แชร์

EP. 1899   ตัวคนเรามีสิ่งซึ่งเป็นขุมพลังอยู่ 2 ขุม คือ ขุมพลังศักยภาพ และขุมพลังศักดิ์สิทธิ์ (ส. 21 มี.ค. 2569)

อัพเดทล่าสุด: 23 มี.ค. 2026
6 ผู้เข้าชม
สวัสดีทุกๆ ท่าน ลมหายใจไม่ออก แล้วก็ลมหายใจไม่เข้า เป็นปัญหาทันที  เรามาคุยกันเรื่องเดิมแต่ว่าเติมข้อคิดเห็นใหม่ ในวันเสาร์ที่ 21 เดือนมีนาคม พุทธ คริสต์ 69 และ 26  ขึ้น 3 ค่ำ เดือน 5 ปีมะเมีย  “อะโมฆัง ทิวะสัง กะยิรา  อัปเปนะ พะหุเกนะ วา” วันนี้เราจะใช้เวลาที่เรามาร่วมฟัง ร่วมคิด ร่วมพิจารณา หรือภาษาฝรั่งเขาเรียกว่า แชร์ไอเดียกัน ความคิดที่คิด ช่วยกันคิดมันเป็นความคิดที่มีประโยชน์ แต่ต้องช่วยกันอย่างมีความบริสุทธ์ใจ แต่ถ้าตรงกันข้ามก็กลายเป็นโทษ 
วันนี้ต้องเร่งกันในเรื่องที่ว่า มีปรากฏการณ์กับคำสั้นๆ ที่เราพูดมานานแต่อาจจะ แต่อาจจะยังไม่ได้สะดุดใจเราชาวสหปฏิบัติฯ เท่าไหร่นัก แต่เกิดมีปรากฏการณ์ขึ้นหลายครั้งที่เมื่อวานก็ได้บอกไปแล้วล่วงหน้าว่า ครั้งหนึ่งคนพูดก็คุยโทรศัพท์กับอาจารย์หมอน้อย คุณพงศ์ภัค ชัยศรี ถึงอาการป่วยของลูกศิษย์ลูกหาของท่านผู้หนึ่งว่า ค่อนข้างจะหนัก ตอนนั้นคนพูดนึกไม่ออก ก็ไปคิดประโยคนี้ขึ้นมาว่า หมอน้อยลองบอกคนไข้ให้พูดตามสัก 3 คำ พูดยังไงนะครับ ก็บอกว่าพูดบอกว่า  “ศักยภาพเป็นฐานของความศักดิ์สิทธิ์  ความศักดิ์สิทธิ์จะเป็นบัลลังก์ให้กับศักยภาพ”  ให้คนป่วยพูดอย่างนี้ ทวนอย่างนี้ 
ปรากฏต่อมาอาจารย์หมอน้อยก็บอกว่า เป็นเรื่องที่ประหลาด คนไข้ที่มีอาการน่าวิตกก็กลับกลายเป็นฟื้นฟูขึ้นมา เป็นที่น่ายินดี และเมื่อเร็วๆ นี้ รองศาสตราจารย์ดอกเตอร์ พุทธชาติ แผนสมบุญ หรืออาจารย์จอย ก็มาเล่าให้ฟังอีกว่า เห็นน้องสาวลูกพี่ลูกน้องมีความเดือดร้อนมาก ก็บอกให้น้องใช้ประโยคนี้ทบทวนท่องอยู่ไม่กี่ครั้ง ปรากฏว่าเหตุการณ์ในชีวิตที่กำลังเรียกว่า เคร่งเครียด ก็คลายความเคร่งเครียดไปอย่างน่ามหัศจรรย์ แล้วก็ลองไปพูดกับเพื่อนร่วมงานในสถานที่ทำงานอีกหลายคน ก็ปรากฏว่าหลายคนก็มีสิ่งที่ปรากฏการณ์ที่ดีๆ เกิดขึ้น 
เราหันกลับมาว่า ฟ้าดิน หรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายเขาสร้างปาฏิหาริย์ทางวาจาเพียงไม่กี่คำนี้ แล้วทำให้เกิดปรากฏการณ์ที่ดีเพื่อ เพื่ออะไร ก็เป็นเรื่องที่ต้องพิจารณากันหลายแง่มุม ทั้งหมดทั้งสิ้นนี้ก็คงจะเพื่อให้เราชาวสหปฏิบัติฯ หันมาให้ความสำคัญในลักษณะของการพิจารณาคำเหล่านี้ก็คือ คำว่า “ศักยภาพเป็นฐานของความศักดิ์สิทธิ์  ความศักดิ์สิทธิ์จะมาเป็นบัลลังก์ให้กับศักยภาพ” ฟังเผินๆ ภาษาประโยคนี้ก็ไม่ได้มีอะไรน่าสะดุดใจ หรือน่าสนใจอะไรจนเกินไปนัก แต่ถ้าฟังดีๆ พิจารณาให้ลึกซึ้ง มันมีสิ่งที่ต้องมองหลายแง่มุมอยู่ในภาษานี้ 
ก็ในความหมายว่า ในตัวคนเรามีสิ่งซึ่งเป็นขุมพลังอยู่ 2 ขุม ขุมพลังทั้ง 2 ขุมนี้คือ ขุมพลังศักยภาพ และขุมพลังศักดิ์สิทธิ์ ถ้าไม่ได้รับการขุดค้น ขุดค้นขึ้นมาใช้ นอกจากไม่เกิดประโยชน์ที่ควรจะเกิดแล้ว กลับตรงกันข้าม มันเป็นอำนาจลึกลับ ซับซ้อน ซ่อนเร้น ปิดบัง อำพรางชนิดหนึ่ง ที่ทำให้ชีวิตคนย่ำแย่ อยู่ในสภาพที่ลำบาก อยู่ในสภาพที่แย่เสียยิ่งกว่าแย่ก็มี 
ทำไมมันถึงเป็นอย่างนั้น เพราะมันเป็นพลังที่เกิดมาจากกำเนิด พลังกำเนิด 2 อย่างนี้อย่างไหนสำคัญกว่าอย่างไหน มันสำคัญทั้ง 2 อย่าง และมันทั้ง 2 อย่างคือศักยภาพกับศักดิ์สิทธิ์จะต้องมีน้ำหนัก มีจำนวน มีขนาด มีอำนาจในระดับที่จะต้องคานอำนาจให้ซึ่งกันและกัน ก็คือ สร้างความสมดุลของพฤติกรรมคือ เรื่องภายนอก  กับสร้างความสมดุลของวิบากกรรมคือ เรื่องภายใน 
เพราะฉะนั้นชีวิตคนก็เกิดปัญหา หลังจากที่คนพยายามๆๆ ทุกวิถีทางที่จะสร้างฐานะ แล้วก็เอาชนะความทุกข์ในหลากหลายด้าน แต่บางคนก็ไม่สามารถจะเอาชนะความทุกข์ที่ตนเองมีได้เท่าที่ควร ถึงขนาดอยู่ในสภาพที่หมดอะไรตายอยาก หรืออาจจะกลายเป็นคนที่มีความทุกข์ ความเครียด ความทรมานจนผิดมนุษย์มนาไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่เราพูดกันมาแล้วว่า 1. เป็นปัญหาเกี่ยวกับโรคจิตโรคประสาท  
2. เป็นปัญหาเกี่ยวกับเรื่องศรัทธาจริต ศรัทธาความเชื่อ จริตที่ผิดปกติ เชื่ออะไรอย่างนั้นก็ไม่รู้ เชื่อไปทำไมก็ไม่รู้ แล้วกลับกันก็ทำไมไม่เชื่อ ศรัทธาจริตตรงนี้มีทั้งเชื่อ แล้วก็ถามว่าเชื่อไปทำไม  ทำไมจึงเชื่ออย่างนั้น แล้วอีกคำหนึ่งก็คือ แล้วทำไมไม่เชื่อ มันจะได้เชื่อ แล้วก็เชื่อในสิ่งที่ควรจะเชื่อ  สิ่งที่ไม่ควรเชื่อก็อย่าไปเชื่อ ถ้าคนมีความสมดุลทั้งศักยภาพและศักดิ์สิทธิ์ 
อันที่ 3. ปัญญา ปัญญาที่จะเกิดขึ้นมาในตัวนาย ก. นาง ข. ที่จะมาแก้ปัญหาทุกชนิด เพราะว่าปัญญาในระดับที่ถึงขั้นที่เราต้องการเน้นคำสร้อย ที่ผู้พูดเองก็เข้าใจผิดมาตั้งแต่เด็กว่า คำว่า ปัญญาวุฒิ กะเร เต เต เป็นสร้อยที่ทำให้ฟังดูไพเราะเพราะพริ้ง แต่พอมาทราบความจริง  ไม่ใช่  บทไหว้ครูบทนี้แปลว่า ปัญญาแตกฉาน  ปัญญาวุฒิแปลว่า ปัญญาแตกฉาน 
ทีนี้คนที่มีความทุกข์โดยไม่คิด คิดไม่ถึง หรือไม่อยากจะคิดเกี่ยวกับเรื่องศักยภาพคือ ความเก่ง กล้า สามารถของตัวเองในทางหนึ่งทางใด แต่กลับไปเก่งผิดทาง เขาเรียกกันภาษาอันนั้นว่า เก่งไม่เข้าท่า ที่เข้าท่าก็ไม่เก่ง ไม่คิดจะเก่ง หลายคนใช้ชีวิตแบบผิดๆ ไปเก่งในสิ่งที่ไม่เข้าท่า แล้วอะไรมันเข้าท่า  เข้าท่าในสิ่งที่ควรจะเก่งก็คือ เก่งและเป็นประโยชน์  เก่งแล้วไม่เป็นโทษ  เก่งแล้วไปเป็นโทษไม่ดี 
พลังศักดิ์สิทธิ์ก็เหมือนกัน ไปดูถูกว่าไม่มีก็ไม่ได้ ไปลุ่มหลงงมงายเข้าใจสภาพศักดิ์สิทธิ์ของตัวเองแบบผิดๆ ก็ไม่ได้ ปฏิเสธว่าฉัน คนอย่างฉันจะมามีความศักดิ์สิทธิ์ได้อย่างไร  ก็ไม่ได้  คนอย่างฉันเก่งที่สุดแล้ว ไม่มีใครเก่งเท่าฉันแล้ว ฉันนี้ศักดิ์สิทธิ์ที่สุดแล้ว ก็ไม่ดี แล้วอย่างไรจึงจะดี  ข้อเท็จจริงคุณมีความศักดิ์สิทธิ์ระดับหนึ่งแน่นอน แต่ระดับนั้นของคุณมันระดับไหน อยากรู้ใช่ไหมว่า ในตัวคุณมีความศักดิ์สิทธิ์ระดับไหน  ก็เรียนรู้สิ อย่าหลงรู้  ให้เรียนรู้อย่าหลงรู้  ถ้าหลงรู้เขาเรียกว่า เป็นโมหะ โมหะคือ ความหลง  หลงว่าฉันรู้ว่าฉันน่ะศักดิ์สิทธิ์  ศักดิ์สิทธิ์ขนาดนี้ ขนาดนี้  ขนาดนี้  แต่ความจริงไม่ใช่ ถ้าหลงรู้และหลงรังเกียจ ก็ไม่ได้
เพราะฉะนั้นถึงเวลาแล้วหรือยัง น่าจะถึงแล้ว จากนิมิตของอาจารย์หมอน้อยที่ไปบอกคนไข้ จากนิมิตของรองศาสตราจารย์ดอกเตอร์พุทธชาติไปบอกเพื่อนฝูงที่เล่ามานี้ น่าจะนะ คนพูดคิดว่าน่าจะทำให้เราชาวสหปฏิบัติฯ ต้องเร่งตื่นตัว ตื่นตา และตื่นใจมาช่วยกันคิดถึงคำว่า “ศักยภาพเป็นฐานของความศักดิ์สิทธิ์ ความศักดิ์สิทธิ์เป็นบัลลังก์ให้กับศักยภาพ” ในความตื้น ลึก หนา บาง ของ 2 ประโยคนี้มันแค่ไหนกัน  ลำพังมาคุยกันอยู่คนเดียว หรือสองคนมันไม่ได้ผลเท่าที่ควรหรอก  
ทั้งหมดทั้งสิ้นเรื่องต่างๆ เราคงต้องละไว้ก่อน อย่างเรื่องรถ 2 แถวก็มีคนต่อว่ามาว่า รถ 2 แถวของสหปฏิบัติฯ นี่มันยืดยาดจัง จนป่านนี้ยังไปไม่ถึงไหน  ก็นี่แหละ อะไรต่อมิอะไรหลายๆ อย่างที่ผู้ทิ้งๆ ค้างๆ ไว้ ก็อย่าพึ่งไปโกรธกริ้วฉิวเคืองกัน หันกลับมาใส่ใจเอาใจให้ความสนใจกับ 2 ประโยคนี้กันก่อน จนกระทั่งเกิดเป็นฐานะดีขึ้นทุกคนแล้ว ก็คือ นั่งอยู่บนบัลลังก์ของความสำเร็จ นั่งอยู่บนบัลลังก์ของความรวย  นั่งอยู่บนบัลลังก์ของความมีชื่อเสียงแล้ว นั่งอยู่บนบัลลังก์ของความสำเร็จแล้ว ของทุกสิ่งทุกอย่างได้ดั่งใจแล้ว เราค่อยๆ มาสร้างองค์ความรู้ทางด้านอื่นๆ ต่อไป เห็นว่าเป็นอย่างไรก็ขอฝากสมาชิกทุกคนช่วยกันคิด 
วันนี้ผลงานของคนกันติชา เวชสุรียะกุล 1898  ตัวโปรยสั้นๆ แต่ก็เกี่ยวกับเรื่องที่พูดมาแล้วนี่แหละ  คนที่มีความศักดิ์สิทธิ์เป็นบัลลังก์ให้กับศักยภาพ จะไม่เป็นคนเก่งแต่ไม่เฮง เฮงแต่ไม่เก่ง แล้วก็จะไม่เป็นคนเฮงซวย  เรื่องนี้ก็ฟังดูมันก็ค่อนข้างจะขัดๆ หูอยู่หน่อย อย่าไปถือสากันสมัยนี้ ก็ต้องเปลี่ยนแปลงไปบ้างสำหรับวาจาที่สุภาพ  แต่ความจริงคำว่า เฮงซวย ไม่ใช่คำหยาบ หยาบคายอะไรหรอก เฮงภาษาจีนเขาแปลว่า โชคดี ซวยภาษาจีนก็แปลว่า โชคร้าย เราก็อยากได้ตัวแรกกันทุกคนนั่นแหละ เอาละก็ขอฟังเพลงสักครู่หนึ่ง แล้วก็มารับฟังข้อเสนอของอาจารย์ปัญจพล จิตติฉันท์  แล้วก็มาสวดมนต์สวดพรกัน  ขอขอบคุณทุกคนที่ทนฟัง
 
เอาล่ะ ก็มีความรู้สึกว่า การเชิญชวนทุกคนมาค้นหาพลังในตัวเอง 2 ขุม ก็ค่อนข้างจะเป็นภาษาหรือความรู้สึกที่หนักหนักกว่าธรรมดา เพราะมันเป็นภาษาที่แปลกใหม่ ไม่ค่อยจะมีในสารบบกับคนอื่นเขาเท่าไหร่นัก อย่างคำว่า ศักยภาพ ยังพอไหวในตัวคน เป็นภาษาสากลที่คนส่วนใหญ่ก็เข้าใจได้ไม่ยาก แต่บอกว่า ศักดิ์สิทธิ์อยู่ในตัวคน แล้วยังแถมจะมาเป็นบัลลังก์ยกฐานะของศักยภาพให้สูงขึ้นด้วย แล้วทำให้เจ้าของศักยภาพได้มีโอกาสพบความสำเร็จ นั่งเอ้เตอยู่บนบัลลังก์ของคนเก่ง อันนี้เป็นข้อหนัก หนักความคิดของคนรุ่นใหม่มาก บางคนก็อาจจะมองเป็นเรื่องตลก หรือเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ หรือเป็นเรื่องที่ขำขันไปอะไรอย่างนี้ ก็อาจจะนานาจิตตัง แล้วแต่ใครจะคิดยังไง

รวบรวมโดย คุณอรสา กู้เกินพงษ์
 

บทความที่เกี่ยวข้อง
EP. 1859   เหตุที่สุขภาพใจดี ร่างกายแข็งแรงดี แต่ทำไมมันยังทุกข์ ก็เพราะวิญญาณของคุณยังมีโลภ มีโกรธ มีหลง  มีกิเลส ตัณหา อุปาทาน วิญญาณก็เลยหนัก เพราะวิญญาณของคุณไปค้านกันกับความจริงของธรรมชาติในโลกเหนือสามัญวิสัย (อ. 27 ม.ค. 2569)
เหตุที่สุขภาพใจดี ร่างกายแข็งแรงดี แต่ทำไมมันยังทุกข์ ก็เพราะวิญญาณของคุณยังมีโลภ มีโกรธ มีหลง  มีกิเลส ตัณหา อุปาทาน วิญญาณก็เลยหนัก เพราะวิญญาณของคุณไปค้านกันกับความจริงของธรรมชาติในโลกเหนือสามัญวิสัย ออร่าที่ออกมาเป็นราศีจากตัวเรา ไม่สามารถทะลุชั้นบรรยากาศได้ ก็ไปติดอยู่แค่ในอากาศซึ่งมี Space and time คือ มีเวลาเป็นตัวบังคับร่างกาย จิตใจ และวิญญาณเรา เราก็เหมือนกับผู้ต้องโทษ ไม่สามารถจะมีอิสระ ขยับกายก็ลำบาก จะขับเคลื่อนจิตก็แสนยากเพราะวิญญาณอาฆาต  พัฒนารัศมีในตัวเองออกไปให้ไปสู่ชั้นอวกาศ ในชั้นอวกาศเราอุปมาเปรียบเทียบเป็นรังสีแห่งพรหม มีความเบาบาง ผ่อนคลาย สบาย ไม่เครียด ไม่ขึง ไม่ตึง ไม่หย่อนจนเกินไป เพราะรังสีแห่งพรหมจะเกิดความเหมาะสมกับพรหมลิขิตของทุกชีวิต
29 ม.ค. 2026
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy