แชร์

EP.1914    ถอดสมการ สูตรเก่งกับเฮง เริ่มต้นที่ ประสาทสื่อสมองสั่ง “สมองไว กายคล่อง ต้องจิตนิ่ง” (จ. 6 เม.ย. 2569)

อัพเดทล่าสุด: 11 เม.ย. 2026
5 ผู้เข้าชม
    สวัสดีทุกท่าน วันนี้เป็นวันสำคัญที่เราพบกันในรายการ เป็นวันมหาจักรีรำลึก รำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณอันสูงยิ่งขององค์พระปฐมบรมราชจักรีวงศ์ “พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช”  เราก็อธิษฐานถึงด้วยความเคารพบูชา ด้วยความเป็นสิริมงคลกับทุกๆ คน วันนี้เป็นวันจันทร์ที่ 6 เดือนเมษายน พุทธศักราช คริสต์ศักราช 69 และ 26  เป็นวันแรม 4 ค่ำ เดือน 5 ปีมะเมีย  ก็คงมาดูเรื่องราวของการคุยกันไว้ตั้งแต่เมื่อวาน และก่อนเมื่อวาน 
          วันนี้เป็นผลงานของคุณอรสา กู้เกินพงษ์  1913  เร่งสร้างศักยภาพในการคบคนให้ดี เร่งสร้างยังไง แล้วศักดิ์สิทธิ์จะมาช่วยจัดการให้เป็นบุคคลที่มีความศักดิ์สิทธิ์ ถ้าเราไม่พัฒนาศักยภาพให้ขึ้นมาเป็นฐานของความศักดิ์สิทธิ์ ความศักดิ์สิทธิ์ไม่สามารถจัดการ จะสร้างบัลลังก์ให้กับคนที่เข้ามาเกี่ยวข้องกับเรา เพื่อการคบหาให้เราได้พอเหมาะพอสม 
          กระทู้นี้ถึงจะได้ยินกันมาจนชินหู แต่ก็เชื่อว่า ยังไม่ชินความเข้าใจ ยังไม่ชินความรู้สึก อยู่ดีๆ ศักยภาพคือ ความเก่งกล้าสามารถ จะมาเกี่ยวอะไรกับเรื่องสิ่งศักดิ์สิทธิ์ อิทธิฤทธิ์ ปาฏิหาริย์ เทพเทวดา แล้วก็เรื่องลึกลับทั้งหลาย มันทางนอกชัดๆ แล้วจะมายุ่งอะไรกับเรื่องทางในที่ไม่ชัด  ทางในเป็นสิ่งที่ไม่ชัดเจน คนก็เลยเข้าใจกันผิดซะมากว่า ไม่มี  บ้างก็บอกว่าไม่มี  บ้างก็บอกว่ามี ทางในหรือทางศักดิ์สิทธิ์นี่มี  แต่ว่าเรื่องศักดิ์สิทธิ์และทางในเขาจะมายุ่งอะไรกับมนุษย์ ท่านจะไม่มายุ่งเกี่ยวกับมนุษย์ เพราะมนุษย์นั้นน่ารังเกียจ มีกลิ่นสาปของมนุษย์แรง  บ้างก็ว่าสิ่งศักดิ์สิทธิ์จะสัมผัสกับใครได้ ผู้นั้นต้องเป็นพระคุณเจ้า เป็นพระสงฆ์ เป็นผู้ถือบวช  ถ้าไม่ใช่พระสงฆ์ องค์เจ้า หรือผู้ถือบวช จะไปมีความศักดิ์สิทธิ์ได้ยังไง 
          ด้วยเหตุอย่างนี้แหล่ะ เราจึงสับสนวุ่นวาย กันอยู่ระหว่างความจริงกับความเชื่อ เสร็จแล้วเมื่อเราเข้าไม่ถึงความจริง เราก็เชื่อในสิ่งที่ไม่ใช่ของจริง แต่ของจริงเรากลับไม่เชื่อ ถามของจริงอยู่ที่ไหน  ของจริงก็อยู่ในตัวคน  เริ่มต้นทีเดียวก่อนจะมาเป็นมนุษย์ก็ต้องมีเทพจุติ เทพพามาเกิด แล้วเทพก็มาก่อร่างสร้างตัวเป็นมนุษย์ขึ้นมา ร่วมกันกับธรรมชาติทางนอก 
สรุปแล้วธรรมชาติก็มี 2 ฟาก คือ ฟากสามัญวิสัย กับฟากเหนือสามัญวิสัย แต่เหนือสามัญวิสัยพิสูจน์ไม่ได้ เพราะเป็นเรื่องที่ผลุบๆ โผล่ๆ ลับๆ ล่อๆ  เดี๋ยวก็หายไป เดี๋ยวก็โผล่มา  เดี๋ยวก็เห็นชัด เดี๋ยวก็เห็นไม่ชัด พอสังคมโลกก้าวเข้าสู่ยุควิทยาศาสตร์ค่อนข้างเต็มกำลัง ก็ยิ่งทำให้คนมีความคิดที่ห่างไกลออกไปอีกว่า ความศักดิ์สิทธิ์ก็ดี อิทธิฤทธิ์ ปาฏิหาริย์ เทพเทวดา เรื่องลึกลับซับซ้อนทั้งหลายก็ดี ต้องแยกออก ต้องห่างออก ต้องห่างไกลเรื่องที่เป็นวัตถุทั้งหลาย โดยเฉพาะเรื่องที่เป็นวิทยาศาสตร์ไม่ใช่ไสยศาสตร์   ไสยศาสตร์ไม่เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์  ความเข้าใจผิดอันนี้ทำให้เกิดความทุกข์แก่มวลมนุษย์ มนุษย์ต้องทุกข์ทรมาน นี่ขอพูดเป็นการส่วนตัว ส่วนรวมจะเห็นด้วยหรือปฏิเสธเป็นสิทธิ์ของท่าน 
เมื่อมนุษย์ไม่สามารถที่จะประกอบความเข้าใจในความเป็นมนุษย์ว่า เรามีศักยภาพ คือความสามารถ ขณะเดียวกันเราก็พยายามให้เสมอภาคกับศักดิ์สิทธิ์ ในเมื่อเรามีความศักดิ์สิทธิ์ เราก็ต้องพยายามบริหาร ก็คือ บริกรรมความศักดิ์สิทธิ์ให้สูงเสมอเท่ากับศักยภาพ  เมื่อเรามีศักยภาพ เราก็ต้องพยายามบริหารให้ศักยภาพสูงเสมอเท่ากับศักดิ์สิทธิ์  แล้วจะรู้ได้อย่างไร  สิ่งหนึ่งต้องบริหาร พัฒนาการ  สิ่งหนึ่งต้องภาวนาทางจิต ทางสมาธิ และศรัทธาความเชื่อ 
          บางคนก็มุ่งว่าฉันจะเข้าฌานเพื่อสัมผัสสิ่งศักดิ์สิทธิ์  จะเข้าสมาธิให้สูงขึ้นไปจนถึงขั้นฌาน 4 จตุตถฌาน แล้วฉันจะสัมผัสสิ่งศักดิ์สิทธิ์  บ้างก็บอกว่าสิ่งศักดิ์สิทธิ์ไม่เกี่ยวกับสมาธิ  ไม่เกี่ยวกับองค์ฌาน สิ่งศักดิ์สิทธิ์จะเกิดขึ้นได้ต้องมีสถานที่ ต้องมีสิ่งของ ต้องมีพิธีกรรม มีกิจกรรม มีการประกอบพิธีการต่างๆ แล้วจะต้องมีบุคคลที่เก่งในเรื่องทางใน ต้องแบ่งแยกกันโดยเด็ดขาด มันก็เลยเกิดการขัดแย้งกันไป ขัดแย้งกันมาอยู่ในตัวคน  ยิ่งคนๆ นั้นเกิดมามีความศักดิ์สิทธิ์ในระดับสูงเท่าไหร่ ก็ยิ่งจะมากดทับศักยภาพมากเท่านั้น  
กลับกัน คนที่มีศักยภาพสูงมากเท่าไหร่ คือ ความเก่ง ก็จะไปกดทับศักดิ์สิทธิ์มากเท่านั้น คนบางคนก็เลยกลายเป็นเก่งแต่ไม่เฮง  คนบางคนเกิดมามีพลังศักดิ์สิทธิ์พร้อมใช้ กลายเป็นคนเฮงแต่ไม่เก่ง  คนเฮงแต่ไม่เก่งไม่ใช่ดีนะ  พอพลังสนับสนุนความเฮงหรือความศักดิ์สิทธิ์ลดลงหรือเบาบางลง  ตนเองไม่มีฐานะ ไม่ได้สร้างฐานะ ก็จะเกิดการทรุดลง หมดสภาพ หมดอนาคต 
           เราจึงบอกว่า อย่าประมาท  คนเก่งแต่ไม่เฮง ก็ไม่ดี คนเฮงแต่ไม่เก่งก็ไม่ดี  ต้องทั้งเก่งและเฮง และทำยังไง ทำตามสูตรที่เราบอกว่า “ศักยภาพเป็นฐานของความศักดิ์สิทธิ์  ความศักดิ์สิทธิ์จะมาเป็นบัลลังค์ให้กับศักยภาพ”  แล้วเราก็มาถอดสมการ หรือถอดหลักต่างๆ ออกมาทีละขั้นทีละตอนว่า คนจะมีศักยภาพเริ่มต้นที่ประสาทสื่อใช่ไหม สมองสั่งใช่หรือเปล่า แล้วถ้าประสาทของคุณไม่ปกติ สมองของคุณไม่สมบูรณ์ โอกาสที่คุณจะสร้างความเก่งคือ ศักยภาพ มันก็ยิ่งยาก แล้วก็ลำบากขึ้นมากๆ เพราะฉะนั้นการดูแลรักษาร่างกายให้เกิดความสมบูรณ์ และแข็งแรงอยู่ตลอดเวลา ก็เกี่ยวกับเรื่องศักดิ์สิทธิ์  เพราะว่าประสาทสื่อสมองสั่ง เริ่มต้นตรงนั้น 
          เมื่อประสาทสื่อสมองสั่งทำงานได้ถูกต้อง เกิดสติ พอเกิดสติคราวนี้การทำอะไร พูดอะไร คิดอะไร ก็เป็นไปในทิศทางชัดเจน คนที่คิดพูดทำ ทำพูดคิด คิดทำพูด ได้ถูกต้อง เหมาะสม และชัดเจน ก็จะเป็นคนเก่ง คนมีฐานะ คนมีศักยภาพสูง  เมื่อประสาทสื่อสมองสั่ง สมองไว กายต้องคล่อง  ร่างกายทำหน้าที่โดยขับเคลื่อนด้วยสมอง   เมื่อสมองไว ประสาทสื่อสมองสั่งดีแล้ว กายคล่อง คราวนี้เป็นหน้าที่ของเจ้าตัว จะต้องทำจิตให้นิ่ง  
ส่วนใหญ่คนสมัยใหม่นี้ สมองไว มีสิ่งช่วยให้สมองไวมาก แล้วก็ช่วยให้ร่างกายคล่องแคล่วก็มีได้มาก  แต่ช่วยให้จิตนิ่ง ตรงกันข้ามเลย จิตนิ่งยากมาก   เพราะจิตมันก็เกิดการซัดส่าย  เพราะจิตถ้าหากว่าเราไม่สามารถจะควบคุมมันด้วยอารมณ์ หรือเวทนาที่เหมาะสม จิตมันก็ไม่ใช่จิตแล้ว  กลายเป็นอารมณ์ทำงานแล้ว  จิตมันมีสภาพยังไง ดิ้นรน กวัดแกว่ง เห็นยาก ห้ามยาก ข่มยาก รักษายาก  มักตกอยู่ในอารมณ์ของกาม เป็นสภาพที่ละเอียดอ่อน เกิดเร็วและดับเร็ว  เมื่อจิตมันมีอาการ 9 อย่างอย่างนี้ มันก็ไปเกิดการปะทะกับสมองไว ปะทะกับกายคล่อง ไม่ช้ากายก็เริ่มอืดอาดไม่คล่องแล้ว ไม่ช้าสมองก็ไม่ไว เพราะจิตมากระทบสมองด้วยลักษณะของฐานะของอารมณ์  พอจิตไม่ทำงาน จิตดิ้นรน กวัดแกว่ง เห็นยาก ห้ามยาก ข่มยาก รักษายาก ตกอยู่ในอารมณ์ของกาม เป็นสภาพที่ละเอียดอ่อน เกิดเร็วดับเร็ว  ก็เท่ากับคืนหน้าที่ให้กับอารมณ์ 
           คนแต่ละคนก็ใช้อารมณ์  ใช้อารมณ์  แล้วก็ใช้อารมณ์  แล้วหลงเข้าใจผิดว่าฉันใช้จิต เพราะฉะนั้น สมองไว กายคล่อง เอาจิตอีกอย่างหนึ่งเถอะ จิตนิ่ง  แล้วทุกอย่างจะเป็นเรื่องของศักยภาพที่สูงส่ง ศักดิ์สิทธิ์ที่สูงสุด เมื่อศักยภาพเป็นฐานของความศักดิ์สิทธิ์ ความศักดิ์สิทธิ์จะมาเป็นบัลลังก์ให้กับศักยภาพ  คนๆ นั้นก็เท่ากับมีฐานะสูงส่ง ประสบความสำเร็จสุข อยู่ในฐานะที่เป็นที่ยอมรับของสังคม เพราะเป็นผู้นั่งอยู่บนบัลลังก์ของคนเก่ง 
          อันนี้ข้อมูลวันนี้ก็ต้องขออภัย ที่นำข้อมูลมาเสนอค่อนข้างมากไปสักนิดหนึ่ง ก็หันมาขอบคุณคุณอรสา กู้เกินพงษ์ อีกครั้ง  1913  “เร่งสร้างศักยภาพในการคบคนให้ดี  การคบคนก็มีเหตุทำให้ศักยภาพดีหรือไม่ดี  แล้วศักดิ์สิทธิ์จะมาช่วยจัดการเกรดบุคคล มาเกลี่ยบุคคล ถ้าเราไม่พัฒนาศักยภาพให้ขึ้นมาเป็นฐานของความศักดิ์สิทธิ์ ความศักดิ์สิทธิ์ไม่สามารถที่จะจัดบัลลังก์คนที่จะมาเกี่ยวข้องกับเรา เพื่อการคบหาให้เราได้” 
เท่ากับว่า ไม่อำนวยช่วยในการคบหาบุคคล ก็ทำให้โอกาสที่จะประสบความสำเร็จตามความหมายว่า ศักยภาพเป็นฐานของความศักดิ์สิทธิ์  มีศักยภาพสูงเสียเปล่าแต่ว่าไปรับข้อมูล ไปคบหากับบุคคลที่ขาดคุณสมบัติ ก็กลายเป็นคนที่ไม่สามารถจะสร้างฐานของความศักดิ์สิทธิ์ขึ้นมา เพื่อให้นั่งอยู่บนบัลลังก์ของคนเก่งได้ ก็ขอขอบคุณทุกคนที่ทนฟัง เดี๋ยวฟังเพลงแล้วกลับมาสวดมนต์สวดพรกัน 
            
เพลงที่จบลงไป ชื่อเพลง “สมองไว กายคล่อง ต้องจิตนิ่ง” ขับร้องโดย คุณเจนจิรา สุวรรณน้อย  คำร้อง ธวัช คณิตกุล  ทำนอง ทหารแก่  แล้วก็มิกซ์เสียงโดย คุณสุรพล ศิริวรรณ ในเนื้อเพลงก็เพราะดี แต่ความหมายลึกซึ้งและลึกลับ ทำไมสมองไว กายคล่อง ยังไม่พอหรือ ไม่พอ  สมองไว กายคล่อง กลายเป็นคนก้าวร้าวรุนแรง เอาแต่ใจตัวเอง แสดงความมีโทสจริต โลภจริต โมหจริต ออกมามากมาย  คนสมองไวจะรุนแรงกว่าคนธรรมดา  แล้วกายคล่องอีกมันก็จะไปกันใหญ่  แต่ถ้ามีจิตนิ่ง จิตเข้ามากำกับ กลายเป็นประโยชน์มากมายมหาศาลที่เรียกว่า บุคคลหาได้ยากทีเดียว ถ้ามีคุณสมบัติครบทั้ง 3 อย่าง จิตนิ่ง กายคล่อง แล้วก็ยังสมองไว ก็คือ สมองไว กายคล่อง และจิตนิ่ง อันนี้ก็ฝากให้ทุกท่านช่วยกันคิด 

รวบรวมโดย คุณพรทิพย์ พุตติ 

บทความที่เกี่ยวข้อง
EP. 1890   โรคจิต โรคประสาทมาจาก 3 สาเหตุ 1. โลภ  2. โกรธ  3. หลง (ศ. 6 มี.ค. 2569)
เมื่อเราทำ 2 รอ ความรู้สึก และความรู้ ในเรื่องสามัญวิสัยและเรื่องเหนือสามัญวิสัยได้ชัดเจน ก็จะสามารถดูแลสุขภาพกาย สุขภาพจิต และความถูกต้องของวิญญาณ ได้อย่างเป็นประโยชน์
13 มี.ค. 2026
EP.1912 เมื่อมนุษย์ไม่เชื่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในตัวเอง ไม่เชื่อเทพในตัวเอง (ส. 4 เม.ย. 2569)
มนุษย์คนนั้นไม่เชื่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์หรือเทพในตัวบุคคลที่ตัวเองติดต่อ เทพในตัวเองก็ดี เทพในตัวบุคคลที่เราติดต่อก็ดี เขาก็ไม่สามารถจะมาช่วยอะไรเราได้
11 เม.ย. 2026
EP. 1864   เรขาคณิต (กุล) พิสูจน์ลิขิตพรหม (อา. 1 ก.พ. 2569)
เรื่องของกรรมเป็นสิ่งกระทำเพื่อพรหมลิขิต พรหมลิขิต บุพเพสันนิวาส บุพกรรม กงเกวียนกำเกวียนกรรมเก่าเกี่ยวกัน มันเนื่องกันหมด แต่เบ้าหลอมใหญ่ คือ พรหมลิขิต
3 ก.พ. 2026
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy