แชร์

EP.1972  สิ่งศักดิ์สิทธิ์  อิทธิฤทธิ์  ปาฏิหาริย์  เทพเทวดา  เรื่องลึกลับ ซับซ้อน ซ่อนเร้น ปิดบัง อำพรางทั้งหลาย ไม่มีชีวิต  แต่มีอิทธิฤทธิ์ (อ. 9 มิ.ย. 2569)

อัพเดทล่าสุด: 11 มิ.ย. 2026
3 ผู้เข้าชม
EP.1972  สิ่งศักดิ์สิทธิ์  อิทธิฤทธิ์  ปาฏิหาริย์  เทพเทวดา  เรื่องลึกลับ ซับซ้อน ซ่อนเร้น ปิดบัง อำพรางทั้งหลาย ไม่มีชีวิต  แต่มีอิทธิฤทธิ์   
อิทธิฤทธิ์ของเทพเทวดา   อิทธิฤทธิ์ของพลังศักดิ์สิทธิ์   อิทธิฤทธิ์ของเรื่องลึกลับซับซ้อนทั้งหลาย   อิทธิฤทธิ์ของอำนาจไสยศาสตร์   อำนาจปรากฎการณ์ต่างๆ   ต้องลงมาแสดงในตัวมนุษย์เพราะว่าเทพไม่มีชีวิต  เทพต้องมาอาศัยเวที ก็คือ ตัวชีวิต ตัวมนุษย์เป็นเวทีในการแสดงอิทธิฤทธิ์  แสดงปาฏิหาริย์
สวัสดีทุกท่าน วันนี้เพลงออกแขกหยุดลงที่ว่า สมาธิจิต  สมาธิแปลว่า จิตตั้งมั่น แล้วเมื่อจิตเป็นที่ตั้งของสมาธิ จิตเราก็มีความมั่นคง เป็นจิตที่มีคุณภาพ เล็กๆ น้อยๆ เหล่านี้ก็เอาไว้ประกอบการรับรู้เรียนรู้เพื่อเป็นประโยชน์ในการสร้างความศักดิ์สิทธิ์ต่อไป 
วันนี้เป็นวันอังคารที่ 9 เดือนมิถุนายน  พุทธะ 69 คริสต์ 26  แรม 9 ค่ำ เดือน 7 ปีมะเมีย   “อะโมฆัง ทิวะสัง  กะยิรา  อัปเปนะ พหุเกนะ วา”   ท่านเตือนเราว่า วันเวลามีค่า  มีความหมาย  อย่าปล่อยให้ผ่านไปเปล่า ควรจะต้องทำประโยชน์ให้ได้มากที่สุด เราชาวสหปฏิบัติฯ ก็สัญญากันว่า นอกจากแต่ละวันๆ  เราจะทำประโยชน์ให้เกิดทางนอก ตามหน้าที่รับผิดชอบของเราให้ดีที่สุด แล้วเรายังสัญญากับสิ่งศักดิ์สิทธิ์ว่า เราจะทำหน้าที่ศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับเรื่องของทางใน ให้ก้าวหน้าสู่สากล เราจึงมีนามบัตรประจำสหปฏิบัติฯ ของเราอยู่ 9 ช่อง 
ช่องที่ 9 อิสระ  ช่องที่ 1 มนุษย์ มนุษย์เป็นผู้มีจิตใจสูง แปลว่า ผู้มีจิตใจสูง  ถ้าต้องการจิตที่เป็นอิสระ ไม่ได้หมายความว่า ปฏิเสธหรือไม่ยอมรับว่า เรามีเทพมาลง มีองค์มาเข้า มีเจ้ามาประทับ เรายอมรับ แต่เรายอมรับแล้วเรากับเทพ เทพกับเรา คือ ช่องที่ 2 จะดำเนินไปด้วยกัน  
เมื่อดำเนินไปในวิถีทางชีวิตของพรหมลิขิตถึงจุดสำคัญจุดๆ หนึ่งแล้ว เทพก็เป็นอิสระจากเรา เราก็เป็นอิสระจากเทพ แต่ไม่ได้หมายความว่า ตัดขาดกัน แต่เราจะพึ่งพาอาศัยกันในลักษณะที่ต่างฝ่ายต่างมีความรู้ความสามารถ มีประโยชน์กันคนละแง่มุม แล้วก็เอา 2 แง่มุม คือ แง่มุมของสามัญวิสัย คือ มนุษย์มีศักยภาพเก่งทางนอก และเหนือสามัญวิสัย คือ เทพช่วยให้มนุษย์มีความสามารถเก่งทางใน 
ทั้งหมดทั้งสิ้นนี้กลายเป็นว่า ทั้งศักยภาพคือ ความเก่งของมนุษย์ ทั้งศักดิ์สิทธิ์คือ ความเฮงหรือฤทธิ์ที่ได้จากเทพเทวดา มันจะไปไหนเสียล่ะ มันก็มาอยู่ในตัวมนุษย์ทั้งหมด เพราะเรายืนยันมาหลายวันแล้วว่า สิ่งศักดิ์สิทธิ์ อิทธิฤทธิ์ ปาฏิหาริย์ เทพเทวดา เรื่องลึกลับทั้งหลายไม่มีชีวิต 
สิ่งศักดิ์สิทธิ์ อิทธิฤทธิ์ ปาฏิหาริย์ เทพเทวดา เรื่องลึกลับ ซับซ้อน ซ่อนเร้น ปิดบัง อำพรางทั้งหลายไม่มีชีวิต  แล้วท่านจะแสดงอิทธิฤทธิ์ออกมาอย่างไร ก็มาแสดงในตัวมนุษย์  เพราะว่าเทพไม่มีชีวิต เทพต้องมาอาศัยเวที ก็คือ ตัวชีวิต ตัวมนุษย์ เป็นเวทีในการแสดงอิทธิฤทธิ์ 
ทีนี้เกิดสมมติว่า มนุษย์ไม่รู้อิโหน่อิเหน่อะไรเลย ไม่สนใจอะไรเลย ไม่ยอมรับอะไรเลย ปฏิเสธโดยสิ้นเชิงว่า ฉันไม่เกี่ยว เทพเทวดาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายเป็นคลื่นพลังกรรมที่เรียกว่า คลื่นสอดแทรก ก็พยายาม พยายาม พยายามสอดแทรกลงมาในตัวมนุษย์  มนุษย์ก็ปวดหัวจนหัวจะแตก  ปวดท้องจนกระทั่งแทบจะขาดใจ  ปวดตามตัว  ปวดนู่นปวดนี่ปวดนั่น  แล้วผลที่สุดก็ปวดใจ  ทำไมชีวิตเราถึงลำบากอย่างนี้  ทำไมถึงทรมานอย่างนี้  ทำไมถึงมีปัญหาอย่างนี้  ก็เพราะว่าเทพเขาต้องเอาเรา คือ ขันธ์ 5 ที่ประกอบกันแล้วเป็นชีวิตเป็นเวทีแสดงฤทธิ์ ก็คือ แสดงอิทธิฤทธิ์ แสดงปาฏิหาริย์ 
เพราะฉะนั้น เทพเทวดาจึงต้องมีส่วนร่วมรับผิดชอบชีวิตและสังขารของเรา ชีวิตของเรา สังขารของเรา เทพเทวดาท่านก็ห่วง ท่านก็หวง ท่านก็ต้องการจะให้ปลอดภัย เว้นไว้แต่ว่าท่านเห็นว่าไม่ไหวจริงๆ เจ้าของร่างรายนี้เห็นทีจะพัฒนายาก เห็นทีที่จะนำเอามาเป็นสนามในการแสดงปาฏิหาริย์ลำบาก ท่านก็ต้องตัดทิ้งไป 
พอเทพตัดทิ้ง มนุษย์ก็ต้องทิ้งสังขารด้วยเป็นธรรมดา เพราะมนุษย์ประกอบด้วยขันธ์ 5 รูป ขันธ์ตัวที่ 1 เวทนา  ขันธ์ตัวที่ 2 สัญญา  ขันธ์ตัวที่ 3 สังขาร  ขันธ์ตัวที่ 4 และวิญญาณคือขันธ์ตัวที่ 5 เทพเขาก็ต้องให้วิญญาณหลุดออกจากร่าง แล้วก็ไปก่อร่างสร้างตัวขึ้นมาใหม่ตามคติ 4 อภิณหปัจเวกขณ์ 5 และ วิบาก 6 เป็นธรรมดาเห็นได้ตามหลักเหตุผลทั่วๆ ไปเลย 
เพราะฉะนั้นเรา จึงขอยืนยันอีกว่า วันนี้หรือจะเป็นวันไหนว่า เทพเทวดา ศักดิ์สิทธิ์ อิทธิฤทธิ์ ปาฏิหาริย์ เทพเทวดา เรื่องลึกลับทั้งหลายไม่มีชีวิต ไม่มีชีวิต แต่มีอิทธิฤทธิ์  อิทธิฤทธิ์ของเทพเทวดา อิทธิฤทธิ์ของพลังศักดิ์สิทธิ์ อิทธิฤทธิ์ของเรื่องลึกลับซับซ้อนทั้งหลาย อิทธิฤทธิ์ของอำนาจไสยศาสตร์ อำนาจปรากฎการณ์ต่างๆ ก็ต้องลงมาที่ตัวเรา มาแสดงที่ตัวเรา แล้วไฉนมนุษย์จึงประมาท บางคนนะไม่ใช่ทุกคน จึงประมาทว่าฉันไม่ต้องไปยุ่งอะไรกับร่างฉันน่ะ ฉันปล่อยไปตามสบาย ฉันไม่สนใจทั้งมนุษย์ ทั้งเทพ ทั้งผี ทั้งเรื่องลึกซึ้ง ทั้งเรื่องลึกลับ ทั้งเรื่องทั่วไปฉันไม่สนใจ  ฉันขอใช้ชีวิตของฉันไปตามเรื่องตามราวไปวันนึง วันนึง วันนึง  
ชีวิตคนอย่างนี้จะมีปัญหาสับสนอยู่ภายใน แต่แสดงความไม่รู้ไม่ชี้อยู่ภายนอก แต่ภายในเขาสับสนไปหมด  เขาไม่รู้จะว่าอะไรเป็นอะไรแล้ว  มันพัลวันพัลเกไปหมดแล้ว และส่วนหนึ่งเมื่อวุ่นวายมากๆ ไหนจะปัญหาทางนอกมนุษย์ด้วยกัน ทั้งทิศทั้ง 6 ที่จะต้องสัมพันธ์กัน  แล้วก็ทั้งที่เรื่องอำนาจเหนือสามัญวิสัยส่งพลังลงมาทำให้เกิดความสับสน  อันนี้ทางนอก หรืออันนี้ทางใน อันนี้ทางใน หรืออันนี้ทางนอก หรืออันนี้ทั้งทางนอกและทางใน เอ๊ะ อะไรกันแน่ เอ๊ะ อะไรกันแน่ 
เมื่อสับสนวุ่นวายอลหม่าน หาจุดจบไม่ได้อย่างนี้ ส่วนใหญ่ ส่วนใหญ่นะ คนที่มีญาณกำเนิดแรงมากกว่าปกติ ก็จะไปหยุดที่โรงพยาบาลโรคจิต โรคประสาท ไม่ใช่หมายความว่า ทั้งหมดนะ ขออภัย คนที่มีอำนาจลึกลับ ซับซ้อน ซ่อนเร้น ปิดบัง อำพราง ในทำนองอย่างนี้ แล้วไม่รู้ไม่ชี้ ทำเป็นว่าข้าไม่สนใจใดๆ ทั้งสิ้น ข้าเป็นคน ข้ามีอิสระ   ก็กว่าคุณจะอิสระ คุณก็ต้องผ่านมา 8 ช่อง  ช่องที่ 9 อิสระ  ช่องที่ 8 พันธะ  ช่องที่ 7 สัมพันธ์  ช่องที่ 6 สากล  ช่องที่ 5 วิญญาณแท้  ช่องที่ 4 จิตวิทยา  ช่องที่ 3 ธรรม  ช่องที่ 2 เทพเทวดา  ช่องที่ 1 มนุษย์   มนุษย์-เทพ-ธรรม   จิตวิทยา-วิญญาณ-แท้สากล   สัมพันธ์-พันธะ ช่องที่ 9 ก็อิสระ 
ใครบอกว่า ฉันอิสระ ฉันเป็นอิสระชน เรื่องเทพ เรื่องสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เรื่องอิทธิฤทธิ์ เรื่องปาฏิหาริย์ เรื่องภูติผีปีศาจ เทพเทวดาทั้งหลายอย่ามาพูดกับฉัน ฉันไม่รับรู้ทั้งสิ้น ฉันเป็นมนุษย์ ฉันเป็นอิสระ นี่ล่ะ ส่วนใหญ่นะ เห็นมานักต่อนักแล้วกลายเป็นคนโรคจิต โรคประสาท หรือพูดกันอย่างภาษาชาวบ้านว่า อีบ้า กับ ไอ้บ้า ในช่วงสุดท้ายของชีวิต หรือช่วงหนึ่งช่วงใดของชีวิต ไม่ได้พูดเกินความจริง ขอเรียนย้ำว่า เห็นมานักต่อนักแล้วว่า เขาไม่ได้มีความสุขเลย เขาสับสนชีวิต  มองเผินๆ ก็ดูเหมือนคนปกติ แต่ถ้าเข้าไปใกล้ชิดสนิทสนม แล้วมีความสังเกตสังกาสักนิด เราจะรู้ว่าคนนี้เขาเป็นโรคจิต คนนั้นเขาเป็นโรคประสาท คนนั้นเขาไม่ปกติ คนโน้นเขาติงต๊อง ติงต๊องภาษาจีนแปลว่า บ้าๆ บอๆ  ก็ขอขอบคุณทุกคนที่ทนฟัง ช่วยกันคิด 
มาดูผลงานของคุณพรทิพย์ พุตติ หรือแม่เง็กนึ๊ง 1971 สิ่งศักดิ์สิทธิ์ไม่มีชีวิต แต่ยิ่งกว่าสิ่งมีชีวิต เพราะมีอิทธิฤทธิ์สามารถบันดาลให้เกิด หรืออันตรธานทำให้หายไปได้ตลอดเวลา เป็นคลื่นพลังกรรม เปรียบเสมือนคลื่นสอดแทรกธรรมดาเป็นวิชาฟิสิกส์ เป็นฟิสิกส์เบื้องต้น ตั้งแต่ อันนี้เปรียบเทียบนะ ตั้งแต่สวรรค์ 6 ชั้น อยู่ในชั้นบรรยากาศเป็น Space and time ควบคุมด้วยกาลเวลา เพราะชั้นบรรยากาศเป็น Space and time 
ถ้าเป็นคลื่นพิเศษ วิเศษ คลื่นแทรกสอด ระดับควอนตัมฟิสิกส์ตั้งแต่ชั้นพรหม 16 ชั้น และชั้นมหาพรหมรังสี 4 ชั้น อยู่ในชั้นอวกาศ  อว นี่แปลว่า ไม่มีนะ อวกาศ แปลว่า ไม่มีอากาศ เป็น Space time คือ กาลเวลากับอวกาศมันรวมอยู่ในอันเดียวกัน  มันไม่ได้แยกอย่างในบรรยากาศ  บรรยากาศแยก Space and time  ถ้าในอวกาศเป็น Space time กาลเวลาจึงไม่ปรากฏ  แต่ในบรรยากาศกาลเวลาเป็นตัวกำหนด ก็ขอขอบคุณคุณพรทิพย์ พุตติ และขอบคุณทุกคนที่ทนฟังอีกครั้งหนึ่ง เดี๋ยวฟังเพลงแล้วมาสวดมนต์สวดพรกัน
เพลงจบลงไปก็เป็นเพลงขำๆ บางทีก็ขำไม่ออก บางทีก็ขันไม่หยุด วาทะธรรม ขำขัน ขำไม่ออก กับขันไม่หยุด เพลงชื่อว่า มนุษย์ มนา มนี มโน  คำร้อง วาทะธรรม ขำขัน เล่ม 2  ครูธวัช คณิตกุล  ทำนองและเสียงร้อง AI  จัดทำโดย รองศาสตราจารย์ ดร.พุทธชาติ แผนสมบุญ 
เนื้อเพลงมีอยู่ว่า มนุษย์ มนา มนี มโน มโนภาษาวัยรุ่นเขาก็บอกว่า คิดไปเอง โตอย่างไร้คุณค่า เคยมีสมัยหนึ่งว่า อย่ามามโนๆ วัยรุ่นเขาชอบพูดกัน  มโนคือ คิดไปเอง โตแต่คิดไปเองโดยไม่มีข้อมูล ไม่ได้ศึกษา ไม่ได้ถามหา ไม่ได้มีครูบาอาจารย์ ไม่ได้มีใครบอก เขาเรียกว่า ฐานข้อมูลแล้วก็ข้ออ้างอิงมันไม่มี  คิดไปเองแล้วก็เออเอง คิดเองเออเอง คนอย่างนี้เขาเรียกว่า โตอย่างไร้คุณค่า 
มนุษย์ มนา มนี มโน มโนมยิทธิ โตอย่างมีคุณค่า คำว่า มโนมยิทธิ เป็นศัพท์ที่เรียกว่า เป็นภาษาปฏิบัติ มาจากคำว่า มโน บวก อิทธิ  อิทธิ แปลว่า ฤทธิ์  มโน บวก อิทธิ ก็คือ มโนมยิทธิ  ถ้าคนมีมโนมิยิทธิโตอย่างมีคุณค่า ถ้ามโนไปเอง  คิดไปเอง  โตอย่างไร้คุณค่า เดี๋ยวดีไม่ดีก็เสียสติเอาง่ายๆ  มโนเป็นศัพท์วัยรุ่น เขาบอกว่า คิดไปเอง มโนมยิทธิเป็นศัพท์ธรรมะ คือ ฤทธิ์ทางใจ อันนี้ดี แต่ถ้ามโนไปเอง ไม่ดี บ้าๆ บอๆ คิดไปเอง  หลงตัวเอง  เข้าใจตัวเองผิด  เป็นตุเป็นตะ เป็นตุ๊เป็นต๊ะว่า ข้าเก่งอย่างนั้น เก่งอย่างนี้ เก่งอย่างโน้น อันนี้ก็ต้องระวังนะ  
เพราะฉะนั้น เพลงนี้ขอมอบให้แด่ทุกๆ คนที่ยังเข้าใจตัวเองผิด หรือไม่เข้าใจตัวเองว่า อย่ามามโน แต่ให้มโนมยิทธิ ถ้ามโนมยิทธินั้นดี แต่ถ้ามโนคิดไปเองไม่ดีแน่นอน ก็ขอขอบคุณที่ให้ความสนใจ
เดี๋ยวเรามาอธิษฐานจิตถึงความสำคัญในเดือนมิถุนายนนี้ มีวันสำคัญหลายวัน ตามประวัติศาสตร์บ้าง เกี่ยวกับศาสนาบ้าง เกี่ยวกับชาติบ้านเมืองบ้าง ก็อธิษฐานให้ดีๆ ก็จะได้รับสิ่งที่ดีๆ วันนี้เป็นวันที่ 9 ควรจะมีความคิดที่ก้าวหน้า ควรจะมีอนาคตที่ก้าวไกล และให้ได้รับสิ่งอันสมความปรารถนาโดยถ้วนทั่วทุกๆ คน 
ข้าพเจ้าขอตั้งจิตอธิษฐานให้กับทุกๆ ท่าน ที่เป็นสมาชิกชาวสหปฏิบัติฯ พบกันทางเงา ให้ได้รับอานิสงส์จากความสนอกสนใจ ในการเข้าร่วมพิธีแต่ละครั้ง แต่ละคราว ให้ได้สัมฤทธิผลสมความปรารถนา ขอให้เกิดมโนมยิทธิ คือ ฤทธิ์ทางใจ อย่ามโนไปเอง เดี๋ยวจะกลายเป็นที่อับอายขายหน้า แล้วคนเขาก็จะตราหน้าว่า คนๆ นี้บ้าๆ บอๆ มีโรคจิตโรคประสาท ไม่ปกติ ละเมอเพ้อพก หลงตัวเองไปว่า เป็นนั่น เป็นนี่ เป็นโน่น  เก่งอย่างนี้ เก่งอย่างนั้น เก่งอย่างโน้น ก็จะทำให้เสียหาย มาช่วยกันหาความรู้ที่แท้จริง และตั้งหน้าตั้งตาเป็นครูสอนผู้อื่นต่อไปในอนาคต
อ. 9 มิ.ย. 2569
รวบรวมโดย คุณวิษณุ กระจ่างศรี
 
 

บทความที่เกี่ยวข้อง
EP.1939   โรคจิตโรคประสาทในทางศักดิ์สิทธิ์ และทางศักยภาพบอกว่า กายค้านกาย กายทรมานกาย กลายเป็นกายวิปริต  จิตค้านจิต จิตทรมานจิต กลายเป็นจิตวิปลาส (จ. 4 พ.ค. 2569)
เมื่อกายวิปริต จิตวิปลาสไปเสียแล้ว วิญญาณซึ่งปกติเขาจะมาอารักขาช่วยจิต ก็ตีกลับเป็นวิญญาณอาฆาต ความศักดิ์สิทธิ์ อิทธิฤทธิ์ ปาฏิหาริย์ เทพเทวดา สิ่งลึกลับ ก็ตีกลับ ตีรวนไปหมด แทนที่จะเป็นสิ่งดี กลับกลายเป็นเรื่องอัปมงคลไปหมดเช่นกัน
17 พ.ค. 2026
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy