EP. 1879 “อาหารคือ ชีวิต” วิญญาณธาตุก็ต้องการอาหารที่มีคุณภาพ มีคุณค่า มีประโยชน์ เหมาะสมตามฐานะทางวิญญาณ (จ. 23 ก.พ. 2569)
อัพเดทล่าสุด: 2 มี.ค. 2026
12 ผู้เข้าชม
สวัสดีทุกท่าน วันนี้เราก็มาตั้งสติเพื่อให้เกิดเป็นอาหารแด่ธาตุวิญญาณ หรือวิญญาณธาตุ แล้วเราจะได้มีสตังค์ พอมีสติมากเท่าไหร่ สตังค์มันก็จะมีมาก ตามมาเท่านั้น ข้อคิดนี้เห็นเป็นเช่นไร เราพบกันวันจันทร์ที่ 23 เดือนกุมภาพันธ์ 2569 2026 ขึ้น 7 ค่ำ เดือน 4 ปีมะเมีย “อะโมฆัง ทิวะสัง กะยิรา อัปเปนะ พะหุเกนะ วา”
แน่นอนที่สุด เราชาวสหปฏิบัติฯ จะใช้วันนี้ในยามค่ำ รับสิ่งอันเป็นอาหารทางวิญญาณธาตุ หรือธาตุวิญญาณให้อิ่ม เพื่อการบำรุงชะตาชีวิตของเรา เหมือนอย่างเราทานข้าวมื้อเย็น มื้อกลางวัน มื้อเช้า เพื่อให้เรามีชีวิต เพราะว่าพุทธศาสนาบอกว่า “อาหารคือ ชีวิต” เราจะมีชีวิตเราต้องกินอาหาร เช่นเดียวกัน วิญญาณธาตุก็ต้องการอาหาร ที่จะมาหล่อเลี้ยงดวงชะตา พรหมลิขิต หล่อเลี้ยงยังไม่พอ ยังต้องหล่อเลี้ยงด้วยอาหารทางวิญญาณที่มีคุณค่า หรือคุณประโยชน์ด้วย
เวลานี้เราบริโภคความรู้ต่างๆ กันแบบไม่เลือกเฟ้นกันซะส่วนใหญ่ คนที่จะเลือกเสพข่าว เสพความรู้ เสพเรื่องราวต่างๆ ซึ่งเรียกว่า ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ มีเหมือนกันแต่ว่ามีน้อย ส่วนใหญ่ก็ชอบเสพสิ่งที่ถูกอกถูกใจ แต่ไม่ถูกกับชะตาชีวิต ไม่ถูกกับสังขาร ก็อาหารทั่วไป ทานอาหาร จั๊งฟูดส์ คือ ขยะ อาหารขยะ
ทางร่างกายเรากินอาหารขยะ แล้วทำให้ไม่มีกำลัง หรือพลังงานในร่างกายไม่พอ ก็เปรียบเหมือนกับข้อมูลความรู้ทั้งหลาย ที่จะใส่เข้าไปให้ธาตุวิญญาณ หรือวิญญาณธาตุ บางคนเกิดมาดวงชะตาสูงลิ่ว พรหมลิขิตเบ้อเร่อเชียว แต่ไปเอาอาหารดวงชะตาและพรหมลิขิตให้กับวิญญาณธาตุ เป็นอาหารสะเปะสะปะ กะเระกะระ กะเรี่ยกะราด ไม่มีคุณภาพต่อโลกวิญญาณเลย เสร็จแล้วชะตาชีวิตดำเนินไป ก็ไม่เป็นไปตามพรหมลิขิต ก็มาโกรธเคืองกันอีกว่า พระพรหมลำเอียง หรือใจดำจัง ทำไมคนนั้นมันมีความสุข ประสบความสำเร็จในชีวิต แล้วตัวฉันทำไมจึงไม่ประสบความสำเร็จในชีวิต อาหารทางวิญญาณมันมีความต้องการตามฐานะของมัน
เช่น ผู้ใหญ่รูปร่างใหญ่ ต้องการพลังงาน ต้องการกำลัง ก็ต้องเลือกอาหารที่กินแล้วเกิดพลัง เกิดกำลังกับผู้ใหญ่ ส่วนเด็กนั้นกินอาหารอะไร ก็กินอาหารบำรุงการเจริญเติบโต อันนี้ถ้าทางโลกก็ต้องไปถามนักโภชนาการ
แต่ถ้าเป็นเรื่องทางใน ก็ต้องมาศึกษางานทางวิญญาณ แล้ววิญญาณธาตุเขาจะเอาความรู้เกี่ยวกับเรื่องศักดิ์สิทธิ์ อิทธิฤทธิ์ ปาฏิหาริย์ เทพเทวดา เรื่องลึกลับซับซ้อนซ่อนเร้นทั้งหลาย เอาไปทำไม เขาไม่ได้เอาไปขายหรอก แต่เขาเอาเข้ามาประสมประสานในสังขาร คือ ขันธ์ตัวที่ 4
ขันธ์ตัวที่ 4 คือ การปรุงแต่งของสังขาร เอาเข้ามาประสมประสานในขันธ์ตัวที่ 2 คือ เวทนา สิ่งที่เป็นอารมณ์ เอามาประสมประสานในวิญญาณคือ ขันธ์ตัวที่ 5 เอามาประสมประสานในสัญญา คือ ขันธ์ตัวที่ 3
เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ 4 ขันธ์นี้ ก็ต้องมีร่างกายเป็นที่ห่อหุ้ม จะไม่มีร่างกายเป็นที่ห่อหุ้มก็หมายความว่า จบกัน ถ้าร่างกายยังห่อหุ้มเวทนา สัญญา สังขาร และวิญญาณ ขันธ์ที่ 2 3 4 5 อยู่ แล้วปรุงแต่งให้ดี สังขารขันธ์บอกว่า ฉันรออาหารทางวิญญาณที่เหมาะกับชะตาชีวิต และพรหมลิขิตของนาย ก. มาตั้งนาน นาย ก. ไปรับรู้เรียนรู้เรื่องอะไรก็ไม่รู้ เรื่องที่เขาไปรับรู้เรียนรู้ นั่นมันไม่ได้เป็นสิ่งที่วิญญาณธาตุต้องการ
แต่เรื่องที่วิญญาณธาตุต้องการกลับไม่รับรู้เรียนรู้ แล้ววิญญาณของนาย ก. จะมีความศักดิ์สิทธิ์ จะมีศักยภาพเพียงพอไหม ไม่พอ วิญญาณขาดอาหาร ก็เหมือนร่างกายที่ขาดอาหาร บ้อลั๊ก คือ ไม่มีแรง วิญญาณก็ไม่มีแรงจะขับเคลื่อนให้นาย ก. เข้าไปสู่วิถีทางแห่งพรหมลิขิต บุพเพสันนิวาส บุพกรรม กรรมเก่าเกี่ยวกัน ฉันขับเคลื่อนเธอให้เข้าสู่วงในไม่ได้หรอก เพราะเธอเสพอะไรเข้ามาก็ไม่รู้ ล้วนแต่อาหารขยะทั้งนั้นเลย ความรู้เรื่องผี ปิศาจ โอปปาติกะ สัมภเวสี เรื่องอะไรต่ออะไร เธอไปเอามาจากไหนไม่รู้ ฉันต้องการจะให้เธอรับรู้เรียนรู้ เบื้องหน้าการเกิด และเบื้องหลังการตาย ในลักษณะที่มันสมเหตุสมผล
เช่น เวลาคนตายแล้ว ทำไมเขาบอกว่า ไปสู่สุคติ สุคตินะ มันก็มาจากคติ 4 อภิณหปัจจเวกขณ์ 5 คนโบราณก็อาจจะบอกว่า อธิบายยาก เข้าใจลำบาก แล้ววิบาก 6 คติ 4 อภิณหปัจจเวกขณ์ 5 วิบาก 6 มันคืออะไรของนาย ก. นาย ก. ไปเอาความรู้ไม่มีสาระมาจากไหนก็ไม่รู้ แล้วก็ตั้งหน้าตั้งตา ประคบประหงม พิธีกรรมอันศักดิ์สิทธิ์อันนี้ฉันศักดิ์สิทธิ์ ฉันเชื่อได้ว่าศักดิ์สิทธิ์ เพราะอาจารย์ A บอกฉันมาว่า ศักดิ์สิทธิ์จริงๆ สงสัยซะแล้ว อาจารย์ A เรียกเงินฉันไปหลายสตางค์ แล้วทำไมฉันยังไม่พบกับความสำเร็จสักที
อันนี้ก็เป็นเรื่องที่ว่า พูดยาก พูดลำบาก เพราะเราบริการทุกระดับ โดยไม่วัดค่าตอบแทน นอกจากว่าผู้ใดมีศรัทธา เห็นว่ามันจำเป็นต้องมีค่าใช้จ่าย มีน้ำใจ มีเมตตาบริจาคมาเราก็รับ สมัยก่อนเริ่มแรกใหม่ๆ เริ่มรับแขกเมื่อปี 2525 ประมาณ เป็นคนมีทิฏฐิ ไม่รับสิ่งใดๆ จากใครทั้งสิ้น โดยเฉพาะเงินทอง เกือบตาย ขออภัย
ก็เลยมานั่งหวนคิด มันมันไหวนะ เพราะเราพิมพ์แบงค์เองไม่ได้ เพราะเราขืนไปพิมพ์ก็กลายเป็นผิดกฎหมาย พิมพ์แบงค์ปลอมอย่างนี้ มันก็เลยกลายเป็นเรื่องที่ลำบาก ยากที่จะพูดว่า เราบริการฟรี พอยิ่งให้ฟรี คนทั้งหลายก็บอกว่า ดีๆๆ แกพูดของแกไปเถอะ ไม่เห็นจะมีคุณค่า ไม่เห็นจะมีราคาค่างวด ไม่เห็นจะน่าเชื่อถือ เพราะของฟรีไม่มีค่า ส่วนใหญ่เขาคิดกันอย่างนั้น ก็จริงเท็จประการใดก็ช่วยกันคิด
อย่างช่วงนี้เราพยายามจะทำให้เกิดเป็นคติธรรม คติพจน์ในวาทะธรรม ขำขัน ขึ้นมาเพื่อเตือนสติให้กับผู้ที่มีวิญญาณที่ยิ่งใหญ่ จะต้องได้รับการต่อต้านอย่างรุนแรง แล้วแรงของวิญญาณต่อต้านไม่ไหว เจ้าตัวก็ย่ำแย่ อย่างเช่นอย่างกรณีเตือนว่า “เรือนพัง ทุกข์จริง อิงกระแสเงินตรา” อย่างนี้ สังคมคงไม่ชอบ เพราะเขาชอบบอกว่า วิธีรวย รวย รวย รวยไม่เลิก รวยแล้วรวยอีก รวยซ้ำรวยซ้อน รวยอยู่นั่นแหล่ะ รวยจนไม่รู้จะรวยเท่าไหร่ วิธีนี้เขาชอบ ไปเตือนสติบอกว่า “เรือนแพ สุขจริง อิงกระแสคงคา เรือนพัง ทุกข์จริง อิงกระแสเงินตรา วิมานรักลอยริมหาด นรกโหดรอเข่นฆ่า ผู้นับถือพระเจ้าเงินตรา เงินตราคือ พระเจ้า”
เพลงเรือนแพ เรือนพัง ที่จริงไม่ใช่หมายความว่า ให้คนรับรู้เรียนรู้แล้วต้องยอมอยู่อย่างยากจนข้นแค้น ไม่ใช่ พอเกิด 2 รอ ขึ้นมา เข้าใจในร.รู้สึกของเพลงเรือนแพ เรือนพัง กับเข้าใจความรู้ของการมีเงินตราต้องมีอย่างสมเหตุสมผล แล้วเราก็จะได้มีเงินตรา ถ้ามีเงินตราแบบไปเสี่ยงการพนัน หรือมีเงินตรา ได้เงินมาโดยการไปถูกสแกรมเมอร์เขาหลอกลวงเอา หมดกันเป็นแสนเป็นล้าน อย่างนั้น หมายถึงอย่างนั้นล่ะ แล้วบางคนก็ชีวิตทั้งชีวิตอยู่กับการหาเงิน หาเงิน แล้วก็หาเงิน เงินคือ พระเจ้าจริงๆ ไม่เถียง คนพูดก็อยากได้เงิน แต่ต้องดูก่อนว่า เงินเขาจะมีมา ก็ต่อเมื่อเรามีธาตุวิญญาณที่แข็งแรง ทั้งหมดที่พูดมานี้ก็อาจจะยังไม่ชัดเจนนัก
มาดูผลงานของคุณอรสา กู้เกินพงษ์ 1878 ยัยคนนี้พูดน้อยต่อยหนัก ก็ที่อธิบายมาตั้งเยอะตั้งแยะนี่แหล่ะ คือ หัวขัอคุณอรสา นี่แหล่ะ คือ เรือนแพ เรือนพัง ก็อยากจะถามว่า ท่านอยากจะอยู่เรือนพังๆ เรือนแรกก็คือ เรือนกายเรานี่แหล่ะ เรือนกายเรามีความทุกข์สาหัสสากรรจ์ จนกระทั่งเจ็บไข้ได้ป่วย เป็นโรคสารพัดชนิดแล้วก็ตายไป เรือนมันพัง หรือเรือนเราจะอยู่อย่างลอยอยู่บนความรักและเมตตาต่อผู้อื่น มีความกตัญญูกตเวทิตาต่อบิดามารดา และผู้มีพระคุณ ก็มีความสุขใจ เรียกว่า อยู่เรือนแพ
แต่ถ้าอยู่แล้วมีความทุกข์ใจ ทุกนาที ทุกชั่วโมง คิดแต่จะเอาเปรียบ เอาเปรียบ เอาเปรียบ คิดแต่จะได้เปรียบ ได้เปรียบ ได้เปรียบ คิดแต่จะได้เงิน ได้ทอง ได้สิ่งอันสมความต้องการ ต้องการ ต้องการ ช้าก่อน มาบริหารตัวเองก่อน โดยเฉพาะขันธ์ 5 รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ เรียนรู้สักนิด แล้วชีวิตจะมีเงินตรา ก็ขอขอบคุณทุกคนที่ทนฟัง หยุดลงคงไว้แต่เพียงเท่านี้ก่อน เดี๋ยวอาจารย์ปัญจพล จิตติฉันท์ มีรายงาน ฟังเพลงคั่นเวลา จะเป็นของค่ายไหนก็ดีทั้งนั้นแหล่ะ ค่ายอาจารย์หลง อาจารย์ AI ก็ได้ทั้งนั้นแหล่ะ ขอขอบคุณอีกครั้งที่ทนฟัง
เพลงกรรม ของอาจารย์สมศักดิ์ จบลงด้วยความไพเราะ คนทั่วไปเมื่อพอพูดคำว่า กรรม ก็มักจะมองในแง่ไม่ดี จริงๆ แล้วกรรมดี เขาเรียก “กุศลกรรม” กรรมชั่วเขาเรียก “อกุศลกรรม” ถ้าไม่ดีไม่ชั่ว เขาเรียก “อัพยากตกรรม” เพราะบางอารมณ์เราก็อยู่ในอารมณ์อัพยากตกรรมได้ ไม่ต้องไปเคร่งเครียดกับมันจนเกินไป แต่อย่าไปเอาเป็นเอาตายกับกรรมชั่ว อะไรที่มันผิดพลาด ผ่านๆ มันไป รอกรรมใหม่ที่จะมาชุบชีวิตเรา
จากนี้ไปเราขอพรกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในบารมีของพระรัตนตรัย ได้โปรดเมตตาให้วิบากกรรมของเราที่ทำมา ซึ่งพุทธองค์เปรียบเหมือนเกลือ มากหรือน้อยเราก็ไม่รู้ เพราะเราไม่ได้สำเร็จฌาน และญาณชั้นสูง เราก็ตั้งหน้าตั้งตาเติมความดีเข้าไปในเกลือ คือ น้ำจืด ความดีที่เราทำเหมือนน้ำจืด ใส่เข้าไปในเกลือให้มากๆ ใส่เท่าไหร่ก็ไม่พอ เอาเกลือที่เป็นกรรมไปเทลงในแม่น้ำ แม่น้ำทั้งแม่น้ำเปรียบเหมือนคุณความดี เกลือที่เทลงไปเปรียบเหมือนกรรมเก่า หรือวิบาก มันก็ไม่รู้สึกรู้แสงอะไร มันตามไล่ล่า แต่รู้สึกเฉยๆ มีสะกิดๆ นิดๆ หน่อยๆ ก็เป็นชีวิตที่อยู่อย่างปกติ และสบายๆ
รวบรวมโดย คุณพรทิพย์ พุตติ
บทความที่เกี่ยวข้อง
ถ้าต้องการจะเปลี่ยนแปลงชีวิตที่อาถรรพ์ ต้องใช้ปาฏิหาริย์ คือ ต้องรู้จักและรู้สึกต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ อิทธิฤทธิ์ ปาฏิหาริย์ เทพเทวดา เรื่องลึกลับซับซ้อนอย่างถูกต้อง โดยที่เกิดความรู้สึกและความรู้มากำกับ
2 มี.ค. 2026
