แชร์

EP. 1846  งานไหว้ครู และครอบครูให้เป็นความหมายของตัวเลข 20  เพราะพระพรหมมีรูปพรหม 16 ชั้น และอรูปพรหม 4 ชั้น

อัพเดทล่าสุด: 4 ก.พ. 2026
22 ผู้เข้าชม
สวัสดีชาวสหปฏิบัติฯ ทุกๆ ท่าน วันนี้เป็นวันที่ 11 เป็นวันพระข้างแรม 8 ค่ำ เดือน 2 ปีมะเส็ง เดือนมกราคมพุทธศักราช 2569 และคริสตศักราช 2026 เป็นวันอาทิตย์ “อะโมฆัง ทิวะสัง กะยิรา อัปเปนะ พหุเกนะ วา”  วันนี้เราคงจะใช้เวลาพูดกันถึงงานอีก 9 วันข้างหน้า คือ 20 มกรา ก็ต้องย้ำอีกทีหนึ่ง  
เหตุที่เรามีงานประจำปี ปีละ 2 ครั้ง คือ 20 มกราคมและ 20 กันยายน  ก็มีผู้สงสัยว่าบางปีก็ตรงกับวันพฤหัสบดีซึ่งก็ถือว่า เป็นวันครู แต่บางปีโดยเฉพาะปีนี้ก็ไม่ตรงกับวันพฤหัส ทำไมเราไม่ทำอย่างสำนักอื่นๆ เขา  เราก็เลยบอกว่า ความจริงแล้วพระพรหมท่านมีพระประสงค์ พระพรหมท่านมีพระประสงค์  เพราะว่าท่านก็บอกว่าท่านมีรูปพรหมอยู่ 16 ภาค และอรูปพรหมอีก 4 ภาค ก็รวมกันเป็น 20 ภาค  มันสมควรแล้วที่เราจะใช้วันที่ 20 ของเดือนมกราคม และ 20 ของเดือนกันยายน ประกอบพิธีบูชา เพื่อความเป็นสิริมงคลของพรหมลิขิตของทุกๆ คน
ถามว่า เราติดอุปาทานหรือเปล่า ไม่ได้ติดอุปาทาน แต่เราถือว่าอะไรที่ทำแล้วมันสอดคล้อง  มันสอดคล้องกับสิ่งที่ว่าด้วยเหตุและผล เราก็ควรจะ แต่ถ้าอะไรที่มันยุ่งยากมากเรื่องจนเกินไป ไม่สมควรแก่เหตุและผล  เราก็ไม่ทำ  เราทำได้เราก็ทำ  เราทำไม่ได้เราก็ไม่ทำ ในเมื่อพระพรหมท่านบอกว่า ท่านมีรูปพรหมอยู่ถึง 16 ภาค  แล้วก็พร้อมจะส่งบารมีให้กับทุกๆ คนที่มีพรหมลิขิต  ก็ยังมีอรูปพรหมอีก 4 ภาคที่จะส่งให้ในลักษณะเป็นสุขสงบ  อรูปพรหมนี่เป็นบารมีที่สุขแล้วก็สงบ  
ส่วน 16 ชั้นนั้นเป็นรูปพรหมอยู่ในกามาวจร มีความสุขสนุกสนาน แล้วก็ต้องการที่จะมีชีวิตชีวาต่อสู้กับความจริงของชีวิตได้ คนละรสชาติ  รูปพรหมมีชีวิตชีวา มีรสมีชาติในชีวิต ไม่หมดอะไรตายอยาก โดยเฉพาะคนสมัยนี้จะมีปัญหาชีวิตแม้กระทั่งเด็กรุ่นๆ หรือเด็กวัยรุ่นก็จะมีโรคชนิดหนึ่งซึ่งขอเรียกความหมายว่า เป็นโรคประเภทหมดอะไรตายอยาก ก็คือโรคอะไร โรคซึมเศร้า 
ในเมื่อคนยุคนี้ต่อสู้ชีวิต แต่บางคนก็ไม่ได้ต่อสู้ แต่ว่าไม่สู้ แต่บางคนเขาต่อสู้ชีวิตจนกระทั่งเป็นโรคอารมณ์ 2 ขั้วที่ฝรั่งเขาเรียก ไบโพล่า (Bipolar) แล้วก็พอถึงจุดอันตรายสุดขีด  มันก็กลายเป็นซึมเศร้า บางคนต่อสู้ชีวิตจนกระทั่งกลายเป็นโรคอารมณ์ 2 ขั้ว แล้วก็เป็นโรคซึมเศร้า 
แต่บางคนไม่สู้ชีวิต ปล่อยให้ชีวิตมันอยู่ในลักษณะซึมกะทือ ขออภัยคำว่า กะทือไม่ใช่คำหยาบนะ ใช้ชีวิตแบบซึมกะทือ ไม่รู้สึกรู้แสงอะไรทั้งสิ้น อยู่ในสภาพที่หมดอะไรตายอยาก แล้วผลที่สุดก็กลายเป็นโรคซึมเศร้า 
พระพรหมก็บอกว่า รังสีแห่งพรหม 16 ชั้น ซึ่งเป็นรังสีแห่งความมีความกระตือรือร้น เป็นความรู้สึกมีรสมีชาติ ชีวิตเต็มไปด้วยรสชาติ ส่งเป็นรังสีมาให้กับมนุษย์ทุกคนที่มีพรหมลิขิต 16 ภาค แล้วก็เมื่อถึงเวลาชีวิตเริ่มนิ่ง เริ่มอยู่ตัว เริ่มเป็นปกติอรูปพรหมอีก 4 ชั้นก็ส่งมา ส่งรังสีแห่งความสงบสุขมาให้ มันเป็นชีวิตที่ครบถ้วนรสชาติของชีวิต ทั้งมีรสมีชาติ แล้วก็ทางที่อยู่อย่างสงบในภพในชาติ
เพราะฉะนั้นขอให้กำหนดงานการไหว้ครู และครอบครู ให้เป็นความหมายของตัวเลขที่ 20 เถอะ เราก็เลยจัดพิธีไหว้ครู ครอบครูมาตั้ง 30 กว่าๆ จัดประมาณ 40 ปีแล้ว ในลักษณะที่เรานึกถึงรูปพระพรหม 16 ชั้น พรหมปาริสัชชา, พรหมปุโรหิตา, มหาพรหมา, ปริตตาภา, อัปปมาณาภา, พรหมอาภัสรา, พรหมปริตตสุภา, พรหมอัปปมาณสุภา, พรหมสุภกิณหา แล้วก็อสัญญีสัตตา พรหมอสัญญีสัตตา, พรหมเวหพลา, มหาพรหมอวิหา, หมาพรหมอตัปปา แล้วก็มหาพรหมสุทัสสา, หมาพรหมสุทัสสี, แล้วก็มหาพรหมอกนิฏฐา 
ส่วนพรหมที่ทำให้เรามีความสงบสุข ราบเรียบ ชีวิตไม่โลดโผน หลังจากโลดโผนโจนทยานมามากแล้ว ก็มี 4 ชั้นคือ พรหมอากาสานัญจายตนะ พรหมวิญญาณัญจายตนะ พรหมอากิญจัญญายตนะ แล้วก็พรหมเนวสัญญานาสัญญายตนะ  4 ชั้นที่เป็นอรูปพรหม อกามาวจรก็หมายความว่า รังสีของท่าน เมื่อสาดส่องมาให้เราแล้ว เราก็จะมีชีวิตอยู่อย่างสงบสุข เป็นปกติสุข  
ส่วนพรหม 16 ชั้นนั้น ส่งมาให้เราแล้วชีวิตเราก็สามารถที่จะมีพลังในการต่อสู้กับความลำบากหรือความทุกข์ยาก อุปสรรค ปัญหาทั้งหลายทั้งปวงให้ผ่านพ้นไปได้ด้วยดี ความหมายมันแตกต่างกันตรงนี้ รวมความแล้วทั้ง 20 ชั้นก็มีความสำคัญยิ่ง ก็หวังว่าคงเข้าใจตามนี้ แล้วผู้ที่มาทำพิธีไหว้ครูก็ให้มั่นใจเถอะว่า ท่านได้เข้ามาสู่การยอมรับ หรือขอรับรังสีแห่งพรหมทั้งฝ่ายบู๊ และฝ่ายบุ๋นนั่นแหละ ฝ่ายบู๋ก็ 16 ชั้น ฝ่ายบุ๋นก็ 4 ชั้น
เมื่อเรามีชีวิตที่เกิดมาตามพรหมลิขิต แล้วเราจะปฏิเสธได้อย่างไรว่า พรหมลิขิตไม่สำคัญ พรหมลิขิตมีความสำคัญอย่างยิ่งยวด เพราะว่าถ้าเราฝืน ฝืนชะตาของพรหมลิขิต เราก็มีชีวิตที่ลำบากเหมือนอย่างที่เขาเปรียบเทียบว่า เข็นครกขึ้นเขา เราต้องการจะปล่อยครกลงจากเขา ทุ่นแรงดีด้วย ไม่ต้องออกแรง  เข็นครกขึ้นเขามันเหนื่อย แล้วมันขึ้นยาก  แต่ถ้าปล่อยครกให้มันกลิ้งลงมาตามสภาพรอยลักษณะลาดชันของเขา มันลงมาเองสบายๆ เราไม่ต้องไปกังวลกับมันเลย 
ก็มาให้ความอย่างว่า ชีวิตเราสามารถจะปล่อยให้เป็นไปตามธรรมดาธรรมชาติ ไม่ต้องไปฝืนธรรมชาติ ไม่ต้องไปลำบากกับการต่อสู้กับธรรมชาติ เราคล้อยตามธรรมชาติไป  
เอาล่ะ เราจะให้ข้อคิดพอประมาณ แล้วเดี๋ยวเรามาดูผลงานของคุณกันติชา เวชสุรียะกุล 1845 สอดคล้องกันเลย คุณกันติชาบอกว่า เลื่อนอะไรสามารถเลื่อนได้ดี เท่ากับเลื่อนฐานะของจิตใจ  จิตใจคนนี่มันแสนเข็ญจริงๆ มันเข็ญยาก แสนเข็ญ เลื่อนอะไรจะมาเลื่อนได้ดีเท่ากับเลื่อนฐานะของจิตใจ ปลอดภัยทั้งชาตินี้ชาติหน้า  เลื่อนด้วยความรู้และปัญญา 
เราฝืนจิตฝืนใจตัวเองโดยไม่จำเป็นกันมากมาย ไปฝืนทำไม ในเมื่อจิตมันเป็นธรรมชาติของมัน แล้วคนส่วนใหญ่ก็ไม่เข้าใจก็จะไปฝืนจิตตัวเอง ไปฝืนจิตไม่ถูกต้อง แต่ถ้าฝึกจิตถูกต้อง มันต่างกันยังไง ก็มีความหมายอยู่ในคำพูดเราว่า ฝืนจิต ไปฝืนมันได้ยังไง  เพราะจิตมันดำเนินไปตามธรรมชาติของมัน  แต่ถ้าหากว่าเราจะทำการฝึกจิต  ฝึกให้มันเข้มแข็ง อดทน อดออม อดกลั้นอันนี้ถูกต้อง 
การฝืนจิตต่างกับการฝึกจิต ฝึกเพื่อให้เกิดความพร้อม พร้อมที่จะดำเนินชีวิตด้วยจิต  แต่ถ้าหากไปฝืนจิต มันเป็นไปยาก ไปฝืนมันทำไม เพราะจิตมันก็ทำหน้าที่ของมันไป ไม่ควรจะไปฝืนมัน  แต่ถ้าเราจะฝึกมันว่า พุทธพจน์บอกว่า จิตตัง ทันตัง สุขาวะหัง จิตที่ฝึกแล้วนำสุขมาให้  การฝึกจิตไม่ใช่ฝืนธรรมชาติ แต่การฝืนจิตนี่คือ ฝืนธรรมชาติ
เมื่อธรรมชาติเขาต้องการอย่างนี้ๆๆ แล้วเราก็ทำได้ ทำได้อย่างนี้ๆๆ เราก็ทำไป แต่ไปฝืนทำไม เมื่อไปฝืนมันก็ผิดธรรมชาติ สหปฏิบัติฯ ของเราถือเรื่องของการทำตามหน้าที่ที่ต้องทำตามกฎของธรรมชาติ ธรรมะคือ ธรรมชาติ ไม่ควรจะไปฝืนธรรมชาติ เราไม่สามารถหรอก เพราะธรรมชาติเขามีอำนาจสูงสุด จิตก็เป็นธรรมชาติอย่างหนึ่งที่เราควรจะปล่อยไปตามธรรมชาติ  
แต่ถ้าฝึกเพื่อให้จิตนั้นมีความพร้อม ที่จะดำเนินชีวิตตามธรรมชาติอันนี้ถูกต้อง ฟังดีๆ นะมันมีแง่อยู่เล็กน้อยเท่านั้น คนที่ใช้ชีวิตแบบฝืนจิตฝืนธรรมชาติทุกข์มาก ทุกข์ แล้วจะทุกข์ไปทำไม ถามว่าจะทุกข์ไปทำไม คุณทุกข์แล้วคุณได้อะไรขึ้นมา ทุกข์แล้วรวยก็น่าจะทุกข์ ทุกข์แล้วหายโรคก็น่าจะทุกข์ ทุกข์แล้วปราศจากโรคก็น่าจะทุกข์ คนบางคนไม่เป็นอย่างนั้น อยู่ดีๆ ก็ทุกข์ แล้วก็ทุกข์ แล้วก็ทุกข์  แล้วบางคนก็หาเรื่อง หาเรื่อง เอาเรื่องที่เสียหายมาทำให้เกิดความทุกข์
สรุปแล้วเราปฏิบัติธรรมโดยสะดวก สบาย ง่าย ประหยัด แล้วก็ไม่ติดอุปาทาน นี่คือจุดประสงค์ของงานสหปฏิบัติฯ  แต่อะไรที่เราทำได้ คล้อยตามได้ เป็นไปได้ อย่างเช่น เราไหว้ครูวันที่ 20 มกราคมตามจำนวนของพรหมมี 20 ชั้น เราครอบครูวันที่ 20 กันยายนตามจำนวนของพระพรหม 20 ชั้น อันนี้เราทำได้เราก็ทำ 
แต่บางคนบอกว่า พระพรหมมี 40 ชั้น สมมติๆ เราก็นั่งคอยวันที่ 40 คอยเท่าไหร่ๆ วันที่ 40 มันก็ไม่มาสักที  บางเดือนก็มีวันที่ 30  บางเดือนก็มีวันที่ 31  เดือนกุมภาพันธ์บางเดือนบางปีก็มี 28 วัน บางเดือนก็มี 29 วัน  เดือนที่ลงด้วยคมก็มี 31 วัน  เดือนที่ลงด้วยยนก็มี 30 วัน ก็พรหมมี 40 ชั้นสมมตินะสมมติ  เราก็จะรอทำพิธีวันที่ 40 ก็ไม่ต้องไปคอยชาตินี้ ชาติหน้าและชาติไหนๆ ก็เลิกกัน อันนี้เขาเรียกว่า วิปริตไปหน่อย 
แต่ในเมื่อพรหมมี 20 ชั้น แล้วเรามีวัน มีเดือนที่มีวันพอกับจำนวนภาคของพระพรหมคือ 20 20 ภาค เราก็ทำตามนั้นไป ไม่ได้ติดอุปาทาน แต่สามารถที่จะทำตามได้เราก็ทำตามไป นี่คือ การคล้อยตามตามความเหมาะสมนั่นเอง  อะไรที่เหมาะสมเราทำเถอะ  อะไรที่เกินความพอดี  เกินความเหมาะสมอย่าทำเลย  ไม่เกิดผลดีมีแต่ผลเสีย 
เอาล่ะวันนี้ก็คุยกันแบบสบายๆ หลายคนบอกคุยไปคุยมาชักไม่มีสาระ ฟังให้ดีๆ เรามีสาระทุกวันแหละ เพราะฉะนั้นก็ขอขอบคุณทุกคนที่ทนฟัง เดี๋ยวมาฟังเพลง มีรายงานจากอาจารย์ปัญจพล จิตติฉันท์  เรื่องอะไรนั้นก็ลองฟังดู ขอขอบคุณอีกครั้งที่ทนฟัง
ครูที่มีตัวตนจำนวนเท่าไหร่ เราก็คงจะนับไม่ถ้วนเหมือนกัน แล้วยิ่งถ้าครูที่ไม่มีตัวตน เป็นปรมาณู ไม่รู้ในโลกและจักรวาลนี้มีเท่าไหร่ ก็ให้ครูทั้งหลายมาอำนวยพรให้กับทุกท่าน ที่เข้าสู่รายการในวันนี้ทั้งที่บ้านและที่นี่ ก็ขอให้อำนวยอวยพรแก่ทุกๆ ท่านที่ได้กล่าวมา โดยเฉพาะผู้ที่เป็นสื่อของครูอีก 9 ท่าน ก็มีพระฤาษีนารอด นารายณ์ ตาวัว ตาไฟ วลัยโกษ โคดม  นักพรต และเพชรฉลูกัณฑ์ ตลอดจนหมอชีวกโกมารภัจจ์  ก็คุณครูมากมายสุดจะบรรยาย ผู้ฟังเองก็เป็นครู  ครูมีอยู่ทั่วไป ใครๆ ก็เป็นได้ทั้งครูและศิษย์ เพราะฉะนั้นครูจึงมีบทบาท และมีความสำคัญยิ่ง ที่เราจะต้องประกอบพิธีไหว้ครู และครอบครู
 
รวบรวมโดย คุณอรสา กู้เกินพงษ์


บทความที่เกี่ยวข้อง
EP. 1839  เทพจะเสกสรรสิ่งอันเป็นประโยชน์ทั้งหลายที่มนุษย์ต้องการให้กับมนุษย์ที่จัดสรรเท่านั้น
ถ้ามนุษย์ไม่จัดสรร  เทพก็ไม่สามารถจะเสกสรร ในขณะที่ธรรมชาติตั้งใจจะสร้างสรรค์ ธรรมชาติก็สร้างสรรค์ไปตามธรรมชาติ  แต่เทพไม่สามารถจะเสกสรรค์ เพราะมนุษย์ไม่จัดสรรตัวเอง
6 ม.ค. 2026
EP. 1871   เรขาคณิต(กุล)พิสูจน์ของเล่น กับ การเล่นของ (พฤ. 12 ก.พ. 2569)
เส้นตรงที่น่าสงสัยตั้งอยู่บนฐานแห่งความงวยงง สิ่งที่เกิดเก่า คือ การเล่นของ      สิ่งที่เกิดใหม่ คือ ของเล่น สิ่งที่เกิดใหม่ คือ ของเล่น           สิ่งที่เกิดเก่า คือ การเล่นของ  จงพิสูจน์ว่า การเล่นของ และของเล่น ต่างกันอย่างไร เพราะฉะนั้นอย่าล้อเล่น ของเล่นไม่เป็นไร แต่ถ้าเล่นของเป็นไรแน่นอน
18 ก.พ. 2026
EP. 1840   ชีวิตควรอยู่กับทั้งพฤติกรรม เห็นตำตา และวิบากกรรม มองเท่าไหร่ก็ไม่เห็น
เรื่องพลังเหนือสามัญวิสัยมันมีอำนาจ มันเอาอำนาจของมันเปลี่ยนให้คนดีก็ได้ ได้ดี เปลี่ยนให้คนร้ายก็ได้ ได้ร้าย เราจึงบอกว่า อย่ามองข้ามเรื่องเหนือสามัญวิสัย บางคนใช้ชีวิตมาครึ่งค่อนชาติ หรือเกือบหมดชาติ มองเห็นชัดๆ เลยสำหรับผู้มีประสบการณ์ คนๆ นั้นต้องอำนาจอาถรรพ์ อำนาจนั้นเรียกว่า เหนือสามัญวิสัย
6 ม.ค. 2026
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
เปรียบเทียบสินค้า
0/4
ลบทั้งหมด
เปรียบเทียบ
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy