แชร์

EP.1956  จริตมีไว้ให้ฝึกฝืน ไม่ใช่มีไว้ให้ฝืน

อัพเดทล่าสุด: 2 มิ.ย. 2026
16 ผู้เข้าชม
EP.1956  จริตมีไว้ให้ฝึกฝืน ไม่ใช่มีไว้ให้ฝืน
สวัสดีทุกๆ ท่าน วันนี้เราพบกันวันอาทิตย์ที่ 24 เดือนพฤษภาคม 69 และ 26 คือ พุทธะ และคริสต์ศักราช วันนี้ขึ้น 8 ค่ำแล้ว เดือน 7 ปีมะเมีย  “อะโมฆัง ทิวะสัง กะยิรา  อัปเปนะ พะหุเกนะ วา”  เตือนตัวเองและผู้อื่นกันอยู่เสมอว่า วันเวลาอย่าให้ผ่านไปเปล่า ไม่มากก็น้อยให้ได้ประโยชน์อะไรได้บ้าง  พูดกันง่ายๆ ว่า เอาวันและเวลาอันมีค่าที่สุด มาทำประโยชน์ให้ได้มากที่สุด 
มีข้อความที่อาจารย์ปัญจพล และคุณกนกวรรณ มีความขยันขันแข็งช่วยทำข้อความขึ้นมาให้เราได้เตือนสติว่า ในรายการ “ถามแอนด์ทอล์ค” ตอนนี้เท่าที่ช็อตโน้ตไว้ได้ก็ประมาณ 4-5 ข้อใหญ่ๆ   4-5 ข้อใหญ่ๆ ที่เป็นหลักๆ  แต่ 4-5 ข้อที่เป็นหลักๆ ถ้าเราจะถามจะตอบกันจริงๆ เรียกว่า มันจะทั้งกว้างแล้วก็ทั้งลึกทีเดียว จะลองเอามาอ่านเป็นตัวอย่างให้ฟังไว้ก่อน เผื่อวันที่เราพบกันในรายการ “ถามแอนด์ทอล์ค” เดือนละครั้ง ผู้ที่รับฟังก็จะได้คิดล่วงหน้ามาก่อน 
คำถามที่ 1. 9 คำ ตอบโจทย์ศักยภาพกับศักดิ์สิทธิ์   9 คำนั้นที่จริงฟังดูก็ง่ายๆ แต่พอถามเขาก็งงๆ เหมือนกัน ก็มี 1. โลภ 2. โกรธ 3. หลง 1 ชุดผ่านไป  ชุดที่ 2 กิเลส ตัณหา อุปาทาน ถ้าคนไม่แยกแยะความหมายก็จะบอกว่า มันก็คล้ายๆ กัน หรือบางทีก็เรื่องเดียวกัน นี่แหละจะเข้าใจผิดกันตรงนี้แหละ  อันที่ 1 คือ โลภ  อันที่ 2 คือ โกรธ  อันที่ 3 คือ หลง  ชุด 1 ก็ผ่านไป 
ชุดที่ 2  กิเลส ตัณหา อุปาทาน มันเกิดจากอะไร  ชุดที่ 3 ตัณหา มานะ ทิฏฐิ  นี่เป็นประโยชน์มากที่ว่า มีผู้มาถามแล้วเหมือนกัน ถามมาทางโทรศัพท์ ยังไม่จาระไน ยังไม่แจกแจงนะ  
คำถามชุดที่ 2. 4 สิ่งสร้างปาฏิหาริย์   4 สิ่ง เมื่อก่อนจำได้ว่า 5 สิ่งนะ  ก็ให้สิ่งที่ 3 มันเป็นตัวปรากฏการณ์  มันไม่ใช่ตัวสร้าง  มันเป็นตัวผล  สิ่งๆ นี้เป็นเหตุ ตัวที่ 3 เป็นผล  4 สิ่งสร้างปาฏิหาริย์คือ 1. ศักดิ์สิทธิ์ 2. อิทธิฤทธิ์ และที่จริงข้อ 3 เราอยู่ตรงกลาง ก็คือ ปาฏิหาริย์นั่นแหละ ปาฏิหาริย์แปลว่า ตอบโต้ตีกลับ  เทพเทวดา แล้วข้อสุดท้ายเรื่องลึกลับซับซ้อน  5 ข้อมันเป็นปรากฏการณ์ เป็นผลซะ 1 ข้อ คือ ปาฏิหาริย์ แปลว่า ตอบโต้ตีกลับ ซึ่งใครๆ ก็อยากได้ จะให้มันช่วยแก้ปัญหานั้นแหล่ะ 
ศักดิ์สิทธิ์ก็สามารถแก้ปัญหา แต่มันมาจากไหนล่ะ  อิทธิฤทธิ์ก็แก้ปัญหา แล้วอิทธิฤทธิ์เกิดขึ้นได้อย่างไรล่ะ  เทพเทวดา เทพเทวดาอยู่ที่ไหนที่จะมาช่วยฉันสร้างปาฏิหาริย์ ไม่ใช่ว่าบอกว่า ฉันจะช่วยเธอสร้างปาฏิหาริย์ แต่เธอบอกมาก่อนว่า เธอจะเอาอะไรมาถวายฉัน ของคาวมีอะไรบ้างล่ะ ของหวานมีอะไรบ้างล่ะ ของหอม ฉันชอบหอมมากๆ นะ หอมน้อยๆ ฉันไม่เอานะ แล้วก็ของปราณีต ของปราณีตนี่ต้องให้มันปราณีตจริงๆ นะ อย่ามาทำส่งเดชๆ กับฉันไม่ได้ เพราะฉันเป็นเทพเทวดาที่มีศักดิ์ศรีอะไรอย่างนี้ เกิดไปเจอเทวดาประเภทค่อนข้างจะเรื่องมากเข้าอย่างนี้ แล้วจะทำยังไง  แล้วเราจะดูยังไงว่า เทวดาองค์นี้เรื่องมากจัง  แล้วก็ 5 ก็คือ เรื่องลึกลับซับซ้อน 
คำถามที่ 1 นะ 9 คำ  คำถามที่ 2  4 สิ่งสร้างปาฏิหาริย์  คำถามที่ 3 ก็เคยคุยกันบ้างแล้วล่ะ  2 รอ ร.รู้สึก กับร.รู้ ก็คือ วิญญาณธาตุกับธาตุรู้  ในตัวเราธาตุรู้มันอยู่ตรงไหน อยู่ที่หูเหรอ บางคนก็บอก ก็ถูก แต่ก็ไม่ใช่ทั้งหมด  อยู่ที่ตาเหรอ ก็ถูก แต่ไม่ใช่ทั้งหมด  หู ตา ไม่ใช่ หู ตา คอ จมูก อันนั้นมันแผนกของโรงพยาบาลเขา  2 รอ ธาตุรู้ วิญญาณธาตุกับธาตุรู้ คือ ความเป็นตัวเป็นตนมันเป็นยังไง ก็สงสัยอยู่นะ 
คำถามที่ 3 ต่อมา ก็คือ อารมณ์ ฮอร์โมน เคมี  เวทนา ปราณ ราศี บัญญัติไตรยางค์ 2 ชั้นของเรา สร้างรังสีแห่งพรหมได้ยังไง พูดกันง่ายๆ ว่า ติดต่อพระพรหมได้แบบไหน ทำไมพระพรหมมายุ่งอะไรกับอารมณ์ ฮอร์โมน เคมี  พระพรหมรู้จักเคมีด้วยเหรอ  พระพรหมรู้จักฮอร์โมนด้วยเหรอ  แล้วทำไมเวทนา ปราณ ราศี เป็นบัญญัติไตรยางค์ชั้นที่ 2 สร้างรังสีแห่งพรหม แล้วก็ป้องกันอีก ป้องกันราคีแห่งยม ราคีแห่งยมก็คือ เคราะห์ร้าย แต่ถ้ารังสีแห่งพรหมก็คือ โชคดี 
คำถามชุดที่ 4 อิเล็กโทรไลต์  อิเล็กโทรไลต์ คือ ตัวสร้างรังสีแห่งพรหม  สร้างยังไง  อิเล็กโทรไลต์ 9 ชนิด สร้างรังสีแห่งพรหมยังไง  เราก็ไม่ค่อยเข้าใจ  รายการถามแอนด์ทอล์คก็จะมาคุยกัน
อิเล็กโทรไลต์ คือ ตัวสร้างราศีแห่งพรหม สร้างยังไงอันนี้ต้องอธิบายกันให้เข้าใจ  มีอะไร 7 สิ่ง  ก็คือ อิเล็กโทรไลต์ 7 ชนิด  7 ชนิดมันไม่ได้อยู่แบบโต้งๆ มันอยู่แอบอยู่ในนิวเคลียส มีโมเลกุล มีนิวเคลียส นิวเคลียสก็มีไซโทพลาสซึม โพโทพลาสซึม  7 ชนิดมันแอบอยู่แค่ใน 1% ของไซโทพลาสซึม ไม่ได้อยู่ทั้งชุดของนิวเคลียส  แล้วทำไมมันอยู่น้อยอย่างนั้น แล้วมันมีผลยังไง ทำไมมันมีอิทธิพล อันนี้ต้องตั้งคำถามว่า โซเดียมแอบอยู่ตรงไหน แคลเซียมแอบยังไง แมกนีเซียมแอบไปทำไม โพแทสเซียมมันมีความสำคัญอย่างไร  ไบคาร์บอเนตเป็นยังไง  ซัลเฟตเป็นยังไง  คลอไรด์ล่ะ   7 ชนิดมันใช่สารเคมีที่สร้างรังสีแห่งพรหมจริงหรือ  โกหก หรือไม่จริงอะไรอย่างนี้  ทั้งหมดนี้ก็อาจารย์โอ๊ตกับคุณกนกวรรณก็อุตส่าห์ทำลิสบัญชีมาให้ ก็ขอขอบคุณ
ตอนนี้เรามาคุยกันต่อนิดนึง เวลาก็เลยมาเยอะแล้ว คุยกันต่อเราก็มารายงานของ ดร.วันพร จาปะเกษตร์ เรากำลังคุยกันถึงเรื่องอะไร 2 วันนี้ชักจะลืมแล้ว เมื่อวานคุยเรื่องอะไร อารมณ์ที่เป็นมาตรฐาน 6 ชนิด คือ จริต 6 บอกว่า ยายคนนี้ดัดจริตจัง  อีตาคนนี้แก่แล้วยังดัดจริตอีก  ที่นี่มีตาแก่คนหนึ่งเขาชื่อมิสเตอร์เคนาโล่ง นาทิ้งไว้เฉยๆ ไม่ได้ทำนา เคนาโล่ง ลายเซ็นต์เขาจะมีเคนำหน้า  แล้วก็จุด แล้วก็นาโล่ง ฝรั่งก็บอกเคนาโล่ง เคนาโล่ง เราก็บอกฝรั่งเขาว่า ยูทิ้งนาไว้ว่างๆ ไม่ทำนา  คนนี้ดัดจริตตาคนนี้ ใครอยากจะรู้ตาแก่ดัดจริต 
จริต 6 ชนิดเราต้องทำอะไรกับมัน ฝึกฝืน ฝืนอย่างเดียวไม่ได้นะ ฝืนอย่างเดียวอันตรายแล้วก็บอบช้ำหมดเลย ก็มันเป็นเรื่องที่ไม่น่าดู เวลาคนความคิดลบ แสดงอาการจริตจะก้านออกมาเป็นบวก อย่างนี้  ความคิดไม่ดีแต่แสดงความรู้สึกว่าฉันเป็นคนดี ดีซะเหลือเกินอะไรอย่างนี้ มันจะมีภาพให้เห็นเลยว่า นี่ไม่จริงใจ แบบนี้ไม่จริง ถ้าคนที่เขาดูคนเป็น เขาจะรู้ว่า คนอย่างนี้ต้องห่างๆ หน่อย ไกลๆ หน่อย อย่าไปอยู่ใกล้ๆ  คนนั้นเขาดัดจริตมาก คุณอย่าไปยุ่งกับเขาเชียวนะ  ไม่ได้มีความเป็นจริงเป็นจังตามธรรมชาติเลย 
เมื่อคนมีจริต 6 แล้วไม่ฝึกฝืน ก็ถึงเวลาเกิดจะคิดอะไรขึ้นมาที่มันกลับตาลปัตร เขาเรียกตีกลับ ก็จะดัดจริต ซึ่งคนที่เขามีสติ มีปัญญา เขาดูคนออก เขาก็จะบอกอย่าไปยุ่งๆ อย่างนี้คบไม่ได้เราก็ต้องฝึกฝืน ฝึกฝืนยังไง ถ้าจะฝึกฝืนอย่างเป็นวิชาการก็คือว่า ต้องทำสมาธิกรรมฐานภาวนา ฝึกฝืนอย่างเป็นวิชาการ แต่ถ้าฝึกฝืนแบบธรรมดาธรรมชาติ ก็ต้องให้มีสำนึกลึกไว้ โบราณเขาบอกว่า หัดสำเหนียกสำนึกกันซะบ้าง ไม่มีสำเหนียกสำนึกกันเลยอะไรอย่างนี้ สมัยก่อนเราก็งง ทำไมต้องสำเหนียก มันเป็นสร้อย มันเป็นสร้อยของสำนึก คนๆ นี้เขาไม่มีสำเหนียกสำนึก เราก็ต้องมีสำนึกว่า เราเป็นคนนะ มีฐานะอย่างนี้ๆๆ นะ จะทำอะไร จะพูดอะไรอย่าให้มันเกินไป น่าเกลียด คนเขามองออกนะ แสดงอย่างนี้ก็แสดงว่า จะโชว์อะไร  โชว์ความเด่นของตัวเองอะไรอย่างนี้ จะโชว์ให้คนอื่นเห็นว่า ฉันดีอย่างนี้ ฉันเก่งอย่างนี้ จะเก่งหรือจะดีไม่ต้องไปบอกใครเขา ไม่ต้องไปโชว์ ผลงานมันจะบอกตัวมันเอง 
คนจะเก่ง จะดี ไม่ต้องไปตะโกนกู่ก้องร้องตะโกนบอกใครเขาหรอกว่า ฉันเก่งนะ ฉันดีนะ ไม่ต้อง ไม่ต้อง เฉยๆ แล้วผลงานที่ปรากฏที่ออกมาอย่างจริงจังและจริงใจ มันจะบอกกับคนอื่นเองว่า นาย ก. เป็นคนดีนะ เป็นคนเก่งนะ แต่ถ้านาย ก. ไปบอกกับคนอื่น คนเขาปิดปากหัวเราะเลย คนจีนเขาเรียกว่า อาฉุ่ยเฉี่ยว  อาแปลว่า ปิด  ฉุ่ยแปลว่า ปาก  เฉี่ยวแปลว่า หัวเราะ  ปิดปากหัวเราะ  อยู่ดีๆ นาย ก. ก็ไปเที่ยวบอกคนโน้นคนนี้ว่า ฉันใหญ่นะ ฉันเก่งนะ ฉันมีความสามารถนะ ฉันมีผลงานนะ มีอย่างนั้นนะ มีอย่างนี้นะ  อยู่เฉยๆ เถอะ ไม่ต้องไปบอกใครเขาหรอก ถ้ามีจริง มันปิดไม่มิดหรอก
ตรงกันข้ามตัวเองไปเมคขึ้นมา ไปแสดงออกมา มันกลับเป็นที่ประจานตัวเองให้คนอื่นเขารู้ว่า นี่มันบ่มิไกด์เลย แปลว่า อวด มาอวดว่า ฉันเก่ง ฉันสามารถ ฉันเป็นคนดี เพราะฉะนั้น อันนี้เป็นจริตที่เสียหายมาก เก่งก็ทำไป ดีก็ทำไป ไม่มีใครจะปกปิดความดีและผลงานของคนอื่นได้ ถึงจะทำเป็นแสดงความไม่ยอมรับ แต่งาน ผลงานมันออกมาเอง  ตั้งอกตั้งใจทำไปเรื่อยๆ เรื่อยๆ  แล้วทุกอย่างก็จะเป็นที่ประจักษ์ 
จริตของคนนี่ก็เหมือนกัน อย่าไปฝืนมันจนกระทั่งดูผิดธรรมชาติ พอผิดธรรมชาติมากๆ มันจะเกิดปฏิกิริยาอันหนึ่ง เรามีคาถาของเราอยู่ชุดหนึ่ง คือ 27 ตัว ก. เมื่อฝืนธรรมชาติเข้า  มันก็เกิดกรรมเก็บกด กฎมันเกินเกณฑ์ เกณฑ์มันเกินกฎ กฎมันเกินกรรม กรรมมันเกินเกณฑ์ เกณฑ์เกินกรรม เกินกำกับ แล้วก็กรรมเก็บกด 
คนที่มีอาการกรรมเก็บกด มันผิดธรรมชาติ มันไม่เป็นไปตามธรรมชาติ เขาเรียกว่า ฝืนธรรมชาติ อันนี้ก็กลับมาที่เรื่องกรรมว่า ดัดจริต  จริตมีไว้ให้ฝึกฝืน ไม่ใช่มีไว้ให้ฝืน ถ้าฝืนเรียกสั้นๆ ว่า ดัดจริต อันตรายนะ เป็นผลเสียหายมาก เวลาก็ผ่านไปเดี๋ยวจะไม่พอเวลา 
มาดูผลงานของ ดร.วันพร จาปะเกษตร 1955 ดร.วันพรให้ตัวโปรยไว้เยอะหน่อย เมื่อเกิดมีเวทนาที่เป็นอทุกขมสุขเวทนามากเท่าไหร่ ตัวปราณก็จะยิ่งกลมกล่อม จะได้เรียกว่า สมดุล ตัวปราณก็จะสมดุลมากเท่านั้น  เมื่อปราณเราอยู่ในลักษณะที่สมดุล ดินไม่แข็งเกินไป น้ำไม่เฉอะแฉะ หรือแห้งเหือดจนเกินไป ไฟไม่รุนแรงจนเกินไป ไม่อ่อนแรงเกินไป  ก็จะทำให้อากาศในร่างกายเราเดินตามปกติ วิญญาณธาตุ ธาตุรู้ ธาตุรู้สึก ธาตุรู้สึกที่ดีก็จะกลั่นสิ่งหนึ่งออกมาในตัวเรา ก็คือ ราศี 
สรุปแล้วราศีออกจากปราณนะ ราศีออกจากปราณ ปราณก็ต้องปรุงที่เวทนา ถ้าเวทนาที่จะสร้างปราณให้ดีที่สุด ก็คือ อทุกขมสุขเวทนา ไม่สุขไม่ทุกข์  บางคนบอกต้องสุขสิฉันชอบ แล้วมันถาวรไหมล่ะ  มันไม่ถาวร  สุขเดี๋ยวมันก็ผ่านไปแล้ว เดี๋ยวมันก็หลีกทางให้ทุกข์เข้ามาแล้ว ทุกข์มันจะอยู่ถาวรไหม มันก็ไม่ถาวร อย่างบางคนพอมีทุกข์เข้าหน่อยฆ่าตัวตาย  เสียดายจัง  ตายไปแล้ว สุขมันกำลังจะเข้ามา มันบอกเข้าร่างไม่ได้ ถามทำไม เขาเอาร่างไปเผาซะแล้ว สุขมันก็ไปปรับความทุกข์บอก ร่างนี้เสียดายจังเลย เมื่อก่อนเขาทุกข์มาก ทีนี้ทุกข์มันกำลังจะผ่านไปแล้ว ฉันเป็นตัวสุขกำลังจะเข้าไปอยู่ในตัวเขาแล้ว เขาจะมีความสุขยาวนานเชียวล่ะ พอไปจริงๆ หาร่างเขาไม่เจอ สัปเหร่อเอาเขาไปเผาแล้ว แล้วเขาเป็นอะไร เขาฆ่าตัวตาย  ได้ยินมาเยอะเลยมันมาคุยกันตัวสุข แล้วตัวสุขมันก็เลยไม่รู้จะทำยังไง มันหาที่แสดงไม่ได้  มันบอกว่าเสียดายจัง 
เอาล่ะ วันนี้เราก็คุยกันแบบกากี้นั้ง เป็นกันเอง  ก็ขอขอบคุณทุกคนที่ทนฟัง  เดี๋ยวมาฟังดีเจคนสวยจะเปิดเพลงอะไรให้ฟัง เราก็ยังไม่แน่ใจ  แล้วก็มาสวดมนต์สวดพรกันต่อ  ขอบคุณอีกครั้งที่ทนฟัง
เพลงที่จบลงไป ชื่อเพลง คนเฮงซวย คนบอกไม่เพราะเลย ก็พยายามฟังให้เพราะก็แล้วกัน คำร้อง วาทะธรรม ขำขัน เล่ม 2 ครูธวัช คณิตกุล  ทำนองเสียงร้อง AI  จัดทำโดย คุณพัทธนันท์ พิมานพงศ์ภัทร หรือคุณแจน 
เนื้อเพลงมีว่า ส่วนใหญ่เจอคนเก่งแต่ไม่เฮง คนเก่งแต่ไม่เฮงมันก็น่าน้อยใจนะ คนเฮง บางคนเฮงนะแต่ไม่เก่ง แต่ก็เฮง นานๆ จึงจะเจอคนเก่งและเฮง หายากนะคนเก่งและเฮง แต่ก็ยังหาได้ สู้คนประเภทสุดท้ายไม่ได้ คนประเภทสุดท้ายมีเยอะมาก ส่วนมากจะเจอแต่คนเฮงซวย จนต้องย้ำ 3 ครั้งเฮงซวย เฮงซวย  17 กุมภาพันธ์ 2563 
ก็ขอให้ถือเป็นสันทนาการแบบสนุกๆ และเตือนสติ ลดลงกันซะบ้างเถอะ การพูดคิดทำแบบมันไม่ทุดี มันไม่ทุดีแปลว่าอะไร มันทุไม่ดี ทุเรศ ขออภัย  มันจริงๆ นะสังคมทุกวันนี้ บางทีมันปลงไม่ตกเลยว่า ทำไมมันเยอะจังคนที่ไม่ทุดี ทุเรศ 
เรามาตั้งจิตอธิษฐานถึงวันที่ 31 ที่จะถึงนี้อีกกี่วัน วันนี้ 24 แล้วนะ ก็เหลืออีก 7 วัน อาทิตย์นึงพอดี เป็นวันวิสาขบูชามหาปุณณมี วันสำคัญสากลโลก องค์การสหประชาชาติ UN เขาให้ชื่อว่า The Buddha Day วันสำคัญเขาหยุดงาน 1 วันเฉลิมฉลอง เพราะฉะนั้น เราชาวพุทธแท้ๆ จะต้องให้ความสำคัญอย่างยิ่งยวดเชียว 
ปีนี้เราก็จะมาทำการทำงานให้มันเป็นจริงเป็นจังที่ศาล ที่เราสร้างเมื่อปีที่แล้ว สหศรัทธาศาล ศาลาสานปัญญา ให้เป็นมรรคเป็นผลขึ้นมา แล้วจะได้ประโยชน์แก่พวกเราในทางเหนือสามัญวิสัย แล้วก็สามัญวิสัยด้วย เราจะมุ่งที่สหศรัทธศาลโดยตรงในปีนี้วิสาขบูชา ก็ขอบารมีคุณพระศรีพระรัตนตรัย และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย มาดลบันดาลให้เกิดเป็นผลอันเป็นมงคลแด่ทุกๆ คนด้วย

รวบรวมโดย คุณอรสา กู้เกินพงษ์

บทความที่เกี่ยวข้อง
EP.1907  สรรพสิ่งจะเสื่อมสูญสลาย หรือเจริญรุ่งเรือง  มีตัวกำกับด้วยกาลเวลา  แต่มีตัวพยุง และส่งเสริม คือ พฤติกรรม (จ. 30 มี.ค. 2569)
คนจะเฮงหรือซวย มีตัวกำกับด้วยวิบากกรรม  แล้วทำอย่างไรจึงจะเฮง  ทำอย่างไรจึงจะพ้นซวย  ต้องมาเรียนรู้
11 เม.ย. 2026
EP. 1839  เทพจะเสกสรรสิ่งอันเป็นประโยชน์ทั้งหลายที่มนุษย์ต้องการให้กับมนุษย์ที่จัดสรรเท่านั้น
ถ้ามนุษย์ไม่จัดสรร  เทพก็ไม่สามารถจะเสกสรร ในขณะที่ธรรมชาติตั้งใจจะสร้างสรรค์ ธรรมชาติก็สร้างสรรค์ไปตามธรรมชาติ  แต่เทพไม่สามารถจะเสกสรรค์ เพราะมนุษย์ไม่จัดสรรตัวเอง
6 ม.ค. 2026
EP. 1840   ชีวิตควรอยู่กับทั้งพฤติกรรม เห็นตำตา และวิบากกรรม มองเท่าไหร่ก็ไม่เห็น
เรื่องพลังเหนือสามัญวิสัยมันมีอำนาจ มันเอาอำนาจของมันเปลี่ยนให้คนดีก็ได้ ได้ดี เปลี่ยนให้คนร้ายก็ได้ ได้ร้าย เราจึงบอกว่า อย่ามองข้ามเรื่องเหนือสามัญวิสัย บางคนใช้ชีวิตมาครึ่งค่อนชาติ หรือเกือบหมดชาติ มองเห็นชัดๆ เลยสำหรับผู้มีประสบการณ์ คนๆ นั้นต้องอำนาจอาถรรพ์ อำนาจนั้นเรียกว่า เหนือสามัญวิสัย
6 ม.ค. 2026
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy