แชร์

EP.1947   การรวมความเชื่อ และความรู้ มาอยู่ในจุดเดียวกัน คือ ปัญญา  เพราะศรัทธาและปัญญามาอยู่ร่วมกัน เกิดเป็นความศักดิ์สิทธิ์ พร้อมทั้งศักยภาพ คือ ความเก่ง  ศักดิ์สิทธิ์ คือ ความเฮง  ถ้าเข้าใจตัวเองถูกต้องจริง  ก็สามารถสร้างทั้งเก่ง และเฮงขึ้นมาในตัวเองได

อัพเดทล่าสุด: 17 พ.ค. 2026
6 ผู้เข้าชม
EP.1947   การรวมความเชื่อ และความรู้ มาอยู่ในจุดเดียวกัน คือ ปัญญา  เพราะศรัทธาและปัญญามาอยู่ร่วมกัน เกิดเป็นความศักดิ์สิทธิ์ พร้อมทั้งศักยภาพ คือ ความเก่ง  ศักดิ์สิทธิ์ คือ ความเฮง  ถ้าเข้าใจตัวเองถูกต้องจริง  ก็สามารถสร้างทั้งเก่ง และเฮงขึ้นมาในตัวเองได้
สวัสดีทุกท่าน วันนี้เรามาพบกันทางเงา ซึ่งเรื่องของเงามันเป็นของจริง แต่ไม่ชัดเจน แต่เราก็ต้องรู้จักมันให้ชัดเจนเพราะมันมีผลต่อชีวิตของเรา พบกันทางเงาในวันนี้เป็นวันพฤหัสบดีที่ 14 เดือนพฤษภาคม  พุทธะ 69 คริสต์ 26 เป็นวันแรม 13 ค่ำ เดือน 6 ปีมะเมีย “อะโมฆัง ทิวะสัง กะยิรา  อัปเปนะ พะหุเกนะ วา” 
เรารู้สึกว่า อาจจะเบื่อ แล้วก็พูดภาษาชาวบ้านว่า ขี้เกียจ  พอมาพบพุทธพจน์บทนี้ คือ “อะโมฆัง ทิวะสัง กะยิรา  อัปเปนะ พะหุเกนะ วา”  เวลาแต่ละวัน อย่าให้ผ่านไปเปล่า ไม่มากก็น้อยก็ต้องให้ได้อะไรบ้าง เลยทำให้เราเกิดความลดความขี้เกียจลง พอความขี้เกียจลดลง ความขยันก็เพิ่มขึ้นเป็นธรรมดา เรามีความขยันในการทำมาหากิน มีความขยันในการเรียน ในการที่จะทำทุกสิ่งทุกอย่างให้ชีวิตเราพร้อมที่จะทำงาน แล้วเราก็หวังว่า งานก็คือ เงิน  เงินก็คือ งานบันดาลสุข คำขวัญรัฐบาลในสมัยหนึ่งบอกว่า งานคือ เงิน  เงินคือ งานบันดาลสุข 
ตอนนี้เกิดเราเพียรพยายามทางนอกจนกระทั่งสุดฤทธ์สุดเดชแล้ว ปรากฎว่างานก็ยังไม่ได้ผล คนก็ยังเป็นทุกข์อยู่  ซึ่งคำของท่านสมเด็จ  ป.อ. ปยุตฺโต ท่านก็บอกว่า “งานก็ได้ผล คนก็เป็นสุข”  ถ้างานมันไม่ได้ผล คนก็เป็นทุกข์  อันนี้กลับกัน  เราก็ต้องมาดู เราเพียรพยายามทำทุกวิถีทาง ซึ่งบางคนก็ไปผิดทาง ด้วยเหตุที่ว่า ไม่ด้วยเล่ห์ก็เอาด้วยกล ไม่ด้วยกลก็เอาด้วยมนต์คาถา ฉ้อฉลทุกวิธีการเพื่อที่จะให้ได้ความสำเร็จในชีวิต แต่ที่จริงๆ แล้ว บางทีความความผิดพลาดในชีวิตของเรา ทำให้เราไม่ประสบความสำเร็จในชีวิตเท่าที่ควร หรือเท่าที่ความสามารถ และความเพียรพยายามของเรา  มันติดอยู่นิดเดียว ก็คือ เรื่องทางใน 
พอพูดเรื่องทางใน คนที่ถือทิฏฐิ  แล้วบางคนก็ถือว่า ตนเองมีวิชาความรู้มากมายทางนอก จะมาให้ความใส่ใจ สนใจเรื่องสิ่งซึ่งเป็นทางใน เป็นเรื่องของความลับๆ ล่อๆ ซึ่งเป็นเรื่องของความไม่ชัดเจน ซึ่งเราก็เรียกว่า พบกันทางเงา  และจะมาเอาใจใส่ทำไม  
บางคนถือตัว บางคนหยิ่ง ขออภัย บางคนทิฏฐิ ฉันไม่เชื่อ มนุษย์นี่แหละเก่งที่สุด จะต้องทำให้ประสบความสำเร็จในชีวิตให้จงได้  บางคนเพียรจนเพี้ยน เพียรไปเพียรมาเพียรมากๆ กลายเป็นคนเพี้ยนไปเลย ก็คือ คนไม่ปกติทางจิตใจ  กลายเป็นหมดอนาคตไปได้ง่ายๆ ทั้งๆ ที่สิ่งที่จะช่วยเราได้  มันอยู่แค่เพียงแค่ลัดๆ นิดเดียวเท่านั้น ก็คือ เรื่องศักดิ์สิทธิ์ที่จะมาสร้างปาฏิหาริย์ หรืออิทธิฤทธิ์จะมาสร้างปาฏิหาริย์ เรื่องเทพเทวดาจะมาสร้างปาฏิหาริย์ เรื่องสิ่งลึกลับซับซ้อนทั้งหลายจะมาสร้างปาฏิหาริย์ 
ปาฏิหาริย์แปลว่า ตอบโต้ตีกลับ  ตอบโต้อะไร ตอบโต้จากไม่ดีเป็นดี  ตอบโต้จากผิดหวังเป็นสมหวัง  ตอบโต้จากจนเป็นรวย  ตอบโต้จากเจ็บเป็นหายเจ็บ หายป่วย  ตอบโต้จากความทุกข์ไปเป็นความสุข  ล้วนแล้วแต่ต้องการปาฏิหาริย์ 
เพราะฉะนั้นเรามายอมรับว่า เรื่องเหนือสามัญวิสัย คือ สาเหตุอันสำคัญที่ทำให้เกิดปาฏิหาริย์ขึ้น แล้วเราทำไมจึงเมินเฉย ละเลย หรือมองข้ามสิ่งที่จะช่วยให้เกิดปาฏิหาริย์ซะอย่างนั้นแหล่ะ เรื่องปาฏิหาริย์ไม่ใช่เรื่องโกหก มันเป็นเรื่องจริง แต่มันเกิดขึ้นได้เฉพาะกรณีที่มีความศักดิ์สิทธิ์   ศักดิ์สิทธิ์แปลว่า อำนาจพิเศษ อำนาจวิเศษ มาสร้างปาฏิหาริย์   เกิดขึ้นได้เนื่องจากมีอิทธิฤทธิ์ อิทธิแปลว่าอำนาจ ฤทธิ์แปลว่า พลัง พลังวิเศษ  
เราทำไมไม่เอา ในเมื่อเราเรียนรู้เรื่องเหนือสามัญวิสัย  เราจะรู้ทั้งเรื่องศักดิ์สิทธิ์   รู้ทั้งเรื่องอิทธิฤทธิ์ อิทธิฤทธิ์แปลว่า เรียนรู้เรื่องอำนาจที่ทำให้เกิดฤทธิ์ แล้วกลับมาสร้างปาฏิหาริย์  เรียนรู้เรื่องเทพเทวดาว่า ติดต่อเทพอย่างไรจะถึงเทพแบบไหน จึงจะให้ท่านเทพมาช่วยให้เกิดปาฏิหาริย์  เรียนรู้เรื่องสิ่งลึกลับ ซับซ้อน ซ่อนเร้น ปิดบัง อำพราง  บางคนไม่ต้องเรียนอะไรมาก เพียงแต่รู้คร่าวๆ ว่า สิ่งลึกลับ ซับซ้อน ซ่อนเร้น ปิดบัง อำพราง  มันเป็นอย่างนี้เองหนอ  พอเข้าใจดีแล้ว สิ่งลึกลับ ซับซ้อน ซ่อนเร้น ปิดบัง อำพราง ก็จะมาสร้างปาฏิหาริย์ 
สรุปแล้วเรามีตั้ง 4 สิ่งที่จะสร้างปาฏิหาริย์ได้  ปาฏิหาริย์อันที่ 1 เกิดจากศักดิ์สิทธิ์  เราก็บอกศักดิ์สิทธิ์จะเกิดขึ้นได้ก็ต้องมีศักยภาพ อันนั้นพูดซ้ำบ่อยๆ อันที่ 1 ปาฏิหาริย์จะเกิดจากศักดิ์สิทธิ์   อันที่ 2 ปาฏิหาริย์จะเกิดจากอิทธิฤทธิ์ อิทธิแปลว่า อำนาจ  ฤทธิ์ก็คือ พลัง  แล้วอิทธิฤทธิ์เกิดขึ้นได้อย่างไร ก็ไม่ยาก  อันที่ 3 ปาฏิหาริย์จะเกิดได้จากเทพเทวดา  เทพเทวดาระดับไหน  เทพเทวดามาจากไหน  เทพเทวดาอย่างไร จะมาช่วยปาฏิหาริย์ คือ ตอบโต้ตีกลับ  อันที่ 4 ปาฏิหาริย์จะเกิดขึ้นได้จากสิ่งลึกลับ ซับซ้อน ซ่อนเร้น ปิดบัง อำพราง 
4 สิ่งนี้จะมาใช้ในการสร้างปาฏิหาริย์อย่างหนึ่งอย่างใด ยิ่งถ้ามีหลายอย่างปาฏิหาริย์ก็จะยิ่งสร้างได้ง่ายขึ้น  เรียนรู้สักนิดหนึ่ง คงไม่ถึงกับทำให้เกิดความเชย หรือเกิดความรู้สึกเสียหาย  รู้สึกน่าอับอาย ขายหน้า  ความรู้มากมายทางโลก ทางสังคม ชื่อเสียงเรียงนามในหน้าที่การงาน  หลายคนบอกว่า ฉันมีมาก ถ้าขืนหันมาสนใจเรื่อง 4 สิ่งนี้คือ ศักดิ์สิทธิ์ อิทธิฤทธิ์ เทพเทวดา เรื่องลึกลับซับซ้อนทั้งหลาย เพื่อเอามาสร้างปาฏิหาริย์ในการตอบโต้ตีกลับสิ่งที่ไม่ดีไปสู่สิ่งดี ความจนไปสู่ความรวย ความความเจ็บไปสู่ความหายเจ็บ หายป่วย  ความขาดแคลนนำไปสู่ความมั่งมี และความทุกข์ตีกลับไปเป็นความสุข มันคุ้มเสียยิ่งกว่าคุ้ม 
แต่ข้อสำคัญ คือ ต้องเรียนอย่างคุ้มค่า เรียนเรื่องศักดิ์สิทธิ์  เรียนเรื่องอิทธิฤทธิ์  เรียนเรื่องเทพเทวดา เรียนเรื่องสิ่งลึกลับซับซ้อนทั้งหลาย อย่างคุ้มค่า  ไม่ใช่เรียนอย่างคุ้มคลั่ง  ถ้าไปหลงใหล เรียนอย่างคุ้มคลั่ง ขอบอกว่า อย่าเรียนดีกว่า  เพราะเรียนไปแล้วผิดปกติ  ไม่ปกติ เพี้ยนๆ หรืออย่างที่ภาษาพูดง่ายๆ เขาเรียกว่า บ้าๆ บอๆ 
เมื่อเราจะเอาประโยชน์ทั้งที ก็อย่าให้เกิดโทษ  ไม่ใช่ว่าก้าวไปสู่เรื่องศักดิ์สิทธิ์  อิทธิฤทธิ์  เรื่องเทพเทวดา เรื่องลึกลับซับซ้อนทั้งหลาย และมีพฤติกรรมแปลกๆ มีพฤติกรรมบ้าๆ บอๆ  มีพฤติกรรมเหมือนคนไม่เต็มเต็ง อย่างนี้ไม่ควรจะรับรู้ดีกว่าที่จะรับรู้  แต่เราจะรับรู้สิ่งเหล่านี้ด้วยความมีสติ  มีปัญญา  สิ่งสำคัญที่สุดในวันวิสาขบูชามหาปุณณมีที่จะมาถึงในวันที่ 31 พฤษภาคม คือ เดือนนี้  อีกกี่วันล่ะ วันนี้วันที่ 14   17 วันประมาณ  เราก็จะมาจัดการบูรณะ  มาบูรณะสร้างสิ่งที่ให้เกิดความเป็นรูปเป็นร่าง เป็นแบบที่ดีขึ้นมา ที่“สหศรัทธาศาล ศาลาสานปัญญา”ของเรา ให้สมบูรณ์กันซะที  แล้วเราก็จะได้มีข้อมูลจาก QR code ที่เราจะติดไว้ที่ศาลา  เผื่อใครต้องการข้อมูลก็เอาสื่อ หรือโทรศัพท์มือถือ มาถ่ายรูป QR code นั้นแล้วก็หาข้อมูลได้ ตามที่เจ้าหน้าที่จะบรรจุไว้  
เราจะให้ทุกท่านตั้งคำถามอยู่ตลอดเวลาว่า เรื่องนี้คุณต้องการจะรู้ด้วยศรัทธา หรือเรื่องนี้คุณต้องการจะรู้ด้วยปัญญา และหรือเรื่องนี้คุณต้องการจะรู้ด้วยทั้งศรัทธาและปัญญา  ถ้าศรัทธาเป็นอย่างนี้นะ ถ้าปัญญาเป็นอย่างนี้นะ และยังเอาศรัทธากับปัญญามารวมกันเป็นหนึ่งเดียวด้วย  เรามีข้อมูลที่จะให้ทุกท่านได้ช่วยกันเอาไปพิจารณาว่า เราจะติดต่อ เราจะสร้างศักดิ์สิทธิ์ขึ้นมาได้ด้วยวิธีใดได้บ้างเอ่ย  เราจะสร้างอิทธิฤทธิ์ขึ้นมาด้วยวิธีใดเอ่ย  เราจะติดต่อเทพด้วยวิธีอย่างไร จึงจะติดต่อเทพได้ถูกต้องเอ่ย และเราจะเอาของ หรือเอาสิ่งลึกลับซับซ้อนทั้งหลาย ที่เขาเรียกว่า เครื่องรางของขลังก็ดี อะไรก็ดี  มาใช้ให้ถูกวิธีอย่างไรจึงจะมาสร้างปาฏิหาริย์ให้กับชีวิตเราได้  อันนี้จะมีข้อมูลอย่างนี้  ค่อยๆ ค่อยๆ ค่อยๆ เพิ่มเติมลงไปในสหศรัทธาศาล ศาลาสานปัญญาของเรา 
ผงกำยาน ที่ผู้มีจิตศรัทธานำมาหลายร้อยแห่ง ก็เป็นส่วนหนึ่ง เราจะเรียกได้ว่า เป็นของลึกลับ เป็นของศักดิ์สิทธิ์ เป็นของที่มีอิทธิฤทธิ์ เป็นของที่เทพเทวดากำกับอยู่ก็ได้  ผงกำยานหลายร้อยแห่งที่มีผู้ศรัทธาไปอัญเชิญมา  เราก็นำมาศึกษากัน หาความรู้กัน  แล้วก็อาจจะต้องมีการสาธิตกันว่า จริงถ้าทำอย่างนี้ ไม่จริงถ้าไม่ทำอย่างนี้  ถูกวิธีหรือไม่ถูกวิธี เราก็จะมามีการเปรียบเทียบกัน  ก็ขอให้ติดตามแล้วก็พิจารณาผลงานของเราทั้งหลายชาวสหปฏิบัติฯ ต่อไป  ก็จะได้เห็นว่ามันเป็นประโยชน์  ส่วนพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมและเป็นโทษ  เราจะไม่ให้ผู้ใดมารับรู้เรียนรู้เด็ดขาด เพราะว่าต้องให้เข้าสู่ยุคสมัยที่เป็นสากล ตามนามบัตรของเราสหปฏิบัติฯ ไม่ต้องเอาอะไรมาก ช่องกลาง เราจะไม่มีเวลาอธิบายทุกช่อง  
ช่องกลาง หรือบรรทัดกลาง จิตวิทยากำลังเป็นที่นิยมในสังคมทั่วโลก psychology  นิยมกันไปทั่วโลก  เราจะเอาจิตวิทยาที่เป็นวิชาที่มีคุณค่า และเป็นวิชาที่สมัยกำลังอยู่ในยุคในสมัย มาทำอย่างไรจึงจะเข้าใจ เข้าถึงวิญญาณแท้ และวิญญาณแท้เมื่อเกิดขึ้นมาแล้ว ผลจะมีอะไรเกิดขึ้น เมื่อวิญญาณแท้เกิดขึ้นมา นาย ก.  นาง ข. สามารถจะทำสิ่งที่เป็นเหนือสามัญวิสัยให้เป็นสากลได้ จากที่ไม่ชอบมาพากล ก็สามารถจะปรับปรุง เปลี่ยนแปลง แก้ไข ให้เป็นสากล  เราจึงบอกว่า จากจิตวิทยาสู่วิญญาณแท้ที่เป็นสากล อันนี้ก็ข้อมูลมากไปนิดหนึ่ง ก็หยุดลงคงไว้แต่เพียงเท่านี้
มาดูผลงานของคุณพรทิพย์ พุตติ  1946   คนเรามี 2 รอ ที่ต้องจัดการให้เหมาะสมและถูกต้อง คือ รอรู้ และรอรู้สึก  ตัวรู้กับตัวรู้สึกนี่สำคัญมาก  ต้องมาลด มาเพิ่มอยู่ตลอดเวลา พอรู้อย่างนี้ผิดต้องรู้ใหม่ รู้สึกอย่างนี้พลาด รู้สึกซะใหม่อยู่ตลอดเวลา  ถ้ารู้แบบผิดๆ ความรู้สึกก็เพี้ยน  ถ้ารู้สึกพลาดๆ ความรู้ก็เพี้ยน  ธาตุรู้กับวิญญาณธาตุสัมพันธ์ไม่ลงตัว กว่าจะรู้แจ้งเห็นจริงเพื่อแก้ไข ก็เกือบจะหมดชาติเสียแล้ว 
ขออ่านทวนอีกครั้งหนึ่งของคุณพรทิพย์ พุตติ ตัวโปรยน่าสนใจมาก 1946 บอกว่า คนเรามี 2 รอที่ต้องจัดการให้เหมาะสมและถูกต้อง คือ รอรู้ และรอรู้สึก  ต้องมาลด หรือมาเพิ่มอยู่ตลอดเวลา  ถ้ารู้แบบผิดๆ ความรู้ก็เพี้ยน  คนเพี้ยนเพราะรู้ไม่จริงเยอะนะ  ถ้ารู้สึกพลาดๆ ความรู้สึกก็เพี้ยน  คนเพี้ยนเพราะรู้สึกแปลกๆ มีความรู้สึกประหลาดๆ พิลึกๆ เขาเรียกคนผิดปกติทางจิต  
ธาตุรู้กับวิญญาณธาตุสัมพันธ์ไม่ลงตัว รู้มันบอกว่าต้องอย่างนี้  รู้สึกบอกไม่ใช่ ไม่ใช่อย่างนี้  เกิดขัดแย้งกันซะแล้ว ไม่ลงตัว กว่าจะรู้แจ้งเห็นจริงเพื่อแก้ไข ก็เกือบจะหมดชาติเสียแล้วก็มี คนอย่างนี้เยอะมาก  กว่าจะรู้ตัวก็สายเสียแล้ว กว่าจะรู้ตัวก็แก่เกินไปแล้ว  กว่าจะรู้ตัวกลายเป็นคนผิดเพี้ยนไปซะแล้ว ไม่ปกติทางจิต ก็ขออย่าให้เป็นอย่างนั้นเลย เรามาช่วยกันเรียนรู้ให้ชัดเจน แล้วจะได้เป็นครู แล้วจะได้เป็นผู้ช่วยให้คนที่เขาเพี้ยนๆ หันกลับมาไม่ผิดพลาดต่อไป  ก็ขอขอบคุณทุกคนที่ทนฟัง เดี๋ยวกลับมาช่วงที่ 2 สวดมนต์สวดพรกันตามปกติ และเป็นไปตามอัธยาศัย ฟังเพลงสักครู่ ขอขอบคุณทุกคนที่ทนฟัง 
เพลงที่จบลงไป ชื่อว่าเพลง “สหศรัทธาศาล ศาลาสานปัญญา” ซึ่งเรามีศาลาตั้งอยู่ข้างองค์หลวงพ่อพุทธชยันตรีอานันทชัย คำร้อง วาทธรรม ขำขัน เล่มที่ 3/1 ครูธวัช คณิตกุล  ทำนองและเสียงร้อง AI  จัดทำโดย อาจารย์ปัญจพล จิตติฉันท์
เนื้อเพลงมีอยู่ว่า สหศรัทธาศาล ศาลาสานปัญญา  รวมความเชื่อ ศรัทธาทั้งหลาย มาอยู่ในจุดเดียวกัน รวมความรู้ ปัญญาทั้งหลาย มาอยู่ในจุดเดียวกัน คือ เอาทั้งความเชื่อและความรู้มารวมอยู่ในจุดเดียวกัน คือ ปัญญา เพื่อรวมทั้งศรัทธาและปัญญาให้มาอยู่ร่วมกัน เกิดเป็นศักดิ์สิทธิ์  พอปัญญากับศรัทธามารวมกันอยู่ในจุดเดียวกัน ก็เกิดเป็นความศักดิ์สิทธิ์ขึ้น พร้อมทั้งศักยภาพคือ ความเก่ง ศักดิ์สิทธิ์คือ ความเฮง  ศักยภาพคือ ความเก่ง อยู่ภายในตัวมนุษย์ 
ก็เท่ากับมนุษย์ ถ้าเข้าใจตัวเองดีจริงๆ ถูกต้อง แล้วก็ไม่ฟั่นเฟือน หรือวิปริตผิดเพี้ยนไป ก็สามารถสร้างทั้งเก่ง และเฮงขึ้นมาในตัวเองได้  แต่ถ้าหากว่าผิดเพี้ยน หรือวิปริตวิปลาส ไม่ปกติ   อย่างที่ภาษาจีนเขา ขออภัย เขาเรียกว่า คนติงต๊อง  คนไม่ปกติ  มันก็จะตรงกันข้ามเลยก็คือ  แทนที่จะเป็นคนเรียกว่า ศักดิ์สิทธิ์ หรือคนเฮง  ก็กลายเป็นคน ขออภัย คนซวย นานๆ เข้าทำอะไรไม่เข้าท่า  คิดอะไรไม่เข้าที พูดอะไรไม่รู้เรื่อง มันก็จะกลายเป็นคนเฮงซวยไป  ขออภัยที่ใช้คำที่ไม่ค่อยจะเพราะหูเท่าไหร่นักล่ะ ซึ่งก็คงจะไม่มีใครอยากเป็นหรอกคนเฮงซวย   ใครๆ ก็อยากจะเป็นคนเก่งและเฮง 
เพราะฉะนั้นจะเก่งและเฮงก็ไม่ยาก ให้เข้าใจตามนี้ ที่เราคุยกันมาอยู่ทุกวี่วันนี่แหละ แล้วเชื่อเถอะว่า สักวันหนึ่ง ท่านก็จะกลายเป็นคนเก่งและเฮง คือ คนดีด้วย  
เอาล่ะจากนี้เราก็มาขอคำอวยพรจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ อันมีพระรัตนตรัยเป็นสรณะที่พึ่งอันสูงสุด อย่างในวันที่ 31 ที่จะถึงนี้ เป็นวันวิสาขบูชามหาปุณณมี เป็นวันแห่งพระพุทธ ซึ่งองค์การสหประชาชาติ UN  ทั่วโลกเขาก็ต้องไปขึ้นกับ UN  เขาตั้งให้เป็นวัน The Buddha Day คือ วันแห่งพระพุทธ องค์การสหประชาชาติหยุดงาน 1 วัน  Buddha Day วันแห่งพระพุทธศาสนา คือ วิสาขบูชา 

รวบรวมโดย คุณสุกัญญา เรืองชัยไพบูลย์

บทความที่เกี่ยวข้อง
EP.1937  ทุภาษิตพูดกลับ ทำดีได้ดีมีที่ไหน ทำชั่วได้ดีมีถมไป ผิด อันนี้ผิดพลาดอย่างหนัก ทำชั่ว คุณก็ต้องได้รับผลของกรรมชั่ว สักวันหนึ่งวันใด (ส. 2 พ.ค. 2569)
ตัวแปรที่สำคัญที่สุด ก็คือ ชวนจิต เป็นจิตตัวของการให้คุณ ให้โทษ รอชวนจิตเขาอีกสักนิดนะ แล้วชีวิตคุณก็จะได้รับความยุติธรรม ในขณะที่ชวนจิตยังไม่สามารถจะปรับเปลี่ยนผลกรรมที่ได้ทําไว้ ให้อโหสิกรรมไป หรือผ่านพ้นไป เราก็ต้องทน อดทน อดออม อดกลั้น
5 พ.ค. 2026
EP. 1901   เราจะต่อสู้กับสงครามได้ด้วยความคิดอย่างไร (จ. 23 มี.ค. 2569)
เราจะต่อสู้กับสงครามได้ด้วยความคิดอย่างไร  ไม่ให้พลาดพลั้งเรื่องทางใน สำหรับผู้ถูกเลือก (Light worker)  มี 3 ชุด 9 คำอุบาทว์  ที่ทำให้บาดหมางชีวิตเรา  สิ่งที่สำคัญที่สุด คือ ปปัญจสัญญาตัวสุดท้าย ตัวที่ 9 คือ “ใจแคบ” เพราะผู้ถูกเลือกจะต้องเป็นคน “ใจกว้าง”
27 มี.ค. 2026
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy