แชร์

EP.1915    ไม่คบคนพาลหรือคนที่ทำให้ไม่เจริญก้าวหน้าด้วยกัน (อ. 7 เม.ย. 2569)

อัพเดทล่าสุด: 11 เม.ย. 2026
4 ผู้เข้าชม
 
สวัสดีทุกท่าน อีกวันหนึ่งแล้ว เวลาผ่านไปไวเหมือนโกหก  เมื่อวานประมาณเวลานี้เราก็มานั่งคุยกัน  อังคารที่ 7 เมษายน พุทธ  คริสต์ 69 และ 26  แรม 5 ค่ำ เดือน 5 ปีมะเมีย  “อะโมฆัง ทิวะสัง กะยิรา  อัปเปนะ พะหุเกนะ วา”  เวลาในวันนี้เราจะเอามาเรียบเรียงเรื่องเก่าประสานใหม่ เพื่อให้เราเข้าใจในสิ่งหนึ่งที่อยู่ในตัวมนุษย์ สิ่งนั้นก็คือ เรื่องลึกลับ ซับซ้อน ซ่อนเร้น ปิดบัง อำพราง จนทำให้ชีวิตของคนที่มีพลังวิเศษในตัวมากกว่าคนอื่น ถึงกับต้องมีอาการร้องครวญครางว่า ทำไมเราจึงลำบากอย่างนี้ โดยจริงๆ แล้วเราน่าจะสบายกว่านี้ ทำไมเราจึงผิดพลาดในชีวิตแล้ว ผิดพลาดในชีวิตอีก  ทำไมชีวิตเราจึงไม่เกิดความเหมาะสม แล้วสมความปรารถนาอย่างผู้อื่นกับเขาเสียที 
สิ่งที่เป็นสิ่งที่ลึกลับ ซับซ้อน ซ่อนเร้น ปิดบัง อำพรางอยู่ในตัวมนุษย์  แล้วยิ่งยุคนี้ด้วยแล้วยุคแห่งการเทิดทูนบูชาวัตถุนิยม เทิดทูนบูชาทุนนิยม เทิดทูนบูชาสิ่งที่เป็นวัตถุธรรมนิยม ก็เลยถูกมองข้ามไปว่า ในตัวคนมันจะไปมีอะไร ก็มีแต่หนัง เนื้อ เอ็น กระดูก แล้วก็อวัยวะต่างๆ เท่านั้น ตั้งแต่หัวจรดเท้ามันไม่มีอะไร ทำตรงไปตรงมา  เสร็จแล้วอำนาจชนิดหนึ่งซึ่งมันเป็นอำนาจเหนือสามัญวิสัย ก็ไปเข้าใจผิดว่ามันเป็นอำนาจที่สุดวิสัย เราบอกกันมานานเต็มทีแล้วว่า มันเหนือสามัญวิสัย  มันไม่ใช่เรื่องสุดวิสัย ขอให้ใส่ใจใฝ่เรียนรู้อีกสักนิดหนึ่งเกี่ยวกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในตัวเอง แล้วชีวิตของคุณก็จะปลอดภัยมีความสุข ประสบความสำเร็จได้สมฐานะ 
อันนี้พูดซ้ำอยู่บ่อยๆ  หลายๆ คนก็อาจจะเบื่อ แต่หากว่าเราเปลี่ยนจากความเบื่อมาเป็นการหมั่นพิจารณา ศักดิ์สิทธิ์ก็เกิดจากในตัวคนจริงหรือเปล่า ศักยภาพก็เกิดจากในตัวคนจริงหรือเปล่า 
วันนี้อาจารย์วรพรรณ เนียมน้ำเพชร ก็ถามว่า แล้วศักดิ์สิทธิ์กับศักยภาพมันออกมาจากตัวคนพร้อมกันหรือไม่ บอกออกมาจากตัวคนตลอดเวลานั่นแหล่ะ ทีนี้ออกมาไม่พอ ศักยภาพออกมาไม่พอ ศักดิ์สิทธิ์ก็ออกมาไม่พอ ศักดิ์สิทธิ์ออกมาไม่พอ ศักยภาพก็ออกมาไม่พอ มันต่างคนต่างจะต้องรอซึ่งกันและกัน  
เจ้าศักดิ์สิทธิ์มันก็บอกศักยภาพในตัวคนว่า แกเร่งๆ หน่อยซิ  แกขยันๆ หน่อย  แกอดทนหน่อย  แกทำจิตให้บริสุทธิ์หน่อย  แล้วก็เร่งทำมาหากิน ทำงานทำการให้มันเป็นเรื่องเป็นราวหน่อย แล้วฉันจะได้มีหน้าที่มายกฐานะให้แกเป็นผู้ที่นั่งอยู่บนบัลลังก์ บัลลังก์ของคนเก่ง บัลลังก์ของคนประสบความสำเร็จ  บัลลังก์ของคนที่มีความสุข  
เจ้าศักยภาพมันก็บอกเจ้าศักดิ์สิทธิ์บอกว่า เจ้าศักดิ์สิทธิ์ ที่จริงเจ้าน่ะเป็นพลังเฮง พลังศักดิ์สิทธิ์  เจ้าเร่งสร้างพลังเฮงๆ ให้กับร่างของเราหน่อยสิ  ถ้าหากว่าเจ้าไม่รีบเร่งสร้างพลังเฮง หรือพลังศักดิ์สิทธิ์ให้กับร่างของเรา  ร่างของเราก็จะถูกดูถูกว่า คนอะไรเกิดมาไม่เคยเฮงกับเขาเลย มีแต่สิ่งตรงกันข้าม  ก็ไม่พูดออกมานะสิ่งตรงกันข้ามกับเฮงน่ะ หยุดคิดดูสิมันอะไรกัน  คิดแล้วมันน่าตกใจ
เจ้าศักดิ์สิทธิ์ เจ้าทำก่อนสิ เจ้าศักดิ์สิทธิ์บอกข้าจะไปทำก่อนได้ยังไง ก็เขาบอกอยู่ว่า ศักยภาพเป็นฐานของความศักดิ์สิทธิ์ ความศักดิ์สิทธิ์จะมาเป็นบัลลังก์ให้กับศักยภาพ  เจ้าศักยภาพก็คือ ความเก่งกล้าสามารถ เจ้าเร่งสร้างความเก่งกล้าสามารถขึ้นมาให้ประจักษ์  ร่างนี้ความจริงเขายังทำอะไร คิดอะไร พูดอะไรได้อย่างชนิดที่ว่า พิเศษสุดอีกมากมายเชียว  แต่ทำไมเขาไม่แสดง  เขาไม่ทำออกมา 
บางทีนอกจากเขาไม่ทำการแสดงให้เห็นศักยภาพให้ออกมาแล้วนี่นะ เขายังทำโง่ออกมาด้วย  ยังทำสิ่งโง่ๆ ออกมาอีก  แทนที่จะทำสิ่งที่ฉลาด  ทำสิ่งที่น่าสรรเสริญ  น่ายกย่อง  น่านับถือ เขาเรียกว่า แสดงศักยภาพ  ก็ปรากฏว่าไม่แสดง  ไปแสดงอะไรก็ไม่รู้  โชว์โง่  สมัยนี้เขาเรียกโชว์โง่  เจ้าศักยภาพบอกว่า ที่จริงฉันก็อยากจะโชว์ฉลาด แต่มันไม่รู้เป็นยังไง  พอคิดจะอวดเก่งทีไรก็อับอายขายหน้าเขาทีนั้นเลยล่ะ ก็ฉันคิดว่าฉันอวดไปนี่เก่งแล้วนะ ดีที่สุดแล้วนะ  
เจ้าศักดิ์สิทธิ์ก็บอกว่า ก็แกน่ะมันขาดสติ ใครเข้าจะมายอมให้แกมาแสดงความอวดเก่ง อวดเบ่ง ถ้าแกยังไม่แน่จริง เพราะฉะนั้นเร่งๆ หน่อย ทำให้ดีๆ  ศักยภาพก็คือ ต้องทั้งเก่งแล้วก็ดีด้วย  แล้วเจ้าศักดิ์สิทธิ์ก็บอกว่า ฉันจะได้มาทำหน้าที่เปลี่ยนฐานะจากการเป็นฐานของชีวิตธรรมดาๆ ให้เจ้าของชีวิตได้ขึ้นมานั่งบนบัลลังก์ของคนดี  นั่งอยู่บนบัลลังก์ของคนเก่ง  นั่งอยู่บนบัลลังก์ของคนที่ประสบความสำเร็จในชีวิตกับเขาเสียที ก็เรียกว่า จะได้ชื่อว่าทั้งเก่งและเฮงนั่นไง 
เถียงกันไปเถียงกันมา เถียงกันมาเถียงกันไป เจ้าธาตุรู้ในร่างกายก็ไปเถียงกับวิญญาณธาตุ  เจ้าวิญญาณธาตุ เจ้าได้ยินเจ้าศักดิ์สิทธิ์กับศักยภาพเขาทะเลาะกันในตัวเราไหม เขาเถียงกันอยู่ในตัวเรา  วิญญาณธาตุบอกว่า แล้วกัน ฉันก็จะทำให้เขาเป็นคนมีศักยภาพได้ไม่ยากเลย แต่เขาไม่สนใจ ใส่ใจที่จะรับรู้และเรียนรู้  ที่สหปฏิบัติฯ เขาพูดอยู่ปาวๆๆ ทุกค่ำเช้า  ไม่เห็นใครจะใส่ใจ สนใจ ส่งความรู้เข้ามาในธาตุรู้  แล้วก็ส่งความจริงเข้ามาในวิญญาณธาตุให้ฉันได้พัฒนาตัวเอง 
ธาตุรู้ไม่ส่งเข้ามา มัวแต่ไปรับรู้อะไรก็ไม่รู้  เรื่องที่สัพเพเหระ กะเลกะละ กะเรี่ยกะราด  เรื่องขี้หมูราขี้หมาแห้ง เจ้าของชีวิตชอบนักเชียว แล้วไปรับรู้อะไรมา รับรู้อะไรที่ไม่ควรรับรู้เลย วิญญาณธาตุบอกว่า ฉันรับต่อจากธาตุรู้มาก็เป็นเรื่องที่คัดเลือกแล้ว ไม่สามารถจะมาทำให้วิญญาณธาตุเกิดความสามารถพิเศษ แล้วกลายเป็นวิญญาณธาตุคือ ธาตุรู้ที่เก่งกล้าสามารถ จนกระทั่งสร้างศักยภาพและสร้างศักดิ์สิทธิ์ขึ้นมาได้ เถียงกันไม่จบไม่สิ้น ทะเลาะกับตัวเอง เราก็มีเพลงอยู่เพลงหนึ่งซึ่งอาจารย์สมศักดิ์แต่งมาให้ ก็คือ “กูทะเลาะกับกู” 
แล้วคนสมัยนี้นอกจากบางคนหาเรื่องทะเลาะกับคนอื่นอยู่บ่อยๆ แล้ว  แล้วที่บ่อยกว่านั้นก็คือ ทะเลาะกับตัวเอง กูทะเลาะกับกู เพราะว่าอะไร  พอกูไปรับรู้เรื่องที่มันไม่เป็นสาระ ไปคบหาสมาคมกับคนไร้สาระ จะคิดก็คิดอะไรในแบบที่ว่า ไปคิดมันทำไมเปลืองสมองเรื่องบางเรื่อง พอคิดเสร็จแล้วก็จะพูด ก็พูดออกมาแบบน่าสมเพชเวทนา บางคนพูดคำโตๆ ด้วยนะ พูดคำโตออกมาแล้วก็น่าสมเพชเวทนา  ทำก็เลยกลายเป็นทำอะไรที่มันไม่ชอบมาพากล  ก็เพราะอะไร  ใส่ความไม่มีสาระเข้าไปในธาตุรู้  วิญญาณธาตุก็รับไป รับไป  ตลอดชีวิตหรือเกือบครึ่งชีวิตกว่าๆ จนกระทั่งใกล้จะตายอยู่แล้ว ก็รับแต่เรื่องที่ไม่เป็นเรื่องเข้าไปในระบบของสังขาร 
สังขารคือ การปรุงแต่ง ในร่างกายเราคือ ขันธ์ตัวที่ 4  ขันธ์ตัวที่ 1 รูป มันก็เสื่อมไปตามเหตุปัจจัยที่ขัดแย้ง ขันธ์ตัวที่ 2 เวทนา แทนที่จิตจะเสวยอารมณ์ อารมณ์กลับไปป่วนจิต ขันธ์ตัวที่ 3 สัญญา จำได้หมายรู้  จำแต่เรื่องที่มันไม่รู้สัพเพเหระจำไปทำไมก็ไม่รู้  สังขารคือ ขันธ์ตัวที่ 4 คือ การปรุงแต่ง มันก็เลยปรุงแต่งเรื่องบ้าๆ บอๆ  เรื่องบ๊องๆ ออกมา  เรื่องติงต๊องออกมา  เรื่องที่ไม่ควรจะเอามาเป็นเรื่องก็เอามาเป็นเรื่อง  ทีเรื่องที่ควรจะเอาเป็นเรื่องไม่เอาเป็นเรื่องหรอก  บุคคลที่เขาเป็นเรื่องเป็นราวไม่คบหา  คนเฮงแล้วต่อด้วยซ.โซ่ ว.แหวน ย.ยักษ์ คบหาซะเอาจริงเอาจัง เอาเป็นเอาตาย  สังขารก็ปรุงแต่งออกมา  วิญญาณคือ ความรู้สึก วิญญาณธาตุรับแต่ความรู้สึกที่ไม่เป็นประโยชน์เข้าไปเลย ขันธ์ 5 ก็พลอยเสื่อมทรุดโทรมลงมา เพราะมนุษย์ประกอบด้วยขันธ์ 5  รูป  เวทนา   สัญญา  สังขาร  วิญญาณ
สรุปแล้วทั้งหมด มนุษย์มีสิทธิที่จะสร้างความเก่งกล้าสามารถให้กับตัวเอง จนเป็นที่ยกย่องสรรเสริญของคนระดับต่างๆ แล้วก็มีสิทธิที่จะสร้างความศักดิ์สิทธิ์ให้กับตัวเอง แต่ว่าสามารถทำให้ตัวเองทั้งเก่งและเฮง  อันนี้เป็นเรื่องที่น่าเสียดาย และเสียดาย และเสียดายอย่างที่สุด เพราะไปมองเรื่องศักดิ์สิทธิ์เป็นเรื่องนอกตัว เป็นเรื่องที่อยู่ที่ตัวคนอื่น ยิ่งถ้าศักดิ์สิทธิ์กับศักดิ์สิทธิ์มาเจอกันในตัวนาย ก. นาย ข. หรือนาย A. กับนาง B.  พลังศักดิ์สิทธิ์มันจะยิ่งพอกพูน มันจะเพิ่มพูนขึ้นมาอย่างเหลือเชื่อทีเดียว  แต่พอนาย A. ไปพบกับนาง C. หรือนาย C. ไม่ถูกโฉลกกัน ไปคนละเรื่องเลย 
เพราะฉะนั้นคบคนเป็นมงคลข้อแรก พุทธองค์จึงบอกว่า เว้นคนพาลไม่คบหา คนพาลนี่หมายถึงเรื่องที่ทำให้ไม่เจริญก้าวหน้าด้วยกันด้วย ต่างคนต่างพากันสัพเพเหระไปด้วยกันก็คือ คนพาลล่ะ  คบคนพาลพาลไปหาผิด  คบบัณฑิตบัณฑิตพาไปหาผล เอาล่ะ ก็ขออธิบายความรู้สึกนึกคิดว่า เรื่องศักดิ์สิทธิ์ไม่ใช่สุดวิสัย  มันเป็นเรื่องเหนือสามัญวิสัย ใส่ใจใฝ่เรียนรู้กันสักนิดแล้วชีวิตจะปลอดภัย 
วันนี้ก็มาดูผลงาน 1914 คุณพรทิพย์ พุตติ ถอดสมการสูตรเก่งกับเฮง เริ่มต้นที่ประสาทสื่อสมองสั่ง สมองไว กายคล่อง จิตต้องนิ่ง สร้างความสมดุลระหว่างศักยภาพกับศักดิ์สิทธิ์ไม่ให้กดทับกัน โดยการบริหารศักยภาพให้สูงเสมอ และต้องบริกรรมศักดิ์สิทธิ์ให้สูงอยู่เสมอเท่ากับศักยภาพ อย่างหนึ่งต้องบริหารพัฒนาการ อย่างหนึ่งต้องการภาวนา อันหนึ่งเป็นพัฒนา อันหนึ่งเป็นภาวนา ศักยภาพต้องพัฒนา ศักดิ์สิทธิ์ต้องภาวนา ต้องการภาวนาทางจิต ทำสมาธิ ศรัทธาและความเชื่อเป็นจุดเริ่มต้นของการจะสร้างความศักดิ์สิทธิ์  เขาบอกว่าคนบอกว่า ฉันไม่เชื่อว่าตัวฉันจะมีพลังศักดิ์สิทธิ์  ฉันไม่เชื่อว่าบ้านฉันจะมีความศักดิ์สิทธิ์  ฉันไม่เชื่อว่ารถยนต์ของฉันเป็นรถยนต์ที่ปลอดภัยและมีความศักดิ์สิทธิ์ ฉันไม่เชื่อว่าบรรพบุรุษของฉันที่จากโลกนี้ไปแล้วมีความศักดิ์สิทธิ์  
ถ้าคำว่า ไม่เชื่อ ไม่ศรัทธาแล้ว ก็จบเห่ แล้วคุณจะก้าวไปถึงปัญญาคือ ความหยั่งรู้เรื่องศักดิ์สิทธิ์ได้ยังไง ถามว่าคุณเชื่อไหมมีความศักดิ์สิทธิ์ในตัวคุณ  ไม่เชื่อหรอกจ๊ะ  ไม่เชื่อหรอกค่ะ  แต่ฉันไปเชื่อคนอื่น  นั่นแหล่ะหมดท่าเลย  ก็ขอหยุดลงคงไว้แต่เพียงเท่านี้  ขอขอบคุณทุกคนที่ทนฟัง  เดี๋ยวกลับมาพบกันช่วงที่ 2  ก็ขอขอบคุณที่ทนฟังอีกครั้งหนึ่ง
เพลงที่จบลงไปหลายคนคงบอกว่า ไม่เคยคิดว่าจะมีเพลงประเภทนี้ด้วย ชื่อเพลงอันนี้เกิดขึ้นมาจากที่ว่า คุณสุภัคกับดร.วันพร จาปะเกษตร์ และเราชาวสหปฏิบัติฯ ช่วยกันลงขันสร้างห้องน้ำก็คือ ห้องสุขา ไว้ที่โรงเก็บอัฐิ สร้างใหม่ให้พอเรียกว่า เหมาะสมแก่การใช้งาน  เสร็จแล้วหลายเสียงก็บอกว่า เมื่อไม่อยู่ในเทศกาลที่จะใช้งาน ก็ให้ติดกุญแจล็อก ไม่ให้ใครเข้าไปใช้  คนพูดก็บอกว่า มันไม่ถูก เขามีทุกข์ เขาจะมาปลดทุกข์ เราต้องเห็นใจเขา  จะเป็นผู้เดินทางผ่านไปผ่านมากี่คน เราก็ต้องเห็นใจเขา ไม่ใช่เฉพาะในแวดวงของพวกเราเท่านั้น 
ก็เลยบอกว่า ให้เอาอย่างนี้ เราจะเขียนคำติดไว้ที่บริเวณห้องสุขา ในลักษณะเป็นการเตือนสติ เผื่อว่าจะเป็นประโยชน์และผู้ใดจะนำเอาไปใช้ก็ยินดี ก็เลยแต่งเป็นเพลงขึ้นมา เพลง ปลดทุกข์  คำร้อง วาทะธรรม ขำขัน เล่ม 3/2 ครูธวัช คณิตกุล  ทำนองและเสียงร้อง AI  จัดทำโดย อาจารย์ปัญจพล จิตติฉันท์  
เนื้อเพลงมีอยู่ว่า ยินดีต้อนรับทุกท่าน บางคนบอกว่า คิดจะต้อนรับเรื่องใด ที่แท้ต้อนรับให้เข้าส้วม เข้าห้องน้ำ เป็นเพลงส้วมก็ได้ว่าได้  ยินดีต้อนรับทุกท่านที่ท่านมาปลดทุกข์  ถ้าสกปรกเราช่วยกันล้าง  ถ้าชำรุด ก็มีคำถามว่า แล้วถ้ามันสกปรกล่ะ ก็บอกเราช่วยกันล้าง  คนอื่นไม่ว่างเดี๋ยวไปล้างให้เอง...  แล้วถ้าชำรุดล่ะ ชำรุดเราช่วยกันซ่อม  แล้วถ้าเกิดมันพัง  ส้วมพังนี่เรื่องใหญ่นะ  กลิ่นไม่ดีออกแน่  ถ้ามันพัง เราก็ช่วยกันสร้างสิ สร้างขึ้นมาใหม่  ครั้งนี้คุณสุภัคกับคุณวันพร จาปะเกษตร์ เขาเป็นต้นทุนใหญ่ แล้วก็ร่วมๆ มือกันอีกหลายคน เราก็สร้างขึ้นมาใหม่  ท่านหมดทุกข์ เรามีความสุข โปรดช่วยกันรักษา  เห็นเป็นประการใด ผู้ที่ประสบคำบอกกล่าวเหล่านี้แล้ว ก็ช่วยกันคิด
“ยินดีต้อนรับทุกท่าน ที่ท่านมาปลดทุกข์  ถ้าสกปรกเราช่วยกันล้าง  ถ้าชำรุดเราช่วยกันซ่อม  ถ้าพังเราช่วยกันสร้าง  ท่านหมดทุกข์ เรามีความสุข  โปรดช่วยกันรักษา”  
แต่ถ้าเป็นโบราณนะก็เชื่อว่า หลายคนคงจะเคยเห็นมา ก็จะเขียนติดไว้ที่ห้องน้ำ ห้องส้วมว่า “ขี้แล้วโดดคือ กบ  ขี้แล้วกลบคือ แมว  ขี้แล้วแจวคือ หมา  ขี้แล้วรักษาคือ คน”  นี่คำเตือนใจสมัยเก่า ก็ว่าจะเขียนติดคู่กันไปก็น่าจะดี  เอาล่ะ วาทะธรรม ขำขัน บอกไว้อย่างนี้ ขอขอบคุณที่ช่วยกันพิจารณา

รวบรวมโดย คุณวิษณุ กระจ่างศรี

บทความที่เกี่ยวข้อง
EP. 1882   ขบวนการของจิต 9 ขั้น แล้วก็บ้า 9 อย่าง (พฤ. 26 ก.พ. 2569)
คือ ตัวเจ้าการใหญ่ที่ทำให้เรื่องศักยภาพ และเรื่องศักดิ์สิทธิ์ปั่นป่วน ส่วนใหญ่ก็คือ ดิ้นรน และปิดขบวนด้วยการเกิดเร็วและดับเร็ว  ก็ต้องเอาจิตเข้าสู่สมาธิให้เกิดความพอดี  ปรับอาการของจิตให้มันเกิดดับอย่างมีสติ  จิตก็ถูกฝึกรักษาง่ายขึ้น ในการเรียนรู้เรื่องทางใน เรื่องศักดิ์สิทธิ์ ชะตาชีวิตจะดีขึ้นจริงหรือเปล่า ขอตะโกนดังๆ ว่า " จริงจ๊ะ "
2 มี.ค. 2026
EP. 1840   ชีวิตควรอยู่กับทั้งพฤติกรรม เห็นตำตา และวิบากกรรม มองเท่าไหร่ก็ไม่เห็น
เรื่องพลังเหนือสามัญวิสัยมันมีอำนาจ มันเอาอำนาจของมันเปลี่ยนให้คนดีก็ได้ ได้ดี เปลี่ยนให้คนร้ายก็ได้ ได้ร้าย เราจึงบอกว่า อย่ามองข้ามเรื่องเหนือสามัญวิสัย บางคนใช้ชีวิตมาครึ่งค่อนชาติ หรือเกือบหมดชาติ มองเห็นชัดๆ เลยสำหรับผู้มีประสบการณ์ คนๆ นั้นต้องอำนาจอาถรรพ์ อำนาจนั้นเรียกว่า เหนือสามัญวิสัย
6 ม.ค. 2026
EP. 1875    คนเราเลี้ยงกายได้ แต่เลี้ยงใจขอเตือนสำหรับคนที่ผ่านโลกมาน้อยๆ ให้ระวังนะ อย่าไว้ใจทาง อย่าวางใจคน จะจนใจเอง  ถ้าเราไว้ใจทาง วางใจคน จนใจเองแล้วเขาจะทำให้เราลำบาก (อ. 17 ก.พ. 2569)
ถ้าต้องการจะเปลี่ยนแปลงชีวิตที่อาถรรพ์ ต้องใช้ปาฏิหาริย์ คือ ต้องรู้จักและรู้สึกต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ อิทธิฤทธิ์ ปาฏิหาริย์ เทพเทวดา เรื่องลึกลับซับซ้อนอย่างถูกต้อง โดยที่เกิดความรู้สึกและความรู้มากำกับ
2 มี.ค. 2026
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy