แชร์

EP.1953 เมื่อธาตุรู้ รู้สิ่งที่เป็นความรู้ 2 ภาค ด้วยเหตุและผล จะส่งให้พฤติกรรมทางนอกเหมาะสม  และวิบากกรรมจะไม่บังคับให้ทำหน้าที่เป็นคนทรงเจ้า (พฤ. 21 พ.ค. 2569)

อัพเดทล่าสุด: 25 พ.ค. 2026
20 ผู้เข้าชม
EP.1953   สหปฏิบัติฯ ขอยืนยันวัตถุประสงค์ว่า    เมื่อธาตุรู้ รู้สิ่งที่เป็นความรู้ 2 ภาค ทั้งภาคสามัญวิสัย และภาคเหนือสามัญวิสัย ด้วยเหตุและผล จะส่งให้พฤติกรรมทางนอกเหมาะสม  และวิบากกรรมจะไม่บังคับให้ทำหน้าที่เป็นคนทรงเจ้า เราเลือกที่จะเป็นครู หรือเป็นมาสเตอร์ 
แต่ถ้ามีความรู้ภาคเดียว  ไม่มีทิศทางให้กับเทพประจำชีวิตของเราทำหน้าที่ให้เหมาะสมกับยุคสมัย
สวัสดีทุกท่าน ความรู้ ความรู้ทางนอกเราก็พูดถึง ความรู้ทางในเราก็กล่าวถึง ความรู้ทั้งความลับเราก็นำมา ความรู้ทั้งความแจ้งเราก็เอามา ทั้งลับทั้งแจ้ง ทั้งทางนอกและทางใน มีความสำคัญเกี่ยวกับความทุกข์และสุข ให้กับมนุษย์ทุกคนด้วยกันทั้งนั้น เราจึงตั้งชื่อของเราว่า “สำนักสหปฏิบัติฯ” 
วันนี้เป็นวันพฤหัสบดีที่ 21 เดือนพฤษภาคม พุทธะ คริสต์ 69 และ 26  ขึ้น 5 ค่ำ เดือน 7 ปีมะเมีย “อะโมฆัง ทิวะสัง กะยิรา  อัปเปนะ พะหุเกนะ วา”  เวลาวันนี้กำลังจะเกิดเป็นประโยชน์แด่ผู้สนใจรับฟัง หรือที่เราจะลงท้ายด้วยเสมอว่า ขอบคุณทุกคนที่ทนฟัง 
เมื่อท่านทนฟัง ความอดทนฟังเรื่องแปลกๆ ประหลาดๆ บางคนก็ฟังด้วยความรำคาญ บางคนก็ฟังด้วยความงวยงง บางคนก็ฟังด้วยความไม่เข้าใจ บางคนเข้าใจผิด เข้าใจเราผิด หาว่าเราเอาอะไรมาพูดให้มันหมดๆ เวลาไปอย่างนั้นแหละ มันก็นานาจิตตัง อันนี้เข้าใจ  เข้าใจผู้ฟังต่างความคิด  ต่างจิตต่างใจ แต่ขอยืนยันวัตถุประสงค์ว่า เราต้องการให้ทุกคนเกิดมีธาตุรู้ แล้วก็เมื่อธาตุรู้ รู้สิ่งที่เป็นความรู้ 2 ภาคแล้ว ทั้งภาคสามัญวิสัย ทั้งภาคเหนือสามัญวิสัย ทั้งภาคศักยภาพ คือ เก่งกล้าสามารถ และคุณความดี และทั้งภาคศักดิ์สิทธิ์ คือ ภาคศักดิ์สิทธิ์  อิทธิฤทธิ์  ปาฏิหาริย์  เทพเทวดา  เรื่องลึกลับซับซ้อนทั้งหลาย 
พอธาตุรู้รับรู้เรื่องเหล่านี้เข้าไปทั้งสองประการแล้ว วิญญาณธาตุ วิญญาณธาตุซึ่งมีอำนาจที่จะพาสังขารของเราให้เกิดอาการดีก็ได้ เกิดอาการร้ายก็ได้ เกิดอาการที่สุขก็ได้ เกิดอาการทุกข์ก็ได้ เกิดอาการที่ผิดพลาดก็ได้ อาการที่ถูกต้องก็ได้ 
วิญญาณธาตุซึ่งเป็นธาตุมีอำนาจ พอรับสิ่งอันเป็นความรู้จากธาตุรู้ทั้งสองภาคเข้าไป ไม่ใช่รับเข้าไปภาคเดียว แล้วก็รับความรู้ทั้งหลายด้วยเหตุและผล มันก็จะเกิดการปรับตัว กลมกลืนกัน  พอกลมกลืนกันดีแล้ว ก็จะส่งออกมาในพฤติกรรมที่เหมาะสม พฤติกรรมคือ การพูด คิด ทำ ทางนอกที่เหมาะสม และวิบากกรรมคือ พูด คิด ทำ ที่เกี่ยวกับอำนาจของวิบากกรรม คือ ผลกรรมที่เราได้ทำไว้ที่เหมาะสมออกมา 
วิบากกรรม คือ ผลกรรมที่เราได้ทำไว้ เมื่อถึงเวลาเขาก็จะแสดงออกมาในรูปแบบของศักดิ์สิทธิ์  อิทธิฤทธิ์  ปาฏิหาริย์ และจะออกมาในลักษณะของการที่เทพมาลง องค์มาเข้า เจ้ามาประทับ ทำให้เราซึ่งมีธาตุรู้ทั้งสองภาค และวิญญาณธาตุที่ครบทั้งความรู้ทางนอก ความรู้ทางใน  ความรู้ทางลับ ความรู้ทางแจ้ง ความรู้ทางศักยภาพ และความรู้ทางศักดิ์สิทธิ์ ก็จะไม่แสดงอาการบังคับให้ร่างแต่ละคน แต่ละคน ต้องออกมาทำหน้าที่ อย่างน้อยๆ ก็เช่น เป็นคนทรงเจ้า เจ้าเข้าทรง เทพมาลง องค์มาเข้า 
ทีนี้บางคนก็บอกว่า  ฉันต้องการจะเป็นคนทรงเจ้า ฉันต้องการจะเป็นเจ้าเข้าทรง ฉันต้องการจะเป็นคนทรงได้หรือเปล่า  อย่างดีเลย ได้เป็นอย่างดีเลย เพราะถ้าอธิษฐานว่า ฉันต้องการจะเป็นคนทรงเจ้า พอเวลา วันเวลาถึงกำหนด สิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำชีวิตเรา เขาก็จะดลบันดาลให้แขก หรือลูกศิษย์ลูกหาพากันหลั่งไหลมา และขณะนั้นเรามีทางเลือก เราเลือกที่จะสนทนาแบบเจ้าเข้าทรง องค์ประทับ หรือเราเลือกที่จะทำหน้าที่เป็นครู เป็นกูรู เป็นมาสเตอร์ เป็นผู้ที่เขาเรียกกันว่า โค้ชชิ่ง หรือเป็นนักจิตวิทยา หรือจะเป็นผู้ที่มีความรู้อธิบายงานทางด้านสังคมกับสิ่งแวดล้อมว่า คุณมีปัญหาอย่างนี้ คุณจะต้องอย่างนี้ อย่างนี้ อย่างนี้ ก็เป็นช่องเป็นฉากไป มันมีทางเลือก 
แต่ถ้าหากคุณมีความรู้ภาคเดียว โอกาสที่จะมีทางเลือกยากมาก เขาก็ทำให้คุณเกิดความงงๆ ภาษาจีนเขาเรียก ก่งก๊ง หลงๆ ลืมๆ แล้วก็เหมือนคนเมาๆ แขกมาหา ผู้คนมาหา ก็พูดออกไป พูดออกไป พูดออกไป ผิดบ้างถูกบ้าง แม่นบ้าง ไม่แม่นบ้าง กล้อมแกล้มกล้อมแกล้มไป ซึ่งสมัยนี้ ค่านิยมในการยอมรับคนทรงเจ้า และเจ้าเข้าทรง ถ้าร่างนั้นไม่แสดงปาฏิหาริย์ มีความศักดิ์สิทธิ์จริงๆ ส่วนใหญ่แล้วจะไม่ได้รับคำสรรเสริญ  ตรงกันข้ามกับคำสรรเสริญคือ นินทา และถึงขนาดด่าว่ากล่าวในทางเสียหาย 
พูดอย่างนี้ไม่ได้หมายความว่า ทุกคนจะต้องเป็นอย่างนี้นะ จะเป็นอย่างนี้ก็ต่อเมื่อเราไม่มีทิศทางให้กับเทพประจำชีวิตของเรา ให้ท่านทำหน้าที่ให้เหมาะสมกับยุคสมัย คิดดูง่ายๆ ว่า ยุคนี้สมัยนี้มีแต่คนรุ่นใหม่ คนรุ่นเก่าก็มีแต่ผู้ที่หมดสภาพ อยู่ในสภาพที่ไม่สามารถจะมีบทบาทอะไรได้ในสังคม ส่วนผู้ที่มีบทบาทในสังคม ส่วนมากก็เป็นเด็กรุ่นใหม่ ล้วนแต่มีการศึกษาในสาขาวิชาการต่างๆ มากมาย ถ้าไม่มีความจำเป็น หรือไม่มีปรากฏการณ์ที่ชัดเจนจริงๆ จะนำเรื่องเทพมาลง องค์มาเข้า เจ้ามาประทับ หรือผีเจ้าเข้าทรง ไปคุยกับเขานั้น เด็กรุ่นใหม่ไม่เอาด้วยหรอก เพราะฉันเป็นนักวิชาการ 
เอาล่ะ วันนี้อารัมภบทซะยาว ที่พูดมากมายก็เพราะว่า 2-3 วันมานี้ เราได้ใช้ภาษาที่มันฟังแล้ว อาจจะขัดต่องานทางศรัทธา ศาสนา ศรัทธา และความเชื่อ เช่น ใช้คำว่า ฮอร์โมน โดสยา  D-O-S-E โดสยารักษาชีวิตอย่างนี้ แล้วก็อธิบายไปว่า  มีโดปามีน โดปามีนก็เป็นฮอร์โมน สารสื่อที่สร้างความสำเร็จ  ออกซิโทซิน เป็นสารสื่อที่สร้างอารมณ์รัก ความรัก ความรู้สึกที่รักใคร่  เซโรโทนิน อย่างนี้เป็นต้น ก็สร้างสิ่งที่เป็นความสงบขึ้นในจิตใจ เอ็นโดรฟิน ก็เป็นสารแห่งการระงับความฟุ้งซ่าน  ความรู้สึกหงุดหงิดงุ่นง่านให้สงบลง อะไรอย่างนี้ 
คนก็โทรศัพท์มาถามว่า ตกลงโดสยารักษาชีวิตมันเกี่ยวอะไรกับเรื่องวิญญาณ เขาบอกมันจะว่าเกี่ยวก็เกี่ยว จะว่าไม่เกี่ยวก็ไม่เกี่ยวโดยสิ้นเชิง มันโดยปริยาย มันเกี่ยวโดยปริยาย ไม่ได้เกี่ยวโดยสิ้นเชิง คำว่า สารเคมี 7 ชนิดนี้ เราก็ขอ อันนี้ไม่ใช่พูดออกตัวนะ เป็นการบอกให้รู้ถึงเจตนา อย่างโซเดียม  แคลเซียม  แมกนีเซียม  โพแทสเซียม  ไบคาร์บอเนต  ซัลเฟต  คลอไรด์ เอามาบรรยายทำไม เขาบอกมันเป็นสารชนิดหนึ่งที่ก่อให้เกิดเป็นปาฏิหาริย์ขึ้น ก่อให้เกิดความศักดิ์สิทธิ์ขึ้น และมันก่อให้เกิดรังสีแห่งพรหม มันสามารถจะออกจากตัวเราไปสัมผัสรังสีแห่งพรหม 
แล้วเราก็ได้อธิบายว่า เมื่ออารมณ์ ฮอร์โมน เคมี อารมณ์ตัวแรก สมการข้อแรกของเรา คือสมการของเรามี 2 ชั้น ชั้นที่ 1 อารมณ์ ฮอร์โมน เคมี  ชั้นที่ 2 เวทนา ปราณ ราศี  แล้วก็อธิบายว่า อารมณ์ในที่นี้เราไม่ได้หมายถึงอารมณ์ที่รู้สึกธรรมดาๆ แต่อารมณ์ที่จะมาก่อเป็นฮอร์โมน และเคมีที่ค่อนข้างจะเป็นปกติของแต่ละคน แต่ละคน จะเป็นอารมณ์ที่มาจากจริต จริต 6 ชนิด 
มีคนขอร้องให้ทบทวนนะ อารมณ์มาจากจริต 6 ชนิด จริต 6 ชนิดอยู่ในหลักของอภิธรรม  หลักของอภิธรรมบอกว่า มนุษย์มีจริตอยู่ 6 อย่าง คือ 1. ราคจริต อารมณ์ จริตแห่งความต้องการ ความกำหนัด  2. โทสจริต จริตแห่งความโกรธ  3.  โมหจริต จริตแห่งความหลง  4. สัทธาจริต จริตแห่งความศรัทธา ความเชื่อ  5. พุทธิจริต จริตแห่งความมีเหตุมีผล  แล้วก็ 6. วิตกจริต จริตแห่งความวิตก คนแต่ละคนจะมีจริตที่เด่นๆ อย่างหนึ่งอย่างใด หรือ 2 อย่างในตัวคน แต่จะมี 1 อย่างแรกก่อน 
อันนี้หมายถึงอะไร  หมายถึงว่า อารมณ์ที่เป็นหลักๆ เช่น นาย ก. มีราคจริตสูง ฮอร์โมนก็จะเข้มข้น รุนแรง แล้วก็เคมีก็จะมีความสำคัญมาก ถ้าเราไม่รู้จักอารมณ์ที่มาจากราคจริต  ฮอร์โมนก็จะมีสิทธิ์เป็นพิษ เคมีก็มีสิทธิ์ที่จะเป็นภัย เราต้องฝึก ไม่ใช่ฝึกแบบหักดิบ เราจะใช้เมื่อกี้คุณกนกวรรณมาถามว่า คำว่า ฝึก กับฝึกฝืนต่างกันอย่างไร  ก็บอกถ้าฝึกนั้น มันหมายความว่า  ค่อนข้างจะรุนแรง ภาษาชาวบ้านเรียกว่า หักดิบ  
แต่ถ้าฝึกฝืนนี่คือ การฝึกตนเองให้ค่อยเป็นค่อยไป  ต่อไปอารมณ์แห่งความกำหนัดก็ดี  อารมณ์แห่งความโกรธก็ดี  อารมณ์แห่งความหลงก็ดี  อารมณ์แห่งศรัทธาก็ดี อารมณ์แห่งพุทธิก็คือ พุทธิจริตก็ดี  อารมณ์แห่งวิตกก็ดี ก็จะค่อยๆ เบาบางลง แล้วก็เป็นกลาง ไม่แรงนัก ไม่อ่อนนัก  เพราะฉะนั้นการฝึกฝืนก็คือ การพัฒนา ทางนอกเรียกพัฒนา ทางในเรียกว่า ภาวนา อันนี้ก็อธิบายไป 
เอาล่ะวันนี้ขอสักวันหนึ่งอธิบายให้เข้าใจเจตนาว่า อารมณ์ ฮอร์โมน เคมี เมื่อเราฝึกฝืนดีแล้ว เข้าใจมันดีแล้ว ปฏิบัติต่อมันได้อย่างถูกต้องดีแล้ว เราก็จะเป็นคนวางตัวได้เหมาะสม และต่อมา เวทนา ซึ่งมีอยู่ 3 หลัก แต่หลักที่ต้องการจริงๆ คือ อทุกขมสุขเวทนา เวทนาที่ไม่สุขไม่ทุกข์ เป็นเวทนาที่ดีที่สุด 
เมื่อเราเข้าถึงเวทนาที่ไม่สุขไม่ทุกข์ อทุกขมสุขเวทนา เราก็จะเกิดเป็นปราณที่สดใส ปราณภาษาจีนก็เรียก ชี่ ปารณะ ปราณตัวนี้ก็จะส่งออกไปจากตัวเรา เป็นราศี ภาษาฝรั่งเขาเรียกว่า เป็นออร่า บอกวันนี้คุณดูออร่าแจ่มใสจัง ราศีภาษาไทย ราศีคุณดีจัง  พอออร่าแจ่มใส หรือราศีดี รังสีแห่งพรหมซึ่งส่งมา รายละเอียดยังมีเยอะนะ รังสีแห่งพรหมส่งมาจากไหน ส่งมาอย่างไร เราค่อยมารับรู้เรียนรู้กันในรายการ “ถามแอนด์ทอล์ค” 
ราศีออกมารับรังสีแห่งพรหม ยังมีท่ามกลางอีกอย่างหนึ่งคือ รัศมี มากไปเดี๋ยวจะงง  ก็จะเกิดเป็นประสานให้เราสุขภาพร่างกายดี  ผิวพรรณดี  หน้าตาแจ่มใส  อารมณ์เบิกบาน  สุขภาพร่างกายดี  สมองไว กายคล่อง และจิตนิ่ง อะไรทำนองอย่างนี้แหละ 
เอาล่ะ วันนี้ก็อธิบายมาจนกระทั่ง มันคงจะพอเห็นวัตถุประสงค์ว่า เราไม่ได้มีเจตนาจะมาเลคเชอร์กันแบบในมหาวิทยาลัย เต็มไปด้วยภาษาวิชาการ อันนั้นไม่ใช่ เราต้องการให้คนรู้จักว่า เรามีทั้งภาคศักดิ์สิทธิ์ในตัว และมีทั้งศักยภาพที่อยู่ภายในตัว อย่าปล่อยทิ้งไว้ เพราะจะเป็นภัย แต่ถ้าเอามาใช้ คุณจะได้รับชัยชนะของชีวิต  ก็ขอยุติการอธิบายแบบความหมายที่แปลกๆ ลงคงไว้เท่านี้ก่อน แล้วเราพบกันในวันใด ที่รายการถามแอนด์ทอล์ก เราก็มาคุยกัน 
วันนี้ดูผลงานของท่านผู้ใดเอ่ย คุณปุนนภา รักษาวงษ์ หรือคุณอู๊ด 1952 มาช่วยกันพาเรื่องทั่วไปธรรมดาสามัญวิสัย common sense ข้ามไปสู่เรื่องเหนือสามัญวิสัย sixth sense ด้วยการทำความเข้าใจอารมณ์ ฮอร์โมน เคมี ที่เกิดขึ้นกับตัวเราเอง จากสารสื่อ 7 ชนิด  คุณปุนนภาให้ตัวโปรยไว้อย่างนี้ 
สารสื่อ 7 ชนิด ก็ขอย้ำอีกทีนึง มีโซเดียม  แคลเซียม  แมกนีเซียม  โพแทสเซียม  ไบคาร์บอเนต  ซัลเฟต  แล้วก็คลอไรด์  ใครมีสารสื่อเคมี 7 ชนิดนี้มาก คนนั้นก็จะมีศักยภาพสูง และสามารถปรับเป็นพลังศักดิ์สิทธิ์ที่มีฤทธิ์ได้มากกว่าธรรมดาด้วย อันนี้ถ้าเกิดถามว่า แล้วถ้ามันมีไม่มาก  มีไม่มากก็มีวิธี ทำให้มันเพิ่มขึ้นก็ได้ ทำให้มันลดลงก็ได้ ถ้าเราเกิดตัวรู้ ทุกอย่างก็ผ่านพ้นไปได้ด้วยดี  ก็ขอขอบคุณทุกคนที่ทนฟัง  เดี๋ยวมาสวดมนต์สวดพรกันเพื่อความเป็นสิริมงคล
ขณะที่ 3 ดับไป เพลง ปริศนารัก  คำร้อง  วาทะธรรม ขำขัน เล่ม 1  ครูธวัช คณิตกุล ทำนองและเสียงร้อง AI  จัดทำโดย อาจารย์ปัญจพล จิตติฉันท์  ชื่อเพลง ปริศนารัก 
ขาดอาหาร 30 วันตาย   ขาดน้ำ 3 วันตาย  ขาดอากาศ 3 นาทีตาย   3 อย่างแรกนั่นไม่ค่อยน่าสงสัย ฟังแล้วก็เป็นปกติ แต่อย่าขาดนะดีที่สุด  อันที่ 4 นี่ ขาดรัก 3 วินาทีตาย  มีแต่คนสงสัย ใหม่ๆ นะ มีแต่คนสงสัย  วินาทีที่หนึ่ง ไม่รักตัวเอง  คนที่ไม่รักตัวเองทำอะไรที่มันไม่ดี เสียหาย เป็นผลเสียกับตัวเอง ก็คือ คนไม่รักตัวเอง  บางคนเถียงว่า ที่ไหน ฉันรักตัวฉันจะตายไป แค่เอาเข็มมาจิ้มฉันที ฉันยังไม่ยอมเลย อันนี้คนละความหมายนะ  
วินาทีที่หนึ่ง ไม่รักตัวเอง ทำตัวไม่เป็นที่น่ารัก ไม่เป็นที่ยอมรับของสังคม ก็เรียกว่า คนไม่รักตัวเอง  วินาทีที่สอง ไม่รักผู้อื่น  บางคนบอกที่ไหนฉันรักจะแย่ ที่แท้เปล่า ไม่ได้หวังดีต่อเขา ก็แสดงว่าไม่รักผู้อื่น วินาทีที่สาม ไม่มีผู้อื่นรัก 
ตายเพราะ เมตตาความรักเป็นพลังปราณ นี่เพลงนี้ เมตตาความรักเป็นพลังปราณ ถ้าหากว่า ปราณที่ดีต้องมีความเมตตา และความรัก  แต่ถ้าหากขาดเมตตาและความรัก อันนั้นเป็นของพระยม  เป็นราคี ไม่ใช่ราศี  เป็นราคี ราคีแห่งยมเป็นอำนาจที่ทำให้เสียหาย 
ขับเคลื่อนดวงจิต เมตตาความรักเป็นพลังปราณ ขับเคลื่อนดวงจิตทุกขณะจิต จิตมันมีขณะเกิดขึ้นตั้งอยู่ดับไป เกิดขึ้นตั้งอยู่ดับไป เป็นวินาที เป็นเสี้ยววินาทีก็ว่าได้  ขณะที่หนึ่ง เกิดขึ้น ขณะที่ สอง  ตั้งอยู่  ขณะที่สาม ดับไป  คนเราจะตายก็อย่างนี้ 3 วินาทีหลัง เกิดขึ้น เกิดขึ้น รู้ตัวนิดหนึ่ง แล้วก็นั่งอยู่ เตรียมตัวตาย พอขณะที่สาม เฮื้อก พอเฮื้อกก็ไปเลย ดับไปเลย   ก็หมายถึงว่า อันนั้นตายทางร่างกาย แต่นี่ตายทางจิตใจ คนที่ทำตัวให้เป็นที่รังเกียจ เป็นที่น่าเกลียด ไม่เป็นที่ยอมรับของสังคม ก็เปรียบสภาพอย่างนี้แหละ 
เรามาขอพรจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ วันนี้เป็นวันที่ 21 ก็อีก 10 วันนะ เป็นวันวิสาขบูชามหาปุณณมี เป็นวันสำคัญที่ตั้งใจให้ดีทีเดียว โอกาสที่จะได้พรจากวันวิสาขบูชานี่ มันเป็นโอกาสที่หายากมากนะ วิสาขบูชาปีนี้ตรงกับวันที่ 31 ซะด้วย  ขอสิ่งศักดิ์สิทธิ์อันมีพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ พระรัตนตรัย โดยเฉพาะวิสาขบูชา เป็นวันประสูติ ตรัสรู้ เสด็จดับขันธ์ปรินิพพานขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ขอให้มาอำนวยอวยพรให้กับทุกๆ คน ที่เข้าสู่รายการพบกันทางเงาในวันนี้ 
ขอให้มีความมั่นใจว่า สิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย จะดูแลรักษาคุ้มครองผู้ที่ใส่ใจใฝ่เรียนรู้ในงานธรรมสองภาคอย่างแน่นอน
 
รวบรวมโดย คุณสุกัญญา เรืองชัยไพบูลย์
 

บทความที่เกี่ยวข้อง
EP.1940   เมื่อความดีคู่กับความชั่ว เรามาหาสาเหตุทำไมมันชั่ว ที่คนเราชั่วเพราะกิเลสหนา ตัณหาจัด แล้วทำอย่างไรกิเลสจะบาง ตัณหาจะจืด ขึ้นอยู่กับการปรุงแต่ง กิเลสบางก็พยายามขัดเกลากิเลสให้มันบางลง ตัณหาอย่าปรุงรสให้มันจัดนัก ให้มันจืดหน่อย ก็พอจะอยู่ในโลกและ
9 ข้อที่เราจะบรรจุลงไปในวันที่ 9  โลภ โกรธ หลง   กิเลส ตัณหา อุปาทาน   ตัณหา มานะ ทิฏฐิ เพลงออกแขกหยุดลงตรงที่ว่า ลมหายใจเข้า ลมหายใจออก เป็นพุทโธ อานาปานสติ  สติเกิดจากลมหายใจ
17 พ.ค. 2026
EP. 1860   กายพร้อม จิตเพียบพร้อม วิญญาณมีความสวยสดงดงามเพียบพร้อม  ทำให้ฮอร์โมนเคมีมีคุณภาพ (พ. 28 ม.ค. 2569)
กายพร้อม จิตเพียบพร้อม วิญญาณมีความสวยสดงดงามเพียบพร้อม  ทำให้ฮอร์โมนเคมีมีคุณภาพ   เมื่ออารมณ์ ฮอร์โมน เคมีที่เกิดจากวิญญาณ เกิดจากจิต เกิดจากกาย ที่เพียบพร้อม  ทำให้เกิดปราณที่เปล่งออกมา เป็นปราณที่มีราศี มากกว่าราคี
3 ก.พ. 2026
EP. 1887   วันมาฆบูชาเป็นวันความรักของชาวโลก (อ. 3 มี.ค. 2569)
เหตุเพราะพระพุทธองค์บอกว่า การเป็นพุทธศาสนิกชนที่ดี จะต้องเป็นคนที่มีจิตใจผ่องใส ทำแต่ความดี ละเว้นความชั่ว
13 มี.ค. 2026
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy