แชร์

EP. 1897   ถ้าต้องการจะเป็นคนเก่งและเฮง ต้องพัฒนาความเก่งให้ถูกทาง เก่งแล้วต้องทำจิตให้เฮง คือ มีเมตตา จะได้หนีคำว่า คนเฮงซวย

อัพเดทล่าสุด: 23 มี.ค. 2026
41 ผู้เข้าชม
สวัสดีทุกๆ คน มาคุยกันเรื่องที่ไม่มีตัวตน จับต้องก็ไม่ได้ และมีอำนาจ มีอิทธิพล จะทำให้คนมีความทุกข์ก็ได้ มีความสุขก็มาก  เรื่องนั้นก็คือ เรื่องทางใน พูดอย่างภาษาชาวบ้าน ถ้าพูดในเชิงวิชาการ ก็บอกว่า เราจะมาคุยกันเรื่องเหนือสามัญวิสัย  แล้วก็ถ้าเป็นกลางๆ เราจะมาคุยกันเรื่องสิ่งศักดิ์สิทธิ์  อิทธิฤทธิ์  ปาฏิหาริย์  เทพเทวดา เรื่องลึกลับซับซ้อนทั้งหลาย กันอีกหนึ่งวันแล้ว  แล้ววันนี้คือ วันที่ 19  เดือนมีนาคม ตรงกับวันพฤหัสบดี พุทธศักราช คริสต์ศักราช 69 และ 26  วันนี้เป็นวันขึ้น 1 ค่ำแล้ว เดือน 5 ปีมะเมีย  
คำเตือนของพระพุทธศาสนา เกี่ยวกับเวลาแต่ละวัน อย่าให้มันผ่านไปเปล่า เราก็เอาวันนี้ที่เหลือเวลาอีกเล็กน้อยมาคุยกันเรื่องสิ่งที่ไม่จับต้องไม่ได้ แต่มีอำนาจ และมีอิทธิพล ทำให้คนทุกข์แสนสาหัส  สุขจนกระทั่งชวนกันไปบางแสน  อย่างนี้ก็เป็นเรื่องที่ต้องพิจารณา  
เมื่อวานคำถามของอาจารย์วรพรรณ เนียมน้ำเพชร ที่สนใจมาก ก็ยังค้างคาอยู่ คือ เรื่องที่ว่า จริงหรือเปล่า ถ้าเราขยัน  ใส่ใจ  สนใจ  ตั้งใจ  แล้วก็ไม่เปลี่ยนใจ  หาความรู้ หาความรู้เกี่ยวกับเรื่องชีวิตของเรา ทำไมจึงต้องมีเรื่องศักดิ์สิทธิ์ ก็ถ้าเราต้องการเรื่องศักดิ์สิทธิ์เราก็ไปขอพรจากเทพเทวดาและสิ่งศักดิ์สิทธิ์  แล้วเราจะมาหาความรู้เกี่ยวกับเรื่องศักดิ์สิทธิ์ทำไมกัน  เราก็ไปขอพรจากผู้ที่เขาศักดิ์สิทธิ์  
เช่น  เจ้าชื่อนั้น  เทพองค์นี้  สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่นั่น  มีข่าวลือที่โน่นว่า  มีของศักดิ์สิทธิ์   ต้องมายุ่งยากทำไม  อันนั้นมันเป็นแค่ส่วนหนึ่งของความเชื่อ แล้วก็ส่วนหนึ่งของการที่จะเอาความศักดิ์สิทธิ์จากคนอื่น  ความศักดิ์สิทธิ์จากของอย่างอื่น  ความศักดิ์สิทธิ์จากพิธีกรรมที่คนเขาทำกันแบบง่ายๆ แล้วก็เอามาตั้งอกตั้งใจว่า ของเหล่านั้น คนเหล่านั้น สถานที่ศักดิ์สิทธิ์เหล่านั้น ถ้าเกิดสงสารเรา ก็จะมาช่วยเรา แต่เราต้องยกย่องเขา  ต้องเอาใจเขา  แล้วเขาเกิดสงสารเรา  เขาก็จะมาเอาความศักดิ์สิทธิ์มาช่วยเหลือเรา  อันนั้นมันเป็นเรื่องของศรัทธาที่เป็นไปแบบธรรมดาทั่วๆ ไป  
จะมีสักกี่คน ก็คงน้อยนะ ที่จะหันมาใช้คำว่า  ศักดิ์สิทธิ์ก็ต้องพึ่งตัวเอง  ศักดิ์สิทธิ์ต้องเกิดจากตัวเราเอง  ถ้าหากว่าเราไม่เชื่อว่าตัวเราศักดิ์สิทธิ์ แล้วก็พึ่งตัวเราเรื่องศักดิ์สิทธิ์ โดยก่อนจะพึ่งตัวเรา ต้องหาความรู้ ความเข้าใจ แล้วสร้างความศักดิ์สิทธิ์ให้เกิดขึ้นมาในตัวเอง
คนที่มีพลังศักดิ์สิทธิ์อยู่ในตัวมากๆ แต่ไม่รู้ตัว โดยเฉพาะคนที่เก่งกล้าสามารถ เขาเรียกภาษาวิชาการว่า คนมีศักยภาพ คนเหล่านี้แหละคือ คนที่จะมีความศักดิ์สิทธิ์แฝงอยู่ในตัว ทีนี้ถ้าเจ้าตัวที่เป็นคนเก่ง จะทำอะไรเก่งก็แล้วแต่ จะสามารถอะไรก็แล้วแต่ มันเก่งกว่าคนธรรมดาว่าอย่างนั้นเถอะ ถ้าไม่เชื่อแล้วไม่รู้ตัว พลังศักดิ์สิทธิ์  ความสามารถอันนั้นที่เราเรียกว่า ศักยภาพ มันก็ค้างคาอยู่ในตัวเรา   ศักยภาพที่ค้างคาอยู่ในตัวเรา แล้วรอ รอให้เราเข้าใจตัวเองว่า  เช่นอย่างนาย ก. เป็นคนมีความเก่งกล้าสามารถ เอาซะอย่างหนึ่งอย่างใดดี  เช่น  เป็นช่างฝีมือเก่งกล้าสามารถ หรือเป็นนักกีฬาที่เก่งมาก  นักร้อง นักแสดงอะไรอย่างนี้  อะไรก็แล้วแต่ที่เก่งมากอย่างใดอย่างหนึ่ง  แต่ไม่ได้สนใจเลยว่า  ทำไมเราเก่งขนาดนี้ เราทำอะไรที่พิเศษกว่าคนอื่นได้ขนาดนี้ แล้วทำไมเราจึงต้องทุกข์ขนาดนี้  อันนี้เราเรียกคนอย่างนี้ว่า เขาไม่รู้จักศักยภาพที่เป็นฐานของความศักดิ์สิทธิ์  แล้วเขาไม่คิดที่จะสร้างความศักดิ์สิทธิ์ให้ขึ้นมาค้ำจุน หรือมาเป็นบัลลังก์ให้กับศักยภาพ 
คนเก่งชนิดนี้จะเป็นคนเก่งที่ไม่เฮง  คนเก่งที่มีความทุกข์  มีความลำบาก มีความเดือดร้อน มีปัญหาชีวิต  เรื่องนั้นผ่านไปยังครุกรุ่นความทุกข์อยู่ เรื่องนี้เข้ามาอีกแล้ว  เรื่องโน้นยังไม่จบ เรื่องนี้เกิดขึ้นมาอีกแล้ว  โบราณเขาบอกว่า “ความวัวยังไม่ทันหาย ความควายก็เข้ามาแทรก”  ก็ได้แต่สงสัยตัวเอง ทำไมมันเป็นอย่างนี้  แล้วก็ส่วนมากก็จะไปเปรียบเทียบกับคนที่เขามีศักยภาพที่พร้อมใช้ โดยไม่ต้องเอามาสร้างสมดุลกับศักดิ์สิทธิ์ มาสร้างความถ่วงดุลกับศักดิ์สิทธิ์ 
คนบางคนเกิดมามันมีพร้อม ทั้งเก่ง ทั้งเฮงอยู่ในตัว แต่จะน้อยคนนะ มีน้อยคน ส่วนมากแล้วคนเก่งแล้วก็จะไม่เฮง แต่อีกประเภทหนึ่ง คนเฮง เกิดมาน่าอิจฉามาก แต่พอเอาเข้าจริงๆ มันไม่เก่งเลย แต่มันเฮง  คนเก่งแต่ไม่เฮง  แต่บางคนคนเฮงแต่ไม่เก่ง คนประเภทนี้มีน้อย 
ทีนี้คนที่เก่งแล้วต้องการเฮง แต่ไม่เฮงซะที ตรงกันข้ามด้วย คำตรงกันข้ามกับเฮง ก็แปลกันไม่ยากนะ ซ.โซ่ ว.แหวน ย.ยักษ์ คนอย่างนี้ที่เราห่วง  เก่งซะเปล่าแต่ทำไมไม่เฮง เพราะฉะนั้นเราจึงมีคำเป็นคาถาสั้นๆ ว่า ศักยภาพเป็นฐานของความศักดิ์สิทธิ์  คนประเภทเป็นฐานของความศักดิ์สิทธิ์ต้องใส่ใจหน่อย สนใจหน่อย ศักยภาพเป็นฐานของความศักดิ์สิทธิ์ ความศักดิ์สิทธิ์จะมาเป็นบัลลังก์ให้กับศักยภาพ 
ทีนี้คนที่สนใจศักยภาพว่า จะต้องสร้างศักยภาพให้ถึงขีดสุดที่ตัวเองมี แล้วก็จะต้องสร้างศักดิ์สิทธิ์ให้ขีดสุดของที่ตัวเองมี  คนอย่างนี้ก็จะต้องพยายามขยัน ขยันทำหน้าที่ เก่งอย่างใดก็ทำอย่างนั้น  แล้วก็ต้องพยายามขยันทำจิต ทำจิตให้สูง  ถ้าตัวเองเก่งแล้วไปทำจิตต่ำ  จิตทราม  จิตไม่ดี อันนี้ก็อย่างนั้นอีกล่ะ กลายเป็นหมดท่า หมดสภาพอีกล่ะ  
เพราะฉะนั้นคนที่อยู่ในประเภทศักยภาพเป็นฐานของความศักดิ์สิทธิ์  ความศักดิ์สิทธิ์จะมาเป็นบัลลังก์ให้กับศักยภาพ  คนอย่างนี้น่าสงสารแล้วน่าเสียดาย  แล้วก็ได้แต่ไปมองคน 2 ประเภท คือ ที่เขาเก่งแล้วเขาไม่ต้องสร้างความเฮงอะไรมาก  เขาก็ใช้ความเก่งของเขาทางวัตถุธรรมไปเรื่อยๆ  แล้วคนอีกประเทศหนึ่ง เฮง โชคดีมาก แต่ไม่เป็นเรื่องเลย ทำอะไรไม่เป็นเรื่องเป็นราว คนประเภทนี้  2 ประเภทนี้อย่าไปเทียบ 
แต่คนประเภทที่ต้องสร้างศักยภาพให้เป็นฐานของความศักดิ์สิทธิ์ แล้วต้องทำจิตของตัวเองให้ศักดิ์สิทธิ์  จิตที่ศักดิ์สิทธิ์ คือ จิตที่มีเมตตา จิตที่มีความเห็นใจผู้อื่น  จิตที่มีความเอื้อเฟื้อ เผื่อแผ่ อุดหนุน จุนเจือแก่คนที่เราควรจะเอื้อเฟื้อ ควรจะเมตตาสงสาร ซึ่งพูดอย่างนี้คนบอกว่า หมดสมัยแล้ว  ก็จะสมัยไหนก็แล้วแต่ คนก็ยังเป็นคนนั่นแหละ คนก็เป็นคนนั่นแหละ 
เพราะฉะนั้นเราเจอคนประเภทศักยภาพจะต้องมาเป็นฐานให้ความศักดิ์สิทธิ์ แล้วต้องยกฐานะความศักดิ์สิทธิ์ของตัวเอง ก็คือ ยกจิตให้สูง  อย่าทำตัวเป็นคนจิตต่ำ  จิตสกปรก  จิตทราม  จิตไม่ดี จิตมีแต่คิดร้าย มีแต่มุ่งร้าย ทำร้ายผู้อื่นอยู่ตลอดเวลา   อันนี้เป็นตัวอย่างว่า น่าเสียใจ แล้วคนอย่างนี้จะมีเยอะมาก  แล้วพอตัวเองทำไป ทำไป ก็ไม่ได้ดั่งใจ ก็ยิ่งแค้น แค้นชีวิต เก่งขนาดนี้ทำไมฉันไม่เฮง อันนี้ก็ขอเป็นการออกแขกไว้เท่านี้ก่อน เดี๋ยวเรื่องราวที่เราจะอธิบายมันจะต้องใช้เวลา  
3 ประเภทนะ  เก่งแต่ไม่เฮง  เป็นประเภทหนึ่ง  เฮงแต่ไม่เก่ง อีกหนึ่งประเภท  แต่ถ้าคุณต้องการจะเป็นทั้งคนเก่งและเฮงด้วย คุณต้องเรียนรู้ เรียนรู้ตัวเองว่า ตัวเองเก่งทางไหน  เก่งทำอะไร  แล้วเก่งแล้วต้องทำจิตให้เฮง  ทำจิตให้เฮง ก็คือ ทำจิตให้มีเมตตา  ทำจิตให้บริสุทธิ์   ไม่ใช่ว่าเก่ง แต่จิตต่ำ จิตทราม จิตเสื่อม จิตเลว จิตร้าย จิตทรุด อันนี้จบเห่เลย   ก็ขอทิ้งค้างไว้เท่านี้ก่อน   
เดี๋ยวก่อนจะฟังเพลงคั่นเวลา  แล้วอาจารย์ปัญจพลมีรายงาน มาดูผลงานของคุณ คุณปุนนภา รักษาวงษ์  1896  ถ้าคุณสามารถสร้างสมดุลระหว่างทางนอกกับทางใน ในตัวคุณได้ อย่างชนิดที่ลงตัวพอดี จะเกิดประโยชน์ในชีวิต 3 หลักใหญ่  คือ 1. คุณจะไม่เป็นโรคจิตง่ายๆ   ไม่เป็นโรคจิตโรคประสาทง่ายๆ  พูดกันง่ายๆ ว่า คุณจะมีสุขภาพจิตดี  2. คุณมีศรัทธาจริตที่เหมาะสม เชื่ออะไรไม่บ้าๆ บอๆ ไม่ทำอะไรแปลกๆ ไม่ทำอะไรเกินไป ศรัทธาจริตที่เหมาะสม 3. เกิดปัญญา แล้วปัญญานั้นสามารถมาประดิษฐ์ เราจะใช้ชื่อคำว่า ปัญญาประดิษฐ์ คือ มีความรู้อย่างเรียกว่า แตกฉานในทุกเรื่องของความรู้จนเกิดปัญญา แล้วก็มีในบทไหว้ครูที่ว่า “ปัญญา วุฒิ กะเร เต เต”  แปลว่า ปัญญาแตกฉาน   เดี๋ยวฟังเพลงตามดีเจเปิดให้ฟัง แล้วก็มาฟังรายงานจากอาจารย์ปัญจพล แล้วกลับมาสวดมนต์สวดพรกัน ขอขอบคุณทุกคนที่ทนฟัง 
เอาล่ะ เพลงนี้ขอมอบให้กับคนเก่งแล้วยังไม่เฮง ให้ขยันขันแข็ง พัฒนาความเก่งของตัวเองให้ถูกทิศถูกทาง อย่าไปเอาความเก่งที่เขาเรียกกันว่า ฉลาดแกมโกง เพราะถ้าคุณฉลาดแกมโกงแล้ว โอกาสที่คุณจะเฮงยากมาก  
เพราะฉะนั้นเร่งทำความเก่ง แล้วก็เร่งทำจิตใจให้เป็นคนดี คนมีเมตตา จะได้หนีคำว่า คนเฮงซวย จะได้กลายเป็นคนเก่งและเฮง  ก็หวังว่าทุกคนจะได้เร่งทำตัวเองให้เป็นคนเก่งและเฮงด้วย 
เราก็มาสวดมนต์สวดพร  คนสวดมนต์จิตใจบริสุทธิ์ แล้วก็เก่งด้วย หนีคำว่า ซวยแน่นอน คือ เก่งแล้วก็เฮงด้วย 

รวบรวมโดย คุณสุกัญญา เรืองชัยไพบูลย์

บทความที่เกี่ยวข้อง
EP.1974   เทพเทวดาและมนุษย์ มนุษย์มีตัวตน เรามีตัวตน เทพ เทวดา สิ่งศักดิ์สิทธิ์ไม่มีตัวตน (ศ. 12 มิ.ย. 2569)
1. เทพเทวดาและมนุษย์ มนุษย์มีตัวตน เรามีตัวตน เทพ เทวดา สิ่งศักดิ์สิทธิ์ไม่มีตัวตน  2. ศักยภาพ เรามีศักยภาพ คือ ความเก่ง กล้า สามารถ  สิ่งศักดิ์สิทธิ์ และเทพเทวดา มีความศักดิ์สิทธิ์ 3. สิ่งศักดิ์สิทธิ์ และเทพเทวดาที่มีความศักดิ์สิทธิ์ ก็ต้องพึ่งพาอาศัย ศักยภาพในตัวมนุษย์ ตัวมนุษย์ก็ต้องพึ่งพาอาศัยความศักดิ์สิทธิ์ของเทพเทวดาและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ 4. สิ่งศักดิ์สิทธิ์มีเงา เรามีทั้งเงาและมีทั้งตัวตน  5. ทางนอก ทางในของสิ่งศักดิ์สิทธิ์กับเราผู้มีศักยภาพมีความแตกต่างกัน คือ เรามีทางนอก เขาเก่งทางในต้องพึ่งพาอาศัยกันไป พึ่งพาอาศัยกันมา  จึงทำให้เกิดความเกี่ยวข้องกับมนุษย์ระหว่าง มนุษย์สู่เทพ จากเทพสู่ธรรม ตามบรรทัดแรกของนามบัตรของสหปฏิบัติฯ
17 มิ.ย. 2026
EP. 1899   ตัวคนเรามีสิ่งซึ่งเป็นขุมพลังอยู่ 2 ขุม คือ ขุมพลังศักยภาพ และขุมพลังศักดิ์สิทธิ์ (ส. 21 มี.ค. 2569)
ถ้าไม่ได้รับการขุดค้นขึ้นมาใช้ นอกจากไม่เกิดประโยชน์ที่ควรจะเกิดแล้ว กลับตรงกันข้าม มันเป็นอำนาจลึกลับ ซับซ้อน ซ่อนเร้น ปิดบัง อำพรางชนิดหนึ่งที่ทำให้ชีวิตคนย่ำแย่ เพราะมันเป็นพลังที่เกิดมาจากกำเนิด พลังกำเนิด 2 อย่างนี้จะต้องมีน้ำหนัก มีจำนวน มีขนาด มีอำนาจในระดับที่จะต้องคานอำนาจซึ่งกันและกัน ก็คือ สร้างความสมดุลของพฤติกรรมคือ เรื่องภายนอก กับสร้างความสมดุลของวิบากกรรมคือ เรื่องภายใน
23 มี.ค. 2026
EP. 1865    เกมกลกรรม มีกลไกกรรม เกิดผล 2 อย่าง คือ ให้ผลโดยปกติ โดยกลไกทางนอก คือ พฤติกรรม  แล้วก็ให้ผลที่เป็นปาฏิหาริย์ โดยกลไกทางใน คือ วิบากกรรม (จ. 2 ก.พ. 2569)  
ถ้าเรารู้กลไกของเกมนั้น เราก็ทำตามกลไกนั้น เกมกลกรรมมันก็ออกมาในรูปของการให้คุณ ให้สิ่งที่เป็นประโยชน์  แต่ถ้าไม่รู้จักกลไกของเกมนั้น เกิดเป็นโทษ ชีวิตผิดปกติ  แล้วกลไกกรรมคืออะไร  ต้องทำอย่างไร  และเมื่อพลั้งพลาดจะแก้เกมอย่างไร หาคำตอบไปด้วยกันใน เรขาคณิต (กุล) พิสูจน์กรรม
12 ก.พ. 2026
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy