แชร์

EP.2062   หลักธรรมที่พระพุทธองค์ทรงให้ไว้แก่ชาวโลก ถ้าเรานำมาใช้ให้เกิดประโยชน์ในทางศักยภาพ ก็คือ เอามาสร้างความเก่ง กล้า สามารถ (อา. 27 ก.ย. 2569)

อัพเดทล่าสุด: 7 ต.ค. 2026
6 ผู้เข้าชม
EP.2062   หลักธรรมที่พระพุทธองค์ทรงให้ไว้แก่ชาวโลก ถ้าเรานำมาใช้ให้เกิดประโยชน์ในทางศักยภาพ ก็คือ เอามาสร้างความเก่ง กล้า สามารถ 
พอความเก่ง กล้า สามารถไปประสานเข้ากับอัธยาศัยของแต่ละคน ทั้งนอกแล้วก็ทางใน ก็คือ ดวงชะตาชีวิตของแต่ละคน ศักยภาพเหล่านี้ค่อยๆ เพิ่มพูนขึ้น เพิ่มพูนขึ้น เพิ่มพูนขึ้น สักวันหนึ่งศักยภาพก็จะมาเป็นฐานให้กับความศักดิ์สิทธิ์ ความศักดิ์สิทธิ์ก็จะกลับมาเป็นบัลลังก์ให้กับศักยภาพ 
สวัสดีทุกท่าน เรามาพบกันทางเงา วันนี้เป็นวันอาทิตย์ที่ 27 เดือนกันยายน พุทธะ คริสต์ 69 และ 26 เป็นวันแรม 1 ค่ำ เดือน 10 ปีมะเมีย  “อะโมฆัง ทิวะสัง กะยิรา  อัปเปนะ พะหุเกนะ วา”  แต่ละวันอย่าให้ผ่านไปเปล่า ไม่มากก็น้อยต้องให้ได้อะไรบ้าง ก็เช่นเดิม ได้สิ่งที่เป็นข้อมูลความรู้เพิ่มเติมขึ้นมาเรื่อยๆ สักวันหนึ่งเราก็จะมีความมั่นใจในสิ่งที่เราคิด สิ่งที่เราพูด แล้วก็สิ่งที่เราทำ คือเป็นการสะสม สะสมความรู้ แล้วก็มาสร้างความรู้สึก 
แต่สิ่งที่เราเป็นห่วงที่สุดก็คือ ชาวพุทธส่วนใหญ่ ส่วนหนึ่ง ก็มักจะใช้หลักในพุทธศาสนาเพื่อที่จะสร้างความศักดิ์สิทธิ์ โดยเอาพุทธศาสนาซึ่งมีหลักธรรมคำสั่งสอนต่างๆ เป็นหลักใหญ่ๆ อยู่ เช่น ไตรสิกขา ไตรลักษณ์ อิทธิบาท 4 หรือธรรมะหมวดใหญ่ๆ เหล่านี้ แทนที่จะเอามาเป็นข้อมูล แล้วก็สร้างสิ่งที่เป็นพลังศักยภาพ แล้วสักวันหนึ่งพลังศักยภาพ หรือความเก่ง กล้า สามารถของแต่ละคนที่เกิดจากหลักธรรมคำสั่งสอน หรือหลักในการสอนในหลักพุทธศาสนา ก็เอามาทำให้เกิดประโยชน์เป็นศักดิ์สิทธิ์ได้
วันนี้ได้คุยกับอาจารย์วรพรรณ เนียมน้ำเพชร ทางสายก็มีการพูดกันถึงตอนหนึ่งว่า คนที่นับถือพระพุทธศาสนาส่วนใหญ่ ก็เอาหลักธรรมของพระพุทธศาสนามุ่งที่จะสร้างแต่เรื่องศักดิ์สิทธิ์ พุทธรูปองค์หนึ่งที่ตั้งอยู่บูชา ก็ไปยกมือไหว้ขอให้มีความศักดิ์สิทธิ์อย่างนั้น ศักดิ์สิทธิ์อย่างนี้ ศักดิ์สิทธิ์ทางโน้น 
แท้ที่จริงแล้วก็คุยกับอาจารย์วรพรรณ เนียมน้ำเพชร หรืออาจารย์บิวว่า ถ้าเราเข้าใจกันจริงๆ หลักธรรมที่พระพุทธองค์ทรงให้ไว้แก่ชาวโลก โดยในทางสายตรง ถ้าเรานำมาใช้ให้เกิดประโยชน์ในทางศักยภาพ ก็คือ เอามาสร้างความเก่ง กล้า สามารถให้แก่คน เมื่อสร้างความเก่ง กล้า สามารถที่เรียกกันว่า ศักยภาพให้แก่ผู้คนแล้ว พอความเก่ง กล้า สามารถไปประสานเข้ากับอัธยาศัยของแต่ละคน ทางนอกแล้วก็ทางใน ก็คือ ดวงชะตาชีวิตของแต่ละคน ศักยภาพเหล่านั้นก็จะค่อยๆ เพิ่มพูนขึ้น เพิ่มพูนขึ้น เพิ่มพูนขึ้น สักวันหนึ่งศักยภาพก็จะมาเป็นฐานให้กับความศักดิ์สิทธิ์ ความศักดิ์สิทธิ์ก็จะกลับ กลับมาเป็นบัลลังก์ให้กับศักยภาพ 
คนๆ นั้นที่เอาหลักธรรมคำสั่งสอนทั้งหลายมาสร้างความสามารถ มาสร้างความรู้ความเข้าใจ ความเก่งของตัวเองให้สูงขึ้นๆ จนกระทั่งเรียกว่า เป็นคนมีศักยภาพ ก็คือ คนเก่ง ความเก่งที่เกิดจากหลักของพุทธศาสนา การใช้หลักของพุทธศาสนามาสร้างความเก่ง ความเก่งอย่างนั้นเป็นความเก่งที่ถูกต้อง แล้วความเก่งที่เกิดจากหลักต่างๆ ของงานพระพุทธศาสนาก็จะกลับ กลับมาสร้างสิ่งที่เป็นปาฏิหาริย์ คือ ศักดิ์สิทธิ์ อิทธิฤทธิ์ ปาฏิหาริย์ แล้วก็ความเข้าใจในเรื่องของเทพเทวดา 
สิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายก็จะถูกต้อง มีหลัก มีเกณฑ์ เรื่องลึกลับทั้งหลายก็จะคลาย คลี่คลายไป คนๆ นั้นก็จะกลายเป็นคนที่มีบัลลังก์ มีฐานะ นั่งอยู่บนความสำเร็จ 
พูดอย่างนี้ไม่ทราบว่า ผู้ใดจะมองออก จะมองเห็น แล้วก็จะเห็นด้วย หรือไม่เห็นด้วยว่า เมื่อคุณนำหลักศาสนามาใช้สร้างศักยภาพ เริ่มต้นก่อน เอาหลักศาสนาที่พระพุทธองค์ทรงสั่งสอนมาใช้เริ่มต้นในการสร้างความเก่ง กล้า สามารถ และคุณความดีของคุณก่อน คุณจะเห็นผล เห็นผลในอนาคตอย่างคาดไม่ถึง ผลในอนาคตที่คาดไม่ถึง ก็คือ กลายเป็นคนที่มีความศักดิ์สิทธิ์ขึ้นมาโดยอัตโนมัติ  แทนที่นาย ก นาง ข เข้าศาสนา เข้าไปสู่งานศาสนา เข้าวัดเข้าวาก็มุ่ง มุ่งที่จะเอาแต่ความศักดิ์สิทธิ์ จะขอให้ศักดิ์สิทธิ์อย่างนั้น ขอให้ศักดิ์สิทธิ์อย่างนี้ ศักดิ์สิทธิ์อย่างโน้น ซึ่งมันเป็นการข้ามขั้น ข้ามตอนไป 
คุณเองยังไม่ได้ฝึกฝนอะไรเลย ไม่ได้ฝึกฝนความรู้ ความเข้าใจ ความสมหวัง ความผิดหวัง ความถูกต้อง และก็ความผิดพลาดทั้งหลายที่มาทำให้มากลายเป็นความถูกต้อง แล้วก็ตั้งหน้าตั้งตาจะไปขอให้เกิดปาฏิหาริย์ ขอให้เกิดความศักดิ์สิทธิ์จากงานพระศาสนา หรือพระพุทธรูปโดยตรง อันนี้ก็ทำให้เกิดการข้ามขั้นตอน 
ก่อนอื่นจะต้องสร้างศักยภาพก่อน ศักยภาพก็จะกลับมาเป็นฐานให้กับความศักดิ์สิทธิ์ คราวนี้แหละ ความศักดิ์สิทธิ์มีโอกาสที่จะแสดงแล้ว จะแสดงให้เราเกิดปาฏิหาริย์แล้ว ไม่ใช่จู่ๆ ก็ไปขอศักดิ์สิทธิ์เลย ความศักดิ์สิทธิ์บอกว่า ยังไม่มีพื้นฐาน ยังไม่มีพื้นฐานที่จะมารองรับ อยู่ๆ ก็จะให้สร้างปาฏิหาริย์หรือศักดิ์สิทธิ์ให้ ซึ่งมันผิดขั้นตอน 
หลายคนอาจจะคิดไม่ถึง คิดไม่ทัน และ/หรืออาจจะไม่เห็นด้วยว่า อะไรกันนักกันหนา ฉันไปวัด ฉันไปหาพระพุทธรูป ฉันไปหาพระสงฆ์ ฉันก็ไปขอให้เกิดปาฏิหาริย์ ให้ฉันรวย ให้ฉันสมความปรารถนา ให้ฉันสำเร็จอย่างนั้น อย่างนี้ อย่างโน้นทันทีทันใด  ไม่ได้ 
ต้องไปบอกหลวงพ่อที่วัดว่า ขอหลักธรรมในการใช้ชีวิต ขอวิธีการในการดำเนินชีวิตว่า ชีวิตฉันจะเรียนหนังสือ จะทำงาน จะแก้ไขปัญหาอย่างไรๆ โดยมีหลักธรรมของพระพุทธเจ้ามาสอนไว้อย่างไร แล้วก็เอาหลักธรรมเหล่านั้นมาพิจารณา มาใช้เป็นหลักในการแก้ไขปัญหา
เมื่อเรานำหลักธรรม เช่น อย่างอิทธิบาท 4 ฉันทะ วิริยะ จิตตะ วิมังสา จะต้องใช้ควบคู่กับอะไร อย่างนี้ หลักธรรม 3 หมวด 12 ข้อ ที่เราพูดกันอยู่บ่อยๆ จะใช้อย่างไร ฉันทะคือ ความพึงพอใจ  วิริยะคือ ความเพียร จิตตะคือ จิตจดจ่อ  วิมังสาจะใช้อย่างไร ต้องใช้คู่กับธรรมะอีก 2 หมวด ธรรมะอีก 2 หมวด ธรรมะหมวดอะไร ธรรมะหมวดที่เกี่ยวกับสังคหวัตถุธรรม 4  สังคหวัตถุธรรม 4 มีอะไร ทาน ปิยวาจา อัตถจริยา สมานัตตตา เพียงพอแล้วหรือยัง ยังไม่เพียงพอ คนมีฉันทะ วิริยะ จิตตะ วิมังสา  คนมีทาน มีปิยวาจา อัตถจริยา สมานัตตตา ก็ยังไม่สามารถประสบความสำเร็จได้ ต้องมีพรหมวิหารธรรมอีกหนึ่งข้อ ก็คือ มีจิตเมตตา ต้องมีจิตเมตตาแล้ว ต้องมีจิตกรุณา ช่วยเหลือผู้อื่น ต้องมีจิตมุทิตา แสดงความยินดี และมีจิตอุเบกขา 
ถ้าใครเข้าใจยกตัวอย่างธรรมะ 3 หมวด 12 ข้อนี้ แล้วปฏิบัติให้ถูกต้อง ปฏิบัติไป ปฏิบัติมา คนปฏิบัติก็เกิดความเก่ง ทำใจได้บ้าง ฝึกฝนร่างกายตัวเองบ้าง มีความเสียสละ ทั้งๆ ที่เมื่อก่อนเป็นคนตระหนี่ถี่เหนียวกลายเป็นคนเสียสละ ไม่ช้าไม่นานผลของธรรมะ 3 หมวด 12 ข้อ ก็คือ พรหมวิหารธรรม ซึ่งมุ่งไปในทางศักดิ์สิทธิ์ อิทธิบาทธรรมมุ่งไปในทางทำมาหากิน สังคหะธรรมมุ่งไปในทางจิตใจ เสียสละ ไม่ช้าศักยภาพก็เกิดแก่นาย ก นาง ข 
พอศักยภาพเกิดแก่นาย ก นาง ข หมวดพรหมวิหารธรรมจะกลายเป็นหมวดศักดิ์สิทธิ์ เพราะเข้าถึงพรหมลิขิต นาย ก ก็เข้าใจพรหมลิขิต นาง ข ก็เข้าใจพรหมลิขิต หมวดนี้ก็จะทำให้นาย ก นาง ข กลายเป็นนำศักยภาพมาเป็นฐานให้กับความศักดิ์สิทธิ์  
พอความศักดิ์สิทธิ์มีฐานของการปฏิบัติต่อผู้อื่น  เช่น  ทาน ปิยวาจา อัตถจริยา สมานัตตตา มีฐานในการปฏิบัติต่องาน การทำงานอย่างมีฉันทะ มีวิริยะ มีจิตตะ มีวิมังสา พรหมวิหารธรรมข้อที่ทำให้เกิดเป็นเข้าถึงพรหมลิขิตของนาย ก และ นาง ข ก็คือ เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา จึงเกิดการเข้าสู่สูตรของเรา ที่เราได้บอกไว้เป็นเวลานับหลายปีแล้วว่า “ศักยภาพเป็นฐานของความศักดิ์สิทธิ์ ความศักดิ์สิทธิ์จะมาเป็นบัลลังก์ให้กับศักยภาพ” 
ความศักดิ์สิทธิ์เกิดเป็นบัลลังก์เนื่องจาก นาย ก นาง ข มีพรหมวิหารธรรม มีจิตเมตตา มีจิตกรุณา มีจิตมุทิตา มีจิตเป็นอุเบกขา ก็กลายเป็นศักดิ์สิทธิ์เกิดขึ้นแก่นาย ก นาง ข  ปาฏิหาริย์ในทางที่ได้ผลดีเกิดขึ้นแก่นาย ก นาง ข
อันนี้อธิบายอย่างนี้ หลายท่านอาจจะยังไม่ชัดเจน เราก็จะมาขยายความกันต่อในโอกาสต่อไป สิ่งที่พูดไว้เมื่อวานนี้ มาอยู่ในข้อเขียนของ ดร. วันพร จาปะเกษตร์ 2061  2061 บอกไว้ว่า บังเอิญคนหนึ่งคนใดเกิดมา ถูกกำหนดมาว่า คนๆ นั้นจะต้องเรียนรู้จนกระทั่งสำเร็จเป็นครู เป็นอาจารย์ที่น่าไว้วางใจ น่าเชื่อถือ ไม่ใช่ว่าประเภทปล่อยไปตามเรื่อง เทวดาประจำตัวก็ไม่ยอม 
คนที่มีองค์ในใหญ่ องค์ในโตต้องรับรู้ให้ถูกต้องให้มากที่สุด ใช้ความรู้สึกที่ไม่ผิดพลาด หรือผิดพลาดก็ให้น้อยที่สุด เพราะถ้าเพี้ยนแล้วมันก็หมดละตอนนี้ เทพก็ไม่ยอม มนุษย์ก็ไม่ปล่อยผ่าน คราวนี้ นาย ก จะเสียทั้งศักยภาพทางนอก คือสามัญวิสัย แล้วก็จะสูญเสียศักดิ์สิทธิ์ ก็คือ เหนือสามัญวิสัย 
ตัวโปรยของ ดร. วันพร  ข้อซ้ำอีกทีหนึ่ง 2061 บังเอิญคนหนึ่งคนใดเกิดมาถูกกำหนดมาว่า คนๆ นั้นจะต้องเรียนรู้จนกระทั่งสำเร็จเป็นครู เป็นอาจารย์ที่น่าไว้วางใจ น่าเชื่อถือได้ ไม่ใช่ว่าประเภทปล่อยไปตามเรื่อง เทวดาประจำตัวก็ไม่ยอม คล้ายๆ กับว่าเทวดาที่อยู่ในตัวนาย ก นาง ข ก็บอกว่ามันเสียหายกับท่าน ท่านอุตส่าห์พานาย ก นาง ข มาเกิด  นาย ก นาง ข ไม่ทำตัวให้เป็นที่น่าเชื่อถือ ไม่น่าไว้วางใจ เดี๋ยวก็ให้ผีมาดูแลแทนซะอย่างนั้นแหละ 
คนที่มีองค์ในใหญ่ องค์ในโตต้องรับรู้ให้ถูกต้องให้มากที่สุด ใช้ความรู้สึกที่ไม่ผิดพลาด หรือผิดพลาดก็ให้น้อยที่สุด เพราะถ้าเพี้ยนแล้วมันก็หมดละตอนนี้ ถ้าเกิดเพี้ยนขึ้นมา วิริยะความเพียรกลายเป็นความเพี้ยน เทพก็ไม่ยอม มนุษย์ก็ไม่ปล่อยผ่าย คราวนี้นาย ก จะเสียทั้งศักยภาพทางนอกก็คือ สามัญวิสัย แล้วก็จะสูญเสียทั้งศักดิ์สิทธิ์ทางใน ก็คือ เหนือสามัญวิสัย 
อันนี้พอเข้าใจในเจตนา คนที่ผลีผลามต้องการความสำเร็จในชีวิต ตรงไปหาพระที่วัด ทั้งพระพุทธรูปที่นั่งอยู่ในโบสถ์ ทั้งพระสงฆ์ที่เป็นองค์ประธานเป็นเจ้าอาวาสในวัด ก็ไปตั้งอกตั้งใจขอให้เกิดปาฏิหาริย์ ขอศักดิ์สิทธิ์จงเกิดแก่ข้าพเจ้า ขออย่างนั้น ขออย่างนี้ ของอย่างนี้ อันนี้ความจริงตามหลักพระพุทธศาสนาแล้วผิด  ผิด มันไม่ถูกต้อง 
เราไปวัด ไปหาพระ ก็ไปหาธรรมะมาก่อน เมื่อพระให้ธรรมะมาถูกต้องดี มีเหตุมีผล วัดนี้น่าเชื่อถือ หลวงพ่อองค์นี้น่าเชื่อถือ ก็รับเอาหลักของธรรมะคำสอนมา แล้วมาปฏิบัติ ปฏิบัติตามหลักธรรมคำสั่งสอน ทุกคนจะเกิดศักยภาพขึ้น ศักยภาพคือ ความเก่ง กล้า สามารถ ก็จะทำให้กลายเป็นฐานของความศักดิ์สิทธิ์ 
ศักยภาพที่เกิดขึ้นเป็นฐานของความศักดิ์สิทธิ์ ความศักดิ์สิทธิ์จะกลับมาเป็นบัลลังก์ให้กับศักยภาพ คราวนี้คนที่ไปวัด หาพระประธาน หาพระสงฆ์ ก็ได้ผล เพราะว่าเอาหลักธรรมมาปฏิบัติจนเก่ง กล้า สามารถ อย่างที่เขาเรียกว่า เกิดศักยภาพ แล้วไม่ต้องไปกังวล ถ้าคุณเกิดศักยภาพจริงจากหลักธรรมที่ปฏิบัติ อีกไม่ช้าไม่นาน ศักดิ์สิทธิ์จะตามมาหาคุณเอง แล้วคุณจะกลายเป็นคนโชคดี 
เชื่อเถอะว่าเป็นอย่างนี้จริงๆ เพราะเทพเทวดาประจำชีวิตของคนที่เขาเป็นเทพจริงๆ เขาจะไม่ยอมปล่อยผ่าน เพราะเขาต้องการจะฝึกร่างเขาให้เก่ง กล้า สามารถ ที่เรียกว่า ศักยภาพ แล้วจึงจะเกิดเป็นปาฏิหาริย์ขึ้น คือ ศักดิ์สิทธิ์ 
อธิบายอย่างนี้ หลายท่านอาจจะไม่เข้าใจ แต่บางคนเข้าใจแล้วอาจจะไม่ชอบใจ ก็ค่อยๆ พิจารณาว่า ท่านเห็นเป็นประการใด ขอขอบคุณที่ทนฟัง เดี๋ยวอาจารย์ปัญจพล จิตติฉันท์ มีรายงาน แล้วเรากลับมาสวดมนต์สวดพรกัน ขอขอบคุณอีกครั้งที่ทนฟัง
ขออนุญาตอ่านเนื้อเพลงบทที่จบลงไปอีกสักรอบหนึ่ง เพราะว่าเสียงบางช่วง คำบางคำ อาจจะยังไม่ชัดเจนเพราะเป็นเสียง AI พระพุทธศาสนา เป็นรากฐานของวิทยาศาสตร์ อันนี้เป็นข้อความรู้จากพระเดชพระคุณสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ ป.อ. ปยุตฺโต 
วิทยาศาสตร์เป็นรากฐานของไสยศาสตร์ อันนี้ขออนุญาตผู้พูดเป็นผู้ที่เขียนขึ้นมาเอง วิทยาศาสตร์เป็นรากฐานของไสยศาสตร์ อาจจะมีผู้นับถือไสยศาสตร์กล่าวคำตำหนิติฉินนินทาผู้พูดก็ได้ ว่ากล่าวในทำนองเสียๆ หายๆ ก็อาจจะเป็นได้ อะไรกันวิทยาศาสตร์เป็นรากฐานของไสยศาสตร์ แต่ที่จริงแล้วไสยศาสตร์เขามีมานับตั้งแต่มีมนุษยชาติ แต่วิทยาศาสตร์ก็มีการค้นพบสิ่งโน้น สิ่งนี้กันมาตลอด แต่เราให้เกียรติวิทยาศาสตร์ 
เมื่อให้เกียรติวิทยาศาสตร์ ต่อมาทั้งวิทยาศาสตร์และไสยศาสตร์จะร่วมกันประกาศศักยภาพ และศักดิ์สิทธิ์ในอนาคตกาล คือ คนพูดก็รู้สึกเกรงใจ เกรงใจผู้ฟังทุกๆ ท่านอยู่ไม่ใช่น้อยว่า ตกลงรายการพบกันทางเงาเขาต้องการจะสื่ออะไรกันแน่ 
ก็ขอบอกย้ำไว้บ่อยๆ ว่า สื่อ 2 สิ่งที่เป็นความจำเป็นจริงๆ แล้วเป็นประโยชน์จริงๆ กับการแก้ไขปัญหาของมนุษย์ทุกคน  2 สิ่งนั้นก็คือ ความเข้าใจในธรรมชาติที่เป็นสามัญวิสัย และธรรมชาติที่เป็นเหนือสามัญวิสัย มีความจำเป็นอย่างยิ่งทั้ง 2 ประการ 
ตอนนี้ความที่ธรรมชาติเหนือสามัญวิสัย มันไปเกี่ยวพันและไปผูกพันกับดวงชะตาชีวิตของแต่ละคน ก็คือ พรหมลิขิต พรหมลิขิตของแต่ละคนที่เกิดมามีข้อกำหนดที่ผิดแผกแตกต่างกัน ชีวิตของคนจึงเกิดความแปลก ประหลาด และพิสดาร บ้างก็แสนจะเป็นปกติ ค่อนข้างปกติ เพลิดเพลินจำเริญเหมือนเดินอยู่บนหนทางวิมาน บ้างก็ทุกข์แสนสาหัสสากรรจ์กว่าจะผ่านพ้นไปได้ 
เราก็เลยบอกว่า คุณจะเกิดมามีความสุขแสนเพลิน หรือคุณเกิดมามีความทุกข์แสนสาหัส ไม่ต้องไปตกอกตกใจ แล้วก็ไม่ต้องไปดีใจ คุณเร่งฝึก ฝึกอะไร ฝึกความเก่งกล้าสามารถ ก็คือ ให้เกิดศักยภาพ 
พอเกิดศักยภาพแล้วคราวนี้ก็เป็นอันว่า มั่นใจได้ เก่งก็เก่งอะไรสักอย่างหนึ่ง จะเก่งก็เก่งไปอย่างหนึ่ง แล้วก็อย่างนั้นมั่นใจว่า เราเก่ง  เมื่อเกิดศักยภาพขึ้นมาในการทำงาน ในการทำมาหากิน ในการเรียนอย่างหนึ่งอย่างใดให้เกิดขึ้นมาแล้ว ทำใจเย็นๆ ไว้ อยู่อย่างเป็นปกติสุขไว้ นั่นแหละคือ ศักยภาพกำลังไปเป็นฐานรองรับความศักดิ์สิทธิ์ 
พอความศักดิ์สิทธิ์มีฐานของศักยภาพรองรับเพียงพอ ไม่ช้าความศักดิ์สิทธิ์นั้นจะมาสร้างปาฏิหาริย์ให้กับผู้ที่มีความเก่งกล้าสามารถ และมีคุณความดี ชีวิตก็จะเป็นไปตามความเป็นปกติสุข  
อันนี้ขอยืนยันว่า ชีวิตของคนที่มีดวงชะตาที่ยิ่งใหญ่จะต้องเป็นอย่างนี้ ให้อดทนดำเนินการใช้ชีวิตให้มีศักยภาพขึ้นมาก่อน แล้วทุกอย่าง ทุกสิ่ง ทุกประการ จะผ่านพ้นความทุกข์ ความลำบากไปได้อย่างดี ก็ขอขอบคุณที่ฟังข้อเสริมเติมแต่งในวันนี้ 
อา. 27 ก.ย. 2569
รวบรวมโดย คุณอรสา กู้เกินพงษ์

บทความที่เกี่ยวข้อง
EP.2052    การครอบครู เพื่อให้ครูอยู่คู่กับเรา อยู่ในขันธ์ 5 (พ. 16 ก.ย. 2569)
ครูอยู่ในรูป  ครูอยู่ในเวทนา ครูอยู่ในสัญญา ครูอยู่ในสังขาร อยู่ในวิญญาณ อยู่ในตัวตนของเรา  เพื่อคุ้มครองเรา วันนี้ก็ต้องย้ำถึงเหตุผลในการที่บอกว่า การครอบครูเราเคยมีสิ่งอันเป็นสัญลักษณ์เรียกว่า พานครูขันธ์ 5
18 ก.ย. 2026
EP.1972  สิ่งศักดิ์สิทธิ์  อิทธิฤทธิ์  ปาฏิหาริย์  เทพเทวดา  เรื่องลึกลับ ซับซ้อน ซ่อนเร้น ปิดบัง อำพรางทั้งหลาย ไม่มีชีวิต  แต่มีอิทธิฤทธิ์ (อ. 9 มิ.ย. 2569)
อิทธิฤทธิ์ของเทพเทวดา   อิทธิฤทธิ์ของพลังศักดิ์สิทธิ์   อิทธิฤทธิ์ของเรื่องลึกลับซับซ้อนทั้งหลาย   อิทธิฤทธิ์ของอำนาจไสยศาสตร์   อำนาจปรากฎการณ์ต่างๆ   ต้องลงมาแสดงในตัวมนุษย์เพราะว่าเทพไม่มีชีวิต  เทพต้องมาอาศัยเวที ก็คือ ตัวชีวิต ตัวมนุษย์เป็นเวทีในการแสดงอิทธิฤทธิ์  แสดงปาฏิหาริย์
11 มิ.ย. 2026
EP. 1890   โรคจิต โรคประสาทมาจาก 3 สาเหตุ 1. โลภ  2. โกรธ  3. หลง (ศ. 6 มี.ค. 2569)
เมื่อเราทำ 2 รอ ความรู้สึก และความรู้ ในเรื่องสามัญวิสัยและเรื่องเหนือสามัญวิสัยได้ชัดเจน ก็จะสามารถดูแลสุขภาพกาย สุขภาพจิต และความถูกต้องของวิญญาณ ได้อย่างเป็นประโยชน์
13 มี.ค. 2026
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy