แชร์

EP. 1865    เกมกลกรรม มีกลไกกรรม เกิดผล 2 อย่าง คือ ให้ผลโดยปกติ โดยกลไกทางนอก คือ พฤติกรรม  แล้วก็ให้ผลที่เป็นปาฏิหาริย์ โดยกลไกทางใน คือ วิบากกรรม (จ. 2 ก.พ. 2569)  

อัพเดทล่าสุด: 12 ก.พ. 2026
5 ผู้เข้าชม
สวัสดีทุกท่าน  วันนี้เราพบกันวันจันทร์ที่ 2 ของเดือน 2   ของเดือน 2 ก็คือ กุมภาพันธ์ แต่ถ้าเดือนไทยเป็นเดือน 3  ขึ้น 15 ค่ำ ปีมะเส็ง พุทธ คริสต์ 69 และ 26  วันนี้เป็นวันพระใหญ่ขึ้น 15 ค่ำ  สิ่งที่เราจะต้องมาสนทนาทั้งทบทวนย้อนหลัง แล้วก็ทั้งพยายามเร่งรัดให้เดินหน้า
          แต่ขณะปัจจุบันนี้ เรากำลังให้ท่านช่วยกันพิจารณาสิ่งที่นำมาเสนอใหม่ ก็หลายวันอยู่ เรขาคณิต (กุล) พิสูจน์กรรม วันนี้ก็คุยกับคุณมนตรี วัชรพงศ์  ถึงปรากฏการณ์ว่า มันเป็นจริง หรือไม่จริง  ทางนอกจะจริง หรือทางในไม่จริง  ทางในไม่จริง ทางนอกจริง อะไรอย่างนี้  ก็เลยคิดขึ้นมาว่า บทพิสูจน์กรรม ในเรขาคณิต (กุล) ที่เรานำมาออกมาใหม่มันมีอยู่ว่า เราต้องเข้าใจสิ่งที่เรียกว่า “เกมกลกรรม” 
         เกมกลกรรม  มันมีกลไกของมันอยู่  อันนี้ก็คนขี้รำคาญก็ทนรำคาญไปก่อนนะ  เกมกลกรรม แต่ถ้าเกมที่เขากำลังนิยมเล่นกันในจอคอมพิวเตอร์ หรือจอโทรศัพท์มือถือ อันนั้นเป็นเกมที่เห็นด้วยตาเปล่า  แต่เกมกลกรรมมันเกิดจากอะไร  เราก็เลยเอาสั้นๆ ก่อน เดี๋ยวจะไปขยายความเร็วเกินไป  ก็เลยบอกว่า เกมกลกรรมที่มันมีกลไกกรรม มันจะเกิดผล 2 อย่าง คือ ให้ผลโดยปกติ โดยกลไกทางนอก แล้วก็ให้ผลที่เป็นปาฏิหาริย์  
ใครจะเอาปกติก็ใช้พฤติกรรม  ถ้าใครจะเอาปาฏิหาริย์ก็ใช้วิบากรรม บางคนบอกวิบากกรรมจะสร้างปาฏิหาริย์ให้ได้ด้วยหรือ  ปาฏิหาริย์จะเกิดขึ้นจากมันลงตัว  มันลงตัวกัน มันลงตัวว่ายังไง  มันลงตัวตรงที่  “เส้นตรงที่น่าสรรเสริญ ตั้งอยู่บนฐานแห่งความพอดี  สิ่งที่เกิดเก่าคือ วิบาก สิ่งที่เกิดใหม่คือ พฤติ  สิ่งที่เกิดใหม่คือ พฤติ สิ่งที่เกิดเก่าคือ วิบาก  จงพิสูจน์ว่า พฤติกรรมและวิบากกรรมต่างกันอย่างไร” 
อันนี้นำมาพูดมาหลายวันแล้ว  ความหมายง่ายๆ บางคนบอกว่าง่ายอะไรล่ะ ยากจะตายไป   เอายากๆ สามารถเอาชนะความยากได้เท่าไหร่ ผลที่ได้ออกมาก็จะได้ประโยชน์มากเท่านั้น อย่างคนที่ใช้ชีวิตแล้วทำมาหากินแบบใฝ่รู้สู้สิ่งยาก  เวลาเกิดผลจากการทำมาหากินที่ใฝ่รู้ แล้วสู้กับสิ่งยากๆ  ก็จะเกิดผลมากกว่าคนที่ไม่เรียนรู้ แล้วจะเอาแต่ง่ายๆ หรืออีกทีก็คือ มักง่าย  อย่างนั้นก็ต้องไปทำมิจฉาชีพ  หรือไปเป็นคนชั่ว เที่ยวระรานสร้างปัญหาให้ผู้อื่นเขา อะไรอย่างนี้ มันก็คนละเรื่องนะ 
เอาเป็นว่า กลไกกรรมในการเล่นเกมจะให้ผลอยู่ 2 อย่าง อันนี้ล่วงหน้านะ ล่วงหน้าที่เราจะคุยกัน คือ กลไกปกติให้ผลปกติ ตรงไปตรงมา  กับกลไกที่เป็นปาฏิหาริย์  ปาฏิหาริย์ แปลว่า ตอบโต้ตีกลับ  เอาล่ะตรงนี้เรายังไม่ลงรายละเอียด 
หันกลับมา ตั้งอยู่บนฐานแห่งความพอดี ทำยังไงถึงจะพอดี  ก็เราไม่รู้วิบากกรรม  รู้ แต่มันรู้ไม่ชัดเจนแบบพฤติกรรม  พฤติกรรมยกตัวอย่าง เราคิดชั่ว อย่างวันนี้วันจันทร์ที่ 2 กุมภาพันธ์  ตื่นขึ้นมาเราคิดชั่ว  เราคิดร้าย คิดไม่ดีกับใคร กับสิ่งใด เราก็รู้อยู่แก่ใจใช่ไหม  เรานี่เป็นคนเลวล่ะ ไปคิดชั่ว คิดร้าย คิดทำลาย โดยเฉพาะอกตัญญูต่อพ่อแม่  ต่อผู้มีพระคุณ  ต่อครูบาอาจารย์  นี่ชั่วแล้ว คิดชั่ว  
พอคนเรามันคิดชั่วปุ๊บ มันก็ทำชั่วไปด้วยกัน แล้วมันก็พูดชั่วมาออกมาด้วยกัน บางคนบอกฉันพูดหวานจะตายไป ฉันไม่พูดชั่วหรอก ฉันพูดดี๊ดี  คุณก็เป็นคนปากหวานแต่ก้นเปรี้ยวนะสิ  ทำยังไงฉันจะปากหวานแล้วก้นหวาน  ก้นหวานนี่ฟังแล้วไม่ค่อยดีนะ  
          คนที่ต้องการจะสร้างสมดุลกรรมระหว่างวิบากกรรมเก่า เมื่อวานบอกแล้วนะว่า วิบากกรรมเก่าตั้งแต่ชั่วโมงที่แล้วก็เป็นวิบากแล้วนะ ที่เราทำอะไรไว้เมื่อชั่วโมงที่แล้ว  จะบอกว่า นาทีที่แล้ว วินาทีที่แล้ว มันก็ละเอียดเกินไป  วันที่แล้วเราทำอะไรไว้  อาทิตย์ที่แล้วเราทำอะไรไว้  เดือนที่แล้วเราทำอะไรไว้  ปีที่แล้ว ปี 68  ปีนี้มัน 69  แล้วก็ปี 25 ของฝรั่งเขา เราทำอะไรไว้  เลยๆๆๆ ไปถึงชาติที่แล้วโน่น 
เมื่อชาติที่แล้วหมดปัญญาที่ฉันจะรู้ มีปัญญาที่จะรู้ ถ้าสนใจจริงๆ มันจะเกิดมีจิตชนิดหนึ่งย้อนระลึก  อย่างสมัยก่อนมิสเตอร์เอียน สตีเวนสัน ชาวอังกฤษ ติดตามการระลึกชาติในเอเชียอาคเนย์โดยเฉพาะประเทศไทยเรา เขาบอกว่าเยอะมากคนที่ระลึกชาติได้  อันนี้กว้างไป   กลับเข้ามาที่เดิม เราสามารถพอจะรู้อดีตชาติของเราได้โดยการ เอาสิ่งชี้วัดในปัจจุบันนี่แหล่ะ แล้วก็ใส่ใจสนใจในเรื่องราวที่จะมาทำให้เราเข้าใจในวิบากกรรม คือ ผลกรรมที่เราได้ทำไว้ มันมีหลายกรณี มีหลายวิธี อันนี้ก็งดไว้ก่อน
           คนที่ต้องการชีวิตที่พอดีๆ ต้องรู้จักว่า วิบากกรรมของเรามีมาแต่ปางก่อน รวมทั้งชาตินี้ด้วย แบบไหน  อย่างยกตัวอย่าง ตัวอย่างง่ายๆ เด็กวัยรุ่น หรือเด็กเริ่มต้นใช้ชีวิต ไม่สนใจการเรียนหนังสือ ไม่ยอมตั้งอกตั้งใจเรียนหนังสือ เป็นเด็กเกเร ว่าอย่างนั้นเถอะ พอเป็นผู้ใหญ่ขึ้นมาแน่นอนที่สุด เขาก็ต้องไปต้องใช้ชีวิตของเขาตามสภาพของคนที่ไม่มีการศึกษา แต่สมัยนี้ ค่อยยังชั่ว โอกาสของสังคมคนที่ไม่มีการศึกษาแล้วปรากฏว่า มาขยันหมั่นเพียรทำมาหากิน ใช้ชีวิตอย่างอดทน อดออม อดกลั้น ก็รวยได้ มีฐานะได้เหมือนกัน  อันนี้เปรียบเทียบให้เห็นสัดส่วนที่ว่า แน่นอนที่สุด คนที่ผ่านการศึกษามาสูงย่อมมีโอกาสกว่า แต่ว่าไม่เสมอไปนะ ก็มีกรณียกเว้น 
          ตอนนี้มาดูอีกทีหนึ่ง  วิบากกรรมที่เราทำมา มันเป็นแรงส่งในลักษณะเป็นบุญช่วย กุศลส่ง  ที่บอกคนนี้เขาโชคดีจริงๆ มีบุญมาช่วย กุลศลมาส่ง  แล้วถ้าตรงกันข้ามกับบุญไม่ช่วยล่ะ บุญฉุด บาปไล่ล่า  บาปคือ อกุศล บาปไล่ล่า  ตอนนี้จะทำยังไง  ก็มันผ่านมาแล้ว ทำอะไรไม่ได้  ก็ต้องทำพฤติกรรมคือ กาย วาจา ใจ ของเรา เพื่อต่อสู้กับวิบากกรรมคือ ผลกรรมที่เราได้ทำไว้  แล้วผลกรรมที่เราได้ทำไว้ ไม่ใช่ว่าเกิดมาแล้วทั้งชาติจะต้องเจอแต่วิบากกรรมดำคือ บาปเก่าไล่ล่าเราตลอดชาติ  มันไม่ใช่  เขาจะมาเป็นห้วงๆ มาเป็นช่วงๆ  
บางคนมีช่วงโอกาสดีที่วิบากกรรมขาวคือ บุญช่วย กุศลกำลังส่งมา แต่ความประพฤติของตัวเองไม่ดี เป็นคนขาดสติ เป็นคนไม่มีจรรยาธรรม  มีคุณธรรม  มีความตั้งตนไว้ชอบ  ส่วนมากก็กลายเป็นพวกประเภทตั้งตนไว้ชั่ว โอกาสที่วิบากกรรมขาวมาแล้ว ก็มาเก้อ  มาเก้อ  
ตรงกันข้าม พอตัวเองคิดชั่ว ทำชั่ว พูดชั่วตลอดเวลา  พอวิบากกรรมดำมาซัดตูมเดียว ตอนนี้สึนามิลงเลย หนักหนาสาหัสเลย  บางคนบอกแล้วทำไมเขาไม่ตายสักทีล่ะ  เดี๋ยวเจออีก 2-3 ลูกก็คงตายเองนั่นแหล่ะ
          เพราะฉะนั้น พุทธศาสนาจึงเตือนอยู่ตลอดเวลาว่า “กลฺยาณการี กลฺยาณํ ปาปการี จ ปาปกํ” (กันยานะการี กันยานัง ปาปะการี จะ ปาปะกัง) ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว  แต่คนสมัยนี้โดยเฉพาะเด็กวัยรุ่นที่ทะลึ่งตึงตังก็เอาไปพูดในทางลบ ทำดีได้ดีมีที่ไหน ทำชั่วได้ดีมีถมไป  อันนี้มันทุภาษิต มันไม่ใช่สุภาษิต  สุแปลว่า ดี ทุแปลว่า ไม่ดี  
เพราะฉะนั้นพูดกันง่ายๆ ขอฝากข้อคิด เรขาคณิต (กุล) พิสูจน์กรรม ว่าเห็นว่าอย่างไร ก็มีบางคนบ่นบอกว่า  มันเข้าใจยาก  มันจะไปยากอะไร  วิบาก กับ พฤติ  วิบากก็คือ กรรมที่เราได้ทำไว้แล้ว  วิบากกรรม  อันนึงคือ พฤติ สิ่งที่เรากำลังกระทำอยู่  แล้วอันไหนที่เรายังทำได้  ก็พฤติกรรม  เรารู้ว่า เรามีบาปหนัก เกิดมาในตระกูล ในครอบครัว ในถิ่นฐาน ในจังหวะ ในโอกาส ที่ไม่เอื้ออำนวยให้กับเรา จะไปนั่งตีอกชกหัว ร้องห่มร้องไห้ บางคนไปถึงขนาดโพนทะนาด่าพ่อ ด่าแม่ ด่าครอบครัวว่า  ก่อนฉันเกิดมาทำไมไม่รู้จักทำมาหากินให้ร่ำรวย  แล้วฉันจะได้เกิดมาเป็นลูกคนรวย  นี่เขาเรียกว่า อันธพาล พวกอันธพาล  
พ่อแม่ให้เกิดมา แล้วเลี้ยงโตมา ก็บุญนักบุญหนาแล้ว  ตอนนี้เป็นหน้าที่ของตัวเองที่ตัวเองจะทำแล้ว จะสานต่อแล้ว จะทำต่อแล้ว  ทำปัจจุบันให้ดีที่สุด  คิดในปัจจุบันให้ดีที่สุด  พูดในปัจจุบันให้ดีที่สุด พฤติกรรมก็จะไปจัดการทำให้วิบากกรรมมันเกิดการเชื่อมต่อเข้ามา  มันยังไม่เชื่อมกัน เพราะพฤติกรรมของเรายังต่ำอยู่  วิบากกรรมมาสูง มันยังไม่เชื่อมกัน ก็พยายามทำต่อไป ทำต่อไป ทำต่อไป มันก็ไปเชื่อมกันเอง 
          มีคนไปบ่นน้อยใจกับพระพุทธเจ้า ว่าเขาทำความดีมาแทบล้มประดาตาย   ทำไมไม่เห็นได้ดีสักที ที่พระพุทธเจ้าสอนคงโกหกหรอก ไม่ใช่เรื่องจริง  พระพุทธเจ้าก็บอกว่า  ให้ไปเอาเกลือมาถุงนึง  แล้วก็เอาน้ำมาแก้วนึง  เอามาถ้วยนึง  แล้วก็บอกตาคนนั้นบอกให้เอาเกลือเทลงไปในน้ำ แล้วคนๆ คนๆ  แล้วให้ตาคนนั้นดื่ม  คนข้างๆ ดื่ม  ทุกคนก็ร้องว่า โอ้ย เค็มทนไม่ไหว มันเค็มอะไรอย่างนี้  ก็เกลือถุงนึงกับน้ำถ้วยนึง ก็เค็มปิ๊ดปี๋เลยสิ  
แล้วท่านก็บอกว่า ให้เอาเกลือถุงหนึ่ง อีกถุงหนึ่งไปเทลงในแม่น้ำ  แล้วบอกว่าไปเอาน้ำในแม่น้ำมาชิมซิว่า มันเค็มไหม  มันก็ไม่เค็ม  แล้วถามว่าความเค็มมันอยู่ไหม  มันก็อยู่ในแม่น้ำนั่นแหล่ะ ก็ท่านก็เปรียบน้ำในหนึ่งถ้วย เหมือนคนทำความดีแค่หนึ่งถ้วย แล้วก็มาตีโพยตีพาย โวยวายว่า ฉันทำดีขนาดนี้  ฉันขยันขนาดนี้  ฉันพยายามขนาดนี้แล้ว  ทำไมจึงไม่ได้ดี  โถ พยายามขยันแค่น้ำหนึ่งถ้วย แล้วก็มาเรียกร้อง แต่บาปที่ตัวเองทำมา เกลือหนึ่งถุง  พระพุทธเจ้าก็บอกอุปมาว่า  ความดีที่ต้องทำให้มันมากเหมือนกับแม่น้ำแม่ท่ายิ่งดี  ยิ่งมากก็ยิ่งดี บาปที่มันมาเหมือนเกลือถุงหนึ่ง มันก็จะได้ละลายหายไป  ไม่มาทำให้เราต้องเค็มจนกระทั่งทนไม่ไหว  อันนี้ก็เปรียบทั้งเก่าทั้งใหม่
          แล้วเรายังจะบอกคุณมนตรีว่า เราจะมามีโอกาสมาจับเข่าคุยกัน  เรื่องของสารเคมีในร่างกายของเราที่มันรับรู้พฤติกรรม การกระทำของเรา  อย่างเมื่อหลายเดือนก่อน เราบอกว่า D-O-S-E  โดสยานั่นแหล่ะ  มันมีปฏิกิริยาอย่างไรกับความคิด การกระทำ คำพูด D ก็คือ โดพามีน (Dopamine)  O คือ ออกซิโทซิน (Oxytocin)   S คือ เซโรโทนิน (Serotonin)   E  คือ เอ็นดอร์ฟิน (Endorphin)  
สารเหล่านี้มันมีปฏิกิริยาอยู่ในร่างกายของเราจากการคิด คิดแล้วออกมา พูดก็ใช้พลังออกมา  ทำก็ใช้พลังออกมา  อันนี้ยากไปนะ แต่เปรียบเทียบได้ทั้งเก่า ทั้งใหม่ ทั้งวิชาการวิชากรรม  รับฟังไปเรื่อยๆ  รำคาญก็ปิดเครื่องซะ  เวลาอาจารย์ชยุต พลัง ส่งไปให้ที่บ้าน อาจารย์ชยุต พันธุ์แสงดาว ส่งไปที่บ้าน เราก็อย่าไปเปิดฟัง หรือตัดไลน์ของอาจารย์ชยุต พันธุ์แสงดาว ไปเลย ไม่ต้องฟัง พอทุ่มนึงก็ไม่ต้องมาเปิดรายการพบกันทางเงาฟัง ก็ไม่ต้องมารำคาญกับตาแก่ที่ชื่อ ธวัช คณิตกุล เอาล่ะ วันนี้เราคุยกันแบบสบายๆ อย่าลืมนะ เราฝาก เรขาคณิต (กุล) พิสูจน์กรรม แด่ทุกๆ คนด้วย
          วันนี้คุณกนกวรรณเตือนว่า เป็นวันพระใหญ่ เราคงจะต้องนำเอารายชื่อที่ขอพรมาบอกกล่าวเล่าแจ้งแด่สิ่งศักดิ์สิทธิ์ โดยเฉพาะองค์พรหม มหาพรหม  เราได้รับการนัดหมายจากป้าต๋อย หรือคุณวนิดา ว่าเราจะไปโรงหล่อ โรงหล่อพระพรหมด้วยกัน เพราะทางโรงหล่อบอกว่า พระพรหมหล่อเรียบร้อยแล้ว เราก็จะไปดูว่า ท่านหล่อจริงหรือเปล่า   ถ้าไม่หล่อเราก็บอกเราไม่เชิญมาแล้ว  เป็นพระพรหมต้องหล่อ  แต่ถ้าเป็นพระยมน่ะ ไม่หล่อไม่เป็นไร  พระยมดุ   พระพรหมใจดีต้องหล่อ   เป็นอย่างไรเราก็จะรีบอัญเชิญพระพรหม มาบอกกล่าวแก่คนทั้งหลายว่า เราขอให้ถึงพรหมลิขิตเร็วๆเถอะ เราจะได้ห่างไกลจากอำนาจของพระยม  พระยมเป็นฝ่ายบาป  พระพรหมเป็นฝ่ายบุญ  
แล้วเราก็จะทำแผ่นป้ายทองเหลือง ตั้งอยู่ข้างๆ ศาลพระพรหม จารชื่อของมหาพรหม 20 ชั้น  แล้วก็อธิบายความเป็นมาในพระไตรปิฎกว่า ทำไมในพระอภิธรรมถึงต้องยืนยันว่า อันนี้เป็นพจนานุกรมพุทธศาสน์ ฉบับประมวลศัพท์ สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ ป.อ.ปยุตฺโต ท่านก็บอกว่าพรหม 16 ชั้นแรก เป็นพรหมโลกที่อยู่ของมหาพรหม เป็นรูปพรหม เป็นรูปโลก  พูดมาหลายครั้งแล้ว  มีตั้งแต่ชั้นที่ 1 ถึงชั้นที่ 16  
ชั้นที่ 1 มหาพรหมปาริสัชชา  ชั้นที่16 อกนิฏฐามหาพรหม  แล้วยังมีอรูปพรหมอีก 4 ชั้น อรูปโลก มหาพรหมที่เกิดจาก อากาสานัญจายตนะ คืออะไร  เป็นยังไง  ข้อความเหล่านี้เราจะใส่ไว้ในคิวอาร์โค้ดที่ศาลสหศรัทธศาล ศาลาสานปัญญา  ส่วนองค์พรหมนี่เข้าใจว่า คงตั้งบูชาอยู่ค่อนข้างริมถนนสักหน่อย  เพื่อให้ผู้ผ่านไปมาได้ยกมือไหว้ หรือระลึกถึง ก็ยังดี 
          มหาพรหมที่เป็นอรูปพรหม อรูปโลกมี 4 ชั้น ไม่ต้องอ่านนะ เพราะว่าพูดไปหลายครั้งแล้ว  ที่เรารับปากคุณวนิดา หรือป้าต๋อยว่า จะตั้งให้ท่านเป็นเจ้าภาพตั้งพระพรหม เพราะเราต้องการจะให้คนทั้งหลายได้รู้ว่า พระพรหมมี 20 ชั้นนะ แต่พระพรหมองค์ที่เรามาตั้ง จะมีบารมีของมหาพรหมสถิตอยู่ในนั้น 20 พระองค์ องค์เดียวนี่แหล่ะ แต่ว่าท่านจะสถิตพลังศักดิ์สิทธิ์อยู่ 20 มหาพรหม อันนี้คร่าวๆ ก่อน เดี๋ยวเราจะต้องคุยกันในวันหลัง
          วันนี้ข้อความข้อมูลของคุณอรสา กู้เกินพงษ์  1864  เรขาคณิต (กุล) พิสูจน์ลิขิตพรหม  เรื่องของกรรมเป็นสิ่งกระทำเพื่อพรหมลิขิต  พรหมลิขิต บุพเพสันนิวาส บุพกรรม กงเกวียนกำเกวียนกรรมเก่าเกี่ยวกัน มันเนื่องกันหมด มันเนื่องก็คือ โยงกันหมดนั่นแหล่ะ แต่เป้าหมายใหญ่คือ พรหมลิขิต นะ ยังไงๆ อยู่ในพรหมลิขิตเถอะ อย่าไปอยู่ในเงื้อมพระหัตถ์ของพญายมเลย มันเสียว หวาดเสียว  เผลอแพล็บเดียวขึ้นเมรุซะแล้ว เผลอแพล็บเดียวขึ้นเมรุซะแล้ว เพราะว่าไปอยู่ในเงื้อมพระหัตถ์ของพญายม ก็อันตรายอยู่นะ  เพราะฉะนั้นเรามาถวายเนื้อ ถวายตัว ถวายวิญญาณ ให้แด่มหาพรหมกันเถอะ พอเราตั้งท่านมหาพรหมในบารมีของพุทธชยันตีอานันทชัยแล้ว เราก็มาเรียนรู้ในพรหมลิขิตให้เคร่งครัดมากขึ้น  เดี๋ยวเรามาขอพรในช่วงหลังจากฟังเพลงของดีเจคนสวยเปิดให้ฟังแล้ว  แล้วก็ช่วยกันโมทนาสาธุให้แด่ทุกๆ ท่าน  ขอบคุณทุกคนที่ทนฟัง
          
กลไกกรรม เกมกลกรรม ต้องมีกลไก  กลไกกรรมเปรียบกันง่ายๆ ว่า เช่น เครื่องยนต์กลไก  เครื่องยนต์เครื่องหนึ่ง คอมพิวเตอร์นี่เห็นชัด  เขาวางโปรแกรมของเครื่องไว้ข้างในว่า เครื่องคอมเครื่องนี้มีกี่ความสลับซับซ้อนกี่มากน้อย หรือเครื่องยนต์เครื่องนี้มีกลไกอย่างนี้ อย่างนี้ อย่างนี้  เกมกลกรรมก็บอกว่า เครื่องอันนี้ถ้ารู้จักใช้กลไก เครื่องยนต์มันก็ทำงานตามปติของมัน 
ก็เหมือนกับคน มีเกมกลกรรม แล้วเรารู้กลไกของเกมนั้น แล้วก็ทำตามกลไกนั้น   เกมกลกรรมก็ออกมาในรูปของการให้คุณ ให้สิ่งที่เป็นประโยชน์ เราไม่รู้จักเกมกลกรรมว่า มันมีกลไกสลับซับซ้อน ซ่อนเร้น ปิดบัง อำพรางไว้มากแค่ไหน น้อยแค่ไหน  เราก็ทำของเราไปตามอำเภอใจ  ต้องการจะทำอะไร  คิดอะไร พูดอะไร เราก็ตะลุย ตะลุย ตะลุยของเราไป มันผิด  มันไม่เป็นไปตามกลไก ผลที่สุดเครื่องยนต์ก็ไม่ทำงาน หรือทำงานผิดปกติ ชีวิตเราก็ผิดปกติ  
เกมกลกรรม มันมีกลไกของมันอยู่  เพราะฉะนั้นมันมีเกมกลกรรมว่า นาย ก. แกเกิดมามีพรหมลิขิตสูงนะ  แต่เจ้ากรรมนายเวรก็ฉุดนาย ก. ให้ไปอยู่ในสิ่งแวดล้อม บุคคล สิ่งที่ไม่ดี  นาย ก. ก็พลอยอยู่กับสิ่งแวดล้อมที่เลวร้าย อยู่กับคนที่ชั่วช้าเลวทราม ถูลู่ถูกังไป พอบั้นปลายชีวิตหรือท่ามกลางชีวิตนาย ก. มีทุกข์หนักๆ หนักๆ ก็ตีโพยตีพาย  ทำไมมันลำบากอย่างนี้  มันทุกข์อย่างนี้  ทำไมมันเจ็บป่วยไข้ขนาดนี้  เพราะว่าตัวเองไม่รู้  
          พระพุทธเจ้าจึงสั่งแล้วสั่งอีกว่า  ยังไงๆ ต้องให้ตั้งตนไว้ชอบ  จะยากดีมีจน  จะมีฐานะ ไม่มีฐานะ ให้ตั้งตนไว้ชอบ อย่าตั้งตนไว้ชั่ว  อันนี้ก็ง่ายๆ นะ ก็วันนี้ก็บอกคุณมนตรีว่า  เกมกลกรรมมันมีกลไกกรรมของมัน ที่จะออกมาเป็นปกติในภาคธรรมดา แล้วออกมาแสดงปาฏิหาริย์ได้ ถ้าอยากมีปาฏิหาริย์ก็ให้เข้าใจ  เดี๋ยวจะเผลอใช้เวลา 
วันนี้ยังไงๆ ขอเวลามากสักนิดหนึ่งนะ เพื่อจะถวายรายชื่อให้แก่สิ่งศักดิ์สิทธิ์ ใครรับฟังไปด้วย  หรือทนฟังไป พอขอพรจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์  เช่นว่า ขอพรให้นาย ก. ผู้ฟังก็ได้พรจากนาย ก. ไปด้วย  ขอพรให้นาย ข.  ผู้ทนฟังก็ได้พรจากนาย ข. ไปด้วย  หลายคนบอกว่ามันไม่อย่างนั้นสิ มันทนรำคาญไม่ไหวสิ นั่งอ่านรายชื่อคนเป็นสิบๆ เป็นร้อยๆ คน  ฉันรำคาญ   รำคาญคุณก็กลับไปนอน  ถ้าอยู่ที่บ้านก็เข้าห้องนอนไป  แต่ว่าคนอ่านนี่จำเป็นต้องอ่านเพราะว่ารับอาสามานะ  ก็ขออย่าถือสากัน 
           เรามาขอพรจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เดี๋ยวค่อยมาบูชาพระพุทธเจ้า แล้วก็ค่อยมาสวดมนต์กัน จากสิ่งศักดิ์สิทธิ์โดยภายใต้บารมีแห่งพระรัตนตรัย อันมีพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ คุณบิดามารดา   พระเจ้า 5 พระองค์นะ  องค์ที่ 4 คือ คุณบิดามารดา  องค์ที่ 5 คือ คุณครูบาอาจารย์  เขาเรียกพระเจ้า  5 พระองค์  
ก็จบลงตรงที่ว่า อย่าลืม 1864 ของคุณอรสา  กู้เกินพงษ์  “เรขาคณิต (กุล) พิสูจน์ลิขิตพรหม เรื่องของกรรมเป็นสิ่งที่กระทำเพื่อพรหมลิขิต  พรหมลิขิต บุพเพสันนิวาส บุพกรรม กงเกวียนกำเกวียนกรรมเก่าเกี่ยวกัน  มันเนื่องกันหมด  แต่เบ้าหลอมใหญ่คือ พรหมลิขิต”  ก็ขอขอบคุณทุกคนที่ร่วมรับฟังคำอวยพรทั้งหลาย ขอให้เกิดเป็นพรที่ดีแด่ผู้ฟังทุกท่านด้วย  

รวบรวมโดย คุณพรทิพย์ พุตติ 
 

บทความที่เกี่ยวข้อง
EP. 1854    ศักยภาพกับศักดิ์สิทธิ์ เป็นเรื่องเกี่ยวเนื่องกัน หรือหนุนเนื่องกันอย่างแน่นอน โดยที่เราจะต้องสร้างสมดุลระหว่างศักยภาพกับศักดิ์สิทธิ์ขึ้นมาให้มันพอดีกัน  (อ. 20 ม.ค. 2569)
ศักยภาพกับศักดิ์สิทธิ์ เป็นเรื่องเกี่ยวเนื่องกัน หรือหนุนเนื่องกันอย่างแน่นอน โดยที่เราจะต้องสร้างสมดุลระหว่างศักยภาพกับศักดิ์สิทธิ์ขึ้นมาให้มันพอดีกัน   ที่ตัวเรามีศักยภาพที่เก่งอยู่แล้ว แต่ยังขาดความเฮงหรือศักดิ์สิทธิ์ เพราะเรายังขาดคุณความดีมากพอ เราจึงต้องสร้างพลังศักดิ์สิทธิ์ขึ้นมาเป็นอำนาจในการถ่วงดุลกันเพื่อให้เกิดความเฮง  ไม่ว่าคุณจะเก่งขนาดไหนถ้าหากไม่มีคุณธรรม จิตไม่มีความเมตตา ขาดความสงสาร ขาดความเห็นใจผู้อื่น ความเฮงก็จะไม่เกิดขึ้น ความเก่งที่รอความเฮงต้องการตัวกลางของความเก่งคือ ความมีจิตที่เมตตา
25 ม.ค. 2026
EP. 1837   เริ่มความมงคลปีใหม่ด้วย “มงคล 38”
ข้อแรก อะเสวนา จะ พาลานัง เว้นคนพาลไม่คบหา ปิดท้ายด้วย ตันเตสัง มังคะละมุตตะมันติ นั่นคือ อุดมมงคล ของเทวะมนุษยชนเหล่านั้นแล เป็นการยืนยันว่าในตัวเรามีเทพ ที่ต้องการให้ทำมงคล 38 ข้อ
6 ม.ค. 2026
EP. 1846  งานไหว้ครู และครอบครูให้เป็นความหมายของตัวเลข 20  เพราะพระพรหมมีรูปพรหม 16 ชั้น และอรูปพรหม 4 ชั้น
งานไหว้ครู และครอบครูให้เป็นความหมายของตัวเลข 20  เพราะพระพรหมมีรูปพรหม 16 ชั้น และอรูปพรหม 4 ชั้น
16 ม.ค. 2026
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
เปรียบเทียบสินค้า
0/4
ลบทั้งหมด
เปรียบเทียบ
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy