EP.1935 แรงกรรมเป็นแรงที่มีกำลังส่งต่อชีวิตเราทุกชาติ เกิดมาตามกรรม เกิดมาใช้กรรม เป็นภาคบังคับ แล้วมาพลาดท่าตรงเกิดมาสร้างกรรม (พฤ. 30 เม.ย. 2569)
อัพเดทล่าสุด: 5 พ.ค. 2026
35 ผู้เข้าชม
EP.1935 แรงกรรมเป็นแรงที่มีกำลังส่งต่อชีวิตเราทุกชาติ เกิดมาตามกรรม เกิดมาใช้กรรม เป็นภาคบังคับ แล้วมาพลาดท่าตรงเกิดมาสร้างกรรม เราสร้างตามอำนาจของกิเลส ตัณหา อุปทาน ผลกรรมที่เราสร้างตกเป็นของเราไม่มีพลาดไปแม้แต่หน่วยเดียว เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่
สวัสดีทุกๆ ท่าน เราสวัสดีเดือนเมษายนด้วย เพราะวันนี้เป็นวันสุดท้ายของเดือนเมษายน พุทธศักราช 69 และคริสต์ศักราช 26 เป็นวันพฤหัสบดีที่ 30 ขึ้น 14 ค่ำ เดือน 8 ปีมะเมีย พรุ่งนี้เป็นวันที่ 1 พฤษภาคมแล้ว เป็นวันสำคัญอีกวันหนึ่งเรียกว่า วันแรงงาน แต่ของเราจะมีต่อตอนท้ายว่า แรงงาน แรงกรรม
แรงกรรมเป็นแรงที่มีกำลังส่งต่อชีวิตเราทุกชาติ ที่เราต้องเกิดมาชาติแล้วชาติเล่า เฝ้าแต่เกิดวนเวียนกันอยู่อย่างนี้ไม่สิ้นสุด ก็เพราะว่าแรงกรรม แรงกรรมของเรายังไม่หมด ปรากฏการณ์เกิดของเราก็ยังต้องเกิด เกิดมาตามกรรม เกิดมาใช้กรรม แต่เสร็จแล้วเรามาพลาดท่าตรงเกิดมาสร้างกรรม
เกิดมาตามกรรม เกิดมาใช้กรรม อันนั้นเป็นภาพบังคับ เกิดมาตามกรรม เกิดมาใช้กรรม แต่พอมาสร้างกรรม เราสร้างตามอำนาจของกิเลส ตัณหา อุปาทาน แล้วเราก็สร้างกรรมกันอย่างอีลุ่ยฉุยแฉกโดยไม่ได้คิดหรอกว่าผลกรรมที่เราสร้าง มันตกเป็นของเราทุกเม็ด ทุกหน่วย ไม่มีพลาดไปเลยแม้นแต่เม็ดเดียวและหน่วยเดียว เรื่องนี้จึงเป็นเรื่องใหญ่ที่เราจะต้องคุยกันในวันพรุ่งนี้ ซึ่งอาจารย์ปัญจพล จิตติฉันท์ ก็มีเมตตาเอาประกายคารม คำคมธรรมะ วาทะธรรม ขำขัน ไปแต่งเป็นเพลงขึ้นมาอีกหนึ่งเพลง โดยให้ AI มันช่วยร้องให้ ไม่ได้ร้องไห้นะ ร้องให้
วันนี้เราคงต้องมากล่าวถึงเรื่องของพรหมลิขิตกันอีกสักนิดหนึ่ง คนแสวงหาพรหมลิขิตกันจ้าละหวั่น อยากรู้จริงๆ พรหมลิขิตของฉันมันเป็นยังไง และยังบางทีนี่นะ ยังไปอยากรู้พรหมลิขิตของคนอื่นด้วย โดยเฉพาะผู้ใกล้ชิด และจริงๆ แล้วพรหมลิขิตเขากำหนดให้เราเกิดมาแล้วตามพรหมลิขิต เขาขีดให้เราเดิน เดินดีๆ นะ ลิขิตแปลว่า ขีดเขียน เราก็ไม่เดินตามที่เขาขีด ที่เขาเขียน ไปเดินไม่ดีซะ เขาบอกให้เดินอย่างระมัดระวังนะ เราก็เดินแบบประมาท ไม่ระมัดระวัง เขาบอกว่าให้เดินไปสู่จุดหมายปลายทางด้วยความไม่ประมาทนะ แล้วก็เดินไปสู่จุดหมายปลายทางด้วยความประมาท
นี่แหละคือ ปัญหาของมนุษย์ แทบทุกคนก็ไม่รู้ว่า เกิดมาตามกรรม เกิดมาใช้กรรม เกิดมาสร้างกรรมมันเป็นยังไง ก็ใช้กรรมกันไป สร้างกรรมกันไปแบบสนุกสนาน ไม่ได้คิดถึงว่า ผลลัพธ์ออกมาในบั้นปลายชีวิต แล้วก็ยังใช้ไม่หมด ผลลัพธ์นั้นก็ต้องส่งต่อไปในภพหน้าชาติหน้า ก็อยากรู้อีกว่า ชาติหน้าภพหน้าเราจะไปเกิดเป็นอะไร ก็ไปเกิดตามที่เราทำเอาไว้นั่นแหล่ะ ทำแต่ความดีเราก็ไปเกิดดี ทำแต่ความชั่วเราก็ไปเกิดชั่ว ทำจิตใจไม่บริสุทธิ์ ไม่ผ่องใส เราก็ไปเกิดตามสภาพจิตใจที่ขุ่นมัวแล้วก็ไม่ผ่องใส เขาสั่งให้เราละเว้นความชั่ว เราก็ชอบมากชอบที่จะทำชั่ว แล้วผลที่สุดจิตใจที่หมองมัว ความชั่วที่เราทำ ความดีที่เราไม่สนใจจะทำ มันก็ส่งเราไปเกิด ไปเกิดในภพที่เรียกว่า พลาดพลั้ง พลาดท่า เผลอๆ ไม่ได้มีโอกาสเกิดเป็นคนหรอก ทั้งๆ ที่ชาตินี้นะเป็นคนที่มีความเลิศสะแมนแตนเชียว เลิศสะแมนแตนเป็นเขาแปลว่า วิเศษวิเสโส ระมัดระวังตัว ถือตัว หยิ่งยโส คิดว่าฉันวิเศษวิเสโส ผลที่สุดพฤติกรรมที่ตัวเองทำ คิดชั่ว ทำชั่ว พูดชั่วซะส่วนใหญ่ มันก็พาเราไปจุติในชั้นที่ต่ำทรามลงไปเรื่อยๆ ๆ หลายคนทระนงนะว่า ชาตินี้ฉันเกิดเป็นคนร่ำรวย มีฐานะ มีรูปร่างหน้าตา มีการศึกษา มีสังคมสูงขนาดนี้ ชาติหน้าฉันต้องไปเกิดสูงกว่านี้อีกแน่นอน ฉันต้องไปเกิดเป็นเทวดา เป็นนางฟ้าระดับนู้น ระดับนี้ ระดับนั้น ไปดูระดับของนางฟ้าและเทวดาแล้วเลือกเอาไว้เลยนะว่า ชาติหน้าฉันจะไปเกิดเป็นเทวดานางฟ้าระดับนี้ จะไปเกิดเป็นเทวดาระดับนี้แหล่ะ เปล่าเอาเข้าจริงๆ เปล่าหรอก พอตายลงไปปุ๊บตกไปอบายภูมิปุ๊บเลย อบายภูมิก็คือ ลงไป ลงไป ลงไป อาจจะลงไปชั้นที่ 4 มีหางยาวเฟื้อยเลยเชียว มีขาตั้ง 4 ขา แล้วมือฉันหายไปไหน ก็จะไปมีมือได้ยังไง เกิดเป็นสัตว์เดรัจฉานมันก็มี 4 ขาแล้วก็มีหาง เวลาเดินหัวก็ซุนไปข้างหน้า ท้องก็ขนานไปกับพื้นดินพื้นโลก
เป็นเรื่องจริง เป็นเรื่องที่น่ากลัวมาก สำหรับคนที่เขาให้พรหมลิขิตมา แล้วก็มาเกี่ยวข้องกับชีวิตของคนที่มาเกี่ยวกับเรื่องของศาสนา ศรัทธา และความเชื่อ เราเป็นชาติที่ท้าทาย ท้าทายว่า แกมาเกิดชาตินี้ฉันให้แกเข้ามาใกล้ชิดสนิทสนม มาเกี่ยวข้องกับศาสนา ศรัทธา และความเชื่อ ดูซิว่าแกจะทำตัวยังไง เปล่า เอาเข้าจริงๆ ผลที่สุดไม่ถึง 100 ปี มากที่สุดพระพุทธเจ้ายังเสด็จดับขันปรินิพพานพระชนมายุแค่ 80 ปี แป๊บเดียวไปจากโลกนี้แล้ว โอกาสหนึ่งชาติที่จะได้ทำประโยชน์ ทำความดีเป็นพาลวปัจจัยส่งไปเกิดที่ดีๆ เปล่าเลย ชาติต่อไปนี่ใจหายเลย ตกใจเลย ทำไมฉันตกต่ำขนาดนี้
ทุกคนก็คิดแต่โลภ โกรธ หลง ทุกคนก็คิดแต่โลภ โกรธ หลง จนเกิดกิเลส เกิดตัณหา เกิดอุปาทาน แล้วทุกคนก็พยายามปรุงแต่งตัวโลภ โกรธ หลง กิเลส ตัณหา อุปาทาน ให้เกิดตัณหาที่รุนแรง รุนแรง และรุนแรง อยากได้เยอะๆ แล้วทุกคนก็เกิดมานะ อยากใหญ่มาก ตำแหน่งนั้นก็ยังน้อยไป ตำแหน่งนี้ก็ยังเล็กไป ฉันต้องพยายามปีนป่ายข้ามหัวกบาลคนอื่นก็ยังเอา เพื่อจะให้ใหญ่ เขาเรียกมานะ แต่พอเอาเข้าจริงๆ ใจแคบ
มันเริ่มจากความโลภ ใจเราก็แคบลง แคบลง แคบลง ปัญหา 9 คำที่พูดมาหลายวันแล้วต้องพิจารณา เราโลภมากไหม เราโกรธมากไหม โกรธนานเกินไปไหม เราหลงเกินไปหรือเปล่า โดยเฉพาะหลงตัวเองว่า ฉันวิเศษวิเสโสที่สุดแล้วนะ ในโลกนี้ ในสังคมนี้ ไม่มีใครวิเศษเท่าฉันล่ะ เดินนี่ไหล่ชันตั้งขึ้นมาเชียว ฝีมันขึ้นรักแร้ ความรู้สึกมันเป็นอย่างนั้นจริงๆ แล้วจะให้ฉันทำยังไง
ก็ต้องเข้าใจว่า เราเกิดมาตามกรรม เราเกิดมาใช้กรรม เราใช้ให้ดีๆ เถอะ เราเกิดมาสร้างกรรม อย่าสร้างบาปเพิ่มเลย ใช้บุญถ้าบุญมันมีก็ถือว่าดี เกิดมาตามกรรม เกิดมาใช้กรรม เกิดมาสสร้างกรรม ตั้งใจสร้างให้ดีๆ เถอะ เพราะอีกไม่ช้าเราก็จากโลกนี้ไปแล้ว เราไม่อยู่ค้ำฟ้า เราไม่ได้อยู่จนรากงอกลงไปในดินแน่นอน บางคนบอกรายการนี้มีแต่เรื่องเศร้าๆ ที่ไหนได้ล่ะ เราต้องการให้ทุกคนมีความสุข ไม่ต้องการให้ทุกคนมีความเศร้า วัตรปฏิบัติธรรมของเราจึงมีคำที่คนเขาไม่ค่อยจะชอบกัน บอกปฏิบัติธรรมภาษาอะไร สะดวก สบาย ง่าย ประหยัด ไม่ติดอุปาทาน
ปฏิบัติธรรมประสาอะไร สะดวก เขามีแต่ต้องให้ลำบากที่สุด เคร่งครัดที่สุด สะดวก สบาย เขาต้องให้ลำบาก เขาต้องให้เคร่งครัด ง่าย บอกง่ายไม่ได้ต้องให้มีระเบียบ ประหยัด ไม่ติดอุปาทาน ไม่ติดอุปาทานเรื่องนี้เรื่องเหนือสามัญวิสัยด้วย เพราะว่าเราไปติดอุปาทานในเรื่องเหนือสามัญวิสัย แล้วเราจะทำตัวประดักประเดิด แปลกๆ ประหลาดๆ พิสดารไม่เหมือนชาวบ้าน
เราจึงบอกว่า ธรรมะประยุกต์ของเรา ต้องการประยุกต์ทั้งภาคสามัญวิสัย และภาคเหนือสามัญวิสัย ให้คนมีบุคลิกภาพการพูด การคิด การกระทำเป็นปกติ ทั้งๆ ที่เรากำลังจะคุยกับผี เราก็คุยธรรมดา คุยธรรมดาไม่ต้องไปแสดงอาการให้มันน่ากลัว ให้มันน่าเกลียด คุยกับผี เราจะสนทนากับเทพก็คุยธรรมดา ก็เหมือนกับคุยกับคนอย่างนี้แหละ แล้วถ้าคุยกับคนล่ะ คุยกับคนก็คุยธรรมดา บางคนนี่ขออภัย คุยแบบไม่ธรรมดาเลย แล้วไม่ธรรมดาคุยยังไง เมื่อวานก็มีคนตำหนิมา คุยแบบไหน คุยแบบดัดจริต ขออภัยแล้วไง ก็ยังมีคนมาต่อว่าอีก พูดออกมาได้ยังไงคำว่า ดัดจริต ก็เป็นห่วง เป็นห่วงว่า อย่าดัดกันมากนักเลย เอาแต่พอประมาณเถอะ เพราะหันไปทางไหนสังคมทุกวันนี้ก็ใช้แต่อันนี้แหล่ะ เราก็ได้แต่เป็นห่วงนะ ต้องขออภัยที่ใช้คำไม่สุภาพว่า ดัดจริต
เอาล่ะ หันมาดูผลงานของผู้อาสาในวันนี้ คุณปุนนภา รักษาวงษ์ 1934 ใช้ชีวิตให้ถูกต้องตามพรหมลิขิต ก็คือ มีจิตเมตตา บางคนบอกเบื่อจัง มีความรักและมีความเสน่หา คำนี้คำเสน่หา ตอนหลังเราถูกต่อว่าต่อขานอยู่เป็นประจำ สอนปฏิบัติธรรมภาษาอะไร คำก็มีความรัก สองคำก็มีความรัก สามคำก็มีเสน่หา สี่คำก็มีเสน่หา มีเมตตาพอเห็นด้วย ในนี้คุณปุนนภาเขาเรียงมาให้นะ ใช้ชีวิตให้ถูกต้องตามพรหมลิขิต ก็คือ มีจิตเมตตา อันนี้ฟังแล้วสบายใจนะ พอบอกว่า มีความรัก หลายคนชักเริ่มทำท่าหงุดหงิดนะ พอบอกว่ามีความเสน่หาด้วย หงุดหงิดใหญ่เลย บางคนพาเพื่อนมาปฏิบัติ เพื่อนสะกิดเลยบอกกลับๆๆ สะกิดคนที่พามาบอกให้กลับ ฉันทนไม่ไหวแล้ว ขอกลับบ้านเดี๋ยวนี้
มีความเมตตา มีความรัก และมีความเสน่หา ด้วยการนำสูตร CEA สูตรนี้เคยให้หลายคนพิจารณาแล้วถูกบริภาษ ถูกว่ากล่าว ถูกศอกกลับ มีบางคนถึงขนาดบอกว่า เรียกคนพูดนี่นะ แก่แล้วไม่ควรมาสอนเรื่องนี้หรอก เรื่องอะไร CEA ผมฟังแล้วรำคาญยจังเลย มันแปลกๆ ปลั่งๆ มันไม่สุภาพเลย แล้ว CEA แปลว่าอะไร CEA ก็คือ เมตตา มีความรัก แล้วมีเสน่หา แล้วมันเสียหายยังไง ก็บอกมันไม่เหมาะ สอนธรรมะแล้วมาพูดอย่างนี้มันไม่เหมาะ มีโดนบริภาษมาตลอด
ชาวสหปฏิบัติฯ ให้บริหารพรหมลิขิตให้เห็นก่อนที่ชีวิตจะไปตกอยู่ในอาณัติของพระยม ที่เราใช้ชีวิตอยู่กับความจริง ความจริงๆ นะ คือ ทุกคนมีเสน่หา ความใคร่ ความปรารถนานั่นแหละ แต่เราให้ข้อกำหนดว่า ไม่ได้นะ คุณจะใช้ชีวิตแต่ตัว A ตัวเดียวซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของความมีเสน่หา ความปรารถนาในเรื่องความกำหนัดความใคร่ ไม่ได้ ไม่ได้ คุณต้องเอาอีกตัวนึงคือ E E ข้างหน้าตัว A นะ ก็ยังไม่ได้อีกนะ คุณต้องคุมไว้ด้วยตัว C CEA C สัญลักษณ์ของความเมตตา E สัญลักษณ์ของความรัก E นี่มีความรัก แล้ว A คือ สัญลักษณ์ของความเสน่หา เพราะทุกคนต้องการเสน่หา ต้องการความใคร่ ต้องการความความกำหนัด ไม่ได้น่าเกลียด ต้องคุมไว้ด้วย E E ก็คือ ความรัก เป็นสัญลักษณ์ของความรัก แล้วมีความรักก็ยังไม่พอนะ เพราะคนมันจะกักขฬะ เลวทรามต่ำช้ามาก มากอยู่ทีเดียวล่ะ ต้องมีตัว C คือ ความเมตตาเป็นตัวกำกับ ขาดไม่ได้เด็ดขาด เราก็อุตส่าห์บอกขนาดนี้แล้วยังโดนบริภาษ โดนต่อว่า โดนอะไรต่อมิอะไรหนักมาก
เพราะฉะนั้นวันนี้ คุณปุนนภา รักษาวงษ์ เอามาลงในตัวโปรยได้ชัดเจนมาก 1934 ใช้ชีวิตให้ถูกต้องตามพรหมลิขิต ก็คือ มีจิตเมตตา มีความรัก มีความเสน่หา ด้วยการนำสูตร CEA ของชาวสหปฏิบัติฯ ไปบริหารพรหมลิขิตให้ทัน ให้ทันนะ ก่อนที่ชีวิตจะไปตกอยู่ในอาณัติของพระยม คือ หมดโอกาส เตรียมตัวตาย หมดโอกาสจริงๆ ถ้าพรหมลิขิตหมดลง ไปอยู่ในเงื้อมมือของพระยมหรือพญายม ตอนนั้นละก็หมดโอกาสแล้ว ก็ขอให้ทุกคนพยายามใช้โอกาสที่ยังมีอยู่ ต่อชีวิตไปให้ยาวนานที่สุดเท่าที่จะทำได้ ก็ขอขอบคุณทุกคนที่ทนฟัง เดี๋ยวมาฟังรายงานจากอาจารย์ปัญจพล จิตติฉันท์ และสวดมนต์ภาวนา ขอขอบคุณอีกครั้งที่ทนฟัง
ก็ขอขอบคุณเจ้าของเสียงเพลงปฏิกิริยา CEA มีผู้สนใจอยู่ในห้องส่งนี้พอสมควร แต่ที่ควรกล่าวชมเชยอย่างยิ่งก็มี 2 ท่าน ก็คือ ป้าพยงค์ คือ คุณพยงค์ พุตติ กับป้ามรรค คุณกุลศรี อิสริยะพละ พอเพลงขึ้นเท่านั้น แกร้องตามได้อย่างถูกต้องหมด ชัดเจนด้วย ก็น่าสรรเสริญทั้ง 2 ท่านให้ความสนใจ
ปฏิกิริยา CEA คนพูดมีอคติอยู่ อคติแปลว่า ค่อนข้างจะกังวล เพราะถูกบริภาษ คือ ถูกว่ากล่าวเสียๆ หายๆ มาเยอะเชียว นี่เรื่องจริง เกือบ 10 ปีที่ถูกบริภาษว่ากล่าวว่า สอนธรรมะประสาอะไร มายกคำว่า CEA คือ ปฏิกิริยาแห่งความเมตตา เมตตานี่พอได้ C คือ สัญลักษณ์ของ Cultivation ก็คือ เมตตา E นี่คือ Emotion ก็คือ อารมณ์แห่งความรัก ไม่ควรมี การปฏิบัติธรรมเขามีแต่จะสั่ง จะสอน จะแนะนำให้ตัดกิเลสตัณหา ความรักนี่มันเป็นกิเลส ความใคร่มันเป็นตัณหา แล้วมายกเอาคำสอนนี้มาพูดอยู่ทำไม CEA
ก็เลยบอกว่า เอาเถอะน่า ถ้าสักวันหนึ่งคนประพันธ์คือ คนพูดตายจากโลกนี้ไปนานแล้ว ช่วยติดตามข่าวแล้วก็จุดธูปไปบอกให้ด้วยแล้วกันว่า ข่าวมันจะเป็นที่ยอมรับมากมายขนาดไหน เขาบอกขนาดนั้นเชียวหรือ บอกมั่นใจว่าอย่างนั้นแหละ เพราะมันเป็นสิ่งที่ลึกซึ้ง CEA เป็นคำที่ลึกซึ้งแล้วก็ลึกลับด้วย ลึกซึ้งก็จะเป็นประโยชน์ต่อผู้คนอย่างคาดไม่ถึงในทางนอก แล้วลึกลับก็จะช่วยคนที่ไม่เข้าใจเรื่องลึกลับได้อย่างคิดไม่ถึงเหมือนกัน เพราะสิ่งลึกซึ้งและสิ่งลึกลับถ้าใครเข้าถึงจริงๆ โดยเป็นคุณประโยชน์ เป็นศิลปะนะ คนนั้นสามารถจะทำชีวิตของตัวเองให้เกิดความแจ่มใสขึ้นมาได้อย่างไม่น่าเชื่อ
ขอให้ศึกษา ค้นคว้า วิจัย เก็บข้อมูล และประเมินผล ให้ชัดเจนเถอะ แล้วคุณจะมีความเข้าใจและมีความสุข อันนี้ก็ขอแก้ต่างไปพลางๆ ก่อนนะ ซึ่งก็ยาก เข้าใจว่ายาก ที่คนจะเข้าใจในยามนี้ ในยุคนี้ เพราะปฏิบัติธรรมเขาก็บอกว่า ต้องละ ลด ปลด ปลง เราก็ไม่ว่า ละ ลด ปลด ปลง แต่ถามจริงๆ ว่า คุณทำได้จริงหรือเปล่า ถ้าจริง คุณละ ลด ปลด ปลงได้จริง จะขอกราบงามๆ 3 ครั้ง แต่นี่เชื่อว่าคุณทำไม่ได้จริงหรอก ขอแค่คารวะคุณด้วยใจก็พอแล้ว ไม่ต้องถึงกับกราบงามๆ หรอกนะ
ขออนุญาตอธิบายเพลงเมื่อวานนี้สักนิดหนึ่งมีผู้ถามมา ปริศนารัก ปริศนารักนี้นานแล้ว แล้วอาจารย์ปัญจพลก็ได้กรุณาเอาไปเข้าเครื่อง AI แต่งเป็นเพลงมาให้เมื่อวานนี้ ออกเป็นปฐมฤกษ์ครั้งแรก คำร้อง ก็วาทะธรรม ขำขัน เล่มที่ 1 ก็นานแล้วนะ ทำนองและเสียง AI อาจารย์ปัญจพล จิตติฉันท์ เนื้อเพลงก็มีว่า ปริศนารัก ปริศนาแปลว่า สงสัย ทำไมมันน่าสงสัยจัง สงสัยตรงไหน สงสัยตรงที่ว่า ตายเพราะขาดความรักไป 3 วินาที ขนาดนั้นเชียวหรือ มันเกินไป เนื้อเพลงก็บอกว่า ขาดอาหาร 30 วัน ตาย อันนี้เห็นด้วย อดข้าว 30 วัน เดือนนึงตายแน่ ขาดน้ำ อดน้ำ 3 วัน ตายแน่ ขาดอากาศ หายใจไม่ออก 3 นาที ตายแน่ ขาดรัก 3 วินาทีตาย เขาบอกน่าเกลียดจัง น่าเกลียดมาก
ขาดรัก 3 วินาที ตาย วินาทีที่ 1 ไม่รักตัวเอง วินาทีที่ 2 ไม่รักผู้อื่น วินาทีที่ 3 ไม่มีผู้อื่นรัก ไม่มีผู้อื่นมารัก ตายเพราะ เราก็อุตส่าห์บอกไว้แล้วนะตายเพราะอะไร ตายเพราะ เมตตา ความรัก เป็นพลังปราณ ปราณแปลว่า พลังชีวิตนะ เมตตากับความรักเป็นพลังปราณ คนทำลายมันเยอะมาก ที่จะสร้างมันน้อยมาก ตายเพราะเมตตาความรักเป็นพลังปราณ ฉันรักเธอแทบจะสิ้นลมปราณ เพลงหวานๆ ขับเคลื่อนดวงจิตทุกขณะจิต ตัวเมตตากับความรักจะขับเคลื่อนดวงจิตทุกขณะจิต ขณะที่ 1 เกิดขึ้น ขณะที่ 2 ตั้งอยู่ ขณะที่ 3 ดับไป พอ 3 ขณะแล้วยังไม่มีความรัก ไปแน่ ตายแน่ อันนี้เป็นปรัชญานะ ก็ขออ่านให้ฟังเท่านี้ก่อน แล้วเรามีโอกาสคุยกันในวันถามแอนด์ทอล์ค เราก็จะมาชี้แจง
รวบรวมโดย คุณสุกัญญา เรืองชัยไพบูลย์
บทความที่เกี่ยวข้อง
เพราะเจ้ากรรมนายเวรก็จะเข้ามายื้อยุดฉุดกระชาก เหมือนชักกะเย่อกัน ถ้าเจ้าตัวขาดความมีสติ เจ้าตัวไม่แสวงหาความรู้ที่ถูกต้อง คือ ปัญญา มักจะตกเป็นเหยื่อของเจ้ากรรมนายเวร
25 พ.ค. 2026
สร้างสวรรค์ทั้งเป็น แล้วหลีกหนีนรกทั้งที่ยังไม่ตาย ทำอย่างไรจึงจะมีปาฏิหาริย์ที่ดีเกิดขึ้น เริ่มต้นจากตัวเราก่อน 1. อารมณ์ 2. จิต 3. วิญญาณ ที่ทำงานคือ ร่างกาย จุดสุดท้ายคือ วิญญาณสร้างราศี กายต้องการความคล่อง จิตต้องการความนิ่ง วิญญาณเบาบางจากโลภ โกรธ หลง กิเลส ตัณหา อุปาทาน โดยเฉพาะอุปาทานทางเหนือสามัญวิสัย มีส่วนอย่างมากที่ทำให้ชีวิตสับสนวุ่นวาย
3 ก.พ. 2026
