EP.2048 อาหารข้อที่ 4. ในทางพระพุทธศาสนา คือ วิญญาณาหาร หรือ อาหารทางวิญญาณ วิญญาณ แปลว่า ความรู้สึก ถ้าเราใส่แต่ความรู้สึกเข้าไปในร่างกาย ไม่ใส่ความรู้เข้าไป ก็จะมีแต่ความรู้สึกที่แสดงออกมา ไม่มีตัวความรู้ที่มาควบคุมความรู้สึก (ศ. 11 ก.ย. 2569)
อัพเดทล่าสุด: 15 ก.ย. 2026
31 ผู้เข้าชม
EP.2048 อาหารข้อที่ 4. ในทางพระพุทธศาสนา คือ วิญญาณาหาร หรือ อาหารทางวิญญาณ วิญญาณ แปลว่า ความรู้สึก ถ้าเราใส่แต่ความรู้สึกเข้าไปในร่างกาย ไม่ใส่ความรู้เข้าไป ก็จะมีแต่ความรู้สึกที่แสดงออกมา ไม่มีตัวความรู้ที่มาควบคุมความรู้สึก
เมื่อไม่มีตัวความรู้ คือ ข้อเท็จจริงมากำกับความรู้สึก คลื่นพลังกรรมที่มีทั้งพลังบุญและพลังบาป ผลที่สุดก็จะมีแต่ปัญหาตามมามากมาย
สวัสดีทุกๆ ท่าน เราพบกันทางเงา 19 นาฬิกา กับ 9 นาที โดยประมาณ วันนี้เป็นวันศุกร์ที่ 11 เดือนกันยายน พุทธะ คริสต์ 69 และ 26 แรม 14 ค่ำ เดือน 9 ปีมะเมีย เป็นวันพระใหญ่อีกเหมือนกัน แต่ต้องขออภัย รายชื่อที่ส่งมายังไม่ได้มาเปล่งเสียงบอกกับทวยเทพเทวดา และสิ่งศักดิ์ แต่ทวยเทพเทวดาและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เราไม่ต้องไปเปล่งเสียงตะโกนขอพรจากท่าน แค่เรามีความรู้สึก ศรัทธาในใจต่องานพระพุทธศาสนา หรือต่อความกตัญญูรู้คุณ เช่น คุณบิดา มารดา บุญกุศลเกิดแก่เราแล้ว ทุกอย่างสิ่งศักดิ์สิทธิ์จะติดต่อกับเรา ด้วยสิ่งที่เรียกว่า เป็นวิญญาณ
ทีนี้จึงมีความรู้สึกว่า จะมาทบทวนความรู้ ความรู้ที่อยู่ในงานพระพุทธศาสนา เรียกว่า อาหาร 4 อาหาร 4 ที่เรานำมาเอาสั้นๆ อาหาร 4 ที่เราจะนำมาคุยกันประกอบว่า สิ่งศักดิ์สิทธิ์ติดต่อเรา เราติดต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ด้วยวิญญาณาหาร อาหารคือ วิญญาณ
อาหาร สิ่งที่นำมาซึ่งผลของตน อาหารถ้าใครรับประทาน หรือรับมา ก็เป็นผลของตนเอง เป็นปัจจัยของตน สิ่งที่ก่อกำเนิดและค้ำจุนเครื่องหล่อเลี้ยงค้ำจุนชีวิต อาหาร แปลว่า สิ่งที่เป็นผลของตัวเอง เป็นปัจจัยของตัวเอง เป็นสิ่งที่ก่อกำเนิดและค้ำจุน เป็นเครื่องหล่อเลี้ยงค้ำจุนชีวิต
พอเรามีศรัทธาเป็นอาหาร สิ่งศักดิ์สิทธิ์ คือ วิญญาณาหาร ก็คือ เป็นอาหารทางวิญญาณ อาหารข้อที่ 1. คือ กวฬิการาหาร อาหารคือ อาหารที่เป็นคำๆ ที่ต้องเคี้ยวและหรือไม่ต้องเคี้ยว ก็คือ อาหารและเครื่องดื่ม อันที่ 2. อาหาร คือ ผัสสาหาร อาหาร คือสัมผัส สมมติว่า นาย ก. นั่งอยู่ นาย ข. มาแตะตัวนาย ก. นาย ก. ได้รับอาหาร คือ สัมผัสจากนาย ข. อันนี้ก็เป็นอาหารที่สัมผัสแล้วข้อที่ 2 ผัสสาหาร อันแรก กวฬิงการาหาร อาหารเป็นคำๆ อาหารเป็นเครื่องดื่ม
อันที่ 3. มโนสัญเจตนาหาร อาหาร คือ มโนสัญเจตนา ก็คือ มีเจตนาเราต้องการจะไปทำบุญ จะไปงานบุญ แต่เกิดเหตุมีสุดวิสัย หรือมีเหตุอื่นจำเป็นมากกว่า เราก็บอกว่า ขอโมทนาบุญนะ วันนี้ฉันไปไม่ได้ ฉันขอไปธุระ ไปทำกิจนู้น กิจนี้ กิจนั้นก่อน บุญกุศลที่เราตั้งใจจะไปทำบุญวันนี้ และเกิดไปไม่ได้ ก็เกิดขึ้นแล้ว ขอให้บริสุทธิ์ใจเท่านั้นแหละ
อันที่ 4. คือ วิญญาณาหาร คือ อาหารคือ วิญญาณ วิญญาณแปลว่า ความรู้สึก แต่คนเสพอาหารทางวิญญาณถ้าจะให้ดี เพิ่มความรู้เข้าไปด้วย เพิ่มความรู้เข้าไปอีกนิด อาหารทางวิญญาณ อาหารข้อที่ 4. ก็จะสมบูรณ์ ส่วนมากก็เสพกันแบบแค่รู้สึกว่า รู้สึกว่า รู้สึกว่า แต่น้อยคนนัก ที่จะรู้ว่า ที่เราทำบุญอย่างนี้ ทำบุญกับท่านผู้นี้ ทำบุญกับที่นี่ ได้บุญ ในความรู้สึกเราได้บุญ แต่เรารู้ไหมว่า เราทำบุญกับท่านผู้นี้ เราทำบุญกับที่นี่ เราควรทำบุญอย่างนี้ แล้วเราจะได้บุญเพราะ เพราะ เพราะส่วนมากไม่ค่อยมี รู้สึกว่าฉันทำ ทำบุญหนึ่งร้อยบาท ฉันรู้สึกว่า มันน้อยกว่าหนึ่งพันบาท ทำบุญหนึ่งพันบาท ฉันรู้สึกว่ามันน้อยกว่าหนึ่งหมื่นบาท จะน้อย จะมากขึ้นอยู่กับความเหมาะสม ความเหมาะและความสม เหมาะสม
เมื่อเราจะรู้ความเหมาะสมของการทำบุญ ก็คือ เราต้องมีตัวรู้ ไม่ใช่มีแต่ตัวรู้สึก ฉันใดก็ฉันนั้น สิ่งที่ผ่านเข้ามาในตัวเรา เป็นคลื่นพลังบุญ เป็นคลื่นพลังบาป เขาเรียกคลื่นพลังกรรม ผ่านเข้ามาในตัวเรา แล้วเรารับรู้คลื่นพลังบุญ เออ พลังบุญกำลังเข้ามาหาเราแล้ว เรารับรู้พลังบาป เออ พลังบาปกำลังมาเข้ามาหาเราแล้ว เอ พลังบุญกับพลังบาป รวมความก็คือ พลังกรรม เราจะทำยังไงดี จะทำอย่างไรดีพลังบุญจึงจะมีสิ่งที่ชัดเจน ทำอย่างไรดีพลังบาปจึงจะค่อยๆ เจือจางห่างออกไป ห่างออกไป แล้วก็ห่างออกไป
ตัวรู้ ตัวรู้ ตัวความรู้ จะบอกเราว่า ต้องทำอย่างนี้ อย่าทำอย่างนั้น ต้องคิดอย่างนี้ อย่าคิดอย่างนั้น ต้องพูดอย่างนี้ อย่าพูดอย่างนั้น ส่วนมากคนก็จะไม่ค่อยได้สนใจตรงนี้ จะทำบุญ จะทำบาป ฉันใช้ความรู้ รู้สึก แล้วก็รู้สึก ฉันไม่เคยสนใจที่จะใช้ความรู้ ขี้เกียจ รำคาญ มานั่งเรียนรู้มันอยู่นั่นแหละ องค์ก็คือ องค์นั่นแหละ ถ้าเราอ้อนวอนท่านมากๆ เข้า เดี๋ยวท่านก็สงสารเราเองนั่นแหละ ท่านก็ต้องมาช่วยเรา ไม่ต้องคิดอะไรมาก องค์ก็คือ องค์ ยังไงๆ องค์ต้องดี ไม่ใช่ ไม่ใช่ เขาเป็นคลื่น เขาเป็น wave เป็นคลื่นพลังบุญ เป็นคลื่นพลังบาป รวมแล้วคือ เขาคือคลื่นพลังกรรม
ที่เมื่อวานได้อธิบายไปอยู่ตอนหนึ่งว่า ลักษณะนาย ก. องค์ลง ร่ายรำ ลักษณะนาง ข. องค์ลง รำเฉิบๆ คนรู้ไม่จริง รำแบบนี้องค์นั้นมา รำแบบนี้ต้ององค์นั้นแน่ๆ รำแบบนี้ต้ององค์โน้น ช้าก่อน อาการ อาการะของแต่ละคนเกิดจากความรู้สึก เช่น คนไปจับสิ่งที่ร้อนมือ คนแรกไปจับสิ่งที่ร้อน อาจจะสะบัดมือ สะบัดมือ สะบัดมือ จนกระทั่ง มืออาจจะหลุดออกมา อีกคนหนึ่งไปจับความร้อนเดียวกัน นิ่ง กำมือแน่น ตัวสั่น แล้วเขาเอามือเข้ามาแนบกับลำตัว ความรู้สึกของผู้ที่ถูกความร้อนจะแสดงกิริยา และบางคนก็เอะอะโวยวายออกมา บางคนก็นิ่งอึ้งเงียบ เฉยอยู่ คู่ใหญ่ๆ ไม่เหมือนกัน
ทีนี้เทพเทวดามาลง องค์มาเข้า เจ้ามาประทับ ผู้จะรับรู้สัญญาณ ผู้นั้นจะต้องมีสัมพันธ์ สัมผัส ที่มีแรงสัมพัทธ์ เขาเรียกว่า สัมผัสกับสัมพัทธ์ ระดับระนาบเดียวกัน ก็จะพอใช้เหนือสามัญสำนึก เขาเรียก sixth sense มองว่า คนนี้องค์นารายณ์มาลงนี่หน่า องค์นี้ คนนี้ องค์วิษณุมาลงนี่หว่า องค์นี้เป็นพระแม่กวนอิมมหาโพธิสัตว์ องค์นี้เป็นโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร ในภาคที่ยังไม่ได้เปลี่ยนภาคเป็นเจ้าแม่กวนอิมเป็นภาคผู้ชาย อะไรต่อมิอะไรเหล่านี้ จะแปลงสัญญาณออกมาให้ ผู้ที่มีจิตสัมผัส สัมพันธ์ และสัมพัทธ์ ได้ล่วงรู้เท่านั้น นอกนั้น verb ทูเดา verb ทูเดา ขออภัย คือ เดาทั้งนั้น เดาเอา เดาว่า คาดว่า
เพราะฉะนั้น จึงอยากจะบอกกับทุกท่านว่า ครอบครูคราวนี้เขาจะลองใจ พร้อมแล้วหรือยัง ที่จะศึกษาหาความรู้เพื่อเป็นครูผู้อื่น การเป็นครูให้ผู้อื่น ไม่ใช่ข้างๆ คูๆ ไม่ใช่ทำตัวเป็นคนข้างๆ คูๆ กูไม่รู้ ขออภัย แล้วอวดว่า กูรู้ อย่างนี้รู้ไว้ซะด้วยว่า อันตราย
เมื่อต้องการความรู้จริงๆ สหปฏิบัติฯ มั่นใจว่า เรามีความรู้ที่สะสมมานับ 40 กว่าปี โดยประมาณ พร้อมที่จะมอบให้ แต่อย่าทำตัวเป็นประเภทศิษย์หมดสิทธิ์ ศิษย์ประเภทหมดสิทธิ์ เป็นอย่างไร ศิษย์ประเภทหมดสิทธิ์ เป็นศิษย์ประเภทที่ไม่รู้จักตัวเองว่า เป็นศิษย์ ไม่ช้าก็จะหมดสิทธิ์
คิดกันให้ถูกต้อง คิดกันให้เหมาะสม คิดกันให้ปลอดภัย อย่าเล่นกับไฟ คือ คลื่นพลังกรรม เราห่วงทุกคน จึงได้ทนจัดงานทั้งครอบครู 20 กันยายน ทั้งไหว้ครู 20 มกราคม และอื่นๆ ตามฐานะ ตามความเหมาะสม
เมื่อผู้คนคิดว่า ตนเองต้องการอาหาร ข้อที่ 4. วิญญาณาหาร อาหารทางวิญญาณ อย่าเอาแต่ตัวความรู้สึกอย่างเดียว อาหาร คือ ตัวรู้ เป็นอาหารที่สำคัญ สมมติว่า เรากินอาหาร กินเข้าไป ปรุงอาหารมาสารพัดชื่อ สารพัดรส นี่อาหารฝรั่งเรียกชื่อภาษาฝรั่ง นี่อาหารจีนเรียกชื่อภาษาจีน นี่อาหารไทยเรียกชื่อภาษาไทย จะเป็นอาหารกี่ชาติ กี่ภาษา จะปรุงแต่งมาให้ดูหน้าตาดูน่ากินแค่ไหน หรือจะปรุงแบบดูไม่ได้ ไม่น่ากิน แต่อาหารทุกชนิดทางสาธารณสุขบอกว่า มีอยู่ 5 หมู่ ไม่ใช่หมู 5 ตัวนะ มีโปรตีน มีวิตามิน มีไขมัน มีเกลือแร่ มีคาร์โบไฮเดรต
คุณกินอาหารจีนชื่อนี้ คุณก็กินอาหาร 5 หมู่ หรือบังเอิญอาจจะเหลือ 2 หมู่ เพราะเน้นอย่างหนึ่งอย่างใด เหลือหมู่เดียว คุณกินอาหารไทย คุณก็มีอาหาร 5 หมู่ ถ้าคุณกินครบทุกหมู่ อาหารฝรั่งก็เหมือนกัน แต่ แต่มันจะเข้าไปผสมในตัวเราให้เหมาะสม
เช่นเดียวกัน คลื่นพลังกรรม ที่เป็นคลื่นบุญ ผ่านเข้ามาที่ต่อมจอมประสาท pineal gland ผ่านเข้ามาที่ประสาทต่างๆ เรียกสารพัดชื่อ เช่นสองวันก่อนบอกว่า ศาสนาฮินดู เรียกสิ่งที่เป็นตัวสัมผัสเหมือนงูใหญ่ เรียกว่า กุณฑาลินี คลื่นพลังกรรมเหล่านี้จะเป็นคลื่นชนิดไหนผ่านเข้ามาที่ต่อมจอมประสาท ผ่านเข้ามาที่กุณฑาลินี ผ่านเข้ามาที่จักระ ก็เป็นคลื่นที่ต้องมาผสมผสานกันอยู่ในขันธ์ 5 มีรูป มีเวทนา มีสัญญา มีสังขาร มีวิญญาณ
รูปมีคำสร้อยว่า คือ สิ่งที่จะต้องเสื่อมไปตามเหตุปัจจัยที่ขัดแย้ง เวทนา คือ จิตเสวยอารมณ์ อารมณ์ป่วนจิต จิตรับรู้อารมณ์ สัญญา คือ จำได้หมายรู้ สังขาร คือ การปรุงแต่ง ตรงนี้แหละ ขันธ์ตัวที่ 4 นี่แหละ สังขาร คือ การปรุงแต่ง ตัวที่ 5 วิญญาณ แปลว่า ความรู้สึก
วิญญาณรับความรู้สึกมาจากขันธ์ตัวที่ 1. รูป ขันธ์ตัวที่ 2. เวทนา ขันธ์ตัวที่ 3. สัญญา ขันธ์ตัวที่ 4. คือ สังขาร และวิญญาณรับมา ควบคุมความรู้สึกอีก 4 ขันธ์ ทำไมเราจะต้องเรียนรู้ เพราะเราจะได้ต้อนรับคลื่นพลังบุญได้เต็มๆ เราจะได้ป้องกันคลื่นพลังบาปให้เจือจาง หรือเบาบางลงให้มากที่สุด ทั้งคลื่นพลังบุญและคลื่นพลังบาป รวมความว่า คลื่นพลังกรรม
วันนี้เรามีความห่วงใยสมาชิกเก่า บางคนก็แก่ บางคนก็กำลังแก่ มีความห่วงใยมากว่า มาเป็นสมาชิกของสหปฏิบัติฯ นานแล้ว เมื่อไหร่จะเลิกคิดในทางอกุศล ทำตัวเป็นคนสหปฏิปักษ์เสียที จะมีประโยชน์อะไรกับตัวคุณ นอกจากอันตราย ที่กำลังจะมีมาเท่านั้นแหละ ด้วยความรักและห่วงใยทุกๆ คน
วันนี้มาดูผลงาน ของคุณสุกัญญา เรืองชัยไพบูลย์ 2047 ศรัทธาพลาดถลำล้มตรงไหน ล้มตรงวิริยะ ก้าวที่ 2 นี่สำคัญที่สุด เพียรถูกวิธี ไม่ใช่เพี้ยน คนที่เพียรผิดวิธี เพราะเหตุด้วย กิเลส ตัณหา อุปาทาน คนที่เพี้ยนก็คือ มีกิเลสหนา ตัณหาจัด อุปาทานรุนแรง ต้องระวังให้ดี เพี้ยนเกิดขึ้นแทนความเพียร สติก็ขาด ขาดสติ สมาธิก็ไม่ใช่สมาธิที่แท้จริง ปัญญาเป็นปัญหาทันที
ขอซ้ำตัวโปรยอีกทีนึง ศรัทธาพลาด ศรัทธาพลาดถลำล้มตรงไหน ล้มตรงวิริยะ ก้าวที่ 2 นี่สำคัญที่สุด เพียรถูกวิธี ก็ไม่เพี้ยน คนที่เพียรผิดวิธี เพราะเหตุด้วยกิเลส ตัณหา อุปาทาน คนที่เพี้ยนก็คือ มีกิเลสหนา ตัณหาจัด อุปาทานรุนแรง ต้องระวังให้ดี เพี้ยนเกิดขึ้นแทนความเพียร สติก็ขาด ขาดสติ สมาธิก็ไม่ใช่สมาธิที่แท้จริง ปัญญาเป็นปัญหาทันที ก็ขอขอบคุณคุณสุกัญญา เรืองชัยไพบูลย์
ขอให้ตั้งใจ ตั้งใจ เตรียมรับวันครอบครูกันสักนิด ถึงจะมาครอบได้หรือไม่ได้ ก็อยู่ที่ศรัทธา มาได้ก็ดี มีเหตุสุดวิสัยก็ว่ากันไป เพราะฉะนั้น ชีวิตของเรา สิ่งที่ควรเสี่ยงเราก็เสี่ยง สิ่งที่ไม่ควรเสี่ยงอย่าไปเสี่ยง เดี๋ยวมันจะกระจายเป็นเสี่ยงๆ แล้วประกอบไม่ติด ขอขอบคุณทุกคนที่ทนฟัง เดี๋ยวฟังอาจารย์ปัญจพล จิตติฉันท์ มีรายงาน ขอบคุณทุกคนที่ทนฟังอีกครั้งหนึ่ง
ก็กลับมาสู่การสวดมนต์สวดพรตามศรัทธาที่เรามีต่อกัน การเปรียบเทียบในวันนี้ ก็หมายความว่า อาหารทุกชนิดที่เรารับประทานเข้าไป จะกินอาหารจีน อาหารฝรั่ง อาหารไทย ชื่ออะไรก็แล้วแต่ ก็มี 5 หมวดอยู่ดี 5 หมวดคืออะไร โปรตีน วิตามิน ไขมัน เกลือแร่ คาร์โบไฮเดรต เข้าไปผสมผสานกันอยู่ในร่างกายเรา แล้วก็แจกจ่ายไปเลี้ยงร่างกาย
เช่นเดียวกันวิญญาณาหาร อาหารทางวิญญาณ จริงๆ แล้ววิญญาณแปลว่า ความรู้สึก ถ้าเราใส่แต่ความรู้สึกเข้าไปในร่างกาย ไม่ใส่ความรู้เข้าไป มันก็มีแต่ความรู้สึกที่แสดงออกมา ไม่มีตัวความรู้ที่มาควบคุมความรู้สึก
เพราะฉะนั้น จึงห่วงใยผู้ที่คิดว่า ตนเองรับรู้เรื่องสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งชาวบ้านจะรวมเรียกกันว่า เรื่องโลกวิญญาณ รับแต่ความรู้สึกเข้ามาอย่างเดียว ถึงคราวที่จะได้มีโอกาสรับความรู้ ไม่รับ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ก็ผ่านเข้ามา ให้แต่ความรู้สึกไม่มีที่สิ้นสุด ไม่มีตัวความรู้ คือ ข้อเท็จจริงมากำกับ คลื่นพลังกรรมซึ่งมีทั้งพลังบุญ ซึ่งมนุษย์ทุกคนต้องการ และก็มีพลังบาป ซึ่งมนุษย์ไม่มีมนุษย์ตนใดต้องการพลังบาป แต่คุณก็ต้องรับมันทั้ง 2 อย่าง
เมื่อไม่มีความรู้มาคอยกำกับ มีแต่ความรู้สึก พลังบุญมาจริงหรือเปล่า พลังบาปมาแล้วหรือยัง ก็ไม่รู้ ก็รับความรู้สึกเข้ามา ผลที่สุดผู้ทำงานทางด้านโลกวิญญาณ ก็จะมีแต่ปัญหาตามมามากมาย
เราจึงห่วงใยว่า เมื่อทุกคนมีจุดมุ่งหวังที่ตนเอง จะต้องเป็นครูผู้แนะนำสั่งสอนผู้อื่นต่อไป จะไปสอนแบบผิดๆ แบบอันตราย จึงขอให้เข้าใจตามนี้ด้วยว่า อาหารที่ใส่เข้าไป วิญญาณที่ใส่เข้าไปในขันธ์ 5 ของเราไม่แตกต่างกัน ก็เป็นการเพิ่มเติม
ศ. 11 ก.ย. 2569
รวบรวมโดย คุณกันติชา เวชสุรียะกุล
บทความที่เกี่ยวข้อง
ถ้ามนุษย์ไม่จัดสรร เทพก็ไม่สามารถจะเสกสรร ในขณะที่ธรรมชาติตั้งใจจะสร้างสรรค์ ธรรมชาติก็สร้างสรรค์ไปตามธรรมชาติ แต่เทพไม่สามารถจะเสกสรรค์ เพราะมนุษย์ไม่จัดสรรตัวเอง
6 ม.ค. 2026
ฤทธิ์เกิดขึ้นบนฐานของอารมณ์ อารมณ์เป็นกำลังส่งให้กับฤทธิ์ แต่ถ้าหากว่าฤทธิ์มีจิตเข้ามาควบคุม จิตสุดท้าย คือ รู้ แจ้ง แทงตลอด ก็เท่ากับว่า ฤทธิ์สู้ตัวรู้ไม่ได้
28 ก.ค. 2026
แต่ถ้าเบาบางเกินไป ไม่พอเพียงแก่ความต้องการ ความรู้นั้นมันก็ป่วยการ ก็คือ ไม่มีประโยชน์ โดยเฉพาะเรื่องการนำเสนอสิ่งซึ่งพิสูจน์ไม่ได้ แต่มีจริง ก็คือ สิ่งเหนือสามัญวิสัย นอกจากมันมีจริงแล้ว มันยังเป็นสิ่งที่ทำให้เกิดประโยชน์ และเกิดโทษได้จริงๆ
12 ก.พ. 2026
