EP.2073 พระพรหมเขาลิขิตให้มามีจิตสงบ สะอาด สว่าง ด้วยจิตที่เมตตา แต่ตัวอารมณ์ที่มันประกอบด้วย โลภ โกรธ หลง /กิเลส ตัณหา อุปาทาน /ตัณหา มานะ ทิฎฐิ มันไปป่วน จนกระทั่งคนทั่วไปไม่รู้จักตัวเอง ว่าที่ตัวเองเกิดมาเป็นมนุษย์ได้ในชาตินี้ ก็เพราะว่ามีพระพรหมลิขิต
อัพเดทล่าสุด: 15 ต.ค. 2026
5 ผู้เข้าชม
EP.2073 พระพรหมเขาลิขิตให้มามีจิตสงบ สะอาด สว่าง ด้วยจิตที่เมตตา แต่ตัวอารมณ์ที่มันประกอบด้วย โลภ โกรธ หลง /กิเลส ตัณหา อุปาทาน /ตัณหา มานะ ทิฎฐิ มันไปป่วน จนกระทั่งคนทั่วไปไม่รู้จักตัวเอง ว่าที่ตัวเองเกิดมาเป็นมนุษย์ได้ในชาตินี้ ก็เพราะว่ามีพระพรหมลิขิตให้มาเกิด
พอเกิดมาแล้ว แทนที่จะมีพรหมวิหารธรรม 4 คือ มีเมตตาเป็นตัวอันดับแรก ก็กลับกลายเป็นตรงกันข้าม พระยมก็ต้องรับหน้าที่ไปขีดเขี่ย ชีวิตก็วุ่นวายสับสน
เราสามารถที่จะบรรเทา หรือเปลี่ยนจากยมขีดเขี่ยให้เบาบางลงได้ด้วยความเมตตา จิตที่มีเมตตาอยู่ในอาณัติของพระพรหม จิตที่มีความรักไล่ๆ ลงมาก็ยังอยู่ในอาณัติของพระพรหม
สวัสดีทุกท่าน วันนี้เราพบกันทางเงา เป็นเงาของวันจันทร์ที่ 12 เดือนตุลาคม ซึ่งวันนี้เป็นวันคล้ายวันมงคลของคุณวิชราพิชญ์ เวชสุรียะกุล หรือหนูจ๊ะจ๋า ก็ขอให้มีความสุขความเจริญ มีความสำเร็จในสิ่งอันพึงประสงค์ทุกประการ สุขสันต์วันเกิดแด่คุณวิชราพิชญ์
12 ตุลาคม พุทธศักราช 2569 คริสต์ศักราช 2026 เป็นวันขึ้น 1 ค่ำแล้ว เมื่อวานเป็นวันพระใหญ่ เรางดทำการไป 1 วัน ขึ้น 1 เดือน 11 ปีมะเมีย เป็นวันจันทร์ “อะโมฆัง ทิวะสัง กะยิรา อัปเปนะ พะหุเกนะ วา” เวลาแต่ละวัน อย่าให้ผ่านไปเปล่า ไม่มากก็น้อย ต้องให้ได้อะไรบ้าง แต่มันมีข้อแม้นะว่า สิ่งที่ได้มันเป็นประโยชน์หรือมันเป็นโทษ คนดีก็พยายามทำสิ่งที่ดีในแต่ละวัน สิ่งที่เป็นประโยชน์ในแต่ละวัน แต่ตรงกันข้าม ตรงกันข้ามคนชั่ว ก็ขยันทำชั่วแทบทุกวัน ในแต่ละวันคนชั่วไม่เต็มใจที่จะเว้นความชั่วเลย ก็แปลกอยู่ โลกมันก็เลยเป็นโลกที่วุ่นวายสับสน
ปัญหาใหญ่เกิดขึ้นตรงที่เรากำลังบอกกล่าวเล่าแจ้งให้รู้ว่า ทุกคนเกิดมามีพรหมลิขิต พรหมลิขิตก็คือ พระพรหมขีดชะตาชีวิตแบบปราณีต แบบสุขุม แบบเรียบร้อย แบบเมตตาให้ชะตาชีวิตดำเนินไปด้วยดี แต่นี้พอขีดไป ขีดไป ช่วงชะตาช่วงไหนที่เจอเข้ากับวิบากกรรมชั่วของนาย ก. หรือ นาง ข. พระพรหมก็ต้องหยุด หยุดลิขิต หยุดลิขิตแล้วทำยังไงล่ะ ก็มอบหน้าที่ให้พระยมลิขิตต่อไป พระยมบอกว่า ฉันลิขิตไม่ได้ เพราะว่าฉันเป็นยม มีแต่จะต้องทำโทษคนชั่ว พระยมก็ต้องเอาความชั่วของ นาย ก. หรือความชั่วของ นาง ข. ว่า มีมากน้อยเท่าไหร่มาขีดเขี่ยต่อชะตาชีวิต
ในช่วงที่พระยมขีดเขี่ยชะตาชีวิต ให้กับ นาย ก. หรือ นาง ข. ที่เป็นวิบากกรรมชั่ว ชีวิตของคนๆ นั้นเกิดมาในช่วงนั้นๆ มันจะวุ่นวายสับสน ที่เขาเรียกว่า ยุ่งอย่างกับยุงตีกันอย่างนั้นน่ะ โบราณเขาบอกว่า ยุ่งอย่างกับยุงตีกัน เพราะว่าอะไร เพราะว่ามันเป็นกรรม วิบากกรรมชั่ว วิบากกรรมดำ จะไปขีดแบบบรรจงประณีตหรือ ระมัดระวังแบบพระพรหมไม่ได้ พระยมก็ขีดเขี่ยแบบไก่มาคุ้ยเขี่ย มันเดินไปมันจิกอาหารไป แล้วมันก็คุ้ยเขี่ยของมันไปเรื่อย ส่วนชีวิตคนบางคนเกิดมาในช่วงพระพรหมลิขิต ก็ชีวิตแสนเพลินเหมือนเดินอยู่บนหนทางวิมาน ส่วนคนชั่ววิบากกรรมที่ทำมาก็วุ่นวายสับสนยุ่งเหยิงไปหมด
แต่นี้ปัญหาเกิดขึ้นว่า โดยรวมจริงๆ แล้ว ไม่ว่าจะเป็น นาย ก. นาง ข. จะอยู่ในชะตาชีวิตช่วงไหน มันก็เป็นพรหมลิขิตทั้งนั้น แต่พรหมลิขิตในช่วงที่ตัวเองทำกรรมไว้ ทำบาปไว้ พระพรหมไม่สามารถจะลิขิตชะตาชีวิตต่อให้ผ่านไปได้ ก็ต้องกลายเป็นหน้าที่พระยม อันนี้มันจึงเห็นได้ชัดว่า คนที่เขามีจิตสำนึก มีความรู้สึกนึกคิดที่ดี เขาก็จะต้องพยายามนึกแล้ว คิดแล้ว จึงจะพูด จึงจะทำ ไม่ใช่ว่าคิดจะทำก็ทำ คิดจะพูดก็พูดออกไป อันนั้นไม่ใช่จิต อันนั้นเป็นอารมณ์ แล้วก็ส่วนใหญ่จะเป็นอารมณ์ฝ่ายต่ำ
อันนี้ก็เป็นเรื่องที่เราจะต้องมาเรียนรู้ว่า ทำไมบางครั้งบางคน วิ่งไปแก้ดวงชะตา วิ่งไปแก้เคราะห์ ไปสะเดาะเคราะห์ ไปสร้างบุญสร้างกุศลเพื่อแก้ไขเคราะห์ร้ายให้เป็นเคราะห์ดี บางคนแก้ได้พอดี ได้จังหวะ บางคนแก้ไม่ได้ ยิ่งไปแก้ชะตากรรมมากเท่าไหร่ ยิ่งหนักกว่าเก่า
เพราะฉะนั้น จึงมีข้อแนะนำให้ว่า “ตนเป็นที่พี่งของตน” “อัตตาหิ อัตโนนาโถ” อย่าไปให้ใครเขาแก้ให้เลย ตัวเองนี่แหล่ะ เจ้าตัวนี่แหล่ะ สามารถที่จะบรรเทาหรือเปลี่ยนจากยมขีดเขี่ยให้เบาบางลงได้ ด้วยอะไร ด้วยความเมตตา จิตที่มีเมตตาอยู่ในอาณัติของพระพรหม จิตที่มีความรักไล่ ๆ ลงมาก็ยังอยู่ในอาณัติของพระพรหม
พอจิตเริ่มมีเสน่หา เริ่มมีความใคร่ เริ่มมีกามาอารมณ์ ก็เกิดกิเลส ตัณหา อุปาทานเกิดขึ้น เนื่องจากมาจาก โลภ โกรธ หลง ตอนนี้ก็เกิดการปรุงแต่ง กิเลส ตัณหา อุปาทานเกิดขึ้น มาจากต้นตอเลยทีเดียก็คือ โลภ โกรธ หลง พอโลภ โกรธ หลงมากๆ เข้ามันหยุดไม่อยู่ มันก็เกิดเป็นกิเลส ตัณหา อุปาทาน
แต่นี้ต่อมาปรุงกันใหญ่เลย แต่งกันใหญ่เลย เขาเรียกว่า “ปปัญจสัญญา” ปปัญจสัญญา ก็คือ การปรุงแต่งพฤติกรรมการกระทำของตัวเองให้มันวิปริตผิดปกติไป เรียกอีก 3 คำว่า ตัณหา มานะ และทิฎฐิ
ตัณหา แปลว่า ความต้องการอย่างไม่มีที่สิ้นสุด เอาตัวความโลภมาเพิ่มเข้าไป เพิ่มเข้าไป เพิ่มเข้าไป มานะ อยากใหญ่ไม่มีที่สิ้นสุด เอาตัวโกรธและตัวหลงเอาเข้ามา อยากใหญ่ไม่มีที่สิ้นสุด เกิดเป็นมานะขึ้น มานะภาษาไทยคนไทยเข้าใจว่า เป็นคำดีนะ แต่ความจริงเป็นคำติดลบ ตัณหา มานะ อยากได้ไม่มีที่สิ้นสุด เอาตัวโลภมาเป็นปัจจัย อยากใหญ่ไม่มีที่สิ้นสุด เอาตัวโกรธและตัวหลงมาเป็นปัจจัย พอมาถึงมานะ ตอนนี้ขั้นที่ 3 สุดท้ายของ 9 คำ
มาทวน 9 คำกันนิดหนึ่งว่า คนเราทุกคนเกิดมา มีโลภ 1 โกรธ 2 หลง 3 กิเลส 4 ตัณหา 5 อุปาทาน 6 ตัวที่ 7 คือ เริ่มปรุงแต่ง ปรุงแต่งล่ะตัณหา ปรุงเยอะเอาตัวโลภมาปรุงให้เพิ่มขึ้นๆ เพิ่มขึ้นๆ เพิ่มจนสุดประมาณ แล้วก็เอาความรู้สึกว่า ฉันต้องใหญ่ ใหญ่เท่าไหร่ๆ ก็ไม่พอเขาเรียก มานะ แต่พอไปดูตัวสุดท้ายตัวที่ 9 ทิฎฐิ แปลว่า ใจแคบ ไปดูเวลานี้แทบทุกวงการ แทบทุกหน้าที่การงาน คนใจแคบเยอะจัง ก็ไม่เข้าใจว่า การที่คุณใจแคบ คุณไม่ได้ทำร้ายคนอื่นหรอก คุณทำร้ายตัวคุณเอง ทำลายตัวคุณเอง ไปไม่รอดแน่ เจอคอขวด ชีวิตของคุณเจอคอขวด คอขวดมันเป็นยังไง แคบใช่ไหม ขวดข้างล่างมันกว้างแล้วก็ลึกแต่ข้างบนมันแคบ
ชีวิตพอเจอคอขวด คือ ใจแคบ เท่านี้ก็ไปไม่รอดแล้ว ก็งวยงงกันเป็นแถวหมด ว่าทำไมฉันอ้อนวอนพระพรหมแทบจะล้มประดาตาย ทำไมพระพรหมไม่มาบันดาล ไม่มาแสดงปาฏิหาริย์ให้ฉันเห็น ก็พระพรหมบอกว่า ฉันจะไปทำให้เธอได้ยังไง ฉันไม่สามารถจะลิขิตชะตาชีวิตให้กับคนที่มีความใจแคบ ความเห็นแก่ตัว ความไม่คิดถึงจิตใจผู้อื่น คิดแต่จะเอาเปรียบ คิดถึงแต่จะเอาให้ได้ โดยไม่คิดถึงใจผู้อื่นเขาจะเดือดร้อน เขาจะลำบากไหม อะไรทำนองอย่างนี้แหล่ะ
เพราะฉะนั้น คนที่เขาคิดเป็น เขาจะมีเมตตา แต่เมตตาก็ต้องสมเหตุสมผลนะ ต้องมีลิมิต เขาเรียกต้องมีขนาด เมื่อเห็นว่าเมตตาคนๆ หนึ่งไปไม่รอด เมตตาเท่าไหร่ เท่าไหร่ ก็ไปไม่รอด ก็ต้องหยุดที่อุเบกขา นิ่งเฉยอยู่ได้อย่างรู้เท่าทันตามความเป็นจริง ว่าคนๆ นี้ขืนเราเมตตาเขาต่อไป ไปไม่รอดแน่ ก็ต้องอุเบกขา อุเบกขาเป็นพรหมวิหารธรรม ธรรมะของพระพรหมข้อสุดท้าย คือ นิ่งเฉยอยู่ได้ นิ่งเฉยซะ เพราะรู้เท่าทันตามความเป็นจริงว่า คนๆ นี้ไม่ไหวแล้วจริงๆ พระพรหมก็จะอุเบกขา เมตตาก็เมตตาแต่ไม่กรุณา ไม่มุทิตาแต่อุเบกขา เมตตามีแน่พระพรหม อันนี้ก็ของเก่าเล่าใหม่ซะส่วนหนึ่ง เพิ่มเติมใหม่บ้างเป็นธรรมดา
มาดูข้อความ 2072 คุณกันติชา เวชสุรียะกุล ตัวโปรยสั้นๆ แต่ความหมายยาวแล้วก็ล้ำลึก ก็คือ เมตตา เป็นตัวสำคัญที่จะเป็นตัวหลักในการดำเนินชีวิต ยังไงๆ เกิดเป็นคน ไม่ได้เกิดเป็นสัตว์ ต้องมีจิตเมตตาไว้ก่อน พอมีจิตเมตตามันก็จะวางตัว หรือคิด พูด ทำได้เหมาะสม ที่จะเป็นตัวหลักในการดำเนินชีวิตตามพรหมลิขิต และไม่อยู่ในอาณัติของพรหมขี่ดเขี่ย พูดกันง่ายๆ ก็คือ หลุดจากพระพรหม พระยมก็จัดการล่ะ พอพระยมจัดการ ไปวิงวอน ไปอ้อนวอน ไปข้อร้องเท่าไหร่ พระยมจะไม่สนใจแล้วเพราะว่าจะไม่คอรัปชั่น รับของมนุษย์ รับสินบาทคาดสินบนจากมนุษย์ จะทำไปตามหน้าที่ จะไม่มีอ่อนข้อให้ล่ะ
อันนี้ก็เป็นเรื่องที่เกี่ยวกับคำกระทู้ที่เราคุยกันเมื่อวันที่ 10 ที่ผ่านมาว่า “พรหมลิขิต ยมขีดเขี่ย” มีความหมายอย่างไร ก็ขอขอบคุณทุกคนที่ทนฟัง เดี๋ยวมาฟังเพลงแล้วก็สวดมนต์สวดพรกันตามหน้าที่ที่เราได้ตั้งใจกันมา ก็ขอให้เข้าใจว่า ที่เมื่อวานซึ่งเป็นวันพระข้างแรม 15 ค่ำ จะต้องจดรายชื่อมาขอพร อันนี้ก็ทำไม่ทันเพราะว่าเมื่อวานหยุด 1 วันโดยมีเหตุสุดวิสัย ก็ขอขอบคุณ วันใดที่สะดวกแล้วจะนำรายชื่อที่ท่านส่งมาที่คุณศิริวรรณ มากราบรายงานให้พระพรหมรับรู้เพื่ออำนวยอวยพรให้ทุกคนมีพรหมลิขิตที่ดี ขอขอบคุณอีกครั้งที่ทนฟัง
วันนี้เพลงออกแขกแปลกกว่าทุกวัน ชื่อเพลง ปาฏิหาริย์แห่งองค์พรหม ขับร้อง เจนจิรา สุวรรณน้อย คำร้อง ธวัช คณิตกุล / อร ทำนอง ทหารแก่ มิกซ์เสียง สุรพล ศิริวรรณ ก็มีคำว่า เอย..........ปาฏิหาริย์แห่ง.............องค์พรหม องค์พรหมเปรียบดั่งพรหมวิหารสี่ มีเมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา สัจธรรมล้ำเลอค่า สู่ปรัชญาค่าล้ำทั่วแดนไกล โบราณว่าองค์พรหมผู้สร้างโลก ทั้งสุขโศกผกผันรับวันใหม่ ระลึกท่านไว้อยู่ในดวงใจ ดับไฟโลภโกรธหลงด้วยเมตตา ปาฏิหาริย์แห่ง.........องค์พรหม...........เออ......เออ.....เอย ปาฏิหาริย์แห่งองค์พรหม ยามทุกข์ตรมขื่นขมสุดพรรณนา บริหารจิตภาวะวิกฤตเกิดปัญญา เพราะท่านหนาเป็นสายธารแห่งศรัทธาธรรม องค์พรหมคือที่พึ่งทางใจ ทุกข์ยากเพียงไหนมาเถิดเช้าจรดค่ำ ขอพรพ้นกรรมคลายหายพิไรร่ำ ขอบฟ้าคำแปรเปลี่ยนเป็นทองอำไพ
ก็ขอให้เป็นอานิสงส์แห่งการเตรียมที่เราจะสร้างศาลพระพรหมองค์ใหญ่ ที่เดิมทีกำหนดว่า จะให้ทันวันที่ 9 พฤศจิกายน แต่ดูท่าแล้วจะไม่ทัน ก็เลยขอเลื่อนไปเป็นวันที่ 9 ก้าวแรกของปีใหม่ปี 70 9 มกราคม เราจะทำการเฉลิมฉลองท่านองค์พรหมอานันทชัย ซึ่งเป็นองค์แฝด ด้านหน้าเป็นพรหมรังสี ด้านหลังเป็นยม พญายมยืน องค์ยืน
เราทำความเข้าใจกันให้ดี ชีวิตของคนที่ยุ่งเหยิงวุ่นวายสับสน ก็จะได้เข้าที่เข้าทางกันสักที เพราะว่าความเข้าใจในพรหมลิขิตที่ผิดๆ จะทำให้ต้องรับทนทุกข์ทรมานโดยใช่เหตุ เพราะว่าพระพรหมเขาลิขิตให้มามีจิตสงบ สะอาด สว่าง ด้วยจิตที่เมตตา แต่นี้เจ้าอารมณ์ ตัวอารมณ์ที่มันประกอบด้วย โลภ โกรธ หลง กิเลส ตัณหา อุปาทาน ตัณหา มานะ ทิฎฐิ 9 คำนี้มันไปป่วน ป่วนจนกระทั่งคนทั่วไปไม่รู้จักตัวเอง ว่าที่ตัวเองเกิดมาเป็นมนุษย์ได้ในชาตินี้ ก็เพราะว่ามีพระพรหมลิขิตให้มาเกิด
พอเกิดมาแล้ว แทนที่จะมีพรหมวิหารธรรม 4 คือ มีเมตตาเป็นตัวอันดับแรกก็กลับกลายเป็นตรงกันข้าม พระยมก็ต้องรับหน้าที่ไป พอพระยมรับหน้าที่ไปขีดเขี่ย ตอนนี้ชีวิตก็วุ่นวายสับสน ก็ยิ่งฉงนกันใหญ่ งวยงงกันใหญ่ ทำไมเราตั้งใจดี ตั้งใจจะให้ประสบความสำเร็จตามโปรเจกต์นั้น โปรเจกต์นี้ ตั้งเป้าไว้เท่านั้น ตั้งเป้าไว้เท่านี้ ทำไมมันไม่เป็นไป แผนที่วางทางนอกมันชัดเจน พอเราไปวางแผนให้กับคนอื่นบริษัทอื่น เขาประสบความสำเร็จได้ แล้วทำไมพอเรามาวางแผนชีวิตให้ตัวเราเอง บริษัทของเราเอง ทำไมมันกลายเป็นอย่างนี้ไปได้ จิตนี้ไซร้ยากแท้ จิตมนุษย์นี้ไซร้ ยากแท้หยั่งถึง ต้องระวัง
....การขอพรในวันนี้ให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์อำนวยอวยพรให้สมความปรารถนา ให้อยู่ในอาณัติของพระพรหมพรหมลิขิต อย่าตกไปในเงื้อมมือของพระยม ชีวิตจะลำบากแล้วก็ยุ่งเหยิง ยุ่งยากมาก ก็ขอให้เป็นเช่นนั้น
จ. 12 ต.ค. 2569
รวบรวมโดย คุณพรทิพย์ พุตติ
บทความที่เกี่ยวข้อง
ร.รู้ เมื่อตกผลึกเป็นญาณ “รู้เสียยิ่งกว่ารู้ รู้แล้วก็รู้เสียยิ่งกว่ารู้ เป็นสุดยอดของความรู้ จะนำไปสู่องค์ญาณ”
2 มี.ค. 2026
9 ข้อที่เราจะบรรจุลงไปในวันที่ 9 โลภ โกรธ หลง กิเลส ตัณหา อุปาทาน ตัณหา มานะ ทิฏฐิ
เพลงออกแขกหยุดลงตรงที่ว่า ลมหายใจเข้า ลมหายใจออก เป็นพุทโธ อานาปานสติ สติเกิดจากลมหายใจ
17 พ.ค. 2026
ถ้ามนุษย์ไม่จัดสรร เทพก็ไม่สามารถจะเสกสรร ในขณะที่ธรรมชาติตั้งใจจะสร้างสรรค์ ธรรมชาติก็สร้างสรรค์ไปตามธรรมชาติ แต่เทพไม่สามารถจะเสกสรรค์ เพราะมนุษย์ไม่จัดสรรตัวเอง
6 ม.ค. 2026
