EP.1955 เมื่อเกิดมีเวทนาที่เป็นอทุกขมสุขเวทนามากเท่าไหร่ ตัว ปราณก็จะยิ่งกลมกล่อม จะได้เรียกว่า สมดุล ตัวปราณก็จะสมดุลมากเท่านั้น (ส. 23 พ.ค. 2569)
อัพเดทล่าสุด: 2 มิ.ย. 2026
9 ผู้เข้าชม
EP.1955 เมื่อเกิดมีเวทนาที่เป็นอทุกขมสุขเวทนามากเท่าไหร่ ตัว ปราณก็จะยิ่งกลมกล่อม จะได้เรียกว่า สมดุล ตัวปราณก็จะสมดุลมากเท่านั้น
เมื่อปราณเราอยู่ในลักษณะที่สมดุล ดินไม่แข็งเกินไป น้ำไม่เฉอะแฉะ หรือแห้งเหือดจนเกินไป ไฟไม่รุนแรงเกินไป ไม่อ่อนแรงเกินไป ก็จะทำให้อากาศในร่างกายเราเดินตามปกติ วิญญาณธาตุ ธาตุรู้ ธาตุรู้สึก ธาตุรู้สึกที่ดีก็จะกลั่นสิ่งหนึ่งออกมาในตัวเรา ก็คือ ราศี
สวัสดีทุกท่าน พบกันทางเงา วันนี้เป็นเงาของวันเสาร์ที่ 23 เดือนพฤษภาคม 69 และ 26 คือ พุทธะ คริสตศักราช ขึ้น 7 ค่ำ เดือน 7 มีมะเมีย ก็เข้ามาสู่คำว่า อารมณ์ อารมณ์เป็นมาตรฐาน หรืออารมณ์ไม่ได้มาตรฐาน อารมณ์เป็นทั้งเรื่องสร้าง สร้างอะไรต่อมิอะไรได้มากมายมหาศาล และอารมณ์ก็เป็นสิ่งที่ทำลายได้อย่างมากมาย แต่อารมณ์ที่อยู่ภายในร่างกายของเรา ซึ่งมนุษย์ทุกคนจะมีอารมณ์ที่เป็นตัวของตัวเองอยู่ 6 หลักใหญ่ๆ ตามหลักพระพุทธศาสนา เขาเรียกว่า จริต
เมื่อจริตแต่ละคน แต่ละคน ไม่เหมือนกัน อารมณ์มาตรฐานของแต่ละคน แต่ละคน ก็ไม่เหมือนกัน อารมณ์ที่มันจรเข้ามาเป็นชั่วครั้งชั่วคราวมันเป็นธรรมดานะ มันเกิดขึ้นได้กับทุกคน แล้วก็ผลไม่ได้เป็นมาตรฐาน หรือถาวรเท่าไหร่ อารมณ์ที่มาตรฐานในทางอภิธรรมเรียกว่า จริต จริตที่ หนึ่ง คือ ราคจริต ตัวนี้ตัวเป้งเลย ตัวใหญ่มาก ราคะแปลว่า ความกำหนัด หรือความต้องการ ราคจริต โทสจริต โทสะโกรธนี่รองลงมาหน่อย โมหจริตความหลง สัทธาจริตความเชื่อ พุทธิจริตอันนี้เป็นจริตที่หายาก จะน้อยคนที่จะมี แล้วก็วิตกจริต สมัยนี้ดูจะมีมากมายเชียววิตกจริต
เรากำลังพูดกันถึงอารมณ์สร้างฮอร์โมนในร่างกาย ฮอร์โมนกับเคมีมันเป็นส่วนผสม ส่วนผสมผสานกัน ฮอร์โมนดี เคมีก็ดี เคมีดี ฮอร์โมนก็ดี ต่างฝ่ายต่างหนุนซึ่งกันและกัน แต่เจ้าตัวขับเคลื่อนที่สร้างให้ฮอร์โมนดีเคมีดี ก็คือ อารมณ์ คนบอกฟังแล้วไม่น่าจะสมเหตุสมผล ก็ขอให้ฟังไว้ก่อนเถอะ แล้วทุกท่านก็ช่วยกันคิด
เมื่อเราพูดถึงการที่เรามีอารมณ์มาตรฐานของแต่ละคนไม่เหมือนกัน บางคนมีมาตรฐานอารมณ์เป็นคนมีราคจริตสูง ราคะนี่ไม่ใช่เรื่องเสียหายนะ ไม่ใช่เรื่องอัปมงคล หรือมันเป็นเรื่องที่น่าเกลียดน่าชัง ไม่ใช่ มันเป็นธรรมชาติ ธรรมชาติอย่างหนึ่งของมนุษย์ที่ทุกคนมี บางคนก็มีมาก บางคนก็มีน้อย บางคนก็มีอ่อนๆ อ่อนแรงหน่อย บางคนก็มีรุนแรง โทสะก็เหมือนกันทุกคนต้องมีโกรธ ต้องมีโกรธ โมหะก็มีต้องมีหลง วันนี้อาจารย์หลงมา สมศักดิ์ รักไพบูลย์สมบัติ อันนี้ไม่เกี่ยวนะชื่อท่าน แล้วก็ศรัทธา อารมณ์ศรัทธาแรงหรือไม่แรง อารมณ์พุทธิ พุทธิคือ มีเหตุมีผล บางคนมีอารมณ์เหตุผลมาก จะทำอะไรทีก็ต้องคิดหนักอะไรสักหน่อย ไม่อย่างนั้นจะไม่ยอมเชื่อ ไม่ยอมฟังอะไรง่ายๆ แล้วก็วิตกจริต บางคนมีอารมณ์วิตกรุนแรงมาก
ทีนี้อารมณ์เหล่านี้เราต้องฝึก เราต้องฝึกฝืน ถ้าเราไม่ฝึก เราไม่ฝืน เราฝืนอย่างเดียวเลย เขาเรียกว่า หักดิบ การหักดิบบอบช้ำมาก คนที่หักดิบอารมณ์ตัวเองอันตรายมากด้วย บอบช้ำด้วย เพราะฉะนั้น เมื่อเรารู้แล้วเราก็พยายามฝึกฝืน ฝึกฝืน ฝึกฝืน ฝึกอะไรที่มันไม่ถูกเราก็ฝืนไว้ อะไรที่มันถูกแล้วเราก็ปล่อยตามอารมณ์ไป อะไรที่มันดีแล้วเราก็ปล่อยตามอารมณ์ไป อะไรที่ไม่ดีเราก็ฝึกฝืน ฝึกฝืน
พอฝึกฝืนไปนานๆ อารมณ์มันจะไปบังคับ อารมณ์ที่เราฝึกฝืนดีแล้วจะไปบังคับการทำงานของอารมณ์ ของฮอร์โมน เคมี แล้วก็บรรทัดที่สอง บัญญัติไตรยางศ์ของเรา คือ เราสหปฏิบัติฯ สร้างสูตรขึ้นมาอยู่สูตรหนึ่ง ซึ่งเราก็ไม่ได้สงวนลิขสิทธิ์นี้ ใครจะเอาไปใช้ก็ไม่ว่า หนึ่ง บรรทัดแรกเลยอารมณ์ ฮอร์โมน เคมี พออารมณ์ฮอร์โมนเคมีทำงานตามธรรมชาติแล้ว เราก็สามารถจะเอาอารมณ์ที่เกิดจากฮอร์โมนและเคมี เคมีฮอร์โมนที่เกิดจากอารมณ์ ฮอร์โมน เคมี อารมณ์สามอย่างไปเข้ากรรมฐาน เข้ากรรมฐานโดยธรรมชาติ ก็คือ เวทนา
เวทนาในภาษาพระโดยปริยายก็แปลว่า อารมณ์เหมือนกัน แต่เป็นอารมณ์ที่ต้องปฏิบัติ ปฏิบัติกรรมฐาน แล้วก็จะได้เข้าถึงการสร้างเวทนา
เวทนาในหลักอภิธรรมก็มี 3 อย่าง 1. สุขเวทนา บางคนบอกเอาเลย เอาเลย อย่าพึ่งเอา สุขมันไม่เที่ยง มันไม่เที่ยง ใครๆ ก็ชอบ สุขมันไม่เที่ยง แต่เราอยากให้มันเที่ยง อยากให้มันอยู่นานๆ ก็ต้องมีวิธีอื่นอีกนะ สุขอารมณ์ อารมณ์ที่เป็นสุข สุขเวทนา เวทนาที่มีความสุข ทุกขเวทนา เวทนาที่มีความทุกข์ ทั้งสุขและทุกข์ไม่ดีทั้งนั้น
เวทนาที่ดีที่สุด คือ เวทนาที่เป็นกลาง อทุกขมสุขเวทนา อทุกข์ก็คือ ไม่ทุกข์ ขมสุขก็คือ ไม่สุข อารมณ์ที่เป็นกลางๆ เวทนาที่ดีที่สุด ก็คือ อทุกขมสุขเวทนา ถ้าเราสามารถสร้างอทุกขมสุขเวทนา คือ เวทนาที่ไม่สุข ไม่ทุกข์ ได้มากเท่าไหร่ ต่อไปอันที่ 5 สมการบรรทัดที่สอง อันที่ 5 คือ ปราณ ปราณก็คือเขาเรียกชี่ ภาษาแต้จิ๋วเขาเรียกว่า ขี่ ภาษาจีนกลางก็ชี่ ภาษาบาลีเขาเรียกว่า ปราณ ปาระณะ ปราณตัวนี้ก็คือ ดิน น้ำ ลม ไฟ อธิบายอย่างนี้มา 2 วันแล้วนะ บางคนอาจจะบอกเบื่อแล้ว ซ้ำอีกทีนึง เดี๋ยวเราจะก้าวต่อไป ก้าวต่อไปในความรู้ที่มาแปลกๆ
เมื่อเกิดมีเวทนาที่เป็นอทุกขมสุขเวทนามากเท่าไหร่ ตัวปราณนี่มันก็จะยิ่งกลมกล่อม จะได้เรียกว่า สมดุล ตัวปราณก็จะสมดุลมากเท่านั้น ปราณก็มีอะไร ดิน น้ำ ลม ไฟในพุทธธรรมมีอยู่ 4 นะ มะ พะ ทะ ดินน้ำลมไฟ อภิธรรมมี 6 ก็คือ วิญญาณธาตุ และอากาศธาตุ วิญญาณคือ ความรู้สึก อากาศคือ สิ่งที่บริหาร อากาศคือ ลมที่เคลื่อนที่ ก็บริหารดิน บริหารน้ำ บริหารลม บริหารไฟ อันนี้เป็นเป็นจินตนาการ แต่ว่าตามหลักของวิทยาศาสตร์เขาละเอียดกว่านั้น
เมื่อปราณเราอยู่ในลักษณะที่สมดุล ดินไม่แข็งเกินไป น้ำไม่เฉอะแฉะ หรือแห้งเหือดจนเกินไป ไฟไม่รุนแรงเกินไป ก็ไม่อ่อนแรงเกินไป ไฟก็ไม่แรงจนเกินไป แล้วก็ไม่ริบหรี่จนเกินไป ก็จะทำให้อากาศในร่างกายเราเดินตามปกติ ค่อนข้างเป็นปกติ วิญญาณธาตุตอนนี้เริ่มแล้ว วิญญาณธาตุ ธาตุรู้ ธาตุรู้สึก ธาตุรู้สึกที่ดีก็จะกลั่นสิ่งหนึ่งออกมาจากตัวเราก็คือ ราศี บางคนบอกสูตรนี้คุณให้มาผิดแล้ว ผิดสูตรยังไงล่ะมาเจรจาต๊าอ้วยมาคุยกัน ออกมาเป็นราศี ราศีฝรั่งเขาเรียกว่า ออร่า ออร่าก็ออกมา
ราศีตอนนี้ คือ เกิดเป็นทางสอง เหมือนกับแยกเป็นรูปตัววายออกไปแล้ว ราศีหนึ่งเกิดจากทางสามัญวิสัยแล้วก็ออกมาเป็นพลังงาน อีกราศีหนึ่งออกมาเป็นรูปเหนือสามัญวิสัย
ทำไมเป็นเหนือสามัญวิสัย เรื่องศักดิ์สิทธิ์ อิทธิฤทธิ์ ปาฏิหาริย์ เทพเทวดา อำนาจลึกลับ ซับซ้อน ซ่อนเร้นปิดบังอำพรางทั้งหลาย เพราะในตัวเรามีพร้อม ในตัวคนมนุษย์มีพร้อม พร้อมทั้งเรื่องธรรมดา สามัญ แล้วก็พร้อมทั้งเรื่องไม่ธรรมดา เหนือสามัญ สามัญวิสัย ก็คือ Common sense เหนือสามัญวิสัย ก็คือ Sixth sense
เมื่อในตัวมนุษย์มีสองสิ่งนี้อยู่พร้อมแล้ว ทำไมเราจึงไม่บริหารตัวเรา ไม่ต้องไปให้ใครมาบริหารให้เราหรอก เรานี่แหละ รับรู้ เรียนรู้ ทำความเข้าใจให้ถ่องแท้ แล้วเราก็บริหารตัวเราเองได้ ถ้าภาษาทั่วไปบริหารยังไง ก็บริหารกรรมฐาน ไปทางกรรมฐาน ที่จริง คือ การทำสมาธิกรรมฐาน และภาวนา สมาธิ จิตตั้งมั่น กรรมฐานคือ เอาสิ่งหนึ่งสิ่งใดมาเป็นที่มาตรฐาน แล้วก็ทำสิ่งนั้นให้มันชัดเจนขึ้นมา กรรมฐาน ฐานของกรรม เมื่อก่อนคนพูดจะพูดว่า ฐานของกรรม โดยเฉพาะกรรมฐาน สมาธิ กรรมฐาน แล้วก็ภาวนา ออร่าก็จะเกิดขึ้น
กรรมฐานหลักใหญ่ๆ มีอยู่ 2 ข้อคือ สมถกรรมฐาน กับวิปัสสนากรรมฐาน ก่อนจะไปถึงภาวนา ภาวนาแปลว่า พัฒนา เป็นภาษาบาลี แต่พัฒนาเป็นสันสกฤต ทีนี้เมื่อเราจะทำกรรมฐาน เรามีความรู้สักนิดหนึ่งว่า อารมณ์ฮอร์โมนเคมีในร่างกายเราพร้อมไหม เวทนา ปราณ ราศีของเราจะออกมาอย่างไรในขณะที่เราเข้ากรรมฐาน กรรมฐานที่ ตัดตอนเรียกว่า เกิดเป็นฤทธิ์ได้ชัดเจนที่สุด คือ สมถกรรมฐาน
สมถกรรมฐานคืออะไร สมถกรรมฐาน ก็คือ การบริหารจิตให้เป็นหนึ่งเดียว สมถกรรมฐานก็จะไปเจริญฌาน ฌานอันดับแรกก็คือ ปฐมฌาน ยังคงยังคงก้าวถึงตรงนั้น ไม่มีเวลาจะพูดถึงตรงนั้นนะ สมถกรรมฐานก็มีฌาน 4 ตัดตอนก่อน ฌาน 4 ปฐมฌาน ทุติยฌาน ตติยฌาน จตุตถฌาน
ถ้าใครสามารถบริหารกรรมฐานสมถได้ถึงฌาน ไม่ต้องมากถึงฌาน 3 ก็มีฤทธิ์มากมายแล้ว แต่พุทธศาสนาไม่ให้หยุดอยู่แค่สมถะ ให้ก้าวขึ้นไปสู่วิปัสสนาก็คือ ภาวนา เราก็ก้าวไปสู่ภาวนา 4 กายภาวนา ศีลภาวนา จิตภาวนา อะไรภาวนาอีกอย่างหนึ่ง ก็ภาวนาขึ้นไป อันนี้ขอตัดตอนก่อน
เราต้องการจะให้ทุกท่านได้สร้างออร่า จะกลับมาที่ออร่า ออร่าคือ ราศี เพื่ออะไร เพื่อประสานกับรังสีแห่งพรหม พรหมรังสี พระพรหมส่งมาจากไหน เดี๋ยววันหลังเรามาคุยกัน บนฟากฟ้าพระพรหมอยู่ชั้นไหน เทวดาใส่ชฎาแหลมเปี๊ยบธรรมดาอยู่ชั้นไหน แล้วเราก็จะไปเปรียบเทียบกับชั้นบรรยากาศ กับอวกาศ เพื่อให้คนรุ่นใหม่ช่วยพิจารณาว่า เห็นด้วยไหมเมื่อเราจะเข้าสู่การเรียนการรู้รับรู้เรื่องธรรมชาติสองภาค ทั้งภาคสามัญทั่วไป และภาคศักดิ์สิทธิ์ เราก็ต้องรู้ชั้นบรรยากาศ อวกาศ
ชั้นบรรยากาศควบคุมด้วยเวลา ชั้นบรรยากาศที่ขึ้นไปจากพื้นโลก ขึ้นไป 30,000 ฟิตเครื่องบินบินไปมาได้ เราจะเปรียบเทียบอะไร อันนี้ก็ขอยุติก่อน ชั้นอวกาศขึ้นไปชั้นสูงขึ้นไป ไม่มีกาลเวลา กาลเวลาชั้นอวกาศไม่มี มันขึ้นอยู่กับสภาวะ อันนี้เรามาคร่าวๆ เท่านี้ก่อน วันนี้เวลามีอยู่ไม่มาก
แต่จุดประสงค์ที่เราพูดกันในสัปดาห์นี้ ก็คือ ให้ทุกคนได้สร้างออร่าเถอะ ออร่าก็คือ ราศี ราศีช่วยให้สุขภาพกายดี สุขภาพจิตดี และวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ ไม่ใช่วิญญาณอาฆาต เพราะเราจะมีกายที่สมบูรณ์ จิตที่สมบูรณ์ และวิญญาณที่สมบูรณ์ กายไม่ค้าน กายไม่ทรมานกาย กายไม่กลายเป็นกายวิปริต จิตไม่ค้านจิต จิตจะสมบูรณ์ ไม่เป็นจิตที่วิปลาส
เดี๋ยวนี้คนกายวิปริตกันมาก กายปวดนั่นปวดนี่ เจ็บนั่นเจ็บนี่ โรคนั้นโรคนี้มันมากเกินเหตุ มากเกินความจำเป็น จิตวิปลาสนี่น่าจะนำกายเราแล้วล่ะ เพราะว่าจิตมันมีความละเอียดอ่อน แล้วไม่ได้รับความทะนุถนอม เราไปฝืนมันอย่างเดียว แทนที่เราจะค่อยๆ ฝึกฝืนมัน เราก็ไปฝืนจิต ภาษาชาวบ้านโบราณเขาเรียกว่า ดัดจริต ไม่ใช่คำหยาบนะคำว่า ดัดจริต
คนที่ดัดจริต มันจะมีอันตรายเกิดขึ้นตามธรรมชาติ ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น ก็เพราะจริต 6 เขากำกับมา เราไม่ควรจะหักด้ามพร้าด้วยเข่า เราไม่ควรจะหักดิบ เราค่อยๆ ฝืนจริต ฝึกฝืนตัวเราไปเรื่อยๆ จนเกิดความชำนาญ และเชี่ยวชาญในการฝึกจริตของเราแต่ละคน แต่ละคน ซึ่งมีจริตหลักอยู่ 6 ข้อ ที่กล่าวมาแล้ว ล้วนแล้วแต่ทุกคนต้องมี แล้วก็มีจริตรองอันดับสอง จริตรองอันดับสาม อันนี้จะยาวความไป ก็ขอขอบคุณทุกคนที่ทนฟัง เรื่องค่อนข้างจะลำบากใจสักนิดหนึ่ง และอีกหน่อยท่านจะสบายใจ
วันนี้มาดูผลงานของคุณ กันติชา เวชสุรียะกุล 1954 อารมณ์มาตรฐานที่ควบคุมความเป็นตัวตนของเราเกิดจากจริต 6 ราคจริต โทสจริต โมหจริต สัทธาจริต พุทธิจริต วิตกจริต การฝึกฝืนอย่างถูกวิธีในจริต 6 ทำให้ชีวิตสมบูรณ์ มีอารมณ์และฮอร์โมนที่สมดุล มีสุขภาพกายและจิตที่ดี คุณกันติชาให้ตัวโปรยไว้อย่างนี้ ก็เป็นเรื่องที่เราจะต้องศึกษากันต่อไป
อารมณ์มาตรฐาน ที่ควบคุมความเป็นตัวตนของเรา คือ จริตหก 6 ราคจริต โทสจริต โมหจริต สัทธาจริต จริต วิตกจริต การฝึกฝืนอย่างถูกวิธีในจริต 6 ทำให้ชีวิตสมบูรณ์ มีอารมณ์และฮอร์โมนที่สมดุล มีสุขภาพกายและจิตที่ดี
เราอย่าให้ใครเขามาประณามเราว่า เราดัดจริต เราฝึกฝืนจริต เราไม่ได้ดัดจริต เพราะดัดจริตเป็นการหักด้ามพล้าด้วยเข่า หรือเป็นการฝืนจริตจนกระทั่งผิดธรรมชาติ เมื่อผิดธรรมชาติ ธรรมชาติก็ลงโทษเรา ผิดธรรมชาติทางนอก ธรรมชาติทางนอกสามัญวิสัยก็ลงโทษเรา ผิดธรรมชาติทางใน ธรรมชาติทางในก็ลงโทษเรา เพราะฉะนั้น เราต้องการคุณประโยชน์จากการไม่ผิดธรรมชาติ ขอขอบคุณอีกครั้งหนึ่งที่ทนฟัง เดี๋ยวมารับฟังเพลง แล้วก็สวดมนต์ภาวนา
เพลงที่จบลงไปชื่อว่า เพลง กายวิปริต จิตวิปลาส วิปริตกับวิปลาส วิปริตแปลว่า ผิดปกติทางรูปธรรม ถ้าวิปลาสก็ผิดปกติทางนามธรรม ทำนองคำร้อง วาทะธรรม ขำขัน เล่ม 1 ครูธวัช คณิตกุล ทำนองและเสียงร้อง AI จัดทำโดยคุณพัทธนันท์ พิมานพงศ์ภัทร หรือคุณแจน
เนื้อร้องก็มีอยู่ว่า “กายค้านกาย กายทรมานกาย กลายเป็นกายวิปริต จิตค้านจิต จิตทรมานจิต กลายเป็นจิตวิปลาส กายค้านจิต จิตค้านกาย กายทรมานจิต จิตทรมานกาย ค้านกันไปค้านกันมา ค้านกันมาค้านกันไป ทรมานกันไปทรมานกันมา ทรมานกันมาทรมานกันไป กลายเป็นกายวิปริต จิตวิปลาส อันนี้เป็นภาคทางพฤติกรรม กายวิปริต จิตวิปลาส วิญญาณอาฆาต ภาควิบากกรรม”
คือ ภาคพฤติกรรมนี่ก็คือ เรื่องสามัญวิสัย ฮอร์โมนเป็นพิษ เคมีผิดปกติเป็นภัย เคมีกับฮอร์โมนมันเน่า มันเสีย ก็ทำให้กายวิปริต ตอนนี้พอจิตวิปลาสนี่มันคือ เรื่องด้านความคิด เพราะว่าความคิดออกมาจากกายที่ผิดปกติ มันก็กลายเป็นเจ้าฮอร์โมนกับเคมีที่มันเป็นพิษ ปราณเสีย
ปราณที่ดีก็จะกลายเป็นปราณที่ส่งราศีออกมา คนนี้ราศีดีจัง หน้าตาผ่องใส ผิวพรรณดี ยิ้มแย้มแจ่มใส คนนี้หน้าดำคร่ำเครียด ผิวพรรณหยาบกร้าน ดูไม่ได้เลย บุคลิกท่าทางก็ไม่น่าไว้ใจ ไม่น่าคุยด้วย ไม่น่าสนทนา มีแต่ความคิดติดลบอยู่ตลอดเวลา ก็เพราะว่าเขาผิดปกติ ฮอร์โมนผิดปกติ เคมีผิดปกติ ดินน้ำลมไฟมันแปรปรวนไปหมด ก็คือ ปราณ ปา-ระ-ณะ แล้วก็วิญญาณได้รับข้อมูลผิดๆ วิญญาณแปลว่า ธาตุที่รู้สึกได้รับความรู้สึกผิดๆ พลาดๆ มันไม่ถูกต้อง มันก็เลยออกมาเป็นวิญญาณอาฆาต
เราให้ความรู้ทั้งภาคศรัทธาในเรื่องศักดิ์สิทธิ์ แล้วให้ความรู้ทั้งเรื่องปัญญาในภาคพฤติกรรม ในเรื่องสามัญ ใครต้องการความรู้อันไหนก็พิจารณาเอา ก็ขอขอบคุณที่รับฟังการวิเคราะห์เพลงนี้อีกทีหนึ่ง กายวิปริต จิตวิปลาส
เราก็เข้ามาสู่การสวดมนต์ สวดพรกัน ขออำนาจคุณพระศรีพระรัตนตรัย และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายในสากลโลก สากลพิภพ สากลจักรวาล โดยเฉพาะวัน Buddha Day Buddha Day ก็คือ วันที่ 31 พฤษภาคมที่จะถึงนี้ เป็นวันวิสาขบูชา วันสำคัญสากลโลก วันสำคัญของโลกเลยนะ ไม่ใช่ว่าแค่ประเทศไทย วันสำคัญสากลโลก องค์การสหประชาชาติ หรือ UN เขาถือเป็นวันสำคัญหนึ่งวันที่เขาหยุดทำการ
ฉะนั้น อีกกี่วันล่ะ วันนี้วันที่ 23 ก็เหลืออีกกี่วัน 8 วันก็จะถึงวันวิสาขบูชาแล้ว เราก็จะจัดการสะสางสหศรัทธาศาล ศาลาสานปัญญา เห็นว่าจะเอาองค์ใดเข้าไปร่วมบูชา ก็จะเอาเข้าไปตั้งบูชา และโดยเฉพาะผงกำยาน สองร้อยกว่าสามร้อยแห่ง ที่ผู้มีศรัทธาอัญเชิญมา ก็ศักดิ์สิทธิ์มากมายอยู่แล้ว
แล้วก็อีกนั่นแหละ ขอเล่าให้ขำๆ หน่อย ยายหนูพุ่มพวง ดวงจันทร์ เอาเรื่อง เขาบอกว่าเดือนหน้าเป็นวันสำคัญของเขาแล้ว วันที่ 13 มิถุนายน เป็นวันของคุณหนูพุ่มพวง ดวงจันทร์เขา แล้วก็บังเอิญให้มีรูปของเขาอยู่รูปหนึ่งเล็กๆ เขาก็มาบอกกล่าวว่า น่าจะให้เขาได้ไปอาศัยอยู่ในศาลนั้นสักดวงหนึ่งเหอะ ดวงวิญญาณ ขออาศัยอยู่ดวงเดียว
จากทีแรกเมื่อยี่สิบกว่าสามสิบกว่าปีก่อน มาแสดงปาฏิหาริย์ปรากฏการณ์ที่เคยเล่าให้ฟังกันบ้างแล้วว่า จะขอศาลที่เป็นรูปเรือนไทยทั้งหลังแต่เพียงลำพัง คนพูดก็บอกให้ไม่ได้ อันนี้เป็นศาลที่จะมาตั้งรวมกันทั้งหมด ตอนนั้นก็ได้คิดว่า จะต้องรวมวิญญาณเข้ามาอยู่ในที่เดียวกัน ก็คือ สหศรัทธาศาลนี่แหละ แล้วก็พร้อมทั้งเป็นศาลาสานปัญญา หนูพุ่มพวง ดวงจันทร์ เขาก็บอกขอมีส่วนร่วมด้วยสักหน่อยก็แล้วกัน เราก็บอกไม่เป็นไร ครั้งนี้ก็คงจะหาใครที่มีดวงชะตาอันยิ่งใหญ่ เป็นผู้รับมอบหมายอัญเชิญรูปของเขา ให้เข้าไปอยู่ในศาลสถิตให้เป็นที่พออกพอใจซะทีเถอะ
เขาบอกเขาอยู่ทับกระดาน บอกว่าที่นี่มันทับกระดาษ คุณอยู่ทับกระดานก็อยู่ไปเหอะ เขาบอกจะมาอยู่ทับกระดาษบ้างไม่ได้หรือไง เราก็จะมาดูกันว่า จะให้เขามาร่วมอยู่ด้วยหรือไม่ ใหม่ๆ นี่มาอวดกับเราด้วย บอกหนูพร้อมจะให้ลอตเตอรี่แม่นนะ ไม่เป็นไรล่ะ เดี๋ยวก็ติดการพนันกันงอมแงมไปหมด เอาแค่มาอยู่ก็พอแล้วนะ อันนี้พูดกันกากี้นั๊งนะ เป็นกันเอง
ก็ขอให้วันที่ 31 นี้ เราก็จะเอารูปของพุ่มพวง ดวงจันทร์ หนึ่งละ รวมทั้งสิ่งศักดิ์ศักดิ์สิทธิ์ที่มีอยู่พอประมาณ อัญเชิญเข้าไปไว้ในศาลนี้เป็นสหศรัทธาศาล แล้วก็จะมี QR Code QR Code ก็คือ เป็นที่ค้นหาข้อมูล ข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์ทางสมัยใหม่ ก็มีทีมงานนำโดยอาจารย์ปัญจพล จิตติฉันท์ แล้วก็รองศาสตราจารย์ดร.พุทธชาติ แผนสมบุญ คุณศศิธร ศรีโสภา คุณกนกวรรณ วงษ์มณี แล้วก็ใครต่อใครอีกหลายคน คุณสุวิมล ตั้งตรงสากล แล้วก็อาจารย์สุภัค จาปะเกษตร์ ดร. วันพร จาปะเกษตร์ ก็ยังไม่หมดนะรายชื่อ ก็ช่วยๆ กันหาข้อมูลใส่เข้าไปใน QR Code เพื่อจะเป็นในทางศาลาสานปัญญา ทางด้านสหศรัทธาศาลเราก็มีผงกำยานสองสามร้อยแห่ง ที่มาจากวัดวาอารามต่างๆ มากมายอยู่แล้ว แล้วส่วนด้าน QR Code ข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์ เราก็มีผู้ร่วมทำงานเอาข้อมูลต่างๆ ใส่มาแล้วมากมาย ก็มาช่วยๆ กัน
เอาล่ะ เราขออธิษฐานอีก 8 วันให้วันวิสาขบูชา วันสำคัญสากลโลกในครั้งนี้ เป็นวัน Buddha Day จงเกิดเป็นอานิสงส์อันศักดิ์สิทธิ์แด่ทุกๆ ท่าน โดยเฉพาะเราชาวสหปฏิบัติฯ
ส. 23 พ.ค. 2569
รวบรวมโดย ดร.วันพร จาปะเกษตร์
บทความที่เกี่ยวข้อง
เราจะพยายามทำอย่างไรไม่ให้เรื่องสิ่งศักดิ์สิทธิ์ อิทธิฤทธิ์ ปาฏิหาริย์ เทพเทวดา เรื่องลึกลับ เกิดรูโหว่และเกิดช่องว่าง เราจะอุดรูโหว่และช่องว่างให้มากที่สุดได้อย่างไร
25 ม.ค. 2026
