคือ โลภ โกรธ หลง  กิเลส ตัณหา อุปาทาน  ตัณหา มานะ ทิฏฐิ  ส่วนใหญ่มาตายตอนตัวที่ 9 คือ ใจแคบ 
ฝากทุกคนทุกท่านคิดให้ดีว่า ความใจแคบมันทำร้ายตัวเรานะ มันไม่สร้างสรรค์ตัวเรานะ  ถ้าเราทำใจให้มีน้ำใจ  ตัวเราน่ะมีน้ำใจกับตัวเองอยู่แล้วล่ะ ไม่ต้องไปบอกว่า ต้องทำใจให้มีน้ำใจ อย่าใจแคบกับตัวเอง มันไม่ใช่ ใจแคบกับผู้อื่นแล้วมันดีหรือไม่ดี ที่เราไปตัดหนทางที่ทำให้เรากลายเป็นคนไม่เก่ง แล้วก็ไม่เฮง ทั้งไม่เก่งก็จะแย่อยู่แล้วยังแถมไม่เฮงด้วย แล้วจากไม่เฮงก็กลายเป็นคนอะไร  
ก็ขอขอบคุณคุณพรทิพย์ พุตติ แล้วขอขอบคุณทุกคนที่ทนฟัง เดี๋ยวมาฟังเพลงว่าดีเจจะเปิดเพลงอะไรให้ฟัง เราก็มาสวดมนต์สวดพรกัน เตรียมใจ เตรียมตัวไว้อีกทีให้ดีว่า อีก 4 วันโดยประมาณ  เราจะปรับออร่าของเราในวันวิสาขบูชามหาปุณณมี ขอบคุณอีกครั้งที่ทนฟัง
เพลงที่จบลงไป ผู้ฟังบอกฟังไม่เห็นเพราะเลย เพราะอะไรถึงไม่เพราะ เพราะว่า เพราะว่าอะไร มาว่าฉันหรือเปล่าไม่รู้ว่า ฉันเป็นเจ้าของบ้านที่เห็นแก่ตัว แล้วก็มีครัวที่เห็นแก่ตน ว่าฉันหรือเปล่า แต่ความจริงเปล่านะ ฉันเป็นคนไม่เห็นแก่ตัวนะ ไม่เห็นแก่ตัวก็อย่าร้อนตัวสิ คนที่เห็นแก่ตัวก็รีบเร่ง เปลี่ยนแปลงให้ลดลงมา อย่าไปเห็นแก่ตัวมากนัก มันทำร้ายตัวเอง 
เพลงนี้ชื่อเพลง ครัวเห็นแก่ตน  คำร้อง วาทะธรรม ขำขัน เล่ม 2 ครูธวัช คณิตกุล  ทำนองและเสียงร้อง AI  จัดทำโดย คุณพัทธนันท์ พิมานพงศ์ภัทร หรือคุณแจน 
เนื้อมีอยู่ว่า ครัวเห็นแก่ตนมีอยู่ทั่วไป ครัวเห็นแก่ตนนี่นะ เดินเข้าไปบอกขอข้าวกินสักจานเถอะ กับข้าวมันไม่มีแล้ว บางทีก็ขอไข่ดาวสักฟองนึง ขอซีอิ๊วหรือน้ำปลากระเฉาะๆ ให้ฉันหน่อย ไม่ได้หรอก เขาปิดครัวแล้ว อย่ามายุ่ง  มองไปเห็นถาดไข่ถาดเบ้อเร่อ เบ้อเร่อ ซ้อนกันอยู่ตั้งหลายถาด ครัวเห็นแก่ตนบอกไม่มีแล้ว ปิดแล้ว ปิดแล้ว อย่ามายุ่ง 
ครัวเห็นแก่ตนมีอยู่ทั่วไป สร้างอยู่ในรั้วเดียวกันกับบ้านคนเห็นแก่ตัว ใช้พื้นที่กิเลส 1500 ก็ใหญ่ซิครัวนี้  ใช้พื้นที่กิเลส 1500  ทำไมมันแคบนิดเดียว ใจแคบไง  ใช้พื้นที่กิเลส 1500  ตัณหา 108 ตารางกรรม ตารางเมตรหรือตารางอะไรก็ไม่เอา เอาตารางกรรม 
อีกครั้งนึง “ครัวเห็นแก่ตนมีอยู่ทั่วไป สร้างอยู่ในรั้วเดียวกันกับบ้านคนเห็นแก่ตัว ใช้พื้นที่กิเลส 1500  ตัณหา 108 ตารางกรรม  16 มีนาคม 2564”  กี่ปีแล้วล่ะที่เพลงนี้เกิดขึ้นมา 5 ปีนะ คุณสุกัญญาบอก 5 ปี ก็เอาละ เอาไว้เป็นอุทาหรณ์นะ เราคิดเป็นสุนัขมันได้ไม่ต้องหอน สงสารมัน 
จากนี้ไปก็ขออำนาจคุณพระศรีพระรัตนตรัย และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายในสากลโลก สากลพิภพ มาอำนวยอวยพรให้กับทุกท่านที่เข้าสู่รายการพบกันทางเงาในวันนี้ ขอให้วันวิสาขบูชามหาปุณณมีที่จะถึงนี้ จงเป็นพลวปัจจัยที่สำคัญดลบันดาลให้ทุกๆ คน ทุกๆ ท่าน ประสบความสำเร็จสุขในสิ่งอันพึงประสงค์ ขอให้ได้มาดังที่มีความต้องการทุกๆ ท่าน ทุกๆ คน ด้วยอำนาจแห่งพระพุทธคุณ พระธรรมคุณ พระสังฆคุณ ก็ขอให้สัมฤทธิผลอย่างที่มีความประสงค์  

อ. 26 พ.ค. 2569รวบรวมโดย คุณวิษณุ กระจ่างศรี

บทความที่เกี่ยวข้อง
EP. 1877  ร.รู้สึก เมื่อตกผลึกเป็นฌาณ  "รู้สึกที่ยิ่งกว่ารู้สึก  รู้สึกเสียยิ่งกว่ารู้สึก  เป็นสุดยอดของความรู้สึก  จะนำไปสู่องค์ฌาณ” (ศ. 20  ก.พ. 2569)
ร.รู้ เมื่อตกผลึกเป็นญาณ  “รู้เสียยิ่งกว่ารู้  รู้แล้วก็รู้เสียยิ่งกว่ารู้  เป็นสุดยอดของความรู้  จะนำไปสู่องค์ญาณ”
2 มี.ค. 2026
EP. 1886   วันมาฆบูชา วันแห่งความรักที่บริสุทธิ์ของชาวพุทธ (จ. 2 มี.ค. 2569)
พระพุทธองค์ทรงประทาน โอวาทปาติโมกข์ ใครปฏิบัติฯ ตามได้ถูกต้องและเหมาะสม ก็เท่ากับว่า เป็นผู้น่ารัก และเป็นผู้ให้ความรักกับคนอื่น แล้วก็ให้ผู้อื่นมารักตัวเองด้วย เพราะคนผู้นั้นเป็นคนทำแต่ความดี ละเว้นความชั่ว ทำจิตใจให้ผ่องใส หากใครทำได้ 3 อย่างนี้ ก็เป็นคนน่ารัก และมีคนมารัก แล้วก็ตัวเองก็รักคนทั่วไปหมด
13 มี.ค. 2026
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy