แชร์

EP.1936 การคิดดี พูดดี ทำดี ถือเป็นการแก้ไขทั้งพฤติกรรมและวิบากกรรม (ศ. 1 พ.ค. 2569)

อัพเดทล่าสุด: 5 พ.ค. 2026
21 ผู้เข้าชม
EP.1936 การคิดดี พูดดี ทำดี ถือเป็นการแก้ไขทั้งพฤติกรรมและวิบากกรรม
สวัสดีทุกท่าน เพลงออกแขกวันนี้หยุดลงตรงที่ว่า ลมหายใจเข้า ลมหายใจออก เป็นอานาปานสติ สติอยู่ที่ลมหายใจ  วันนี้เป็นวันแรงงานแห่งชาติ  ศุกร์ที่ 1  พฤษภาคมแล้ว ปีพุทธะ 69  คริสต์ 26  วันนี้เป็นวันพระใหญ่  ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 6 ปีมะเมีย  “อะโมฆัง ทิวะสัง กะยิรา  อัปเปนะ พะหุเกนะ วา”  เราจะใช้เวลาในวันนี้ให้เกิดประโยชน์อีกสักเล็กน้อยก็ยังดี ก่อนที่จะสิ้นวัน สิ้นสุดวันลงไป 
แรงงาน ก็เกิดจากคิด คิดแล้วก็เกิดแรง เป็นแรงงานของจิต  เกิดจากการพูด พูดออกมาดี พูดออกมาร้าย ก็เป็นแรงงานทางคำพูด วจีกรรม  ถ้าคิดก็เป็นมโนกรรม  ทำอะไรเป็นประโยชน์ด้วยมือ ด้วยเท้า ด้วยร่างกาย ก็เป็นกายกรรม  คิดดี พูดดี ทำดี ก็เป็นแรงงานที่ดี  คิดชั่ว พูดชั่ว ทำชั่ว ก็เป็นแรงงานที่เลว  
เราเคยให้ความหมายไว้ว่า แรงงาน แรงกรรม ขอทำงานธรรมะเพื่อชำระกรรม ในสมัยหนึ่ง อีกบทหนึ่ง แรงงานต้องประสานแรงรัก ทำไมถึงต้องประสาน  คิดเป็นแรงจิต แรงงานทางจิต คิดกี่ที กี่ที ก็คิดที่จะทำชั่ว ให้ร้าย คิดร้าย มุ่งร้ายต่อบุคคล ต่อสถานที่ อย่างนี้เขาเรียกว่า แรงงานประสานแรงชั่ว  แรงงานต้องประสานแรงรัก  แรงรักหมายถึง รักงาน รักผู้ร่วมงาน แล้วก็ที่สุด ก็คือ รักผลงาน  ทำงานด้วยการประสานแรงรัก เราก็รักงาน รักคนร่วมงาน  ดูดีเชียว แต่สมัยนี้น่า น่าหนักใจ จะมีสักกี่รายก็ไม่รู้ ที่ทำงานและประสานแรงรัก รักงาน  บางคนทำงานไปก็เกลียดงานที่ตัวเองทำไป อย่างนี้ไม่เจริญแน่นอน รักผู้ร่วมงาน เกลียดผู้ร่วมงานซะอย่างนั้นแหละ 
แรงงานต้องประสานแรงรัก แรงรักหมายถึง รักงาน รักผู้ร่วมงาน รักผลงาน สุดท้ายจึงค่อยคิดถึงค่าของของแรงงาน  คิดว่าสมัยนี้คงจะเป็นข้อสุดท้ายกลับกันมากกว่า ข้อสุดท้ายคือ คิดถึงแต่ค่าแรงงาน เมื่อไหร่เจ้าของกิจการ หรือเจ้านาย  หรือหัวหน้า หรือผู้ดูแลเราจะเพิ่มค่าแรงให้ซะที  แต่ไม่รักผู้ร่วมงาน  ไม่รักงาน  แรงที่จะรักงานไม่มี  ฝืนใจทำงานเป็นชนิดที่ว่า ให้มันหมดไปวันๆ หลายคนมักจะเป็นเช่นนี้ 
กมฺมุนา วตฺตตี โลโก สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม  กลฺยาณการี กลฺยาณํ ปาปการี จ ปาปกํ  ทำงานได้ดี ทำงานดีก็ได้ดี  ทำงานชั่วๆ ก็ได้ชั่ว  มันตรงไปตรงมา  คนหลายคนไม่พิจารณาตัวเอง แล้วยังแถมเข้าข้างตัวเอง แล้วก็อคติกับคนอื่น มีไม่ใช่น้อย  เรามาช่วยกัน ช่วยกันคิดวิธีว่า ทำยังไงเราจึงจะเลิกความคิดที่เลวร้าย มุ่งร้าย  คิดแต่เรื่องร้ายๆ  แม้นกระทั่งเจ้านาย หรือผู้บังคับบัญชา เราก็คิดร้ายกับเขา จิตมันตอบจิต  จิตมันเป็นพลังงาน มันเป็นคลื่น 
เมื่อคลื่นจิตส่งกระแสจิตออกไปหาบุคคลอื่นด้วยความรู้สึกที่ดี มันก็ดี ถ้าคลื่นจิตส่งออกไปหาผู้อื่นในทางร้าย มันก็ร้าย ตรงไปตรงมา สมัยนี้ได้ยินแต่คนบ่น เกลียดคนนั้น เกลียดคนนี้ ชังคนนั้น ชังคนนี้  อาฆาตคนนั้น อาฆาตคนนี้  แม้กระทั่งผู้มีพระคุณก็อาฆาต  ก็เกลียดชัง  ก็เกิดความอคติ  คิดร้าย  คิดทรยศ  คดโกงตลอดเวลา  ดูแล้วสังคมไม่น่า ไม่น่า ไม่น่าร่มเย็นเป็นสุข  มันก็เลยส่วนใหญ่เดือดร้อน แล้วก็เป็นทุกข์กันไปแทบทั้งหมด  อันนี้พูดในทางลบ 
แต่ก็มีคนจำนวนไม่ใช่น้อย พยายามคิดดี พูดดี และทำดี แต่เกิดเป็นสัดส่วนที่น้อยกว่า เมื่อมันน้อยกว่า มันก็มองไม่เห็น ฟังก็ไม่ได้ยิน คิดก็คิดไม่ออกว่า คนกลุ่มไหนที่เขาคิดดี พูดดี และทำดี  มันเป็นคนกลุ่มน้อย  คนกลุ่มใหญ่คิดชั่ว พูดชั่ว และทำชั่ว มันกลบหมดเลย ทุกข์ในสังคมก็เลยเกิดมากกว่าสุข ทุกข์สุขอยู่ที่ตัวเราทำ เราทำหนึ่ง หรือสิบคนทำ ร้อยคนทำ พันคนทำ หมื่นคนทำ แสนคนทำ ล้านคนทำ สัดส่วนของคนคิดดี พูดดี ทำดี มีน้อยมาก  สัดส่วนของคนคิดชั่ว ทำชั่ว พูดชั่ว มีมากๆ  สักวันหนึ่งสังคมก็ไม่น่าอยู่ ตอนนี้ก็ทนอยู่ ทนอยู่กันไปวันๆ เขาก็ไม่เจริญ เราก็หาเจริญไม่ ต่างคนต่างงดความเจริญ  ต่างคนต่างงดความรุ่งเรือง  ต่างคนต่างงดความก้าวหน้า  ผลที่สุดแย่กันไปหมด ลำบากกันไปหมด 
เริ่มจากสงครามในบ้านทะเลาะกัน สงครามในองค์กร แล้วก็บาน บาน บาน บานปลายออกไปสู่สงครามประเทศชาติ และอาจจะไปถึงสงครามโลก ไม่เข้าใจมนุษย์เป็นอะไรกันไปหมด รู้หน้าไม่รู้ใจ หน้ายิ้มแย้มแจ่มใส ทำการพูดจาหวานเจื่อยแจ้ว เอาเข้าจริงๆ จิตใจขม จิตใจตรงกันข้ามกับคำพูด และกิริยาท่าทาง  
สงสารคนจำนวนหนึ่งที่ใสซื่อ ทั้งใส ทั้งซื่อ  ไม่ช้าก็ต้องมีชีวิตที่ขุ่นมัว แล้วความซื่อที่เขามี เขาก็ไม่สามารถจะไปซื้อจิตใจใครได้ เพราะว่ามันมีค่าน้อย เพราะคนกลุ่มน้อยที่ใสซื่อ คนกลุ่มใหญ่ขุ่นมัว ทรยศ คดโกง คิดที่จะหักหลัง คิดที่จะหาความสร้างความเสียหายให้แก่ผู้อื่นอยู่ตลอดเวลา  จิตแพทย์ท่านบอกว่า เขาเป็นโรคจิต  พุทธศาสนาบอกว่า เป็นอกุศลจิต  แล้วเราจะ มาบริหารจิตกันทางวิทยาศาสตร์  กินยา เยียวยา รักษาด้วยบำบัด หรือเราจะมารักษาด้วยจิตภาวนา  พัฒนาจิตกันดี ยังไม่เข้าใจ  
ถ้าว่ากันในภาพรวมแล้ว  หนักใจจริงๆ ขอพูดส่วนตัว คนพูดนี่แหล่ะบอกตรงๆ ว่า เห็นสภาพสังคมทุกหย่อมหญ้าแล้ว ถอดใจ จะเอาที่ไหน จะหาคนที่ทำงาน และประสานความรัก ความรัก  ความเห็นใจซึ่งกันและกัน  จะหาคนรักงานจริงๆ ได้ที่ไหน  จะหาคนที่ห่วงผลงานที่ออกมาเป็นผลรวม แล้วกลายเป็นผลเสียหาย  แต่หาคนที่ทวงถามค่าแรงว่า เมื่อไหร่จะเพิ่ม เมื่อไหร่จะให้ฉันมากขึ้น หาได้ไม่ยาก  
แต่หาคนที่มีความรักสมัครสมานสามัคคี ตั้งใจทำให้งานส่วนตน ส่วนรวม เดินออกมาเป็นงานที่ดี หายากจัง  แล้วจะทำยังไง เผลอบ่นไปตั้ง 23 นาที  แล้วเราก็มาดูผลงาน แรงงาน แรงกรรม  แรงงานไม่ได้มาจากไหน มาจากแรงการกระทำของเรา ก็มีคนถามว่า พฤติกรรมนี่ทั้งหมดที่พูดมา  พฤติกรรมทั้งหมดที่พูดมาก็จริง แต่การกระทำ พฤติกรรมคือ ความประพฤติด้วยกาย ด้วยวาจา ด้วยใจ มันออกจากร่างกายของเรา ใช่หรือเปล่า ก็ตอบว่าใช่   ถ้าใช่ คนที่คิด คนที่พูด คนที่ทำ ก็เท่ากับว่า ทำทั้งพฤติกรรม คือ ปัจจุบันกรรม กรรมที่ทำอยู่ทุกวันนี้  แล้วก็ทำวิบากกรรม คือ ผลกรรมที่ได้กระทำไว้ด้วย  
หลายคนตั้งหน้าตั้งตาจะหาวิธีทำบุญ และส่งบุญไปให้กับกรรมเก่า  การทำบุญน่ะดีนะ แต่ตั้งหน้าตั้งตาจะหาวิธีทำบุญให้ส่งให้กับกรรมเก่า มันจะส่งไปได้ยังไง  กาลเวลามันผ่านมาแล้ว  กรรมได้เกิดขึ้นแล้ว คือ วิบากกรรม คือ ผลกรรมที่เราได้ทำไว้แล้ว แล้วมันก็มาก่อเป็นรูป เป็นร่าง เป็นตัว เป็นตนขึ้นในตัวเราแล้ว  เพราะฉะนั้นจะทำบุญให้กับกรรมเก่า คือ วิบากกรรม ก็คือ ทำตัวเรานี่แหละ  ทำตัวเราให้เหมาะสมที่สุด อย่าไปบีบคั้นตัวเอง อย่าไปปรนเปรอตัวเองจนเกินไป บีบคั้นตัวเองจนเกินไป ก็ผิด  ปรนเปรอตัวเองมากเกินไป ก็พลาด  
ทุกอย่าง ทุกสิ่ง ทุกประการ ทั้งพฤติกรรมที่ทำอยู่ในปัจจุบันคือ กรรมใหม่  ทั้งอดีตคือ วิบากกรรม คือ ผลกรรมที่ได้ทำไว้ มันมารวมอยู่ในตัวเรานี่แหละทั้งหมด เพราะฉะนั้นตั้งสติ เราจะทำยังไง  ถ้าเราทำถูกวิธี  พฤติกรรมดี คิดดี พูดดี ทำดี เสียตั้งแต่เดี๋ยวนี้ ก็เท่ากับเราแก้ 2 กรณีใหญ่ๆ  คือ แก้ทั้งพฤติกรรมของเรา คือ ความประพฤติ  แล้วก็แก้ทั้งวิบากกรรม คือ ผลกรรมที่เราได้ทำไว้ตั้งแต่ชาติไหนๆ ที่ผ่านมา มันมารวมอยู่ในตัวเรา ด้วยหลักที่บอกว่า คติ 4   อภิณหปัจจเวกขณ์ 5  วิบาก 6  
เมื่อคนเราตายไปแล้ว แล้วก็มาเกิดในร่างใหม่ จะว่าเป็นนาย ก. มาเกิดในร่างใหม่ ก็ไม่ใช่  จะว่าในร่างใหม่ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับนาย ก.  ก็ไม่เชิง เพราะมันมาแต่ผลกรรม ผลกรรม คติ 4 อภิณหปัจจเวกขณ์ 5 และวิบาก 6 อันนี้เข้าใจยากนิดหน่อย ค่อยๆ มารื้อฟื้น ค่อยๆ มาทำความเข้าใจ แล้วทุกอย่าง ทุกสิ่ง ทุกประการ โดยเฉพาะพรหมลิขิต ก็จะดำเนินไปสู่จุดมุ่งหมายที่ดี ไม่ต้องไปตั้งหน้าตั้งตาทำพิธีกรรมอะไรให้มันมากมาย นานๆ ทำครั้งหนึ่งก็พอแล้ว โอกาสใด โอกาสหนึ่ง ที่จะประกอบพิธีกรรมเพื่อบวงสรวงเซ่นไหว้ ทำให้เกิดเป็นสิริมงคลก็ทำไป 
แต่ทุกวันเรามีสิทธิ์ที่จะจัดการกับตัวเรา จัดการให้ตัวเราคิดดี เลิกคิดบ้าสักที  พูดดี เลิกพูดบ้าๆ ซะที ทำดี เลิกทำชั่วๆ ซะที แล้วเดี๋ยวทุกอย่างมันก็ค่อยๆ ค่อยๆ เปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดี  
ข้อคิดวันแรงงาน ในฐานะของสหปฏิบัติฯ จะต่อด้วยคำว่า แรงกรรม เป็นแรงรัก เมตตา และแรงแห่งความพึงพอใจ ก็ขออภัยที่รุนแรง อาจจะมีคำพูดรุนแรงไปนิดหนึ่ง 
หันมาดูผลงานของคุณสุกัญญา เรืองชัยไพบูลย์ 1935 แรงกรรมเป็นแรงที่มีกำลังส่งต่อชีวิต เราทุกชาติ เกิดมาตามกรรม เกิดมาใช้กรรม เกิดมาใช้กรรมเป็นภาคบังคับ แล้วมาพลาดท่าตรงเกิดมาสร้างกรรม เกิดมาตามกรรม เกิดมาใช้กรรม นี่ก็ตรงไปตรงมา มาพลาดท่าตรงเกิดมาใช้กรรม  ใช้กรรมยังไง เกิดมาใช้กรรมแบบไม่เข้าท่า ใช้กรรมแบบบ้าๆ คิดบ้าๆ พูดบ้าๆ ทำบ้าๆ เกิดมาใช้กรรมเป็นภาคบังคับ แล้วเกิดมาพลาดท่าตรงเกิดมาสร้างกรรม สร้างผิด ก็คือ คิดผิด พูดผิด ทำผิด เราสร้างกรรมตามอำนาจของกิเลส ตัณหา อุปาทาน ผลกรรมที่เราสร้างตกเป็นของเรา ไม่มีพลาดไปแม้นแต่หน่วยเดียว เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ คุณสุกัญญา เรืองชัยไพบูลย์ บอกว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ 
หลายคนบอกอยากรู้วิธีจังเลย ที่จะหาทางทำให้ชะตาชีวิตเรา พรหมลิขิตเรา ดีขึ้นซะที จะไปทำพิธีกรรมสะเดาะเคราะห์ สะเดาะโศก สะเดาะโรค สะเดาะภัย ได้ที่ไหนดี  สะเดาะที่ตัวเรานี่แหละ เริ่มสะเดาะความคิดชั่วๆ ออกไปจากตัวซะ สะเดาะคำพูดชั่วๆ ที่ทำให้ผู้อื่นเขาเดือดร้อนออกไปจากตัวซะ สะเดาะการกระทำชั่วๆ ที่ทำให้เสียหายต่อตนเอง และส่วนรวมออกไปจากตัวซะ ไม่ช้าไม่นาน ความสุขมันก็จะค่อยๆ พอกพูดขึ้น 
9 ข้อ ขอฝากอีกทีหนึ่ง ก่อนจบลง  1. โลก 2. โกรธ 3. หลง มากไหม ตอนนี้คุณมีมากไหม  มาก ลดลงหน่อยเถอะ  เรื่องไม่มี โกหก  โลภ โกรธ หลง  กิเลส ตัณหา อุปาทานมันเกิดขึ้นเยอะไหม  เยอะ ลดลงไปหน่อยเถอะ  ปรุงแต่ง ปรุงแต่งตัณหามากไหม  ไม่รู้กี่ตัน ลดลงมา  อยาก อยาก เอาแต่อยาก  อย่าอยากซ้ำมากนัก อยากพอประมาณ  มานะ อยากใหญ่ จะใหญ่ไปเท่าไหร่  ใหญ่เท่ายักษ์พอไหม ไม่รู้สิว่ายักษ์มันตัวใหญ่แค่ไหน  เท่าช้าง  ช้างมีหลายขนาด  มานะแปลว่า อยาก ใหญ่  สุดท้ายจบเห่เลย ใจคุณแคบมากไหม  ทำไมตัวคุณเบ้อเร่อเบ้อร่า แต่ทำไมใจคุณแคบนิดเดียว  ตัวที่ 9 ก้าวไม่ออกเลยนะ ชีวิตแป๊กอยู่กับที่เลยนะ ไปไม่รอดนะ เพราะอะไร เพราะคุณใจแคบ 
ก็ขอขอบคุณทุกคนที่ทนฟัง วันนี้วันพระใหญ่ เดี๋ยวจะต้องถวายรายชื่อผู้ที่ส่งมาทางอากาศ  ขอบคุณอีกครั้งที่ทนฟัง มาฟังอาจารย์ปัญจพล มีรายงาน และมาฟังเพลงประจำวันแรงงาน ดูจะสบายใจขึ้น ขอขอบคุณ
เอาล่ะ เมื่อเป็นวันสำคัญอีกวันหนึ่ง คือ วันแรงงาน ก็ขอโอกาสเอาชื่อของผู้มีจิตศรัทธาที่ส่งมาทางอากาศ ผ่านเครื่องมือของคุณศิริวรรณ รื่นเอม มารายงานให้กับสิ่งศักดิ์สิทธิ์ได้สดับว่า ชื่อนี้ๆ ต้องการความเป็นสิริมงคล 
ความจริงมีเรื่องยาวเชียวที่จะเล่าสู่ฟังในวันแรงงาน โดยผู้พูดได้รับนิมิต ได้รับนิมิตมาเมื่อสามสี่สิบปีที่แล้ว แต่เกรงว่าจะยาวเกินไป สรุปแล้วก็คือ แรงงาน แรงกรรม กรรมที่เราได้ทำไว้ ตั้งแต่ชาติปางก่อน จะส่งมาในลักษณะภาคบังคับ บังคับให้เราต้องมารับใช้งานทางศรัทธา ศาสนา และความเชื่อ จะเชื่อหรือไม่เชื่อเป็นสิทธิของทุกคน 
เพราะฉะนั้นเราอยากจะให้เคราะห์กรรมเบาบางลง หรือหมดไป แล้วกลายเป็นบุญกุศลเพิ่มขึ้น ก็อยู่ตรงนี้แหละ ตั้งใจ ใส่ใจ หาความรู้ เกี่ยวกับเรื่องศรัทธา ศาสนา และความเชื่อให้ทันสมัย  ที่เรียกกันว่า ประยุกต์สู่สากล และทุกคนก็จะได้เอาไปสอนลูก หลาน เหลน โหลน ในภายหน้า บอกต่อๆ กันไปว่า ไม่ต้องไปทำพิธีกรรมอะไรให้มันมากมาย นอกจากบางครั้ง บางโอกาส แต่ทุกโอกาส ทุกวี่ทุกวัน ตัวเรานี่แหละ จะคิดก็คิดให้มันดีๆ หน่อย จะพูดก็พูดให้มันไม่น่าเกลียดจนเกินไปนัก จะทำก็อย่าทำในสิ่งที่ชั่วช้าเลวทราม เท่านี้แหละ เดี๋ยวทุกอย่าง ทุกสิ่ง ทุกประการก็จะดีขึ้น ดีขึ้นเอง  ขอให้เชื่อเถอะว่า เป็นความจริง  

รวบรวมโดย คุณกันติชา เวชสุรียะกุล

บทความที่เกี่ยวข้อง
EP. 1865    เกมกลกรรม มีกลไกกรรม เกิดผล 2 อย่าง คือ ให้ผลโดยปกติ โดยกลไกทางนอก คือ พฤติกรรม  แล้วก็ให้ผลที่เป็นปาฏิหาริย์ โดยกลไกทางใน คือ วิบากกรรม (จ. 2 ก.พ. 2569)  
ถ้าเรารู้กลไกของเกมนั้น เราก็ทำตามกลไกนั้น เกมกลกรรมมันก็ออกมาในรูปของการให้คุณ ให้สิ่งที่เป็นประโยชน์  แต่ถ้าไม่รู้จักกลไกของเกมนั้น เกิดเป็นโทษ ชีวิตผิดปกติ  แล้วกลไกกรรมคืออะไร  ต้องทำอย่างไร  และเมื่อพลั้งพลาดจะแก้เกมอย่างไร หาคำตอบไปด้วยกันใน เรขาคณิต (กุล) พิสูจน์กรรม
12 ก.พ. 2026
EP.1933 “พรหมลิขิต” คือ ให้เดินชีวิตตามพรหมด้วยเมตตา อยากเข้าถึงพรหมลิขิต ต้องมีจิตเมตตาและอย่าใจแคบ (จ. 27 เม.ย. 2569)
ทุกคนมีพรหมลิขิต ที่ได้รับมาแล้วตั้งแต่เกิด  ส่วนใหญ่เป็นพรหมลิขิตที่ดีทั้งนั้น แต่ที่ไม่ดีเพราะคุณไปฝืนพรหมลิขิต โดยการขาดจิตเมตตา คำว่า “พรหมลิขิต” คือ ให้เดินชีวิตตามพรหมด้วยเมตตา อยากเข้าถึงพรหมลิขิต ต้องมีจิตเมตตาและอย่าใจแคบ  “ใจแคบ”  พระพรหมเกลียดที่สุด
2 พ.ค. 2026
EP. 1886   วันมาฆบูชา วันแห่งความรักที่บริสุทธิ์ของชาวพุทธ (จ. 2 มี.ค. 2569)
พระพุทธองค์ทรงประทาน โอวาทปาติโมกข์ ใครปฏิบัติฯ ตามได้ถูกต้องและเหมาะสม ก็เท่ากับว่า เป็นผู้น่ารัก และเป็นผู้ให้ความรักกับคนอื่น แล้วก็ให้ผู้อื่นมารักตัวเองด้วย เพราะคนผู้นั้นเป็นคนทำแต่ความดี ละเว้นความชั่ว ทำจิตใจให้ผ่องใส หากใครทำได้ 3 อย่างนี้ ก็เป็นคนน่ารัก และมีคนมารัก แล้วก็ตัวเองก็รักคนทั่วไปหมด
13 มี.ค. 2026
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy