แชร์

EP.2066  พรหมลิขิต กับ บุพเพสันนิวาส แตกต่างกันอย่างไร (พฤ. 1 ต.ค. 2569)

อัพเดทล่าสุด: 7 ต.ค. 2026
13 ผู้เข้าชม
EP.2066  พรหมลิขิต กับ บุพเพสันนิวาส แตกต่างกันอย่างไร
พรหมลิขิตมีความเมตตาเป็นนิจสิน บุพเพสันนิวาสลำบากกว่า เพราะเป็นเรื่องของความปรารถนา  ต้องบริหารให้เมตตาหมั่นควบคุมดูแลความเสน่หาให้กลมกลืนกันให้ได้ 
พรหมลิขิตนุ่มนวล บุพเพสันนิวาสค่อนข้างรุนแรง เอาความรุนแรงกับความอ่อนนุ่มเบาบางมาประสานให้กลมกลืนกัน
สวัสดีทุกท่าน เพลงออกแขกหยุดลงตรงที่เราตามสติรู้ทัน แต่ส่วนมากแล้วตามไม่ค่อยทัน  เพราะว่าสติมันเกิดเร็วแล้วก็ดับเร็ว เอาล่ะเดี๋ยวเรามาคุยกันว่า ตกลงอะไรสำคัญกว่ากัน วันนี้เราพบกันวันพฤหัสบดีที่ 1 เดือนตุลาคม  พุทธะ 69 คริสต์ 26 เป็นวันแรม 5 ค่ำแล้ว เดือน 10  ปีมะมีย  “อะโมฆัง ทิวะสัง กะยิรา  อัปเปนะ พะหุเกนะ วา”  แต่ละวันอย่าให้มันผ่านไปเปล่า เอาเวลามันมาทำประโยชน์ให้เกิดขึ้น ได้ไม่มากก็ได้น้อยก็ยังดี 
ยกตัวอย่าง การรับฟังเรื่องธรรมะเหนือสามัญวิสัย มันเป็นเรื่องที่จะว่ายากก็ไม่เชิงนัก จะว่าง่ายก็ไม่ใช่ บางทีเราฟังมาตั้งแต่เด็กจนกระทั่งเป็นผู้ใหญ่ แล้วก็พึ่งมาร้อง อ๋อ เพราะอย่างนี้เอง ก็ต่อเมื่อมีประสบการณ์เข้ามา เช่นเดียวกัน เรื่องของจิตกับอารมณ์ หลายคนก็บอกว่า มันก็น่าจะเป็นเรื่องเดียวกัน  พอเราบอกว่า ในส่วนหนึ่งมันแยกกันนะ ส่วนหนึ่งมันรวมตัวกันทำงาน คนก็บอกว่า  ตกลงอะไรกันแน่ โมโห อีกคนหนึ่งโมโห เลิกสนใจเลย ก็เลยบอกนี่แหละ บางทีเรื่องมันกำลังจะเข้า เรื่องอยู่ลำมะล่อแล้ว แล้วพอมันเข้าเรื่องเข้าราวมันก็จะเกิดเป็นผลดีกับชีวิตคุณ เพราะว่าตลอดชีวิต คุณใช้แต่อารมณ์มาตลอด ไม่ค่อยเคยได้ใช้จิตเท่าที่ควรจะใช้เลย แล้วผลที่ดีมันจะเกิดกับชีวิตคุณได้ยังไง 
เอากันว่า ชีวิตของคนในส่วนที่ได้ดีเพราะว่าทำงานด้วยจิต ส่วนดีทำงานด้วยจิต ส่วนเสียส่วนใหญ่แล้วนะทำงานด้วยอารมณ์  ทีนี้ถ้าเราคุยกันมากๆ มากๆ เข้า เราก็จะไปแยกอีกอันหนึ่งออกมาว่า ส่วนนี้ทำงานด้วยอารมณ์ ส่วนนี้ทำงานด้วยจิต แต่ยังมีอีกหนึ่งส่วน ทำงานด้วยจิตวิญญาณ อันนี้ก็จะยิ่งทำให้เกิดความชัดเจน 
พอเราเกิดความเข้าใจว่า พฤติกรรมอย่างนี้ การกระทำอย่างนี้ พูดอย่างนี้ คิดอย่างนี้ ทำอย่างนี้ เป็นการทำงานด้วยวิญญาณ ด้วยจิตวิญญาณ มันก็เป็นการไปดึงเอาบุญเก่าในชาติก่อนๆ  มาเป็นผลกับเราในชาตินี้ แต่แทนที่เราจะเอาวิญญาณของเราทำประโยชน์ ด้วยการไปดึงบุญเก่า เอามาจากชาติก่อนๆ ที่เราทำไว้ เราก็กลับมาตั้งหน้าตั้งตาหาวิธีว่า เราจะทำบุญอย่างไร จึงจะให้เกิดผลดีแก่เราในชาตินี้ พูดกันง่ายๆ ว่า อยากจะเห็นผลบุญมาทันตาอย่างนี้ มันก็ไปกันใหญ่แล้วตอนนี้  สับสนกันใหญ่แล้ว คนก็น้อยใจว่า ทำบุญขนาดนี้ ทำบุญเยอะขนาดนี้ ลงทุนมากขนาดนี้ ทำไมผลบุญมันไม่ช่วยฉันสักที ก็มีคนมาบอกว่า ฉันทำบุญมากกว่าคุณไม่รู้กี่เท่า ก็คุณทำเท่านี้เองจะไปได้อะไร ก็เลยในวงการบุญกุศลก็เลยสับสนกันใหญ่ ไม่รู้ว่าอะไรเป็นอะไร 
หันกลับมา วันนี้คุณมนตรี  วัชรพงศ์ หรือคุณหนุ่ย ก็ตั้งคำถามมาแบบเดิมๆ  แต่ว่ามันสะดุดใจ ถามค่อนข้างชัดเจนว่า ตกลงพรหมลิขิต เพราะตอนนี้คุณมนตรีกำลังเคียดแค้นกับคำว่า พรหมลิขิตมาก  “พรหมลิขิตกับคุณบุพเพสันนิวาส มันจะรับรู้เรียนรู้ได้อย่างไร” ก็เลยบอกเป็นคำถามที่จะต้องตอบกันแบบชนิดที่ว่ายาวนานเชียว คุณมนตรีเขาบอกว่า เอาสั้นๆ เอาสั้นๆ ก็คือ พรหมลิขิตจะเป็นคลื่นพลังกรรมชนิดหนึ่งที่ส่งลงมา เขาจะส่งมาตลอดเวลานี่แหล่ะ แต่เราปรับจิตปลงใจให้เข้าถึงพรหมวิหารธรรมไม่ค่อยจะได้ ปรับได้ก็ไม่พอ 
สมมติวันนี้วันที่ 1 ตุลาคมซึ่งเป็นวันแรกของเดือนที่มีสัญลักษณ์เป็นลักษณะของความสมดุล ก็คือ ความยุติธรรม  ความยุติธรรมคือ สมดุล ตราตุลตราชั่ง ตราตุลก็คือ ตุลาก็มาจากตราตุลนี่ล่ะ ก็คือ ตราชั่ง โดยเฉพาะเป็นเครื่องหมาย กฎหมาย ทางกฎหมายเราจะเห็นชัดว่า เหมือนตราชั่งซ้ายขวาจะต้องมีขีดตรงกลางตรงพอดี 
บอกว่า เดือนแห่งตราตุลยิ่งสำคัญใหญ่ บางคนเกิดมามีพรหมลิขิตที่จะต้องให้จิตมีความสมดุลด้วยชาตินี้กับภพที่แล้ว ตอนนี้เกิดจิตมันหวั่นไหว จิตไม่สามารถจะรับรู้อารมณ์ อารมณ์มาป่วนจิต จิตไม่สามารถจะเสวยอารมณ์ กี่ที กี่ที ตราชั่ง ตราตุลในชีวิตเรา ระหว่างชาตินี้ที่เรารอบุญรอกุศล กับชาติที่แล้วที่เราทำบุญทำกุศลไว้ มันไม่บาลานซ์ หรือไม่สมดุลกันสักที ก็กลายเป็นเข้าไม่ถึงพรหมลิขิต 
คนที่จะเข้าถึงพรหมลิขิต คือ ต้องจิตว่างจริงๆ  จิตวาง จิตว่าง  เห็นอะไร รู้สึกอะไร เริ่มต้นทีเดียวมีจิตเมตตาไว้ก่อน ส่วนจะกรุณาได้หรือกรุณาไม่ได้เดี๋ยวว่ากันอีกทีนึง พอจิตเห็นอะไร จิตได้ยินอะไร จิตได้กลิ่นอะไร จิตได้สัมผัสอะไร รู้สึกมีเมตตาเห็นใจไว้ก่อน ก็ส่วนมากจะไม่เป็นอย่างนั้น อารมณ์ จิตมันไม่เห็น คือ จิตไม่เห็น จิตไม่ได้ยิน จิตไม่ได้ดม จิตไม่ได้ชิม จิตไม่ได้สัมผัส อารมณ์มันจัดการ 
พออารมณ์จัดการ มันก็จะออกมาในรูปแบบป่วนจิตซะ หรืออารมณ์ให้แค่รับรู้ แล้วจิตก็ยังไม่ทันรับรู้ อารมณ์ก็จัดการ นี่ก็ไม่พอใจ นั่นก็ไม่พอใจ  นี่ก็ไม่ได้ดั่งใจ  นั่นก็ไม่ถูกใจ  นี่ก็ไม่ทำใจ  เมตตาขาดไปแล้ว พอเมตตาขาดไป กรุณา มุทิตา อุเบกขาเป็นอันว่าไม่เกิดแน่ เมตตาขาดไปไม่เกิด กรุณาก็ไม่เกิด มุทิตาก็ไม่เกิด อุเบกขาไม่เกิด คลื่นพลังกรรมที่ส่งมาเป็นคลื่น เขาเรียกว่า คลื่นสอดแทรก กับคลื่นแทรกสอด มาไม่ประสานกัน พรหมลิขิตวันที่ 1 ตุลาวันนี้ยังเข้าไม่ถึง อาจจะต้องรอวันพรุ่งนี้ ส่วนอุเบกขา อุเบกขาเป็นตัวสุดท้ายของพรหมวิหารธรรม ก็คงเกิดขึ้นยาก คงเกิดขึ้นยาก 
แต่คำถามของคุณมนตรี วัชรพงศ์ ถามว่า “พรหมลิขิตกับบุพเพสันนิวาสแตกต่างกันอย่างไร” บอกว่า พรหมลิขิตมีความเมตตาเป็นนิจสิน เป็นประจำ ส่วนบุพเพสันนิวาส ลำบากกว่าพรหมลิขิตมากมาย เพราะมันเป็นเรื่องของความปรารถนา ความใคร่ ตรงนี้เราต้องไปบริหารมัน ให้เมตตาหมั่นควบคุมดูแลความเสน่หา เอาความเมตตามาควบคุมดูแลความใคร่ หรือความเสน่หา ให้มันกลมกลืนกันให้ได้ พรหมลิขิตอ่อนหยุ่นนุ่มนวล บุพเพสันนิวาสค่อนข้างรุนแรง เอาความรุนแรงกับความอ่อนนุ่มเบาบางมาประสานกัน ให้มันกลมกลืนกัน ตราบใดที่เราเข้าถึงพรมลิขิต และไม่บิดเบือนบุเพสันนิวาส ตราบนั้นชีวิตเราราบรื่น 
เมื่อราบรื่นไปสู่ระดับหนึ่ง คลื่นพลังกรรมซึ่งเป็นเวฟกำลังเข้ามา ถ้าประสานกันได้พอดี ชีวิตเราพบสิ่งที่ดีงาม ประสบความสำเร็จ และสามารถขจัดสิ่งอันเป็นอุปสรรค และสิ่งที่เป็นทุกข์ต่างๆ ออกไปได้ ขึ้นกับวิธีการที่คุณจะรู้จักคลื่นพลังกรรมไหม  คลื่นพลังกรรมมาประสาน วันนี้พูดเรื่องยากไปหน่อยนะ คลื่นพลังกรรมมาประสานอารมณ์ อารมณ์ปะทะคลื่นพลังกรรมไม่เกิดเป็นผลดี ตอนนี้ทั้งพรหมลิขิตก็ไม่เกิด บุพเพสันนิวาสไม่ลงตัว วิญญาณแท้ ถ้าด้านหลังคือ ทิศเบื้องหลัง เขาหมายถึง คู่ครอง ก็เป็นอันว่า ดำเนินชีวิตไปด้วยกันไม่สวยงาม 
สรุปอีกทีหนึ่ง พรหมลิขิต คือ จิตที่มีความเมตตาเป็นนิจศีล บุพเพสันนิวาส คือ จิตที่มีความรักเป็นอาจิณ แต่ต้องสุภาพเต็มไปด้วยความเหมาะสม 
เมื่อคุณมีความรักเป็นอาจิณ มีความเมตตาเป็นนิจศีล คุณเข้าถึงพรหมลิขิตและบุพเพสันนิวาส พูดอย่างนี้ยังไม่ชัดเจน ถ้าเรามาคุยกันในวันถามแอนด์ทอล์ค เราคงต้องปิดไมค์คุยกัน เพื่อประหยัดสิ่งที่จะบรรยาย แล้วสิ่งที่จะบรรยายให้เข้าใจ ต้องอยู่ในกลุ่มของผู้ที่มีความไว้วางใจซึ่งกันและกันเท่านั้น จึงจะเกิดเป็นประโยชน์ วันนี้แกล้งล้อคุณมนตรี ก็ขอขอบคุณที่ทนฟ้งและให้ล้อ 
เดี๋ยวเรามาดูผลงานวันที่ 30 คือเมื่อวานนี้ คุณปุนนภา รักษาวงษ์ หรือคุณอู๊ด  2065  จิตเดิมแท้ต่างกับวิญญาณแท้อย่างไร จิตเดิมแท้เป็นจิตที่มีมาตั้งแต่เราเกิดเรียกว่า ประภัสสร  ประภัสสรแปลว่า สวยสดงดงาม แต่พอถูกปรุงแต่งด้วยกิเลส ตัณหา อุปาทาน ตอนเราเติบโตขึ้น จากการที่ต้องใช้จิต ก็เปลี่ยนมาใช้อารมณ์ วิญญาณแท้เป็นสิ่งที่เราทำของเราเองด้วยการมีพฤติกรรม พูด คิด ทำ ตามทิศทั้ง 6  มีพฤติกรรมที่เหมาะสมก็เกิดวิญญาณแท้ เป็นประโยชน์ มีพฤติกรรมไม่เหมาะสมก็เกิดวิญญาณเทียม เป็นโทษ 
ขอซ้ำอีกทีหนึ่ง 2565 จิตเดิมแท้ต่างกับวิญญาณแท้อย่างไร จิตเดิมแท้เป็นจิตที่มีมาตั้งแต่เราเกิดเรียกว่า ประภัสสร แต่พอถูกปรุงแต่งด้วยกิเลส ตัณหา อุปาทาน ตอนเราเติบโตขึ้น จากการที่ต้องใช้จิตก็เปลี่ยนมาใช้อารมณ์ วิญญาณแท้เป็นสิ่งที่เราทําของเราเอง ด้วยการมีพฤติกรรม พูด คิด ทำ ตามทิศทั้ง 6  มีพฤติกรรมที่เหมาะสมก็เกิดวิญญาณแท้ เป็นประโยชน์ มีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมก็เกิดวิญญาณเทียม เป็นโทษ 
ฟังดูแล้วหลายคนอาจจะบ่นว่า ยากจัง ยากจังนั้นยากจริง แต่พอเรารับฟังไว้เรื่อยๆ สะสมความรู้ไว้อยู่เสมอๆ มันก็จะเกิดเป็นประสาทอัตโนมัติ ทำไป คิดไป พูดไปโดยอัตโนมัติ ก็รู้สึกว่าไม่ยาก อย่างเช่น การทำความเข้าใจในพรหมลิขิตว่า แตกต่างกับบุพเพสันนิวาสอย่างไร ซึ่งมันมีลักษณะก้ำๆ กึ่งๆ กันอยู่  เมื่อเราทำความเข้าใจไปเรื่อยๆ เรื่อยๆ เรื่อยๆ ต่อไปเราก็จะเกิดความชัดเจนขึ้นว่า อ๋อ เราเจอสิ่งนี้อุเบกขาไว้  เราเจอสิ่งนี้เมตตาไว้ก่อน  เราเจอสิ่งนี้มีความเห็นอกเห็นใจคู่รักคู่ใคร่ที่เขาไม่เข้าใจเรื่องเหล่านี้เลย แต่เราเข้าใจ ถึงเวลาจะช่วยเหลือแนะนำอะไรเขาได้ค่อยแนะนำ เมื่อเห็นว่าเกินกว่าที่จะแนะนำก็ทำเฉยซะ ปล่อยเขาไปตามกรรม  ต้องเป็นอย่างนี้จริงๆ เพราะมันเป็นเรื่องโลกแตก  เรื่องของพรหมลิขิตและบุพเพสันนิวาส เป็นเรื่องโลกแตกจริงๆ ค่อยๆ ศึกษาไปเถอะ แล้วหลายคนจะเข้าใจคำพูดของผู้พูดว่าหมายถึงอะไร ขอขอบคุณทุกคนที่ทนฟัง เดี๋ยวมาฟังเพลงจากดีเจคนสวยจะเปิดให้ฟังว่า จะเป็นเพลงอะไร ขอขอบคุณอีกครั้งที่ตั้งใจทนฟัง
เอาล่ะ เพลงที่จบลงไปชื่อเพลง สหศรัทธาศาล ศาลาสานปัญญา คำร้อง วาทะธรรม ขำขัน เล่ม 3/1 ครูธวัช คณิตกุล  ทำนองและเสียงร้อง AI  จัดทำโดย อาจารย์ปัญจพล จิตติฉันท์  เนื้อเพลงมีอยู่ว่า “รวมความเชื่อศรัทธาทั้งหลายมาอยู่ในจุดเดียวกัน รวมความรู้ปัญญาทั้งหลายมาอยู่ในจุดเดียวกัน เพื่อรวมทั้งศรัทธาและปัญญาให้มาอยู่ร่วมกัน เกิดเป็นศักดิ์สิทธิ์พร้อมทั้งศักยภาพอยู่ภายในตัวมนุษย์” 
ในความหมายคุณชนัดดา วงษ์มณี ดีเจผู้เปิดเพลงวันนี้ ก็คงจะเป็นนัยยะให้ปริศนาตามคำถามของคุณมนตรีว่า ตัวเรานี่แหล่ะ เป็นที่รวมทุกสิ่ง ทุกอย่าง ทุกประการ ศรัทธาก็เกิดจากตัวเรา  ปัญญาก็เกิดจากตัวเรา รวมกันมาเหมือนกันอย่างสหศรัทธาศาล ศาลาสานปัญญา
ทำนองเดียวกัน คำถามของคุณมนตรีที่ถามว่า  พรหมลิขิตอยู่ที่ไหน บุพเพสันนิวาสอยู่ที่ใด คำตอบก็อยู่ในจุดเดียวกัน คือ อยู่ในตัวเรา การสร้างพรหมลิขิตให้ถึงซึ่งชะตาชีวิต เพราะว่าถ้าใครเข้าถึงพรหมลิขิตชีวิตก็จะดีงาม ก็สร้างที่ตัวเรา  การสร้างบุพเพสันนิวาสให้เกิดความพอดี ก็สร้างที่ตัวเรา ก็อยู่ในตัวเรา 
ทั้งพรหมลิขิต ทั้งบุพเพสันนิวาส ก็สร้างที่ตัวเรา เกิดผลแก่ตัวเรา ทั้งดีและไม่ดี ยังไงเริ่มต้นมีจิตเมตตาไว้ก่อน ยังไงเริ่มต้นลดความเกลียดชังและรักกันไว้ก่อน มนุษย์มีอยู่ทั้งนุ่มนวลและแข็งกระด้าง ก็ขอให้มีปริศนา ปริศนาธรรมะภาคที่ 2 ในวันที่ 1 ตุลาคมไว้ทำนองนี้ก่อน แล้วค่อยๆ มาขยายความกันทีหลัง 
พฤ. 1 ต.ค. 2569
รวบรวมโดย คุณสุกัญญา เรืองชัยไพบูลย์

บทความที่เกี่ยวข้อง
EP.1924  ถ้าเราไม่รู้ว่าสังขารของเรามีวิญญาณในตัว และมีวิญญาณอยู่นอกตัว เราก็จะไม่สามารถจะฝึกศักยภาพขึ้นมาให้ได้ตามขีดกำหนดของชะตาชีวิต (ศ. 17 เม.ย. 2569)
เราก็จะพบแต่หนทางตันในชีวิต ผลที่สุดก็มีชีวิตอยู่ที่ลักษณะร่อแร่  จะตายก็ไม่ตาย และตายทั้งเป็น
25 เม.ย. 2026
EP.2069   พรหมลิขิต คู่กับ ยมขีดเขี่ย (อ. 6 ต.ค. 2569)
พรหมลิขิต ส่งมาตลอดเวลาเพื่อให้เราสมปรารถนา แต่ขณะเดียวกันบาปที่เราทำมาตั้งแต่ภพเก่าชาติเก่า ก็คือ ยมขีดเขี่ย ส่งเป็นคลื่นพลังกรรมลงมาให้เราผิดหวังให้เรามีทุกขเวทนา  ทำอย่างไรจึงจะได้รับคลื่นลิขิตจากพระพรหมเยอะๆ ทำอย่างไรจะพ้นหรือหลีกหนีคลื่นขีดเขี่ยจากพระยมให้มากที่สุด จิตตัวเดียว จิตเป็นสิ่งสำคัญที่สุด  จิตเดิมแท้เป็นประภัสสร จิตเก่าจริง ๆ ที่จุติมา ที่เกิดมาเป็นจิตสวยงาม เป็นจิตที่มีเมตตา เป็นจิตแห่งพรหมลิขิต
15 ต.ค. 2026
EP. 1858    งานของสหปฏิบัติฯ คือ พูดคิดทำ ในสิ่งที่เหมาะสม สมควร แล้วเป็นประโยชน์ ไม่เป็นโทษ (จ. 26  ม.ค. 2569)
งานของสหปฏิบัติฯ คือ พูดคิดทำ ในสิ่งที่เหมาะสม สมควร แล้วเป็นประโยชน์ ไม่เป็นโทษ มี 2 หลักใหญ่ คือ งานสามัญวิสัยและงานเหนือสามัญวิสัย เพื่อให้รู้ว่า คนเรามีศักยภาพและศักดิ์สิทธิ์อยู่ที่ตัว ไม่ต้องตะลอนหาที่ไหน แต่ต้องดึงออกมา และทำให้ธรรมชาติสองอย่างสมดุลกันทั้งศักยภาพและศักดิ์สิทธิ์ ชีวิตก็จะเป็นปกติสุข แต่วิธีการอย่างไร มีรายละเอียด ต้องศึกษาเรียนรู้
29 ม.ค. 2026
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy