15 ก.พ. 2569 ปฏิบัติธรรม เล่นของ กับ ของเล่น
อัพเดทล่าสุด: 27 มี.ค. 2026
1 ผู้เข้าชม
.....เวลาคนเราจะถึงฆาต....มันจะมีเหตุหมางใจ ไม่พอใจ น้อยใจ ไม่ถูกใจ ไม่ได้ดั่งใจ อยู่ไปทำไมมี ไปดีกว่าอะไรอย่างนี้ มีหลายคนที่ขาดความอดทนแล้วก็จากไปด้วยความกระฟัดกระเฟียด......อันนี้เป็นอุทาหรณ์.......
อ.โอ๊ต : เมื่อวานพูดค้างไว้ในเรื่องปรากฎการณ์ ยังมีคนอยากเล่าเยอะเลยครับ หลายๆ คนมีปรากฏการณ์เกิดขึ้น แล้วเมื่อวานมีวาทะธรรมที่ครูธวัชบอกไว้
เรขาคณิต(กุล)พิสูจน์ของเล่น กับ การเล่นของ
เส้นตรงที่น่าสงสัยตั้งอยู่บนฐานแห่งความงวยงง
สิ่งที่เกิดเก่า คือ การเล่นของ สิ่งที่เกิดใหม่ คือ ของเล่น
สิ่งที่เกิดใหม่ คือ ของเล่น สิ่งที่เกิดเก่า คือ การเล่นของ
จงพิสูจน์ว่า การเล่นของ และของเล่น ต่างกันอย่างไร
ครูธวัช : ...ให้ทุกคนแสดงความคิดเห็นตรงนี้ก่อนดีไหม เพราะเรื่องนี้สำคัญมาก....
อ.โอ๊ต : ความจริงมีคนเขียนวิเคราะห์บทความนี้มาแล้ว คุณพรทิพย์ พุตติ
-ให้คุณพรทิพย์ (อิ๋ว) อ่านบทความ-
คุณพรทิพย์ พุตติ (แม่เง็กนึ้ง) 13 ก.พ. 2569
เรขาคณิต(กุล)พิสูจน์ของเล่นกับการเล่นของ
เส้นตรงที่น่าสงสัยตั้งอยู่บนฐานแห่งความงวยงง
สิ่งที่เกิดเก่า คือ การเล่นของ
สิ่งที่เกิดใหม่ คือ ของเล่น
สิ่งที่เกิดใหม่ คือ ของเล่น
สิ่งที่เกิดเก่า คือ การเล่นของ
จงพิสูจน์ว่า การเล่นของและของเล่นต่างกันอย่างไร
ครูธวัช คณิตกุล สหปฏิบัติฯ 13 กุมภาพันธ์ 2569
เรขาคณิตที่ไม่ใช่เรขาคณิตศาสตร์แห่งเส้น ที่เป็นการพิสูจน์อย่างมีตรรกะหรือตัวเลข แต่เป็นกรอบพิสูจน์ทางความคิด หรือพิสูจน์เชิงความเข้าใจ
ในเรขาคณิต เส้นตรง = สิ่งที่ควรชัดเจน ตรงไปตรงมา แต่ในวาทะธรรมของครูธวัช กลับบอกว่า เส้นตรงนี้ “น่าสงสัย” และตั้งอยู่บน “ความงวยงง” อาจจะแปลได้ว่า สิ่งที่เราคิดว่าจะใช่หรือไม่ใช่ จริงหรือไม่จริง เพราะตั้งอยู่บนฐานของความไม่รู้ เพราะฉะนั้นตัวแก้โจทย์คือ ศรัทธาและปัญญา และ 2 รอ คือ รอ รู้ และ รอ รู้สึก
แล้วครูธวัช สลับคำ เพื่อให้เป็นการเล่นคำเพื่อให้สลับเปลี่ยนไปเป็นอีกความหมายนึง
สิ่งที่เกิดเก่าคือ การเล่นของ การเล่นของ ไสยศาสตร์มนต์ดำ ใช้พลังพิเศษในทางอกุศล เป็นอวิชชา มีเจตนาไม่ดี กระทำไม่ดี ทำร้าย เบียดเบีน ควบคุม ผูกมัด ไม่ว่าจะเป็นคาถา เครื่องราง พิธีกรรม สิ่งเหล่านี้มีมาตั้งแต่โบราณนานมา
สิ่งที่เกิดใหม่คือ ของเล่น ถ้าเรารู้จักของ ว่าของนี้มันเป็นอย่างไร เช่น รถแม็คโครตักทรายของเล่นชิ้นนี้ มีกลไกการทำงาน การบังคับการเลี้ยว การขุด ตัก เท กลบ ใช้ปุ่มไหนบังคับ การขับเคลื่อนยังไง เท่ากับว่าเรารู้จักของเล่นชิ้นนี้ เราบังคับมันได้ เราเป็นผู้เล่น เราก็สามารถเล่นมันได้อย่างสนุก ปลอดภัย
**ลองคิดไปด้วยกันว่า อะไรคือของเล่น? และ ใครกำลังเล่นใคร?
วิเคราะห์ว่า... การเล่นของ ไสยศาสตร์ มนต์ดำ เรายอมรับว่ามีอยู่จริง แม้จะมีผู้ที่คิดชั่ว ทำชั่ว ใช้พลังเหนือสามัญวิสัย หรือพลังพิเศษ ในทางที่ผิด คิดทำร้าย ทำลาย ผู้อื่น
แต่ถ้าหากผู้ที่ถูกกระทำ รู้จักของมนต์ดำเหล่านี้ว่าเป็นแบบไหน อย่างไร มีกลไกการทำงานอย่างไร ก็สามารถแก้กลไกนี้ได้ เล่นของ ก็จะกลายเป็นแค่ ของเล่น ของคนที่รู้จักเกมกลกรรม ทำกลไกกรรม ให้ถูกต้องเหมาะสม พลังพิเศษ ก็ต้องใช้พลังวิเศษ ถึงจะสามารถเปลี่ยนอาถรรพ์เป็นมหัศจรรย์ได้
.....มี Case study เรื่องโดนของ......
Case เล่าเรื่อง : มีคน 4-5 คนโดนยาสั่ง ตายหมดเลย หนึ่งในนั้นเป็นญาติของ Case แต่ญาติของ Case ไม่ตาย รีบรักษาภายใน 3-7 วัน.....เขาปิดทวารทั้งหมด แล้วความร้อนขึ้นในร่างกาย รักษาโดยให้ยาขับความร้อน ญาติเลยปัสสาวะออกมาได้......โดยให้กินเกลือแร่ (ผสมเบกกิ้งโซดา) และให้กรวดน้ำเข้าไปในน้ำที่จะให้ญาติกิน ให้ใช้เมตตา ตั้งแต่นั้นมา อาการญาติก็ดีขึ้นๆ ....
ครูธวัช : .....ตั้งใจฟังนะ งานนี้เป็นไสยศาสตร์ผสมกับวิทยาศาสตร์ ชีวเคมี ไสยศาสตร์กับวิทยาศาสตร์สาขาชีวโมเลกุลใช่ไหม ชีวเคมีโมเลกุล เป็น head นะ ต่อไปต้องแก้คนถูกยาสั่งนะ...
ใครที่โดนยาสั่งตาย 90-95% ที่จะรอดอย่างญาติ Case หายาก
Case : เล่าเรื่องต่อ......แล้วก็มี Case อื่นๆ เรื่องน้ำมันพราย....
ครูธวัช : คือ ทุกอย่างต้องกำกับด้วยคาถาทั้งนั้น น้ำมันพรายบางคนแพ้ตายเลย แล้วก็เป็นบ้าเข้าศรีธัญญา เข้าบ้านสมเด็จไปเยอะ เขาไปลนจากผีตายท้องกลม ลนคาง จับขึ้นมานั่งแล้วก็เอาเทียนไปลน แล้วก็ท่องคาถา
วิเคราะห์นะ : มัน 2 เซลล์ในร่างกาย เซลล์ในลูก กับเซลล์ในแม่ที่ตายใช่ไหม ซึ่งกำลังก้ำกึ่งระหว่างจะแยกเซลล์ อ.สุภัค กับ อ.วัน ช่วยหน่อยนะ.....
คือ พอคนตั้งท้องปั๊บ มันจะเอาเซลล์จากแม่ไปก่อนใช่ไหม แต่พอเริ่มโตขึ้น โตขึ้น โตขึ้น เขาเรียกว่า มันจะแยกคาแรคเตอร์ออกมาเป็น 2 ส่วน คาแรคเตอร์ของแม่ คาแรคเตอร์ของลูก เพราะบางทีแม่นิสัยอย่างหนึ่ง ลูกนิสัยไปอีกอย่างหนึ่ง ตอนนี้เขาเอาเคล็ด คนโบราณเขาลึกซึ้งมาก ผู้พูดเคยไปวิเคราะห์ว่า น้ำมันพราย ...ยาสั่งยังไม่ทันเรียบร้อยเลย เดี๋ยวค่อยมาคุยกันในเรื่องนี้ทีหลัง ...แล้วจะได้เอาความเข้าใจอันนี้ไปใช้ประโยชน์
ทุกอย่างจากศรัทธาไปเป็นปัญญา จากปัญญาต้องไปเข้าสู่ศรัทธา แล้วตรงกลางประสานระหว่างเซลล์ของลูก กับเซลล์ของแม่ในท้อง ก็คือ ศรัทธาปัญญา
อ้าว ต่อ ตกลง 5-6 คนเหลือคนเดียวที่ไม่ตาย
Case : เล่าต่อเรื่องโดนของ .... เขาเป็นภายในวันแรกที่เขากลับมา.....
...........
ครูธวัช : วิชา 2 อย่างที่ดร.วันต้องช่วยวิเคราะห์ 1. ยาสั่ง 2. น้ำมันพราย เชิงประยุกต์สู่วิชาวิทยาศาสตร์
ดร.วัน : อย่างเรื่องน้ำมันพราย ทำไมถึงต้องเป็นผู้หญิงท้อง ถ้าพูดถึงในหลักการแล้ว ผู้หญิงท้อง สิ่งที่อุ้มอยู่คือ สิ่งแปลกปลอม คือ พิษ คือ สิ่งแปลกปลอม
ถ้าผู้หญิงสามารถที่จะอุ้มท้องจนมาถึงโตได้ แสดงว่า พลังชีวิตเขาต้องแข็งแรงมากๆ เพื่อที่จะอุ้มสิ่งที่เป็นพิษในตัว
นั่นหมายความว่า ถ้าเขาไปเอาน้ำมันพรายจากคนที่มีพลังชีวิตสูงๆ แน่นอนว่าพลังของตัวสิ่งนั้นย่อมต้องสูงตาม ถ้าพูดถึงตามหลักการ ไม่รู้เป็นวิทยาศาสตร์หรือเปล่านะ แต่มันก็กึ่งๆ นะ
ถ้าพูดถึงทางหลักวิทยาศาสตร์ ผู้หญิงท้องสิ่งที่อุ้มอยู่คือ พิษ คือ สิ่งแปลกปลอม ร่างกายต้องแข็งแรงมากๆ ทำไมคนท้องแรกๆ ถึงหลุด ถึงเอาไม่อยู่ เพราะว่ามันยัง sensitive ร่างกายพยายามต่อต้านบางส่วน
ถ้าทางเล่นของไปเอาสิ่งหนึ่งสิ่งใดของร่างกาย ของคนที่มีพลังเข้มแข็งมา ก็อาจจะมีพลังงานสูงไปด้วยในตัว
ครูธวัช : ถามดร. วันนิดนึง พอเวลาคนตายท้องกลมที่เขาทำน้ำมันพราย พวกจุลินทรีย์ แบคทีเรีย ไวรัส มันจะตายตอนไหน หรือมันยังอยู่
ดร.วัน : มันก็อยู่เท่าที่มันอยู่ได้
ครูธวัช : ความเข้าใจตรงนี้ จะโยงเข้ามาถึงน้ำมันพราย ไวรัส แบคทีเรีย จุลินทรีย์ มันยังอยู่ในร่างกาย พวกเป็นพิษ
ดร.วัน : แต่ว่ามันทำให้คนหลง
ครูธวัช : เดี๋ยวๆ ตรงนี้ไสยศาสตร์ อันนี้วิทยาศาสตร์ก่อน
ใครไม่มาเรียน คนนั้นเสียโอกาสมาก เสียดายมาก .......
ดร.วัน : แต่ถ้าครูธวัชพูดถึงจุลินทรีย์ ถ้าว่ากันตามจริงแล้ว ระบบภูมิคุ้มกันของคนท้อง ....
คือ เหมือนระบบภูมิคุ้มกันของผู้หญิงท้อง จะมีความพิเศษ ถ้าครูธวัชพูดถึงจุลินทรีย์นะ ระบบภูมิคุ้มกันจะมีความพิเศษ ก็อย่างที่เขาหยดออกมามันคือ น้ำมันใช่ไหม มันคือ น้ำเหลือง นั่นน่ะมันคือ อิมมูน ภูมิคุ้มกัน
ครูธวัช : แล้วมันมาเกิดปฏิกิริยากับไฟลน เทียนลน อันนี้วิทยาศาสตร์ เดี๋ยวไสยศาสตร์จะตามมา
นี่แป๊บเดียวเราไป 2 เรื่องใหญ่ๆ แล้วนะ ยาสั่ง กับน้ำมันพราย .......
...น้ำมันพรายกับพายเรือไปซื้อน้ำมันเหมือนกันไหม บอกน้ำมันพรายสู้พายเรือไปซื้อน้ำมันดีกว่า.....
คุณสุภัค : พอครูธวัชพูดเรื่องจุลินทรีย์ ก็เลยเข้าใจล่ะ concept ของมัน คือ แม่กับลูกต่างก็มีเซลล์ร่างกายที่มียีน เซลล์ของแม่ก็มียีนของแม่ และแม่ก็มีปราณของตัวเอง ส่วนในตัวลูกนั้นมียีนของแม่กับพ่อรวมกัน ลูกก็มีปราณของลูกกับพ่อรวมกันอยู่ด้วย
ครูธวัช : ขอบคุณมาก ปรบมือให้คุณสุภัคหน่อย ..... ตรงยีนของลูก มียีนของแม่กับพ่อรวมกัน ตรงนี้ผู้พูดลืมไปซะสนิทเลย
คุณสุภัค : ทีนี้จุดสำคัญอยู่ตรงนี้ พอครูธวัชพูดว่า มีจุลินทรีย์ ผมก็นึกออกเลย เพราะเนื่องจากว่าเวลาสังขารดับ มันจะเกิดการเน่าเสีย พอเกิดการเน่าเสียจุลินทรีย์จะย่อยเซลล์ 2 ชนิดคือ 1. เซลล์ของแม่ แล้วก็ของลูก ทำให้เกิดพลังปราณที่ 2 ปราณรวมอยู่ในร่างเดียวกัน ก็คือ มันปนกัน ในลักษณะเป็นแก๊สปนกันถูกไหมครับ แล้วก็ในการย่อย หมักเซลล์ เกิดเป็นแก๊ส กลายเป็นว่า เกิดมีปราณ 2 ปราณอยู่ในร่างของผู้หญิงคนนั้น
การที่เราเอาความร้อนไปลนเกิดน้ำมันออกมา น้ำมันนั้นก็จะเกิดปราณที่มีแม่กับลูกผสมกันอยู่ เพราะฉะนั้นมันก็เลยไม่ใช่ว่า ไปเอาผู้หญิงธรรมดาไป มันกลายเป็นปราณแม่กับลูกที่มีปราณพ่อเข้าไปผสมอยู่ในน้ำมัน แต่ว่ามันอาถรรพ์ยังไง ผมก็ยังไม่เข้าใจเหมือนกัน
ครูธวัช : อีกหน่อยนะ คนจะตามหาสำนักเราด้วยเรื่องความรู้เหล่านี้...แต่ผู้พูดไม่พูดแล้วล่ะ นั่งเฉยๆ แล้ว
ทุกคนฟังไว้ให้ดี แล้วก็เตรียมไว้ตอบคำถามกับผู้ที่ตามมา จะมาศึกษาเรื่องนี้ ทำนองอย่างนี้ ในสิ่งที่เราคุยๆ กันอยู่นี้
คุณสุภัค : ตอนนี้เป็นคำถามว่า แล้วเอาไปทำเป็นยาเสน่ห์ได้ยังไง มันเป็นปราณใช่ไหม เอาอาคมเข้าไป อย่างไร แล้วเราจะให้ปราณนั้นเหมือนกับตอบโจทย์วิธีการนั้น.....
ครูธวัช : เวลาลนเขามีคาถาพระศิวะฝ่ายทำลาย ศิวะมี 2 ภาค อินทร์ก็มี 2 ภาค พรหมก็มียมใช่ไหม ศิวะมี 2 ภาค ภาคสร้างสรรค์กับภาคทำลาย เขามีคาถาภาคทำร้ายความรัก ก็คือ ทุรนทุราย กระวนกระวาย กระสับกระส่าย ตะเกียกตะกาย จะเป็นจะตาย คิดถึงใจจะขาด......
อ.โอ๊ต : เมื่อกี้ที่พูดว่า ยีนของพ่อกับแม่มารวมกัน จริงๆ แล้วมันเป็นพลังงานพิเศษที่เราเคยพูดกันที่นี่ อ.บิวเคยเอามาพูดกันว่า เป็นพลังพิเศษ เป็นพลังเทพที่ค่อนข้างสูงมาก แล้วระหว่างที่ตอนนั้นพลังงานสูงที่สุดไปถึง ถ้าเราเปรียบเทียบไปถึงขั้นระดับสมาธิถึงที่ค่อนข้างสูงมาก
ครูธวัช : นี่แหละคือ ตัวพ้อยท์ใหญ่เลย เพราะว่าตอนนั้นมันขึ้นไปถึงขั้นสูงสุดอะไร alpha beta gamma theta พีคสูงสุดคืออะไร แกมม่า แกมม่ายังไม่สูงสุดเนาะ
อ.โอ๊ต : วันนั้นที่อาจารย์บิวบอกเป็นแกมม่าใช่ไหม
...มีเสียงตอบว่า อัลฟ่า...
อ.บิว : ถ้าเป็น alpha จะหมายถึงความสงบ อัลฟ่าคือ ความสงบ ก็คือว่า การที่เราจะเข้าสู่สภาวะศักดิ์สิทธิ์อะไรเช่นนี้ เราต้องเข้าสู่ในสภาวะของคลื่นอัลฟ่า อัลฟ่าคือ ความสงบ เบต้าคือ การตื่นรู้ความคิดสร้างสรรค์ แต่แกมม่านั่นคือ จุดสูงสุด คือ เหมือนคลื่นที่เอาไว้ enlighten ....เพราะจะเป็นคลื่นเรียกว่า เอาไว้สร้างการตื่นรู้เลย ..... มันมีหลาย stage....
อ.โอ๊ต : มันมี 2 ส่วนที่บอกว่า ถ้าแกมม่าทั่วไปที่ยังไม่ได้ถูกฝึก จะเป็นแกมม่าที่รบกวน ก็คือ เป็นคลื่นความคิดที่เหมือนคนเครียดอยู่ แต่ถ้าเกิดว่าเข้าไปสู่สภาวะสมาธิ หรือว่ากำลังจะตื่นรู้ หรือ enlighten จะกลับเข้าไปสู่แกมม่า จะเป็นเรื่องของการเหมือนปัญญา เกิดอะไรบางอย่างเกิดขึ้นเป็นปัญญา อันนั้นที่ของอาจารย์บิวมาให้
อ.บิว : แล้วก็อันนี้คือ เป็นเทคนิคความลับเลยว่า ทำไมบรรดาผู้ประสบความสำเร็จในระดับโลกเขาใช้กัน point นั้นที่คอร์สนั้นทั้งคอร์สที่พูดมา 2 เดือนกว่า คือ ณ สเตตัสนั้น นี่คือ ความลับของบรรดาอภิมหาเศรษฐี ที่ดร.นโปเลียน ฮิลล์ ไปสัมภาษณ์มา เขาบอกเขาได้ไอเดียก็คือ ณ สภาวะนั้น แล้วก็อันนี้อาจจะโยงไปถึงเรื่องของน้ำมันพรายอีกก็ได้
ครูธวัช : กลับไป 2 เรื่องก่อน ยาสั่ง กับน้ำมันพราย เดี๋ยวคราวหน้าน้ำมันพืชจะมา...
อ.บิว : ในทางวิทยาศาสตร์ยังงงอยู่เหมือนกันว่า ทำไมมันยังคงสภาวะน้ำมันได้ในอุณหภูมิปกติ เพราะว่าการที่เราลนไฟ มันเป็นเทียนไข มันน่าจะเป็นก้อน ก้อนเทียนไข แต่ว่าทำไมมันยังอยู่ในสภาวะที่เป็นน้ำมันได้ หรือว่าเขาใช้แบบไข
ครูธวัช : ดร.จอย....ตอบได้
อ.โอ๊ต : อ.บิวถามว่า ทำไมลนแล้วมันน่าจะออกมาเป็นไขเพราะว่าตายแล้ว แต่ออกมาเป็นน้ำมันได้ยังไง
ครูธวัช : แบคทีเรียมันตายแล้วใช่ไหม
ดร.จอย : อย่างเทียนไขพอโดนไฟมันเป็นน้ำมัน.....
อ.บิว : .....ทำไมถึงเป็นสภาวะที่เป็นของเหลวได้
ดร.จอย : มันอาจจะเป็นไขมันอิ่มตัวไหม เดี๋ยวก่อนอิ่มตัวหรือไม่อิ่มตัวนะ น้ำมันพืชเป็นอะไรคะ น้ำมันพืชไม่อิ่มตัว แต่น้ำมันหมูอิ่มตัว กินเข้าไปไม่จับอีก แต่น้ำมันพืชกินเข้าไปจับได้อีก ถูกไหมคะ ถ้าโครงสร้างของน้ำมัน อันนี้เอาง่ายๆ ก่อนเนาะ น้ำมันหมูเมื่อถูกทิ้งอยู่ในอุณหภูมิห้องธรรมดา แข็งใช่ไหมคะ แต่น้ำมันพืชไม่แข็งใช่ไหมคะ เพราะฉะนั้นน้ำมันหมูมันไม่ออกซิไดซ์อีกแล้ว คือ mindset ตรงนี้ถ้าเราเข้าใจ เราก็จะไปเข้าใจว่า แล้วพอที่เราลนคาง อันนี้คิดเร็วๆ นะคะ ไม่มีทฤษฎีใดเลย พอเราลนคางแล้วมันอยู่ในอุณหภูมิห้อง มันจึงเป็นน้ำมันพราย
คุณสุภัค : จริงๆ ผมเข้าใจว่า มันน่าจะเป็นน้ำเหลืองมากกว่านะ เวลาร่างกายเน่า เซลล์จะแตก มันจะเยิ้ม น้ำเหลืองเป็นน้ำมันปราณ ..... เพราะว่าเวลาสังขารแตกดับ ยังมีน้ำอยู่ในเซลล์ แล้วเซลล์ก็แตก จากนั้นก็น้ำในเซลล์การแตกออกมา เกิดการหมักย่อยของจุลินทรีย์ ก็เกิดเป็นของเสีย การที่มีกลิ่นเหม็นเพราะว่าจุลินทรีย์ประเภทเขาเรียกว่า กลุ่ม anaerobe (Anaerobic bacteria) ซึ่งปกติมันจะไม่เจริญเติบโต พอคนตายปุ๊บ anaerobe (Anaerobic bacteria) จะแบ่งตัว ทำให้เกิดความเน่าเสีย ทำให้เกิดก๊าซที่มีกลิ่นเหม็น
ดร.ขนิษฐา : ธาตุน้ำอันนี้เป็นน้ำเหลือง มันเป็นน้ำเหลือง มันเป็นธาตุน้ำ มันเลยเป็นน้ำ ในตัวเราคือ ธาตุน้ำมี 12 ตัว เลือด น้ำเหลืองพวกนี้เป็นธาตุน้ำ
.
ดร.จอย : ทีนี้เหมือนที่เวลาเราแยกเกล็ดเลือด ที่เขาไปเซนติฟิว ไปปั่นเอาเกล็ดเลือดออก ที่เหลือๆ คือ น้ำเหลือง แล้วก็ที่พี่สุภัคพูดว่า พอร่างกายเราตายถามว่า ทำไมเราย่อยสลายได้ พอดีอยู่แลป.. มันก็จะมีแบคทีเรียที่เป็นแบบไม่ใช้อากาศ ไม่ใช้ออกซิเจน มันก็เลยทำให้เราเน่าย่อยสลายได้จากข้างใน......
.......................
ครูธวัช : กระทู้เดิมนะ แล้วพอกระทู้นี้ชัดเจนแล้ว เล่นของกับของเล่นจบแล้ว จะมาวิเคราะห์กันเรื่อง วิญญาณปะทะแรงดึงดูด แรงโน้มถ่วง และแรงกดดันของโลกและจักรวาล มันจะ go so big ใหญ่แล้ว
.......
อ.โอ๊ต : เมื่อกี้มีอยู่เรื่องหนึ่ง มีเรื่องน้ำมนต์แล้วมีเรื่องของโซเดียมเข้ามาเกี่ยวที่ครูธวัชเคยให้ไว้
ครูธวัช : ถ้าขาดโปแตสเซียม หรือโปแตสเซียมตก เหมือนถูกผีเข้า
ถ้าขาดโซเดียม หรือโซเดียมตก เหมือนถูกผีหลอก
.........
คุณสุภัค : คือ จริงๆ ระบบของสิ่งมีชีวิตมันต้องใช้พวกสารอิเล็กโทรไลต์ วิ่งเข้าออกเซลล์จึงมีชีวิตอยู่ได้ ถ้าทางการแพทย์จะมีค่าปกติของมันเลย แต่ถ้าค่ามันแปรปรวนจะเสี่ยงมาก เรียกว่า หากผิดปกติมากนั้น มีโอกาสเข้า ICU ได้เลย คือ ในหลักการนั้น ในร่างกายของเรามันจะมีการแลกเปลี่ยนประจุไฟฟ้ากันตลอด เพราะฉะนั้นในร่างกายเราหากส่องกล้องพิเศษ จะสามารถเห็นการเรืองแสงออกมาได้ เพราะว่ามีกลุ่มที่เรียกว่า สาร ไอออนทั้งหลายพวกนี้ พวกแคลเซียม แมกนีเซียม คลอไรด์ .... แต่ก็ยังมีตัวสำคัญอีกตัวนึง ก็คือ เหล็ก ไอออนเหล็ก ที่อยู่ในเลือดของเรา
ครูธวัช : เหล็กนี่ไม่อยู่ในพวกอิเล็กโทรไลต์
คุณสุภัค : เม็ดเลือดเราสีแดงมันเกิดจากเหล็กเป็นแกนกลาง แล้วก็มียีนล้อม ......เวลาอยู่ในเลือดเรา ตัวนี้คนที่โรคเลือดจางจะออร่าน้อยกว่าคนที่มีเลือดครบสมบูรณ์ เพราะฉะนั้นถ้าจะให้สุขภาพแข็งแรงต้องดูแลสุขภาพด้วย เซอคูเรชั่นของเลือดเราจะไปหัวใจแล้วปั๊มไปทั่ว แต่ถ้าคนป่วย เหล็กจะน้อยลง จะซีด การเรืองก็จะน้อยกว่าคนปกติ ประมาณนั้น
ครูธวัช : เดี๋ยวอีกเรื่องต่อไปก็น่าจะเป็นอิเล็กโทรไลต์ 7 ชนิด แล้วก็มาเกี่ยวกับวิญญาณธาตุ แรงดึงดูด แรงกดดัน แรงโน้มถ่วง ถูกกดดันและก็โน้มถ่วงจากโลกและจักรวาล นี่ล่ะอ.บิว ช่วยจำไว้ให้ด้วยนะ เดี๋ยวผู้พูดลืม
คุณสุภัค : เพราะอิเล็กโทรไลต์เป็นต้นกำเนิดของปราณ ปราณเป็นตัวแปรของสามัญวิสัยกับเหนือสามัญวิสัย เรียกว่า อิเล็กโทรไลต์เป็นตัวเชื่อมเลย เพราะเวลาอะตอมพวกนี้มันมีประจุไฟฟ้า บางทีก็ระเบิดพลังออกมาที่เขาเรียกว่า ภาวะ exciting state ของอะตอมกลุ่มอิเล็กโทรไลต์ (electrolyte) ซึ่งการปล่อยพลังงานจะปล่อยพลังออกมาในทุกมิติเลย ทำให้เราเห็นว่า มีแสงออร่า แต่นอกเหนือจากแสงออร่าแล้ว ที่ว่า รังสี ก็มาจากตรงนี้เหมือนกัน แต่เพียงแต่ว่าเราไม่มีเครื่อง detect ตรงนี้ได้นั่นเอง เราต้องใช้จิต detect หรือเรียกว่า มโนสัมผัส เพราะฉะนั้นตัวเชื่อมต่อระหว่างสามัญกับเหนือสามัญ ก็คือ อิเล็กโทรไลต์ และปราณของเรานั่นเอง เราจึงสามารถไปสัมผัสพลังงานจักรวาลได้ ก็ด้วยออร่า หรือรังสีของเรา จุดเริ่มต้นอิเล็กโทรไลต์ทั้งนั้นครับ ทั้งหมดเลย
ครูธวัช : งานของเราชักจะคุยกันแบบ go so big แล้วล่ะ ไปกันใหญ่
อ.บิว : ฟังมา จริงๆ แล้วจุดกำเนิดของเรื่องไสยศาสตร์ทั้งหลาย back to basic ไหมว่า มันน่าจะเกิดจากความรัก และแอคชั่นตัวนั้นที่ทำให้เกิดเรื่องของไสยศาสตร์
ครูธวัช : ตอบยาวไม่มีเวลานะ ตอบสั้นๆ เต๋าให้กำเนิดจากหนึ่ง จากหนึ่งเป็นสอง จากสองเป็นสาม จากสามเป็นสรรพสิ่งในจักรวาล คิดตามนะ จักรวาลที่ถูกสร้างสรรค์ประกอบด้วยแรงโน้มถ่วง แรงกดดัน แรงดึงดูด ของโลกและจักรวาล หยินอยู่ด้านหน้า หยางอยู่ด้านหลัง สิ่งหนึ่งเป็นบวก สิ่งหนึ่งเป็นลบ สิ่งหนึ่งเป็นขาว สิ่งหนึ่งเป็นดำ ตัวนี้คือ ตัวคีย์เวิร์ดที่สำคัญ สรรพสองสิ่งรวมกันเป็นหนึ่งเดียว อันนี้เต๋านะ เต๋าจากเล่าจื๊อนะ
เล่าจื๊อเกิดร่วมสมัยกับพระพุทธเจ้า พระพุทธเจ้ายังอยู่ แต่จะอยู่พระชนมพรรษาที่เท่าไหร่ไม่รู้ อาจจะ 78 แล้ว 77 แล้ว อะไรอย่างนี้ ก่อนจะปลงพระชนมายุสังขารแล้ว แล้วเล่าจื๊อเกิด พอเล่าจื๊อแก่แล้ว ซุนวูเกิด ซุนวูตำรับพิชัยสงคราม อ้าว เดี๋ยวไปกันใหญ่
คุณสุภัค : ครูธวัชเกริ่นตรงนี้ ทิ้งท้ายไว้คราวหน้าเลย คำพูดที่ครูธวัชพูดครับ ทุกสิ่งเกิดจากหนึ่งเป็นสอง จากสองเป็นสรรพสิ่งในจักรวาล มันคือ วิทยาศาสตร์ล้วนๆ ที่เขายอมรับหมดแล้ว ในเอกภพเริ่มจาก Big Bang การระเบิดของก้อนพลังงานขนาดเล็ก ทันทีที่ระเบิดวิทยาศาสตร์บอกเลยว่า มันแบ่งเป็น 2 อย่าง สสารกับปฏิสสาร
ครูธวัช : คำนี้ดี
คุณสุภัค : มันมีลักษณะเหมือนขั้วตรงข้ามกัน หากรวมกันจะหักล้างกัน เหมือนคำที่ว่า สิ่งหนึ่งเป็นบวก สิ่งหนึ่งเป็นลบ แล้วจากนั้นก็กระจายด้วยความเร็วสูง แล้วปฏิสสารมันจะกระจายออกไปได้เร็วกว่า เพราะมันเบากว่า
ครูธวัช : ปฏิสสารมันทำหน้าที่ยังไง
คุณสุภัค : คือ จุดเริ่มต้นแรกเป็นพลังงาน ที่เรียกว่า โฟมควอนตัม (quantum foam) พอเริ่มระเบิดตูมแรก มันจะกลายเป็นสสารและปฏิสสารกระจายออกจากจุดศูนย์กลาง
ครูธวัช : ตอน Big Bang มันระเบิดใช่ไหม
คุณสุภัค : ใช่ครับ และที่สุดแล้วเป็นนิยามของสิ่งที่เป็นพลังงาน ใช้คำว่า พลังงานขนาดเล็กที่สุดที่เรียกว่า บวกกับลบ
ครูธวัช : เล็กที่สุดถึงเป็นปรมาณู หรือเล็กกว่า
คุณสุภัค : เล็กกว่าครับ
ครูธวัช : เล็กว่าปรมาณูอีกเหรอ
คุณสุภัค : เป็นก้อนพลังงานเลยครับเขาถึงเรียกว่า โฟมควอนตัม (quantum foam) หลังระเบิดเกิดเป็นเป็นก้อนพลังงานบวกกับก้อนพลังงานลบ ที่เรียกว่า สสารและปฏิสสารเป็นลบจะกระจายออกไปข้างนอกในขณะที่สสารค่อยๆ รวมตัวกันเกิดเป็นอะตอมในอนาคต กว่าจะเกิดเป็นอะตอมได้ ไม่รู้กี่แสนกี่ล้านๆ ปี เมื่อมันเย็นตัวลง สสารจึงค่อยๆ เข้ามารวมตัวกัน เพราะว่ามันมีปฏิสสารไม่อยู่มันกระเด็นออกไปได้ไกลกว่า เหลือแต่สสารเข้มข้นอยู่ตรงกลางๆ นานวัน ก็เลยเกิดเป็นก้อนเมฆ อะตอม ก้อนควัน ในที่สุดก็เกิดเป็นดวงดาว แล้ววิทยาศาสตร์ก็คำนวณว่า ขณะที่การระเบิดขยายออกไป จนถึงที่สุด ในวันหนึ่งจะถูกแรงดึงดูดระหว่างมวลดึงกลับเข้ามารวมกันอีกครั้ง
ครูธวัช : เดี๋ยวดร.จอยก็บอกอันนี้ไปที่อัคคัญญสูตรในพระไตรปิฎก ที่คุณสุภัคอธิบาย อัคคัญญสูตร สูตรของการเกิดโลกและจักรวาลที่พระพุทธเจ้าสอน
คุณสุภัค : คือ มันเป็นวิทยาศาสตร์ที่เขายอมรับทั่วโลกหมดแล้ว แม้แต่นักวิทยาศาสตร์ดังๆ ที่ได้โนเบลต่างๆ เขาก็ยังยอมรับเลยว่า พระพุทธศาสนามาก่อนพวกเขาเยอะมาก แล้วเขาก็ยอมรับกันเยอะมากพวกที่ได้โนเบล
ครูธวัช : พระพุทธเจ้าบอกว่า 1 เมล็ดข้าวเปลือกมี 82 ล้านปรมาณู ข้าวเปลือกเม็ดเดียวมี 82 ล้านปรมาณู แล้วใครบอกว่า ใครเรียนรู้ศาสนาพุทธคนนั้นงมงายหลังเขาไดโนเสาร์เต่าล้านปี พวกนี้โง่ยิ่งกว่าที่ว่าคนอื่นอีก
..............
อ.โอ๊ต : มีใครอยากแชร์อะไรต่อไหมครับ
.....ช่วงเล่าประสบการณ์..........
-.....มี Case พูดเรื่องการสัก..........
...............
-......มีกรณีศึกษา Case เล่าเรื่องญาติโดนของ......ไปหาหมอแก้ของ เขาเอามีดมาขูดตามตัวแล้วออกมาเป็นขี้ผึ้ง......
ครูธวัช : อันนั้นของจริง จะต้องบอกที่มา อย่างอ.บิวบอกว่า back to basic หมอป้อมบอกว่า how to สองคนนี้ อ.บิวบอกว่า back to basic ให้กลับมาที่สาเหตุเดิม หมอป้อมบอกว่า how to แล้วมันยังไงล่ะ สองอันนี้คือ คำตอบ ....เดี๋ยววันหลังทวงถามนะ แล้วจะต่อให้ฟัง....
.........Case เล่าต่อ...................
ครูธวัช : ก่อนจบขออธิบายนิดหนึ่ง หลายคนที่ไม่มาหาผู้พูดมาฟังรายการอย่างนี้ แล้วก็หลายคนที่นั่งฟังอยู่นี่ ก็อาจจะบอกว่า ที่นี่เอาเรื่องโกหกมาหลอกลวงกันนี่ ไปเสียเวลาทำไม มานั่งฟังอยู่ อย่าฟังดีกว่า ก็เลยเมื่อเช้าบังเอิญหรือบันดาลก็ไม่รู้ ......(ครูธวัชเปิดคลิปเสียง) เดี๋ยวจะสรุปให้ฟัง ......
เรื่องที่ในหลวงเสด็จไปสร้างวัดญาณสังวรารามที่ชลบุรี วัดญาณสังวราราม อธิบายดีกว่า แต่กลัวจะไม่เชื่อก็เลยอัดคลิปอันนี้มาให้ฟัง
ในหลวง ร.9 สมัยนั้นสมเด็จพระญาณสังวรเป็นสังฆราชวัดบวร ท่านก็จะสร้างวัดญาณสังวราราม ชลบุรี ขึ้นมา ว่าชลบุรีตรงนั้นเป็นฐานทัพเก่าที่พระนเรศวรไปทำศึกสมัยหนึ่ง แล้วเสร็จแล้วสร้างเท่าไหร่ๆ ก็มีแต่ปัญหา สร้างไม่สำเร็จ มีแต่คนตกลงมาตาย มีแต่คนอะไร ของสั่งมาไม่ได้
ทีนี้ปัญหาตรงนี้เกิดขึ้นว่า ในหลวง ร. 9 กับสมเด็จพระญาณสังวรก็มีเซียนคนหนึ่ง เขาเรียกเซียนสง่า กุลกอบเกียรติ
เซียนสง่า นามสกุล กุลกอบเกียรติ เป็นที่นับถือของในหลวง ร. 9 มาก สมเด็จญาณสังวรก็เชิญเซียนนี้ไป ไปดูที่จะสร้างวัดญาณสังวรารามที่ชลบุรี ปรากฏว่าเซียนบอกว่า ผีสมัยที่ตายในสนามรบ สมัยพระนเรศวรมีประมาณ 200 กว่าคน ที่ตายตรงนั้น มาอาละวาด มาขัดขวาง เพราะถ้าสร้างวัดมันก็อยู่ไม่ได้ใช่ไหม
เดิมทียังไม่มาเชิญเซียน พระสังฆราชทรงทำพิธีเองก่อน พอทำพิธีเองเสร็จปรากฏว่า ผีจาก 200 กว่าตัวเพิ่มมาเป็น 400 กว่าตัว ไปชวนพวกมันมาเต็มไปหมด ทีนี้พระสังฆราชยืนมองเห็นเลย ......ปรากฏว่ามันไปเรียกพวกมันมาอีก 200 กว่าตัว เซียนนี้ก็เลยไปทำพิธีบวงสรวงปราบ
ขณะที่สมเด็จพระสังฆราช และเซียน ยืนทำพิธีอยู่ ก็เห็นมีมังกรตัวหนึ่งวิ่งจากข้างบนลงมา แล้วมีเซียนขี่มังกรลงมา มาถึงจัดการไล่ๆๆๆ พวกวิญญาณที่เพิ่มมาเป็น 400 กว่าดวง แต่เขาเห็นแต่มังกรกับเซียนขี่มังกรลงมาจากข้างบน
เขายืนยันในเทปนี้เลยว่า....คนในพิธีเห็นหมดเลยว่า มีมังกรแล้วก็มีเซียนขี่มังกรลงมาไล่วิญญาณพวกนี้ และต่อมาก็กลายเป็นว่า สร้างวัดญาณสังวรารามได้เป็นที่เรียบร้อย......
และในหลวง ร. 9 ก็ทรงพระราชทานที่แปลงใหญ่ให้กับเซียน วิหารเซียนสง่า กุลกอบเกียรติ เป็นที่นับถือมาก รวยมาก ปรากฏการณ์อันนี้เกิดขึ้นต่อในหลวง ร. 9 กับสมเด็จพระญาณสังวร....
เราจะลดความคลางแคลง เพราะเรามาพูดวิทยาศาสตร์ๆ มากๆ เปรียบเทียบไสยศาสตร์ คนก็คลางแคลง.... ผู้พูดมาหลอกแล้ว หมดหนทางจะสอนไสยศาสตร์ แล้วก็เอาวิทยาศาสตร์มากลบเกลื่อน มีคนว่าผู้พูดนะ ไม่เชื่อใช่ไหม....
เป็นเรื่องที่เสียดายที่ผู้พูดยังมีชีวิตอยู่กับประสบการณ์ 40 กว่าปีที่ผ่านมา อยากจะให้ทุกคนรับรู้เรียนรู้ สองรอแปลว่าอะไร สองรอเรือไม่มีจุด รอหัน
รอหันนี่ถ้าเราแบบตลกๆ รอหันจากไสยศาสตร์มาเป็นวิทยาศาสตร์ รอหันจากวิทยาศาสตร์มาเป็นไสยศาสตร์ รอหันจากไม่ดีกลายเป็นดี จากสิ่งที่ให้โทษกลายเป็นให้คุณ มันหันอย่างนี้ไง หันอย่างนี้ตลอด ก็เอาไปคุยกันให้คนที่เขามีอารมณ์ขันได้ เดี๋ยวมาแต่งเพลงรอหันอีกเพลงนึงดีไหม
อ้าว อ.โอ๊ต สรุปปิดรายการ แล้วต่อไปชื่อรายการอะไร เราจะนัดกันวันไหน สิ้นเดือน ต้นเดือน กลางเดือน
อ.โอ๊ต : ทุกวันเสาร์ครับ สัปดาห์ที่สอง เสาร์ที่สอง ครั้งหน้าเป็นวันที่ 14 มีนาคม เป็นวันเดียวครับ เริ่มตั้งแต่เที่ยงรับประทานอาหารไปจนจบพิธีเทพากรรมฐาน อีกวันอาทิตย์ก็สบายๆ ครับ ครูธวัชใช้ชื่อว่า “ถามแอนด์ทอล์ค” แต่ครูธวัชจะไม่ทอล์คคนเดียวครับ.... ช่วยกันทอล์ค
บทความที่เกี่ยวข้อง
ผู้ที่มีรังสีแห่งพรหมแรงกล้า มีทั้งตัวฉุด และตัวช่วย ต้องพยายามแกะปมตัวฉุด แล้วเข้าถึงตัวช่วยที่ถูกต้อง และเหมาะสม
16 ม.ค. 2026
ศ.ดร.สิทธิชัย สมานชาติ 5 ส.ค. 2568
ข้าพเจ้าเป็นศิลปิน ที่เคยเรียนระดับมัธยม ด้านวิทยาศาสตร์ จึงสนใจศึกษา ฮอร์โมน สารสื่อประสาทที่มีผลต่อ สุขภาพกายสุขภาพใจ และอาจมีผลต่อจิตวิญญาณ (ตอน ๔)
10 ม.ค. 2026
เริ่มจาก จิตที่ศรัทธา แล้วเข้าใจคำว่า ไหว้ครู เรื่อยไปๆ จนไปถึง จิตศักดิ์สิทธิ์ จิตศักดิ์สิทธิ์ คือ จิตที่สามารถสร้างปรากฏการณ์ หรือสิ่งที่เป็นปาฏิหาริย์ให้เกิดประโยชน์มากมายแก่จิต การไหว้ครูจนถึงตัวรู้ จนเกิดความเข้าใจ หยั่งลงไปในจิตศักดิ์สิทธิ์ ถือเป็นโอกาสสำคัญยิ่งของผู้ที่เข้าใจคำว่า ศิษย์มีครู ครูมีศิษย์ และทุกคนก็เป็นได้ทั้งครู และก็เป็นได้ทั้งศิษย์
10 ม.ค. 2026

