แชร์

EP.1942   วิญญาณธาตุ คือ ธาตุแห่งความรู้สึกที่ถูกต้อง ออกมาจากธาตุรู้ที่ถูกต้อง ถ้าธาตุรู้ไม่ถูกต้อง ธาตุทางวิญญาณก็ออกมาไม่ถูกต้อง จนเกิดเป็นพิษภัยทางโลกวิญญาณ

อัพเดทล่าสุด: 17 พ.ค. 2026
6 ผู้เข้าชม
EP.1942   วิญญาณธาตุ คือ ธาตุแห่งความรู้สึกที่ถูกต้อง ออกมาจากธาตุรู้ที่ถูกต้อง ถ้าธาตุรู้ไม่ถูกต้อง ธาตุทางวิญญาณก็ออกมาไม่ถูกต้อง จนเกิดเป็นพิษภัยทางโลกวิญญาณ
สวัสดีทุกท่าน วันนี้เพลงออกแขกหยุดลงตรงที่ว่า คนเรานั้นควรมีสติ พอขาดสติก็ไม่ใช่คนแล้ว เป็นอย่างนั้นหรือเปล่า มันก็ไม่ถึงขนาดไม่ใช่คน  ถ้าขาดแล้วดึงสติกลับทัน ที่ขาดก็หมายความว่า ปล่อยสติขาดไปเรื่อยๆ แล้วก็ไปลืมสัมปชัญญะ คือ ความรู้ตัว ก็ลืมตัวไป ลืมตัวไป หลงตัวไป เข้าใจตัวเองผิดไป อันนั้นน่ะบ้าแน่ๆ  แต่ขาดสติแค่ครู่หนึ่งแล้วก็ดึงกลับ ยังไม่ถึงกับบ้า ก็สติแปลว่า ความระลึกได้ สัมปชัญญะแปลว่า ความรู้ตัว  ถ้ายังรู้ตัวอยู่ก็ยังพอไหว  แต่ถ้าลืมตัวนี่ไม่ไหวแล้ว 
วันนี้เราพบกันวันพฤหัสบดีที่ 7 เดือนพฤษภาคม พุทธะ 69 คริสต์ 26  แรม 6 ค่ำ เดือน 6 ปีมะเมีย  “อะโมฆัง ทิวะสัง กะยิรา  อัปเปนะ พะหุเกนะ วา”  วันเวลาอย่าให้มันผ่านไปเปล่า  เอามันมาใช้ประโยชน์ แล้วก็อย่าให้มันเกิดเป็นโทษ บางคนใช้เวลาแต่ละวัน ไม่ได้ใช้ให้เกิดประโยชน์แล้วก็ยังเอามาเป็นโทษ  เอาเวลาไปเที่ยวสุมหัวนินทากัน ด่ากัน ให้ร้ายกัน ใส่ร้ายกัน  อันนี้เสียหายหมดแน่ๆ   ทำไมถึงพูดอย่างนั้น   ก็บอกแล้วว่า เป็นห่วง
วันนี้เราต้องขอขอบคุณอย่างสูง อาจารย์รัศมี ชุติมา มีเมตตา มีคำท้วงมา ทวงด้วยการบอกความรู้ที่ถูกต้องให้แก่เรา ก็ต้องขอขอบคุณอาจารย์รัศมี ชุติมา   2 เรื่อง เรื่องหนึ่งคือ บทกลอนที่ว่า “พฤษภกาสร อีกกุญชรอันปลดปลง  โททนต์เสน่งคง สำคัญหมายในกายมี  นรชาติวางวาย มลายสิ้นทั้งอินทรีย์  สถิตทั่วแต่ชั่วดี ประดับไว้ในโลกา”  อาจารย์รัศมีบอกว่า บทประพันธ์ “พฤษภกาสร อีกกุญชรอันปลดปลง” เป็นพระนิพนธ์ของสมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระปรมานุชิตชิโนรส ซึ่งปรากฏอยู่ในวรรณคดีเรื่องกฤษณาสอนน้องคำฉันท์  ที่มา: นิพนธ์เพื่อถวายพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ในช่วงปฏิสังขรณ์วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม คือ วัดโพธิ์ 
อันนี้ก็ขอขอบคุณอาจารย์รัศมี และต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย เพราะว่าคนพูดไปกล่าวผิดคน ผิดท่านผู้ประพันธ์ 
บทที่ 2  “นาคีมีพิษเพียงสุริโย เลื้อยบ่ทำเดโช แช่มช้า  พิษน้อยหยิ่งโยโส แมลงป่อง ชูแต่หางเองอ้า อวดอ้างฤทธี”  อาจารย์รัศมีบอกว่า เป็นโคลงสี่สุภาพจากโคลงโลกนิติ ที่ชำระขึ้นใหม่ในสมัยรัชกาลที่ 3 โดย สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาเดชาดิศร เพื่อรวบรวมและปรับปรุงคำสอนโบราณตามพระราชดำริของรัชกาลที่ 3  ผู้แต่ง: สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาเดชาดิศร (พระองค์เจ้าชายมั่ง)  ที่มา: คือ โคลงโลกนิติ (สำนวนที่ชำระใหม่ในรัชกาลที่ 3)
ก็ขอขอบคุณอาจารย์รัศมีมากๆ ที่มีเมตตา ให้คำที่ถูกต้องมา ตอนนี้เราก็ขออภัยผู้ฟังที่ไปกล่าวถึงผู้ประพันธ์ผิด 
ตอนนี้มาก็เข้าเรื่องที่เราจะสนทนาธรรมกัน คุณปุนนภา รักษาวงศ์ 1941 สหปฏิบัติฯ หมั่นเพียรบอกให้รู้ในเรื่องศักดิ์สิทธิ์ อิทธิฤทธิ์ ปาฏิหาริย์ เทพเทวดา เรื่องลึกลับซับซ้อน เพื่อให้เกิดศรัทธากับปัญญาให้ถูกต้อง  อันนี้ก็เมื่อวานพูดไว้ คุณปุนนภา รักษาวงษ์ หรือคุณอู๊ด ก็เอามาทำอีพี 1941 สหปฏิบัติฯ หมั่นเพียรบอกให้รู้ในเรื่องศักดิ์สิทธิ์ อิทธิฤทธิ์ ปาฏิหาริย์ เทพเทวดา เรื่องลึกลับซับซ้อน เพื่อให้เกิดศรัทธากับปัญญาให้ถูกต้อง เพราะว่าปัญญากับศรัทธาที่ไม่ถูกต้อง มันก็ถูกต้มนะ  ก็คนเข้าใจเรื่องศักดิ์สิทธิ์ อิทธิฤทธิ์ ปาฏิหาริย์ เทพเทวดาผิดๆ ก็ถูกต้ม ต้มจนเปื่อยหมดแล้ว บางทีบางคนยังไม่รู้ตัวเลย จนสุกหมดแล้ว เปื่อยหมดแล้ว ยังไม่รู้เลยว่าถูกต้ม 
ต่ออีกนิดนึง แต่ผู้รับฟังส่วนใหญ่ก็ยังเกิดอุปาทาน คือ ยึดมั่นถือมั่นในเรื่องศักดิ์สิทธิ์  อิทธิฤทธิ์ ปาฏิหาริย์ เทพเทวดา เรื่องลึกลับซับซ้อนอย่างผิดๆ ชีวิตก็ยังมีทุกข์ ทุกข์โดยไม่รู้สาเหตุ  อันนี้เป็นเรื่องที่เราบอกตรงๆ ว่า เป็นห่วง เป็นห่วง เพราะว่าจริงๆ แล้วเรื่องนี้มีจริงนะ เราพูดกันตรงๆ  ว่า เรื่องศักดิ์สิทธิ์ อิทธิฤทธิ์ ปาฏิหาริย์ เทพเทวดามีจริง  แต่ความจริงในเรื่องเหล่านี้เราต้องสร้างสิ่งที่เขาเรียกว่า ให้ความรู้ที่แท้จริงกับธาตุรู้ คือ ในตัวคนมันมีธาตุดิน น้ำ ลม ไฟ เป็นธาตุพื้นฐาน ธาตุหลัก ดิน น้ำ ลม ไฟ  นะ มะ พะ ทะ 
ทีนี้สิ่งที่ดิน น้ำ ลม ไฟ จะทำงานได้ตามปกติมันขึ้นอยู่กับอีก 2 ธาตุ คือ อากาศธาตุกับวิญญาณธาตุ วิญญาณธาตุก็คือ ธาตุวิญญาณ ก็จะเป็นตัวรู้สึก ตอนนี้พอเราใส่ความรู้เข้าไปผิดๆ  อย่างกลอนที่อาจารย์รัศมีกรุณาท้วงมาว่า ผู้ประพันธ์จริงๆ ที่ถูกต้องเป็นท่านนี้ๆ พอเราใส่ความรู้ผิดเข้าไป ธาตุรู้ก็ส่งไปให้กับวิญญาณธาตุ  เพราะว่าธาตุในอภิธรรมมี 6 ธาตุ คือ ดิน น้ำ ลม ไฟ วิญญาณธาตุ อากาศธาตุ  
อากาศธาตุเป็นตัวโฟลว์ เป็นตัวดำเนินให้เกิดการผสมผสานธาตุทั้ง 4 คือ ดิน น้ำ ลม ไฟ ให้มันเกิดความพอดีด้วยวิญญาณธาตุ แต่ต้องเจ้าตัวต้องใส่ความรู้ ความรู้ที่ถูกต้องเข้าไป  
พอธาตุรู้รู้ผิดๆ  ธาตุรู้รู้พลาดๆ  ธาตุรู้รู้ไม่จริง  เจ้าวิญญาณธาตุมันก็เอาไป เหมือนอย่างกับในคอมพิวเตอร์  เราใส่ซอฟต์แวร์ลงไปในฮาร์ดแวร์ ฮาร์ดแวร์รับข้อมูลจากซอฟต์แวร์เข้าไป แล้วก็เป็นข้อมูลที่ผิด  เวลาผู้ใช้ User ผู้ใช้ไปคีย์ออกมา ข้อมูลที่ให้เข้าไปมันผิด  มันก็ออกมาผิดๆ บอกผิดๆ ออกมา ก็ตรงไปตรงมา 
ตัวคนเราเหมือนกัน เมื่อไม่เข้าใจ ใส่สิ่งผิดเข้าไปมันก็พลาดออกมา อันนี้เป็นเรื่องที่เราจะต้องมาช่วยกัน มาช่วยกันแก้ไข อย่าให้สิ่งที่มันทำร้ายเราจนกระทั่งเราเกิดเป็นพิษ เป็นภัย ทางโลกวิญญาณขึ้นมา แล้วผู้ที่เข้าใจเรื่องศักดิ์สิทธิ์ไปในรูปแบบเดิมๆ รูปแบบเดิมๆ คือ แบบศรัทธาอย่างเดียวล้วนๆ เลย ความจริงเขาก็ไม่ผิดนะ  ก็มีสิทธิ์ มีสิทธิ์ที่จะเชื่ออย่างนั้นนะ เมื่ออาจารย์ ก. สอนเขาอย่างนั้น เขาก็เชื่ออย่างนั้น  อาจารย์ ข. สอนเขาอย่างนั้น เขาก็เชื่ออย่างนั้น ของเราจึงบอกว่า ทุกคนเป็นอาจารย์ของตัวเอง ไม่ต้องมากังวลว่า ใครคืออาจารย์ นอกจากพระพุทธเจ้าสูงสุด  
เมื่อความรู้ต่างๆ สามารถจะเรียนทันกันหมด  ทุกคนก็มีสิทธิ์ที่จะเอาความรู้ใส่เข้าไปในธาตุรู้ และวิญญาณธาตุ คือ ธาตุแห่งความรู้สึกที่ถูกต้อง มันก็ออกมาจากธาตุรู้ที่ถูกต้อง  ถ้าธาตุรู้ไม่ถูกต้อง วิญญาณธาตุ ธาตุทางวิญญาณก็ออกมาไม่ถูกต้อง  เพราะส่วนใหญ่คนเขาก็จะคิดว่า เรื่องเหนือสามัญวิสัย เรื่องภูตผีปีศาจ โอปปาติกะ สัมภเวสี  เรื่องของพุทธ พราหมณ์ ผีอะไรพวกนี้  พุทธบริสุทธิ์ 100% อยู่แล้ว  พราหมณ์เขาก็เป็นของเขาอยู่ บริสุทธิ์ของเขาอยู่ 
ทีนี้เรื่องผี เรื่องเทพ มันคืออะไร  สหปฏิบัติฯ พยายาม พยายาม และพยายามมาเป็นเวลาสามสี่สิบปีว่า ให้เข้าใจนะว่าสิ่งเหล่านี้มี แต่คุณต้องก้าวให้ถึงปัญญา  ไม่ใช่แค่ศรัทธาแล้วก็ลงความเห็น  ซึ่งบางทีก็ถูก บางทีก็ผิด บางทีก็ดี บางทีก็ไม่ดี  ถ้าเกิดโชคดีไปถูก ไปรู้ถูกเข้า โชคดีเป็นผลดีเข้า โชคดีไป   ถ้าเกิดไปเจอข้อมูลผิด ไปเจอเรื่องผิด แล้วเป็นเรื่องที่ไม่ดี คุณก็เดือดร้อน 
เราจึงบอกว่า อย่ากระนั้นเลย ศรัทธาน่ะดี แต่ต้องก้าวให้ถึงปัญญา  แล้วสะพานที่จะก้าวไปถึงปัญญา มีอีก 3 ขั้นเท่านั้น มันไม่ได้มากมายอะไรเลย คือ ศรัทธาแล้ว ก็ดี เพียรพยายามต่อไปอีกหน่อย  ภาษาพระเรียกว่า วิริยะ ศรัทธา วิริยะ แปลว่า ความเพียร  อย่าเพี้ยนน่ะ  เพียรไม่ใช่เพี้ยน เพียรอีกนิดพยายามอีกหน่อย เพื่อชีวิตอันปลอดภัยของตนเอง แล้วตนเองยังจะไปช่วยผู้อื่นได้อีกด้วย เอาเวลาที่เราใช้กับเรื่องสัพเพเหระ กับบุคคล และสิ่งที่ไร้สาระ เอามาศึกษา เอามาเรียนรู้กันสักนิด อย่าไปสุมหัวกันอยู่ในลักษณะที่คุยกันสุมหัวกัน สนทนากันแต่เรื่องกะเละกะละ กะเรกะราด เรื่องไม่เป็นเรื่อง เอาแบ่งเวลามานั่นล่ะ มาเพื่อให้เกิดศรัทธา 
เมื่อคุณมีศรัทธาแล้ว ก้าวต่อไปอีก 1 ก้าวนะ วิริยะ แปลว่า ความเพียร เพียรจะไม่ให้เพี้ยนต้องตั้งสติ ต้องตั้งสติ สติแปลว่า ความระลึกได้ และเสร็จแล้วเอาความเชื่อศรัทธา เอาความเพียรคือ วิริยะ เอาสติคือ ความระลึกได้ เข้ามา เข้ามา ตรวจสอบในขั้นที่ 4 สมาธิ เข้ามาตรวจสอบในสมาธิ  
แต่สมาธินั้นต้องเป็นสัมมาสมาธินะ ต้องเป็นสัมมาสมาธิ และถ้าต้องการรู้เรื่องศักดิ์สิทธิ์ สมาธิที่เราจะมาตรวจสอบศรัทธา วิริยะ สติ ใช้สมาธิฝ่ายไหน  ก่อนอื่นสมาธิระดับฌานก่อน เข้าฌานก่อน บางคนบอกว่า ไม่ดี  เข้าสมาธิอย่าไปเสียเวลากับการทำฌาน  สหปฏิบัติฯ บอกว่าจำเป็น เพราะเราต้องการจะตรวจสอบว่า เรื่องศักดิ์สิทธิ์ เรื่องอิทธิฤทธิ์ เรื่องปาฏิหาริย์ เรื่องเทพเทวดา เรื่องลึกลับซับซ้อนทั้งหลาย อันไหนถูก อันไหนผิด  อันไหนดี อันไหนไม่ดี  อันไหนใช้ได้ อันไหนใช้ไม่ได้  ก็มาตรวจสอบในสมาธิ  
สมาธิที่เราตรวจสอบนั้น ขอให้ใช้เรื่องของการเจริญฌานก่อน ฌานคืออะไรก็ค่อยๆ มาศึกษากันเป็นชุดๆ เป็นหมวดๆ ไป  เช่น ปฐมฌาน ทุติยฌาน ตติยฌาน จตุตถฌาน  รูปฌาน พอเราเข้าสมาธิตรวจสอบเรื่องศักดิ์สิทธิ์ อิทธิฤทธิ์ ปาฏิหาริย์ เทพเทวดา เรื่องลึกลับซับซ้อนทั้งหลาย ในสมาธิระดับฌาน เราก็จะเข้าใจ เทพจริงๆ ท่านเป็นอย่างนี้นะ ท่านไม่ได้เป็นอย่างนั้น เรื่องศักดิ์สิทธิ์จริงๆ เป็นอย่างนี้ ไม่ใช่เป็นอย่างนั้น อิทธิฤทธิ์เป็นอย่างนี้ ปาฏิหาริย์เป็นอย่างนั้น เรื่องลึกลับซับซ้อนทั้งหลายเป็นอย่างโน้น  
พอเราตรวจสอบในสมาธิระดับฌานแล้ว ตอนนี้เราจะก้าวไปสู่ปัญญาขั้นที่ 5 เราก็มีสิทธิ์ที่จะขยายสมาธิไปสู่องค์ญาณ เมื่อเราเข้าใจเรื่องฌานพอประมาณ ไม่ต้องลึกนัก ไม่ต้องละเอียดนักก็ได้   เข้าใจเรื่องฌานพอประมาณ เราก็เข้าใจเรื่องสิ่งศักดิ์สิทธิ์มากพอประมาณ พอเข้าฌานได้เข้าใจดีแล้ว เราจะก้าวไปสู่ปัญญา คราวนี้เราเจริญญาณ ก็เข้าใจเรื่องญาณได้ ก็คือ สิ่งที่เราพูดมีอยู่คำนึง  ความรู้สึกที่ยิ่งกว่าความรู้สึก รู้สึกเสียยิ่งกว่ารู้สึก เป็นสุดยอดของความรู้สึก จะนำไปสู่องค์ฌาน นั่นแหละ นั่นแหละจะได้ฌาน ความรู้ที่ยิ่งกว่าความรู้ รู้เสียยิ่งกว่ารู้ เป็นสุดยอดของความรู้ จะนำไปสู่องค์ญาณ เอาล่ะคราวนี้เราก็มาศึกษาเรื่องญาณ
พอเรารู้เรื่องฌานพอประมาณ เรารู้เรื่องญาณสมควรแก่ความรู้ที่พอประมาณ เราก็ก้าวไปสู่ปัญญา ปัญญาจึงจะบอกเราว่า อันนี้มันเป็นเรื่องของฌาน ก็คือ เรื่องของศักดิ์สิทธิ์ อิทธิฤทธิ์ ปาฏิหาริย์ เทพเทวดา เรื่องลึกลับซับซ้อนทั้งหลายด้วย  อันนี้เป็นเรื่องขององค์ญาณ ที่จะตรงไปสู่การเรียกว่า พ้นสู่โลกุตรธรรม ไปสู่ความเป็นอรหันต์ในที่สุด   อันนี้มันเป็นเรื่ององค์ญาณ  ความรู้เสียยิ่งกว่าความรู้  รู้เสียยิ่งกว่ารู้  เป็นสุดยอดของความรู้ จะนำไปสู่องค์ญาณ 
สมาธิก็เกิดเป็น 2 กรณีขึ้นคร่าวๆ  ได้ฌานก็คือ รู้ฤทธิ์  ได้ญาณก็คือ รู้ข้อเท็จจริง  ชีวิตคนมันเป็นยังไง ทำไมถึงเป็นอย่างนี้ ทำไมเราถึงติดๆ ขัดๆ คับๆ ข้องๆ ไม่คล่องซะที โดยเฉพาะการเงิน ทำไมมันไม่คล่อง ทำไมร่างกายเราติดๆ ขัดๆ ไม่คล่องเลย  ทั้งที่อายุเราก็ยังไม่มาก อะไรอย่างนี้ ก็ค่อยๆ ค่อยๆ ไป เพียงขอให้ได้เริ่มต้นรู้เรื่องฌานพอประมาณ และรู้เรื่องญาณสมกับที่เราจะใช้งาน เราก็ได้อินทรีย์ 5 มาแล้ว อินทรีย์แปลว่า อำนาจ  ได้พละ 5 มาแล้ว ได้พลัง  พละแปลว่า พลัง  เราก็ได้ศรัทธา วิริยะ สติ สมาธิ และปัญญา  
อันนี้ก็ขออธิบายคร่าวๆ ไว้พอประมาณอย่างนี้  เราต้องการให้ทุกคนไม่เสียเวลา ที่อุตส่าห์ให้เกียรติ ให้เกียรติมาเป็นสมาชิกของสหปฏิบัติฯ  แล้วบางคนก็ไปอวดอีกว่า ฉันไปที่สหปฏิบัติฯ มาตั้งเป็นเดือนๆ ไม่เห็นมีอะไรเลย เห็นมีคนหนึ่งชื่อ ธวัช มานั่งพร่ำๆ ทั้งวันทั้งคืน ไม่รู้พูดไปทำไม ฉันรำคาญแทบจะตาย แล้วตอนนี้แหละ  ตอนนี้ไม่ไปแล้ว  แล้วหลังจากไม่ไปคุณทำยังไง  ด่ามันเลย ด่ามันตั้งแต่ยังอยู่ในสำนักด้วย  อ้าวทำไมด่าล่ะ  เขาด่ากันทั้งนั้นแหละ  คนของมันที่อยู่กันมาเป็นสามสี่สิบปี เขาก็ยังด่าเลย  แล้วฉันไปใหม่ๆ ฉันรำคาญฉันก็ด่าเลย  อันนี้จริงเท็จก็มีเข้าหูอยู่บ่อยๆ นะ เราก็ไม่ถือกัน เข้าใจกัน  
ก็ขออธิบายให้เข้าใจถึงนโยบาย เจตนาไม่อยากให้คนเสียเวลาในชีวิตโดยใช่เหตุ จะได้ก้าวต่อไปในวิถีทางชีวิตที่ถูกต้องและดีงามต่อไป ก็ขอขอบคุณทุกคนที่ทนฟัง เดี๋ยวมาฟังเพลงแล้วก็เข้าสู่การสวดมนต์สวดพรกัน ขอขอบคุณอีกครั้งที่ทนฟัง
เพลงนี้ ฟังดูก็เพราะดี สำหรับคนชอบ คนไม่ชอบก็ตรงกันข้าม  แต่มีผู้ถามมาเหมือนกันว่า ความรู้สึกจนยิ่งกว่ารู้สึก เป็นสุดยอดของความรู้สึก แล้วจะนำไปสู่องค์ฌาน  ฌานคือ ฤทธิ์  ถามจริงรู้สึกแบบไหน  เราได้ยินคำถามแล้วอึ้งเลย  จริงของเขานะ  แล้วก็ต่อท้ายด้วยว่า  ความรู้ที่ยิ่งกว่าความรู้ เป็นสุดยอดของความรู้ เขาบอกเขาก็จบปริญญาเอกมาแล้ว เป็นดอกเตอร์ด้วย แล้วทำไม  ทำไมยังไม่เกิดนำไปสู่องค์ญาณสักที  เรานี่แทบจะเรียกแท็กซี่วิ่งไปสนามเป้าเลย วิ่งไปทำไม วิ่งไปร้านทำเบรกอึ้งกิมกี่ อึ้งไปเลย 
เพราะฉะนั้นคำสองคำนี้ถ้ามีเวลา  เราจะต้องมาคุยกันแบบจริงจังๆ คุยกันแบบไม่ต้องจำกัดเวลากันละ ต้องคุยคุยกันให้เข้าใจ แต่ก็ไม่รู้แต่ละคน แต่ละคน ก็มีทัศนะ ความคิดความรู้สึกนึกคิดมันไม่เหมือนกัน เขาบอกว่าแล้วจะเหมือนกันได้ยังไง  เหมือนกันก็ต่อเมื่อสงบ สงบ  สงบระดับไหน     นั่นแหล่ะ สงบจริงกับสงบไม่จริง  สงบแบบลิงหลอกเจ้าก็เยอะ  สงบแบบอะไร แบบข่ม  สงบแบบข่ม พอสงบแบบข่มนี่คุณทำยังไง  คุณก็สลดล่ะสิ คุณไม่ได้สงบ คุณสลด   มันเฉียดกันอยู่น่ะสงบกับสลด    
ผลที่สุดเราก็ต้องหันกลับมาใช้คำของอาจารย์วรพรรณ เนียมน้ำเพชร  คือ back to basic คืออะไร  กลับมาศึกษาเรื่อง 9 คำ โลภ โกรธ หลง   กิเลส ตัณหา อุปาทาน  และอะไร  ปรุงแต่งตัณหา มานะ ทิฏฐิ ปปัญจสัญญา  3 ตัวหลัง  ตัณหา มานะ ทิฏฐิ มันเป็นสัญญาปรุงแต่ง เขาเรียกว่า ปปัญจสัญญา  นี่คือ บางทีปัญหาหญ้าปากคอก  อาจารย์หมอป้อมบอกว่า How to  มันยังไง  How to แปลว่า ยังไง  อาจารย์บิว หรืออาจารย์วรพรรณบอกว่า back to basic  กลับไปที่ตัวปัญหา ก็ง่ายๆ นะความจริง ฟังแล้วก็ไม่น่าจะยาก  อันนี้ต้องขออภัยที่ใช้ภาษาฝรั่งเขาหน่อยนึง
เรามาสวดมนต์สวดพรกัน เรื่องนี้มันเป็นปัญหาหญ้าปากคอกจริงๆ ไม่ใช่เรื่องใหญ่โตอะไรหรอก เราสามารถเข้าถึงมันได้  ตั้งใจทำจิตให้สงบ ทำใจให้สบาย เราจะขออำนาจคุณพระศรี พระรัตนตรัย และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย มาอำนวยอวยพรให้กับทุกๆ ท่านที่ทั้งเอ่ยนาม และนามรวม พูดถึงนามรวม นามร่วม  เอากันว่าสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ถ้าจะว่ากันจริงๆ บางฝ่ายต้องอ้อนวอน  บางฝ่ายอธิษฐานได้ผล แต่บางฝ่ายสิ่งศักดิ์สิทธิ์สูงมาก สะอาดมาก บริสุทธิ์มาก ต้องสัตยาธิษฐาน แล้วจะเป็นผลสำเร็จ 
อ้อนวอนสิ่งศักดิ์สิทธิ์ระดับไหน  อธิษฐานสิ่งศักดิ์สิทธิ์ระดับไหน สัตยาธิษฐานสิ่งศักดิ์สิทธิ์ระดับไหน นี่เป็นปัญหาอีกแล้ว เดี๋ยวจะบอกเยอะจัง  เอากันว่าทั้งอ้อนวอน ทั้งอธิษฐาน และถ้าใครถึงสัตยาธิษฐานได้ก็จะดีนะ 

รวบรวมโดย คุณสุกัญญา เรืองชัยไพบูลย์

บทความที่เกี่ยวข้อง
EP. 1864   เรขาคณิต (กุล) พิสูจน์ลิขิตพรหม (อา. 1 ก.พ. 2569)
เรื่องของกรรมเป็นสิ่งกระทำเพื่อพรหมลิขิต พรหมลิขิต บุพเพสันนิวาส บุพกรรม กงเกวียนกำเกวียนกรรมเก่าเกี่ยวกัน มันเนื่องกันหมด แต่เบ้าหลอมใหญ่ คือ พรหมลิขิต
3 ก.พ. 2026
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy