แชร์

EP.2054   คนประสานความรู้สึกกับคน ย่อมมีสัมผัสที่ชัดเจนกว่า คนประสานกับสิ่งของวัตถุ

อัพเดทล่าสุด: 26 ก.ย. 2026
24 ผู้เข้าชม
EP.2054   คนประสานความรู้สึกกับคน ย่อมมีสัมผัสที่ชัดเจนกว่า คนประสานกับสิ่งของวัตถุ
สวัสดีทุกท่าน เราพบกันทางเงา เวลา 19 นาฬิกา 13 นาทีโดยประมาณ เป็นวันศุกร์ที่ 18  วันศุกร์ที่ 18 เดือน กันยายน พุทธศักราช 2569 และคริสต์ศักราช 2026  เป็นวันขึ้น 7 ค่ำ เดือน 10 ปีมะเมีย  "อะโมฆัง ทิวะสัง กะยิรา  อัปเปนะ พะหุเกนะ วา”  วันศุกร์ที่ 18 กันยายนวันนี้เป็นประโยชน์ เราจะไม่ปล่อยให้ผ่านเลยไปเปล่าโดยไม่เกิดประโยชน์ 
ประโยชน์ของเราก็มาวกเข้าหาเรื่องความรู้ ความเข้าใจในธรรมะ 2 ภาค ภาคแรกนั้น ก็เป็นภาคทั่วๆ ไป ศึกษากันทั้งชาติก็ไม่จบ ส่วนภาคที่ 2 ก็เป็นเรื่องภาคเหนือสามัญวิสัย ศึกษาในเรื่องของชาติภพวังวนเวรกรรม ถ้าทุกคนเกิดมาโดยตัดตอน ตัดตอนเรื่องของบุญเก่า กรรมเก่า ที่เราเรียกกันว่า วิบากกรรม ปัญหาของมนุษย์จะลดน้อยลงอย่างที่สุด แทบจะเรียกว่า ไม่มีปัญหาเลย เพราะว่าเราก็ใช้ชีวิตอยู่กับเรื่องของสามัญวิสัย 
เรื่องสามัญวิสัยก็เห็นได้ชัดๆ  ตรงไปตรงมา เรื่องมันเป็นอย่างนี้ มันต้องเกิดจากเหตุอย่างนี้ เรื่องอย่างนี้ต้องเกิดจากเหตุอย่างนั้น เรื่องอย่างนี้นก็ต้องเกิดจากเหตุอย่างโน้น มีที่มาที่ไป เราสามารถจะสืบทอดเรื่องราวต่างๆ ได้ เพราะเป็นเรื่องสามัญ  ทีนี้ที่มนุษย์ต้องทุกข์ยาก ทนลำบากลำบนกันมากมาย แล้วก็ได้แต่เกาหัว แกรกๆ แกรกๆ ไม่รู้อะไรมันเกิดขึ้นมากับชีวิตเรา ไม่รู้อะไรมันเกิดขึ้นมาครอบครัวเรา  นี่ก็คือ เรื่องเหนือสามัญวิสัย  ทีนี้มนุษย์เราก็ไปตีความ ไปตีความว่า เป็นเรื่องผีมาแกล้งเรา  เป็นเรื่องเทพมาลงโทษเรา  เป็นเรื่องบุญที่เรายังหาไม่พบ  เป็นเรื่องบาปที่เราพบแล้ว  เป็นเรื่องของเจ้ากรรมนายเวร  เป็นเรื่องของโน่น เรื่องของนี่ เรื่องของนั้น เราก็แสวงหากัน หาสาเหตุของความทุกข์ที่ไม่สบายกาย ไม่สบายใจ แล้วก็ไม่ได้ดั่งใจ 
ความไม่ได้ดั่งใจเกิดจากอะไร ทางนอกเราก็แสวงหาความสุข แสวงหาความต้องการของเรากันจ้าละหวั่นว่า เรายังขาดนั่น เรายังขาดนี่ เรายังไม่ได้เท่านั้น ไม่ได้เท่านี้  แต่ทางในไปคนละทิศ ชิดคนละทาง ไปคนละเรื่องก็มากมาย ได้แต่เดา แล้วก็เดา แล้วก็เดา เดากัน อย่างกรณีเรื่องของเทพเทวดา ที่ท่านจะมาให้ความคุ้มครองที่เราเรียกว่า องค์ครู เราก็ไม่รู้จักท่านที่แท้จริงหรอกส่วนใหญ่ ก็ไปคิดกันสารพัด คิดกันแต่ละอย่างๆ ว่า เป็นอย่างนั้น ต้องเป็นอย่างนี้ ไม่เป็นอย่างนั้น ไม่เป็นอย่างโน้น 
แต่ที่แท้จริงทั้งหมด ชีวิตของคนที่มีปัญหาทั้งทางนอกและทางใน ก็อยู่ที่ตัวเรา พฤติกรรม คือ ผลกรรมที่เราได้ทำ ก็ขึ้นอยู่กับความคิดทางนอก แล้วก็พูดออกมาทางนอก แล้วก็ทำออกมาทางนอก เราก็บอกว่า ต้องอย่างนี้ ต้องอย่างนี้ ต้องอย่างนี้ แต่บางทีไม่ใช่อย่างนี้  ก็เห็นภาพเห็นชัดว่า  มันผิดตรงนี้ ต้องแก้ไขอย่างนี้  แต่พอเจอปัญหาทางใน วิบากกรรม คือ ผลกรรมที่ได้กระทำไว้ ตอนนี้ก็ไปไม่ถูกเลย แล้วก็หลงทางกันมากมาย 
การครอบครูทำให้เราเกิดสติ เกิดสติซึ่งแปลว่า ความระลึกได้ พอเรามีความระลึกได้ ระลึกได้ ระลึกได้ ชัดเจนขึ้น ชัดเจนขึ้น ชัดเจนขึ้น เราก็จะเกิดปัญญา เกิดปัญญาในการที่จะรู้ปัญหาทางใน  เราติดปัญหาตรงนี้ คนๆ นี้ เป็นเจ้ากรรมนายเวรกับเรา เราจะต้องวางท่าทีกับเขาอย่างไร คนๆ นี้เป็นเจ้าบุญนายคุณกับเรา เราต้องวางทางทีอย่างไร ก็จะเกิดการแยกแยะออก 
คนที่เป็นเจ้ากรรมนายเวร เราก็ปล่อยให้เขาอยู่ตามสภาพของเขา คนที่เป็นเจ้าบุญนายคุณ เรารู้ทัน เราก็ใกล้ชิดสนิทสนมให้ความสำคัญกับเขามากหน่อย การครอบครูเป็นการดลบันดาล ดลบันดาลให้ปัญหาทางในบรรเทา เบาบางลง เช่นอย่างสมัยหนึ่ง คนๆ หนึ่งก็มีฐานะพอสมควร มีโรคปวดหัวมา ตั้งแต่วัยหนุ่ม ปวดหัวอยู่กระทั่งไม่รู้ว่าปวดเพราะอะไร ก็ได้แต่เพียรพยายามไปรักษาทางการแพทย์ที่นั่น ที่นี่ ที่นู่น เท่าไหร่ๆ ก็ไม่หายปวด อันนี้ไม่ได้โฆษณา ซึ่งมันเป็นเรื่องจริง มีอยู่วันหนึ่งเขาก็เกิดศรัทธามาร่วมพิธีครอบครู ทันใดที่เศียรฤาษีผ่านศีรษะเขาลงไป เขาบอกว่า ศีรษะเขาโล่งโปร่งสบาย จากวันนั้นมาเขาไม่ปวดหัวอีกเลย 
อันนี้ไม่ได้โฆษณา ยกตัวอย่าง ทางนอกโล่ง ทางในก็โปร่งเป็นธรรมดา ความโปร่งโล่งของศีรษะ ก็คือ ความรู้สึกนึกคิด จะทำให้เราเกิดสติปัญญา แก้ไขปัญหาได้ค่อนข้างถูกต้อง อันนี้มองกันง่ายๆ  
ส่วนการดลบันดาล ดลบันดาลของความศักดิ์สิทธิ์ที่ครูมาครอบลงไปบนศีรษะเรา อันนั้นเป็นสิ่งที่เรื่องของบุญมา วาสนาส่ง แต่ถ้าคนใดคนหนึ่งยังไม่ถึงเวลาจะมีบุญมา จะยังไม่มีวาสนาส่ง การครอบครูก็เป็นการยับยั้ง หรือชะลอสิ่งที่เป็นภัยอันตรายทางในได้ในระดับหนึ่ง เมื่อถึงเวลาสิ่งที่ควรจะได้ ก็ได้   สิ่งที่ควรจะหาย ก็หาย เช่น หายเจ็บ หายป่วย เป็นต้น 
และโดยเฉพาะปีนี้ การครอบครูเราเน้นที่ตัวเรา ปีอื่นๆ ก็มีการพูดถึงจุดน่าสนใจ จุดดลใจ จุดเพ่งจิต เพ่งใจ ไปที่พานครูที่เป็นวัตถุซึ่งเราเคยมีการมอบกันมาเรียกว่า ธรรมนูญพานครูขันธ์ 5 แต่มาปีนี้เราก้าวหน้าขึ้น อยากจะให้ทุกคนศึกษาว่า ระหว่างสิ่งที่เป็นวัตถุ วัตถุก็เป็นโลหะต่างๆ ที่เขาสร้างสรรค์กันขึ้นมา จะมาสถิตพลังศักดิ์สิทธิ์ได้ แต่ยังไงๆ ก็ไม่สามารถจะสถิตพลังศักดิ์สิทธิ์ได้มากและได้อย่างถูกต้อง และแนบสนิทได้เท่ากับพลังศักดิ์สิทธิ์จะมาสถิตในตัวมนุษย์ เพราะมนุษย์มีชีวิตเซลล์ต่างๆ ในร่างกายเป็นเซลล์ที่มีชีวิต 
สิ่งมีชีวิตประสานกับสิ่งมีชีวิต ย่อมสัมพันธ์ สัมผัส และสัมพัทธ์ได้แนบเนียนและสนิทกว่าระหว่างสิ่งมีชีวิตจะสัมผัส สัมพันธ์ ให้เกิดสัมพัทธ์กับวัตถุ ย่อมไม่สามารถจะได้เหมือนกับชีวิตกับชีวิต นาย ก. มีชีวิตส่งกระเเสจิตไปที่นาย ข.  ถ้านาย ข. มีกระแสจิตสอดคล้องกับนาย ก. เปิดรับนาย ก.  พลังสัมผัส สัมพันธ์ จะเกิดเเรงสัมพัทธ์ได้มากมาย และสนิทกว่าที่นาย ก. ส่งพลังไปที่วัตถุชิ้นหนึ่งชิ้นใด ก้อนหนึ่งก้อนใด สิ่งหนึ่งสิ่งใด อธิษฐานจิตแล้วก็ส่งกระเเสจิตไปที่วัตถุก้อนนั้น ไปที่วัตถุชิ้นนั้น เช่น การสมมติขึ้นมาเป็นพานครู ก็ได้พลังศักดิ์สิทธิ์เหมือนกัน แต่ไม่เท่ากันเเน่นอน  พลังศักดิ์สิทธิ์ที่นาย ก. ส่งไปที่วัตถุ สิ่งของที่เป็นโลหะต่างๆ เป็นพลาสติก เป็นอะไรต่อมิอะไรก็สุดแท้แต่จะสรรหามา  ก็ได้พลังโมเลกุลประสานโมเลกุล แต่เป็นโมเลกุลที่เปลี่ยนเป็นอะตอมของพลังในชีวิตนั้น ท่าจะยาก เปลี่ยนก็เปลี่ยนได้ไม่มาก ความสัมพัทธ์  ความสัมพันธ์ ความสัมผัส ระหว่างคนกับวัตถุ สัมผัสได้น้อยแน่นอน โดยหลักตรรกะต้องน้อยกว่า 
แต่ถ้ามนุษย์กับกับมนุษย์มีจิตสัมพันธ์กัน มีอารมณ์ส่งถึงกัน มีความรู้สึกส่งให้แก่กันและกันในแง่ดี ก็เกิดเป็นที่สถิตในพลังที่ดี  อันนี้คือ สิ่งที่เราจะศึกษากันต่อไปตั้งแต่วันที่ 20 กันยายนปีนี้เป็นต้นไป แล้วผล ผลจะตามมา ให้เราเห็นผลว่า ถ้ามนุษย์กับมนุษย์ มีใจ มีจิต มีมโน มีวิญญาณ สัมพันธ์กันอย่างจริงจังและจริงใจ พลังศักดิ์สิทธิ์จะเกิดขึ้นมากับทั้งสองฝ่าย กับพลังที่ไปสัมผัสวัตถุสิ่งของ...... ก็คงสู้มนุษย์กับมนุษย์ สัมพันธ์กับมนุษย์ไม่ได้แน่นอน ตรงนี้อย่าตีความให้เข้าใจผิด เข้าใจพลาดต่อไป...  
จากนี้ไปเราก็จะมาทบทวนผลของการพูดมาเป็นเวลาหลายวันแล้ว  2053 คุณสุกัญญา เรืองชัยไพบูลย์ ได้คัดสรรมาว่า พลังศักดิ์สิทธิ์ของครูประจำชีวิตของเรา มีด้วยกันทุกคน แต่ครูจะมาสถิตอยู่ในตัวเราแล้วให้คุณแก่เรา ก็ต่อเมื่อเรารู้จักครู และน้อมรับพลังศักดิ์สิทธิ์จากครูได้ด้วย 2 ร. คือ ร. รู้สึกที่ถูกต้อง และ ร. รู้ที่ไม่ผิดพลาด  ก็ขอให้เริ่มชีวิตใหม่ตั้งแต่วันที่ 20 กันยายนนี้เป็นต้นไป  เราจะไม่ใช้แค่ความรู้สึก เราจะใช้ทั้งความรู้สึกและความรู้คู่กันไป เพื่อแก้ไขปัญหาชีวิต  
เรื่องราวที่พูดมาก็ทำนองนี้  ตามที่คุณสุกัญญารายงาน  เข้าใจ ยังไม่เข้าใจ เป็นที่ยอมรับหรือไม่เป็นที่ยอมรับ ก็ยังไม่เป็นไร เพราะพูดง่ายๆ คือ คนประสานความรู้สึกกับคน ย่อมมีสัมผัสที่ชัดเจนกว่าคนประสานกับสิ่งของวัตถุ ถึงจะเปลี่ยนแปลงโมเลกุลในวัตถุนั้น วิวัฒนาการอันนี้คงต้องชี้แจง และแสดงกันอีกหลายๆ ครั้ง จึงจะเกิดความเห็นด้วยระหว่างบุคคลและบุคคล  ก็ขอขอบคุณทุกคนที่ทนฟัง
ศ. 18 ก.ย. 2569
รวบรวมโดย คุณกันติชา เวชสุรียะกุล

บทความที่เกี่ยวข้อง
EP. 1888    ค่าสมดุลในวิญญาณ คือ ขันธ์ตัวที่ 5 (พ. 4 มี.ค. 2569)
วิญญาณขันธ์ปรุงแต่งด้วยรูป เวทนา สัญญา สังขาร ปรุงแต่งไม่สมดุล เกิดราศีไม่ดี  ไปประสานกับคนที่มีกรรมเก่าเกี่ยวกัน  บุพกรรม  บุพเพสันนิวาส พรหมลิขิต  เกิดเป็น  3 สิ่งที่ไม่ดี คือ 1. โรคจิต โรคประสาท   2. ศรัทธาจริตผิดปกติ   3. ปัญญาประดิษฐ์
13 มี.ค. 2026
EP.2062   หลักธรรมที่พระพุทธองค์ทรงให้ไว้แก่ชาวโลก ถ้าเรานำมาใช้ให้เกิดประโยชน์ในทางศักยภาพ ก็คือ เอามาสร้างความเก่ง กล้า สามารถ (อา. 27 ก.ย. 2569)
พอความเก่ง กล้า สามารถไปประสานเข้ากับอัธยาศัยของแต่ละคน ทั้งนอกแล้วก็ทางใน ก็คือ ดวงชะตาชีวิตของแต่ละคน ศักยภาพเหล่านี้ค่อยๆ เพิ่มพูนขึ้น เพิ่มพูนขึ้น เพิ่มพูนขึ้น สักวันหนึ่งศักยภาพก็จะมาเป็นฐานให้กับความศักดิ์สิทธิ์ ความศักดิ์สิทธิ์ก็จะกลับมาเป็นบัลลังก์ให้กับศักยภาพ
7 ต.ค. 2026
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy