EP. 1866 ทบทวนเรขาคณิต(กุล)พิสูจน์กรรม (อ. 3 ก.พ. 2569)
อัพเดทล่าสุด: 12 ก.พ. 2026
22 ผู้เข้าชม
คนเรานั้นควรมีสติเป็นที่ตั้ง สวัสดีทุกๆ ท่าน วันนี้เราพบกันทางเงาด้วยเพลงออกแขก ถูกหยุดลงตรงที่ว่า คนเรานั้นควรมีสติซึ่งแปลว่า ความระลึกได้ เป็นที่ตั้ง วันนี้เราพบกันวันอังคารที่ 3 เดือนกุมภาพันธ์ พุทธศักราช คริสต์ศักราช 69 และ 26 เป็นวันแรม 1 ค่ำ เดือน 3 ปีมะเส็ง “อะโมฆังทิวะสัง กะยิรา อัปเปนะ พะหุเกนะ วา” เอาล่ะ เวลาในวันนี้เหลืออีกไม่กี่ชั่วโมง ก็จะข้ามไปสู่วันใหม่ เราจะมาสนทนาธรรมะ 2 ภาค ในมุมไหนดี
ในมุมที่คุณพรทิพย์ พุตติ ได้ร่าง EP. ที่ 1865 คุณพรทิพย์แม่เง็กนึ้ง มีตัวโปรยหลายบรรทัดอยู่ เกมกลกรรมมีกลไกกรรมเกิดผล 2 อย่าง ให้ผลโดยปกติโดยกลไกทางนอกคือ พฤติกรรม เดี๋ยวเรามาแปลไทยเป็นไทยกัน แล้วก็ให้ผลที่เป็นปาฏิหาริย์โดยกลไกทางในคือ วิบากกรรม
ถ้าเรารู้กลไกของเกมนั้นเราก็ทำตามกลไกนั้น เกมกลกรรมมันก็ออกมาในรูปของการให้คุณในสิ่งที่เป็นประโยชน์ แต่ถ้าไม่รู้จักกลไกของเกมนั้นเกิดเป็นโทษ ชีวิตผิดปกติ แล้วกลไกกรรมคืออะไร ต้องทำอะไร ต้องทำอย่างไร เมื่อพลั้งพลาดจะแก้เกมอย่างไร หาคำตอบไปด้วยกันในเรขาคณิต(กุล)พิสูจน์กรรม
ตอนนี้ก็อย่าเพิ่งรำคาญกันที่จะทบทวนเรขาคณิต(กุล)พิสูจน์กรรมกันต่ออีกสักหน่อย เพราะต้องการให้ผู้ที่เกิดความคลางแคลงสงสัยตัวเองว่า เรานี่เป็นอะไรกันแน่ ทำดีแทบจะเรียกว่า แทบจะเป็นวรรคเป็นเวร แทบจะเป็นแทบจะตาย ทำไมมันยังไม่ได้ดีสักที เพราะเราทำแบบส่งเดช ทำส่งๆ ถ้าเราศึกษาสักนิดหนึ่ง วงจรชีวิตมันมีมาตั้งแต่ที่เราจุติ จุติคือ เกิดมาในท้องแม่
ที่เราบอกว่า พอตายปุ๊บก็ไปสู่สุคติ หรือทุคติ ไปสู่จุดที่เป็นความสุข หรือไปสู่ความทุกข์ แต่จริงๆ ในอภิธรรมมี 4 ข้อ ก็คือ คติ 4 เราจะไม่ไปลงรายละเอียดละนะ เพราะเดี๋ยวจะไปซ้ำที่พูดมาบ่อยๆ อภิณหปัจเวกขณ์ 5 นี่ตัวขยายความที่เริ่มเป็นตัวเป็นตนในท้องแม่แล้ว แล้วก็เตรียมจะเข้าสู่วิบาก 6
คติ 4 อภิณหปัจเวกขณ์ 5 วิบาก 6 พูดสั้นๆ ก็ได้ว่า เบื้องหน้าการเกิด เบื้องหลังความตาย แต่คติตามที่ชาวบ้าน หรือโบราณ หรือคนรุ่นเก่าเขาพูดกันสั้นมาก ซึ่งก็ทำให้เกิดความงมงาย เช่นว่า คนตายแล้วก็ไปบอกให้ผู้ตายว่า ไปสู่สุคติๆ นะ ความจริงก็คือ มาจากคติ 4 นี่แหละ แต่เรายังมีโอกาส เราเกิดมาแล้ว เรามีโอกาสที่เราจะหาความรู้เรื่องวิบาก แต่เรากลับมาทุ่มเทให้กับพฤติ วิบากคืออะไร วิบากคือ วิบากกรรม ผลกรรมที่เราทำมาแล้ว สำเร็จแล้ว ต้องให้ผลกับเราแน่นอนแล้ว ใครทำกรรมอันใดไว้ จักต้องได้รับผลของกรรมนั้นแน่นอน เราไม่มีโอกาสไปแก้วิบากกรรมซึ่งพระพุทธองค์บอกว่า นายคนที่มาร้องทุกข์มาบอกพระพุทธเจ้าว่า เขาทำความดี ตั้งอกตั้งใจจนแทบจะเรียกว่า เอาชีวิตเข้าไปแลกกับการทำความดี แล้วทำไมเขาไม่ได้ดีสักที เมื่อวานก็พูดไปทีนึงแล้วนะ
พระพุทธเจ้าก็บอกว่า ให้ไปเอาเกลือมาถุงนึง แล้วก็เอาน้ำมาถ้วยนึง ก็บอกว่าให้เอาเกลือเทลงไปในถ้วยนั้นแหละ แล้วก็ให้ชายคนนั้นดื่ม แล้วก็บอกให้คนอื่นลองดื่มดูด้วย ทุกคนก็หน้าเบ้ มันเค็มจัง ก็มันจะไม่เค็มได้ยังไง ทำความดีแค่น้ำถ้วยเดียว แต่ทำความชั่วที่ทำมาเท่ากับเกลือถุงนึง
พระพุทธเจ้าก็บอกว่า ไปเอามาอีกถุงนึง แล้วไปเทลงในแม่น้ำ เทเสร็จก็บอกให้ตักน้ำในแม่น้ำมากินดูซิ แม่น้ำมันก็รสอย่างเดิม เกลือนั้นมันก็ไม่ได้ไปไหนมันก็อยู่ในแม่น้ำ ก็อุปมาว่า คนที่น้อยอกน้อยใจตัวเองว่า ทำดีไม่ได้ดี ทำชั่วได้ดี ทำดีได้ดีมีที่ไหน ทำชั่วได้ดีมีถมไป ค่อยคิดว่าเราจะแก้ตรงไหน ต้องแก้ที่น้ำ น้ำคือ การทำความดีด้วยความฉลาดเฉลียว ด้วยความมีสติและปัญญา ไม่ใช่ทำความดีแบบโง่ๆ อะไรอย่างนี้ มันก็ไม่ถูกต้อง
ก็หันกลับมาเอาเรขาคณิต(กุล)พิสูจน์กรรมให้มันจบสักหน่อย เส้นตรงที่น่าสรรเสริญ ถ้าใครทำความสามารถที่จะสร้างพฤติกรรมของตัวเองด้วยการคิด พูด ทำ ให้มันสอดคล้องเข้ากันเป็นกลมเกลียวกัน กลมกลืนกันกับวิบากกรรมล่ะก็ คนๆ นั้นมีชีวิตที่เดินอยู่บนเส้นตรงที่น่าสรรเสริญ น่าสรรเสริญก็แปลว่า น่าชมเชย ตั้งอยู่บนฐานแห่งความพอดี ทุกอย่างมันต้องพอดี ทำดีให้ถูกดี ทำดีให้ถึงดี ทำดีให้พอดี
สิ่งที่เกิดเก่าคือ วิบาก แน่นอนเราทำมาแล้ว เป็นสมบัติของเรา สิ่งที่เกิดเก่าคือ วิบาก วิบากนี่ไม่ใช่ว่าจะต้องเป็นบาปอย่างเดียว มันเป็น 2 อย่าง คือ มันเป็นทั้งบุญและบาป บุญเรียกว่า กุศลกรรม บาปก็คือ อกุศลกรรม
สิ่งที่เกิดใหม่คือ พฤติ พฤติก็คือ พฤติกรรมการกระทำ เรามีสิทธิ์ มีสิทธิ์ที่จะพูดอย่างฉลาด หรือจะพูดอย่างโง่ๆ เรามีสิทธิ์ที่จะทำอย่างฉลาด เราก็มีสิทธิ์ที่จะทำอย่างโง่ๆ เกิดจากสิทธิความคิดของเรา คิดแบบโง่ๆ หรือคิดแบบฉลาด การพูดกับการกระทำมันก็ออกมาจากความคิด ก็ความคิดโง่ๆ เต็มไปด้วยมิจฉาทิฏฐิ เต็มไปด้วยความถือดี อวดดี อวดเก่ง มันก็แสดงความอวดเก่งออกมาทางนอกทางการกระทำ แสดงคำพูดอวดเบ่งออกมาทางวาจา อันนี้มันก็ชัดเจน ก็พฤติกรรมเป็นของเรา เราสามารถทำได้ เอาน้ำสะอาดเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เรื่อยๆ ใจคอกว้างขวาง มีความเห็นอกเห็นใจเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ นี่ไปสร้างแต่เกลือขึ้นมา สร้างแต่บาปเพิ่มขึ้นๆ ชีวิตมันก็น่าสงสาร ไม่ใช่น่าสรรเสริญ
สิ่งที่เกิดใหม่คือ พฤติ สิ่งที่เกิดเก่าคือ วิบาก จงพิสูจน์ว่า พฤติกรรมคือ การกระทำ คำพูด และความคิด และวิบากกรรมก็คือ สิ่งที่เราทำมาแล้ว ก็บอกว่าแม้กระทั่งชั่วโมงที่แล้วก็เป็นวิบากกรรมแล้วนะ วันที่แล้ว อาทิตย์ที่แล้ว เดือนที่แล้ว ปีที่แล้ว ชาติที่แล้ว
จงพิสูจน์ว่า พฤติกรรมและวิบากกรรมต่างกันอย่างไร ก็ต่างกันตรงที่เรามีสิทธิ์ที่จะทำให้ดีได้ กับหมดสิทธิ์ที่จะทำให้ดีได้หรือไม่ดีได้ ทำมาแล้วก็ต้องเร่งทำปัจจุบันกรรมก็คือ พฤติกรรมให้ดีที่สุด แล้วก็อยู่อย่างทำใจ อยู่เย็นเป็นสุขทุกข์ไม่มี อยู่ร้อนเป็นทุกข์สุขไม่มี อยู่อย่างไรจึงจะอยู่เย็นเป็นสุขทุกข์ไม่มี อยู่อย่างทำใจ ไม่ใช่อยู่อย่างทันใจ
ตัวโลภนี่ตัวร้ายที่สุด อยากจะใหญ่ อยากจะรวย อยากจะมีชื่อเสียงโด่งดัง อยากจะให้มีคนมานับหน้าถือตา มันได้ทั้งนั้นแหละ แต่คุณทำเป็นไหม คุณคิดเป็นไหม คุณพูดเป็นไหม กลับกลายเป็นว่า พระพุทธองค์บอกว่า ตัณหาคือ ความทะยานอยาก มานะคือ ความอยากใหญ่ ท่านเรียกว่า ปปัญจสัญญา สัญญาปรุงแต่ง มาตีบตันตายที่ทิฏฐิ ตัณหาอยากใหญ่ ก็ไม่มีใครว่าคุณอยากใหญ่ก็ใหญ่ให้ถูกทิศถูกทาง ถูกวิธี ให้มันเหมาะสม มานะคือ อยากมีชื่อเสียง ก็ไม่ว่ากัน ตัณหาอยากมีมากๆ มานะอยากใหญ่มากๆ ตำแหน่งใหญ่ๆ ยิ่งชอบ ก็ได้ ทั้ง 2 อย่างนี้มีสิทธิ์ คุณมีสิทธิ์ได้ความต้องการ แล้วก็อยากจะใหญ่เท่าไหร่ก็ใหญ่ได้ แต่มาติดข้อที่ 3 ใจแคบ ทิฏฐิแปลว่า ใจแคบ ในภาษาพระเรียกว่า สัญญาปรุงแต่ง ปปัญจสัญญา
เอาล่ะพูดซ้ำๆ ของเดิมนั่นแหล่ะ เดี๋ยวคนก็บอกว่าชักจะจืดซะแล้ว เราไม่จืดแต่เราทำได้ทั้งแกงจืดแล้วก็ต้มยำ ความจริงต้มยำมันก็คือ แกงจืดที่มาปรุงรสจัด มาปรุงให้รสมันจัดๆ แกงจืดก็คือ ต้มยำที่ไม่เอามาทำให้รสมันจัด เราจะจืดก็ได้ เราจะจัดก็ได้ รสจืดก็ได้ชีวิต รสจัดก็ได้ ขึ้นอยู่กับว่าเราจะปรุงชีวิตเราอย่างไร
เพราะฉะนั้นก็ขอบอกว่า อีกประมาณเดือนนึง เดือนหน้าเดือนมีนาคมวันที่ 3 วันนี้วันที่ 3 กุมภาพันธ์ เป็นวันสำคัญอีกวันหนึ่งในงานพระพุทธศาสนาก็คือ วันมาฆบูชามหาปุณณมี บางคนถามมาว่า วันมาฆบูชาปีนี้ทำไมไปอยู่เดือน 4 ก็บอกมันเป็นปีของการมีสองแปด อาสาฬหบูชากับวิสาขบูชาไม่สำคัญใช่ไหม บอกแล้วกัน สำคัญทั้ง 3 วันนั่นแหละ ทั้งมาฆบูชา วันเพ็ญขึ้น 15 ค่ำ เดือน 3 ปีนี้ไปอยู่เดือนที่ 4 วิสาขบูชาวันเพ็ญขึ้น 15 ค่ำ เดือน 6 อาสาฬหบูชา วันเพ็ญขึ้น 15 ค่ำ เดือน 8 มีความสำคัญอย่างยิ่งยวดทั้งนั้น และแต่ละวันๆ ถ้าเราหยิบเอาสุดยอดของความหมายของวันมาใช้ให้ถูก แทบจะเรียกว่า เป็นพุทธศาสนิกชนที่ดีแล้วแทบจะเพียงพอเลย เพราะว่าเราไม่เข้าใจเราก็ไปตะลอนๆ หาสิ่งที่เป็นนอกลู่นอกทางในงานพระศาสนา ที่ปรุงแต่งกันมาตั้งไม่รู้กี่ร้อยกี่พันปี ก็เหมือนอย่างกับเราไม่เข้าใจชีวิต กว่าจะเข้าใจชีวิต ชีวิตเหลือนิดเดียว
คนจำนวนมากเลย แต่ไม่ใช่ทุกคนนะ กว่าจะเข้าใจชีวิต ชีวิตเหลือนิดเดียว เสียดายจริงๆ สำหรับคนที่มีมิจฉาทิฏฐิ ความเห็นผิด แล้วก็ไปเที่ยวแสวงหาวิธีการที่จะทำให้ชีวิตตัวเองประสบความสำเร็จสุข โดยเฉพาะการไปแสวงหาเรื่องศักดิ์สิทธิ์ อิทธิฤทธิ์ ปาฏิหาริย์ เทพเทวดา เรื่องลึกลับซับซ้อนซ่อนเร้นปิดบังอำพรางทั้งหลาย แต่สิ่งที่เป็นธาตุรู้ในตัวเองมีโอกาสใส่ความรู้เข้าไปในธาตุให้เป็นธาตุรู้ มองแล้วยิ่งยุคนี้แล้วก็ยุคข้างหน้าก็คงจะยิ่งกว่านี้ หาคนที่จะใส่ใจใฝ่เรียนรู้ เอาความรู้ใส่ไปในวิญญาณธาตุให้มันสมบูรณ์ แล้วชีวิตของเราก็จะได้ไม่บกพร่อง ก็ไม่ค่อยมี
ทดลองถามเด็กวัยรุ่นหนุ่มสาว แล้วเราต้องหยุด หยุดทดลองถามเขาเลย เพราะเขาแทบจะไม่ยอมรับรู้เรียนรู้แม้นแต่เล็กน้อย เขาก็แทบจะไม่เอา เพราะเคยทดลองใจด้วยการป้อนคำถาม เขาก็เลยลุกพรวดพราดเดินหนีไปซะอย่างนั้นแหละ ก็เป็นเรื่องที่ทั้งขำ ขัน แล้วก็เป็นห่วงลูก หลาน เหลน โหลน ในภายหน้ายิ่งนัก เอาล่ะบ่นให้ฟังเท่านี้ เดี๋ยวเรามาฟังเพลงคลายเครียดกันดีกว่า แล้วก็สวดมนต์สวดพรกัน ขอขอบคุณทุกคนที่ทนฟัง
รวบรวมโดย คุณวิษณุ กระจ่างศรี
บทความที่เกี่ยวข้อง
ศักยภาพกับศักดิ์สิทธิ์ เป็นเรื่องเกี่ยวเนื่องกัน หรือหนุนเนื่องกันอย่างแน่นอน โดยที่เราจะต้องสร้างสมดุลระหว่างศักยภาพกับศักดิ์สิทธิ์ขึ้นมาให้มันพอดีกัน
ที่ตัวเรามีศักยภาพที่เก่งอยู่แล้ว แต่ยังขาดความเฮงหรือศักดิ์สิทธิ์ เพราะเรายังขาดคุณความดีมากพอ เราจึงต้องสร้างพลังศักดิ์สิทธิ์ขึ้นมาเป็นอำนาจในการถ่วงดุลกันเพื่อให้เกิดความเฮง
ไม่ว่าคุณจะเก่งขนาดไหนถ้าหากไม่มีคุณธรรม จิตไม่มีความเมตตา ขาดความสงสาร ขาดความเห็นใจผู้อื่น ความเฮงก็จะไม่เกิดขึ้น
ความเก่งที่รอความเฮงต้องการตัวกลางของความเก่งคือ ความมีจิตที่เมตตา
25 ม.ค. 2026
ถ้าคุณทำกายของคุณให้เบา ทำใจให้ปลอดโปร่งโล่งสบาย ลดความโลภสักนิด คุณจะเข้าใจว่า วิบากกรรมในภพเก่าของเรา ที่มาเชื่อมต่อวิบากกรรมคือ ผลกรรมที่เราทำไว้ในชาตินี้ที่เริ่มจำความ มันผิดตรงไหน มันต้องแก้ไขตรงไหน มันต้องยอมตรงไหน ไม่ยอมตรงไหน
3 ก.พ. 2026
วิญญาณแท้ต้องสัมพัทธ์ในการสัมผัสและสัมพันธ์
จิตศักดิ์สิทธิ์ต้องมีความศรัทธาที่ถึงพร้อมและตกผลึก
16 ม.ค. 2026
