EP.1934 ใช้ชีวิตให้ถูกต้องตามพรหมลิขิต ก็คือ มีจิตเมตตา มีความรัก และมีความเสน่หา ด้วยการนำสูตร CEA ของชาวสหปฏิบัติฯ ไปบริหารพรหมลิขิตให้ทัน ก่อนที่ชีวิตจะไปตกอยู่ในอาณัติของ พระยม
อัพเดทล่าสุด: 5 พ.ค. 2026
24 ผู้เข้าชม
EP.1934 ใช้ชีวิตให้ถูกต้องตามพรหมลิขิต ก็คือ มีจิตเมตตา มีความรัก และมีความเสน่หา ด้วยการนำสูตร CEA ของชาวสหปฏิบัติฯ ไปบริหารพรหมลิขิตให้ทัน ก่อนที่ชีวิตจะไปตกอยู่ในอาณัติของ พระยม
พรหมลิขิตไม่เคยหยุด พรหมลิขิตหยุดลงตรงที่เราอยู่ในเงื้อมมือของพระยมแล้ว นั่นหมายถึงวาระสุดท้ายของชีวิต ตลอดเวลาที่เราใช้ชีวิตอยู่ เรามีโอกาส โอกาสนั้นเรียกว่า โอกาสแห่งพรหม คือ พรหมลิขิต แต่คนส่วนใหญ่ไปเข้าใจว่า ต้องไปตามหา ตามถาม ตามซักไซ้ไล่เรียงหมอดู ซึ่งเขาจะเย้ากันว่า หมอดูคู่หมอเดา
ไปตามหาหมอดูคู่หมอเดา บางทีหมอก็ไม่เดา บางทีก็เดา ว่าพรหมลิขิตของฉันเป็นอย่างไร ไปถามหมอทำไม ก็ถามตัวเองว่า ตัวเองมีจิตใจต่อการใช้ชีวิตของตัวเองอย่างไร ไปถามหมอดูว่า พรหมลิขิตชีวิตฉันเป็นอย่างไร เขาจะไปรู้ได้อย่างไร เมื่อเขาไม่รู้เขาก็เดาเอาสิ เดาให้ฟัง
พรหมลิขิต คือ เราได้มาตั้งแต่เราเกิด แล้วเราจะทำตามชื่อของพระพรหม ซึ่งแปลว่า ผู้มีจิตเมตตา ความรัก และขอเติมด้วยว่า ความมีเสน่หาก็ยอมกันได้ แต่อย่าให้น่าเกลียด น่าชังจนเกินไปนัก หรือหยาบคาย ซึ่งเราเรียกตามชื่อการเรียนการสอนของเราว่า สูตร CEA ความหมายเป็นอย่างไรก็บอกไปมากแล้ว เมื่อเราไม่สามารถที่จะบริหารพรหมลิขิตของเราได้ด้วยหลักของ CEA ชีวิตของเราก็ผันผวน เรรวน ไปคนละทิศคนละทาง เพราะเราใช้ ปปัญจสัญญา คือ ปรุงแต่ง ว่าที่จริงๆ แล้ว เพียงใช้ชีวิตธรรมดาๆ ไม่ต้องไปปรุงแต่งอะไรมันมากมายจนกระทั่งเสียหาย
คำว่า ปรุงแต่ง ขออภัยสัก 100 ครั้งเถอะ ชาวบ้านจะเรียกกันว่า ดัดจริตก็ได้ เราไปปรุงแต่งจิตของเราให้มีตัณหา อยาก อยาก อยาก จะอยากอะไรกันนักหนา มีชีวิตอยู่อย่างปกติสุขก็บุญแล้ว ปรุงแต่งมานะ มานะแปลว่า อยากใหญ่ อยากได้ อยากได้ อยากใหญ่ ได้เท่าไหร่ไม่พอ ก็ไม่พอใจ ต้องการใหญ่อีก เมื่ออยากได้คือ ตัณหา อยากใหญ่คือ มานะ ปิดท้ายรายการลง ขันไม่ออก ใจแคบ 3 กรณีนี้คือ ตระบัดสัตย์ต่อพรหมลิขิต
ตระบัดสัตย์แปลว่า ฝืนความเป็นจริง คือ ไปตระบัดสัตย์ต่อพรหมลิขิต แต่ในขณะเดียวกันก็ไปตะลอนๆ ถามหมอดู ถามคนโน้น คนนี้ว่า พรหมลิขิตของฉัน เป็นอย่างไร จะดีเมื่อไหร่ ก็ทำไมไม่จัดการบริหารพรหมลิขิตตามชื่อแห่งพรหม พรหม แปลว่า ผู้มีจิตเมตตา พรหมวิหารธรรม ธรรมะในพระพุทธศาสนา ก็เริ่มจาก เมตตา พรหมวิหารธรรม ธรรมะแห่งการครองตน ครองตัวเองให้อยู่ด้วยเริ่มจากต้องมีเมตตา เริ่มจากเมตตา แต่ขาดเมตตา แต่ต้องไม่เมตตาแบบดัดจริต เมตตาธรรมดาๆ ก็มีพรหมลิขิตเกิดขึ้นแล้ว ชีวิตก็เป็นไปตามพรหมลิขิต
โอกาสที่พระพรหมจะหยิบยื่นชีวิตเราไปให้กับพระยม มันก็ช้าหน่อย มันก็น้อยหน่อย เพราะฉะนั้น ง่ายๆ ไม่ต้องไปดูหมอที่ไหน ตัวเรานี่แหละ จัดการกับตัวเราเอง ให้อยู่กับร่องกับรอย อย่าออกนอกลู่นอกลอย จนกระทั่งผิดหลักธรรมะสระกบาล ของสหปฏิบัติฯ
ธรรมะสระกบาลก็มี 5 ข้อ อย่าเหลิง อย่าหลุด อย่าลอย อย่าร้อน อย่ารน ประเภท เหลิง หลุด ลอย ร้อน รน หลุดจากพรหมลิขิตมาเสียไม่รู้เท่าไหร่ พระพรหมบอกว่า ฉันไม่สามารถที่จะดูแลเธอได้ เธอต้องไปอยู่ในอาณัติของพระยมแล้วเตรียมตัวตาย ไม่ตายสังขาร ก็ตายทางจิต ก็คือ ตายทั้งเป็น อันนี้เป็นเรื่องจริงเสียยิ่งกว่าจริง เราจึงบอกว่า เรารอแล้วรอเล่ารอสมาชิกทั้งหลาย ที่เป็นกำลังสำคัญๆ ทุกๆ คน เมื่อไหร่จะเห็นคุณค่าของชีวิตของตัวเอง ที่เกิดมามีพรหมลิขิตเป็นที่เพียบพร้อม รอให้เจ้าของชีวิต ใช้ชีวิตให้ถูกต้องตามพรหมลิขิต ก็คือ มีจิตเมตตา
รวบรวมและเรียบเรียงโดย คุณปุนนภา รักษาวงษ์
บทความที่เกี่ยวข้อง
พอความรู้ชนิดหนึ่งชนิดใดที่ผ่านเข้ามาในวิญญาณธาตุ แล้วมันตรงขั้วกับวิญญาณ กับธาตุของวิญญาณนั้นพอดี ความรู้นั้นจะเกาะติดในธาตุวิญญาณ จะเกิดการประสานกับความรู้สึกในเรื่องศักดิ์สิทธิ์ ความรู้เรื่องศักดิ์สิทธิ์กับความรู้สึกเรื่องศักดิ์สิทธิ์ ก็จะเกิดการรวมตัวกันเป็นหนึ่งเดียว
12 ก.พ. 2026
เมื่อเราทำ 2 รอ ความรู้สึก และความรู้ ในเรื่องสามัญวิสัยและเรื่องเหนือสามัญวิสัยได้ชัดเจน ก็จะสามารถดูแลสุขภาพกาย สุขภาพจิต และความถูกต้องของวิญญาณ ได้อย่างเป็นประโยชน์
13 มี.ค. 2026
