แชร์

EP.1930    ศักยภาพเป็นฐานของความศักดิ์สิทธิ์ ความศักดิ์สิทธิ์จะมาเป็นบัลลังก์ให้กับศักยภาพ (ศ. 24 เม.ย. 2569)

อัพเดทล่าสุด: 2 พ.ค. 2026
19 ผู้เข้าชม
EP.1930    ศักยภาพเป็นฐานของความศักดิ์สิทธิ์ ความศักดิ์สิทธิ์จะมาเป็นบัลลังก์ให้กับศักยภาพ
 
สวัสดีทุกๆ ท่าน วันนี้อีกวันหนึ่งแล้ว 24 ชั่วโมง มันไวเหมือนอย่างกับผ่านไปโดยไม่รู้ว่า  ทำไมมันถึงเร็วอย่างนั้น วันนี้เราพบกันตรงกับวันพระ แต่เป็นวันพระขึ้น 8 ค่ำ เดือน 6 ปีมะเมีย  24 เมษายน  เป็นวันศุกร์  69 และ 26 พุทธะ คริสต์   “อะโมฆัง ทิวะสัง กะยิรา  อัปเปนะ พหุเกนะ วา”  
บางคนแค่พระอาทิตย์ขึ้น แล้วก็พระอาทิตย์ตก พระจันทร์ยังขึ้นมาไม่เต็มที่เลย เขาทำกำไรจากธุรกิจการค้า นับไม่ถ้วนแสนถ้วนล้าน แต่บางคนบ่นว่า ตั้งแต่พระอาทิตย์ขึ้นจนพระอาทิตย์ตก  แล้วพระจันทร์ขึ้นไปตั้งครึ่งค่อนคืนแล้ว เขายังนอนคิดไม่ตกเลยว่า ทำไมรายได้เขามันหายไปไหนหมด 
เมื่อเราคิดถึงความแตกต่างของฐานะของคน ที่ห่างไกลกันลิบลิ่ว มันก็คิดแล้วก็น่าน้อยใจ แต่ความจริงคือ ไม่ควรไปน้อยใจ  ควรจะคิดใหม่ว่า เรามีความรู้ในชีวิตน้อยเกินไป  ทำไมอีกคนหนึ่งเขาจึงสร้างฐานะ มีเงิน มีทองได้มากมาย อีกคนหนึ่งบอกว่า นอนก่ายหน้าผากว่า ไม่รู้พรุ่งนี้จะหารายได้มาประทังชีวิตได้อย่างไร ความผิดแผกแตกต่างของคนมีมากมายเหลือเกิน ไม่ใช่เพียงเท่านี้ 
ข้อคิดอันนี้ทำให้เราต้องขวนขวาย มาหาความรู้ให้มากขึ้นอีกสักนิดหนึ่งว่า ชีวิตจริงๆ มันคืออะไร ทำไมมันจึงมีความแตกต่างกันเหลือเกิน โดยเฉพาะแค่ผลประโยชน์ รายได้ และความสำเร็จในชีวิต  บางคนก็บอกว่า เพราะเขาเก่ง  แล้วฉันก็เก่งเหมือนกัน  บางคนก็บอกว่า เพราะเขาเฮง ฉันก็รู้จักแต่เฮง สระเอ ฮอนกฮูก งองู  ก็เขียนไม่ยาก   แต่ฉันเขียนผิดไปหรือยังไง ไปเขียนเป็น ซอโซ่ วอแหวน ยอยักษ์  อันนี้ทำให้ความคิดสับสน  
เราก็หันกลับมา กลับมาในธรรมะของพระพุทธเจ้า เพื่อความปลอดภัย ถ้าไปหาความรู้นอกเรื่องนอกราว เดี๋ยวมันจะไปกันใหญ่ จะไปกันใหญ่เลยล่ะ จะยิ่งสับสนวุ่นวาย 
ธรรมะของพระพุทธเจ้า ให้กลับมาที่ความจริง ความจริงอันประเสริฐ 4 ประการ เรียกว่า อริยสัจ 4  อริยะแปลว่า ประเสริฐ  สัจคือ ความจริง ความจริงอันประเสริฐ 4 ข้อ  1. ทุกข์ ทุกข์ก็มี 2 อย่างพระพุทธเจ้าบอก ทุกข์กายกับทุกข์ใจ  ทุกข์คือ ความไม่สบายใจ  ทำไมร่างกายมันไม่สบาย มันต้องมีสาเหตุ   ไม่สบายใจ ทำไมใจมันไม่สบาย มันก็มีสาเหตุ อันแรกเลย ทุกข์คือ ไม่สบายกาย  แล้วก็ไม่สบายใจ  
อันที่ 2 พระพุทธเจ้าบอกว่า ให้หาสาเหตุ  ทำไมกายมันไม่สบาย  มันเป็นนั่น เป็นนี่ เป็นโน่น  ถ้าเราไม่รู้เดี๋ยวนี้ก็ไปหาหมอ สมัยก่อนเขาก็มีหมอ เดี๋ยวนี้ก็มีหมอ แต่หมอสมัยก่อนกับหมอสมัยใหม่  สมุทัยคือ สาเหตุ ทำไมกายไม่สบาย  ไม่สบายใจเพราะอะไร  ทุกข์ใจเพราะอะไร ก็หาสาเหตุสิ จิตใจเราผิดปกติ เราไปคิดแบบวุ่นวาย บอกว่าให้มีปัญญาวุฒิ วุฒิแปลว่า ฐานะของปัญญา  ให้มีปัญญาวุฒิ แต่เราไม่มีปัญญา เราไปมีปัญหาวุ่นวาย ไม่ใช่ปัญหาวุฒินะ ปัญหาวุ่นวาย ไปเอาปัญหาสัพเพเหระสารพัดชนิดมาอยู่ในหัว ก็วุ่นวายไปหมด แทนที่จะเป็นปัญญาวุฒิ กลับเป็นปัญหาวุ่นวาย เพราะอะไรปัญญาวุฒิจึงจะเกิด  
แล้วยังมีบทไหว้ครูว่า ปัญญาวุฒิกเร เต เต  กเร เต เตแปลว่า แตกฉาน ปัญญาวุฒิแปลว่าระดับ ระดับฐานะของปัญญา กเร เต เตคือ แตกฉานออกไป ปัญญาอย่างเดียวไม่พอ ยังต้องมีวุฒิ ระดับ  ปัญญาระดับ 1 ไม่พอแก้ปัญหา  ต้องปัญญาระดับ 10   ปัญญาระดับ 10 ไม่พอแก้ปัญหา ต้องปัญญาระดับ 100 อย่างนี้ สมมติอย่างนี้  ปัญญาต้องมีวุฒิ วุฒิก็คือ ระดับความรู้ของปัญญา  กเร เต เตแปลว่า แตกฉาน  
ปัญญาที่เรามียังไม่เข้าปัญญาวุฒิ  ยังไม่แตกฉาน มันก็เป็นเพียงแค่ความรู้ แล้วรู้ไม่จริงก็เยอะ โดยเฉพาะเรื่องทางใน  เรื่องเหนือสามัญวิสัย ไปถามเขา แล้วก็ไปตามเขา เขาบอกมาก็เชื่อ เขาบอกปุ๊บก็เชื่อปั๊บ เพราะเขาน่าเชื่อถือ คนที่สอนมันก็เลยยิ่งต้องวางตัว วางมาด สร้างความน่าเชื่อถือ ไม่อย่างนั้นคนจะไม่เชื่อมัน ก็วางหน้ามาก วางตัววางอะไรให้เป็นที่น่าเชื่อถือ เพราะมันจะเอาตังค์เขา 
อันนี้เป็นปัญหาไปหมด โดยเฉพาะเรื่องทางใน  เราก็ต้องสุตะ สุตมยปัญญา ฟังบ่อยๆ  มยะ มยะแปลว่า ซ้ำๆ ซ้ำๆ   ฟังซ้ำๆ ถ้ามันไม่ถูกต้อง ไม่ใช่  สอนอย่างนี้ไม่ได้ พูดอย่างนี้ไม่ถูก ฉันไม่เอา ฉันไม่เอา ไม่เอาก็ต้องหาใหม่  อย่างสหปฏิบัติฯ แนะนำอย่างนี้  คนหลายคนก็คลางแคลงสงสัย  สงสัยคุณก็เลิกฟังไป  ไปฟังรายการอื่น  อันนี้ไม่ได้ประชด ไม่ได้ไล่   ก็คุณอยู่แล้วคุณสบาย คุณฟังแล้วคุณสบาย คุณก็ฟังไป  คุณเต็มใจไหม เต็มใจ  ก็เต็มใจก็ฟังไป  ปฏิบัติไป  อย่าขวางไปขวางมาก็แล้วกัน  ประเภทไอ้เข้ขวางคลองไม่เอานะ  มันรำคาญ พูดจริงๆ  ปัญญาก็เกิดขึ้นมา สุตะ ก็ฟังบ่อยๆ ทำให้เกิดปัญญา ปัญญาก็ไปแก้ปัญหา 
เรื่องทางในก็ต้องฟังซ้ำๆ ซ้ำๆ จึงจะค่อยๆ ล้ำลึกลงไป  ไม่ใช่ฟังปุ๊บ เชื่อปั๊บ ทำตามปุ๊บ แย่แน่เลย ตกเป็นเหยื่อเขาแน่นอน ผู้ที่ขยันเสนอ เสนอหน้า เสนอเสียง เสนอข้อคิดเห็น ส่วนมากแล้วประเภทนี้ไม่ค่อยเป็นเรื่องเป็นราวเท่าไหร่นะ  พวกที่ชอบเสนอหน้า พวกประเภทอย่างนี้ พวกโรคจิตซะส่วนใหญ่  คนที่เขามีความรู้จริงๆ เขาไม่มาเที่ยวเสนอหน้า เสนอตากับใคร เขาอยู่ของเขาตามประสา พวกนี้พวกพาณิชย์ หรือพวกธุรกิจ ต้องระวัง อันนี้ไม่ใช่ให้มองโลกในแง่ร้ายนะ  ที่เขาเสนอดีก็มี 
ส่วนมากคนชอบประเภทที่ให้เข้ามาเสนอหน้ามา มากระดี๊กระด๊า วิ่งเข้าใส่อย่างนี้ เป็นปลากระดี่ได้น้ำอย่างนี้ มันไม่ถูกต้อง แล้วโดยเฉพาะโฆษณากับประชาสัมพันธ์ พูดมากี่ปีแล้วว่า ไม่เหมือนกันนะ ประชาสัมพันธ์ คือ บอกให้รู้โดยไม่มีวัตถุประสงค์ ไม่มีเจตนาที่จะทำเงินทำทอง  ประชาสัมพันธ์บอกให้รู้เพื่อประโยชน์  แต่โฆษณาอันนั้นคือ ฉันจะเอาตังค์แกล่ะ พวกนี้ต้องกระดี๊กระด๊าเป็นปลากระดี่ได้น้ำหน่อย  ก็จะโฆษณาสินค้า จะโฆษณาบริการ 
เพราะฉะนั้น เราจึงต้องเลือก เลือกที่จะเอามาแก้ปัญหา ทุกข์คือ ความไม่สบายกายและไม่สบายใจ บางทีเอาสิ่งที่มาแก้ปัญหาไม่ถูกกับปัญหา ก็ยิ่งหนักกันเข้าไปอีก ยิ่งเจ็บหนักเข้าไปอีก ยิ่งไม่สบายใจหนักเข้าไปอีก  สมุทัย ก็ใช้ไม่ได้ สาเหตุแห่งการเกิดทุกข์ทางกาย รักษากายยังไง  สาเหตุแห่งการเกิดทุกข์ทางใจ รักษาใจยังไง  
ขั้นที่ 3 ไปนิโรธ  นิโรธคือ วิธีการ  บางคนพูดถึงวิธีการทางในนะ ต้องนั่น ต้องนี่ ต้องโน่น  ต้องมีเท่านี้ ต้องมีเท่านั้น ต้องมีเท่าโน้น  หนักเข้าไปอีกแทนที่จะแก้ปัญหาภายใน เฉพาะเครื่องเซ่นไหว้ เฉพาะของบูชา ติดหนี้สินเขารุงรังแล้วตอนนี้  ต้องไปกู้หนี้ยืมสินเขามาก็มี  ก็ทำยังไง   เข้าถึงทางในสะดวก สบาย ง่าย ประหยัด ไม่ติดอุปาทาน นี่คือ นิโรธ  นิโรธคือ วิธีการ ทำให้กายสบาย ทำให้ใจสบาย 
มรรค คือ หนทาง หนทางที่เราจะเดินไปสู่การทำให้กายสบาย ทำให้ใจสบาย  หลักมันมีง่ายๆ อย่างนี้ แต่คนส่วนใหญ่ก็ไปหลงทาง  โดยเฉพาะสมัยนี้ต้องระวัง ที่เขาเรียกกันว่า สายมง สายมู มีทั้งที่เป็นจริง มีปาฏิหาริย์จริง มีประโยชน์จริง แล้วก็ตรงกันข้ามโกหกทั้งเพ โกหกทั้งหมด โกหกแทบทั้งหมด อันนี้ก็มีเยอะมาก  จึงต้องขอให้ช่วยกันคิดสักนิดหนึ่ง แล้วชีวิตจะได้ปลอดภัย  ปลอดภัยจากสิ่งการหลอกลวง ผู้ใดที่เขาแสดงความเป็นกระดี๊กระด๊ากับเรามากจนเกินไป ต้องระวัง พวกนี้พวกประจบสอพลอ เจตนาก็คือ จะเอาประโยชน์  แต่ถ้าเขาต้อนรับเราด้วยปกติธรรมดา อันนี้ก็แล้วไป 
เรื่องของประชาสัมพันธ์กับโฆษณาในทางใน มีผู้มาเล่าให้ฟังถึงการถูกหลอก เมื่อไม่กี่วันมานี้ ก็ไม่ขอออกชื่อผู้เล่า หมดไปหลายสตางค์ แล้วก็สุดท้ายก็คือ เสียใจ ร้องไห้ ก็บอกแล้วว่าศักยภาพของคุณสำคัญที่สุด ไม่ต้องไปสนใจ ไม่ต้องไปฟังอะไรใครจนเกินไป ความเก่ง กล้า สามารถของตัวคุณนั่นแหละ มันจะทำให้มาเป็นบัลลังก์ของความศักดิ์สิทธิ์ เพราะฉะนั้นสูตรนี้ไปท่องแล้วก็ไปพิจารณาให้ดีว่า “ศักยภาพเป็นฐานของความศักดิ์สิทธิ์ ความศักดิ์สิทธิ์จะมาเป็นบัลลังก์ให้กับศักยภาพ”  
ก็วันนี้คุยกันแบบกากี้นั๊ง กากี้นั๊งก็คือ คนกันเอง คุยไปเรื่อยๆ ว่า ระวังจะถูกต้มตุ๋นในเรื่องทางใน อย่างกรณีคนที่โทรมาร้องห่มร้องไห้ให้ฟังว่า เขาต้อนรับดีเหลือเกิน กระดี๊กระด๊าเอาอกเอาใจ ก็คิดว่าเขาเป็นคนมีเมตตาสูง ที่แท้เขามาต้มตุ๋น ก็ขอแสดงความเสียใจด้วย แล้วก็ขอเอามาเป็นเรื่องคุยกันในวันนี้ 
1929  คุณสุกัญญา เรืองชัยไพบูลย์ ตัวโปรยนะ ความรอบคอบและความรอบรู้ ต้องให้เกิดความเหมาะสม รอบคอบอันหนึ่งนะ  รอบรู้อีกอันหนึ่งนะ  พอมนุษย์จัดสรรความคิด คำพูด การกระทำให้ดี ต้องจัดสรรตัวเอง พูดให้ดี คิดให้ดี ทำให้ดี ให้มีระเบียบ  พอมนุษย์จัดสรรความคิด คำพูด การกระทำให้ดี  เทพก็จะมาเสกสรร  เสกสรรดลบันดาลนั่นล่ะ  เทพก็จะมาเสกสรรชีวิตให้  แล้วธรรมชาติก็จะมาสร้างสรรค์ให้ลงตัว ทั้งธรรมชาติสามัญและเหนือสามัญ ให้ศักยภาพเป็นทัพหน้า  ศักยภาพแสดงออกใครๆ ก็ยอมรับ ให้ศักดิ์สิทธิ์เป็นกำลังเสริมอยู่ภายใน 
คุณสุกัญญา เรืองชัยไพบูลย์ 1929  ความรอบคอบและความรอบรู้ต้องให้เกิดความเหมาะสม  พอมนุษย์จัดสรรความคิด คำพูด การกระทำให้ดี เทพก็จะมาเสกสรรชีวิตให้ แล้วธรรมชาติก็จะสร้างสรรค์ให้ลงตัว ทั้งธรรมชาติสามัญและเหนือสามัญ ให้ศักยภาพเป็นทัพหน้า ออกหน้า และให้ศักดิ์สิทธิ์เป็นกำลังเสริม อันนี้ก็เป็นข้อคิดที่ชัดเจน ขอขอบคุณคุณสุกัญญา เรืองชัยไพบูลย์  แล้วเราก็มาคั่นเวลาด้วยการฟังเพลง ไม่ทราบว่าคุณกนกวรรณจะเปิดเพลงอะไรให้ฟัง และก็กลับมาสวดมนต์พรกัน จากนั้นก็พักผ่อน นอนหลับให้สบาย แล้วก็ให้หลับฝันดี อย่าฝันร้าย ขอขอบคุณทุกคนที่ทนฟัง
เพลงที่จบลงไปชื่อเพลง เงื่อนกรรม  ทุกคนเกิดมีกรรม มันก็แย่อยู่แล้ว แล้วในกรรมนั้นยังมีเงื่อนไข เงื่อนอะไรต่อมิอะไรต่างๆ ในแต่ละช่วงของชีวิต  แล้วเราก็เจอปัญหา  ปัญหามีไว้ให้แก้ ไม่ได้ไว้ให้กลุ้ม สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ป.อ.ปยุตฺโต) ท่านสอน “ปัญหามีไว้ให้แก้ ไม่ได้มีไว้ให้กลุ้ม” 
ทีนี้คนบางคนแก้ปัญหาไปในทางทุจริต ก็ยิ่งหนักเข้าไปใหญ่ แทนที่จะแก้ปัญหาในทางสุจริต  สร้างความทุจริต ฉ้อฉลกลลวง หลอกลวง เสแสร้งแกล้งมารยา สมัยนี้เขาเรียกดราม่า ไม่ช้าสิ่งที่ตัวเองทำก็เข้าตัวหมด ไปเป็นข้อเสียหายกับตัวเองหมด ปัญหาก็ยิ่งซ้อนปัญหาเข้าไป พอมีทุกข์ แทนที่จะแก้ให้ถูกจุด กลับไปเสแสร้งแกล้งมารยาสาไถย หลอกลวง แสดงอะไรต่อมิอะไรออกมาต่อสังคม ผลที่สุดก็เข้าตัวเอง เป็นการลดความน่าเชื่อถือให้กับตัวเองลงไปเรื่อยๆ มันก็ลำบาก 
เอาล่ะ พูดไปเดี๋ยวก็จะเป็นประเด็นว่า เข้าใจผิดกัน ที่จริงก็คือ ห่วง คนที่มีดวงชะตาอันยิ่งใหญ่ในทางใน มันจะต้องตั้งสติ แล้วต้องปล่อยวาง ถ้าไปยุ่งยากกับมันมาก มันก็ยิ่งไปกันใหญ่ 

รวบรวมโดย คุณกันติชา เวชสุรียะกุล

บทความที่เกี่ยวข้อง
EP.1938   เมื่อความสามารถ ก่อตัวขึ้นเป็นศักยภาพจนได้ระดับของความศักดิ์สิทธิ์ ความศักดิ์สิทธิ์ก็เกิดขึ้น (อา. 3 พ.ค. 2569)
เมื่อศักดิ์สิทธิ์เกิดแล้ว เรายังทำซ้ำๆ ฟังซ้ำๆ จนเกิดปัญญาแตกฉาน ศักดิ์สิทธิ์จะดำเนินการให้เกิดเป็นอิทธิฤทธิ์  พออิทธิฤทธิ์เกิดขึ้นมา จนสมบูรณ์ดีแล้ว ปาฏิหาริย์ก็จะเกิดขึ้น
5 พ.ค. 2026
EP. 1886   วันมาฆบูชา วันแห่งความรักที่บริสุทธิ์ของชาวพุทธ (จ. 2 มี.ค. 2569)
พระพุทธองค์ทรงประทาน โอวาทปาติโมกข์ ใครปฏิบัติฯ ตามได้ถูกต้องและเหมาะสม ก็เท่ากับว่า เป็นผู้น่ารัก และเป็นผู้ให้ความรักกับคนอื่น แล้วก็ให้ผู้อื่นมารักตัวเองด้วย เพราะคนผู้นั้นเป็นคนทำแต่ความดี ละเว้นความชั่ว ทำจิตใจให้ผ่องใส หากใครทำได้ 3 อย่างนี้ ก็เป็นคนน่ารัก และมีคนมารัก แล้วก็ตัวเองก็รักคนทั่วไปหมด
13 มี.ค. 2026
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy