แชร์

EP.2035  ชีวิตเรามีสิทธิ์รวย มีสิทธิ์มีชื่อเสียง แต่ต้องมี 2 ศัก ศักหนึ่งคือ ศักยภาพ อีกศักหนึ่งคือ ศักดิ์สิทธิ์  เมื่อมีศักดิ์สิทธิ์ก็มีสิทธิ์ เก่งก็ต้องคู่กับเฮง เฮงก็ต้องคู่กับเก่ง เพราะความเฮงก็ต้องอยู่บนกฎแห่งไตรลักษณ์ เฮงได้ชั่วครู่ ความเฮงก็อันตรธา

อัพเดทล่าสุด: 23 ส.ค. 2026
3 ผู้เข้าชม
EP.2035  ชีวิตเรามีสิทธิ์รวย มีสิทธิ์มีชื่อเสียง แต่ต้องมี 2 ศัก ศักหนึ่งคือ ศักยภาพ อีกศักหนึ่งคือ ศักดิ์สิทธิ์  เมื่อมีศักดิ์สิทธิ์ก็มีสิทธิ์ เก่งก็ต้องคู่กับเฮง เฮงก็ต้องคู่กับเก่ง เพราะความเฮงก็ต้องอยู่บนกฎแห่งไตรลักษณ์ เฮงได้ชั่วครู่ ความเฮงก็อันตรธานหายไป ก็ต้องอาศัยความเก่ง  
เก่งเป็นที่ยอมรับอยู่ได้ไม่นาน พอความเก่งขาดความยอมรับจากผู้คน ก็ต้องอาศัยความเฮงสลับกันไปมา เราจึงบอกว่า “ศักยภาพเป็นฐานของความศักดิ์สิทธิ์ ความศักดิ์สิทธิ์จะมาเป็นบัลลังก์ให้กับศักยภาพ”
          สวัสดีทุกท่าน พบกันทางเงา หรือเราจะให้ฉายาเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ก็ได้ว่า “รายการเส้นผมบังภูเขา” หรือจะเรียกฉายาอื่นๆ ก็ได้ เช่นว่า สิ่งที่เราคิดว่าเราหมดสิทธิ์ ที่แท้เรามีสิทธิ์ หลายคนน้อยใจชีวิตบอกว่า เราไม่มีสิทธิ์กับเขาเลยหรือ เช่นว่า สิทธิ์ของความรวย สิทธิ์ของความมีชื่อเสียง บอกเราไม่มีสิทธิ์เลยหรือ ความจริงมี แต่ต้อง มี 2 ศัก รู้จัก 2 ศัก ศักหนึ่งก็คือ ศักดิ์สิทธิ์ อีกศักหนึ่งก็คือศักยภาพ  เมื่อมีศักดิ์สิทธิ์ก็มีสิทธิ์ เมื่อไม่มีศักดิ์สิทธิ์ก็อาจจะ อาจจะไม่มีสิทธิ์ อันนี้ก็เป็นไวพจน์หรือเป็นคำขยาย ขยายความของธรรมะสองภาคหรือพบกันทางเงา 
วันนี้เราพบกันวันพุธที่ 19 เดือนสิงหาคม พุทธะ 69  คริสต์ 26 ขึ้น 6 ค่ำแล้ว เดือน 9  ปีมะเมีย  “อะโมฆัง ทิวะสัง กะยิรา  อัปเปนะ พะหุเกนะ วา”  เวลาแต่ละวัน อย่าให้ผ่านไปเปล่า ไม่มาก็น้อย ต้องให้ได้อะไรบ้าง วันนี้เราจะมาพูดกันถึงความที่ชีวิตของคนเรามันอยู่บนโลก โลกใบนี้ก็เหมือนลูกฟุตบอล แต่ไม่ใช่กลมแบบฟุตบอลนะ มันก็มีเว้ามีแหว่ง มีหลุมมีบ่อ มีเหวมีภูเขา ภูเขายื่นออกมา เหวก็ยุบลงไปอะไรอย่างนี้
          โลกเราลอยอยู่นะไม่มีอะไรมาค้ำยันอยู่ ลอยอยู่ในอากาศ หมุนไปเรื่อย หมุนไปเรื่อย วันหนึ่งคืนหนึ่ง หมุนรอบดวงอาทิตย์หนึ่งวัน ดวงจันทร์หมุนรอบเราหนึ่งคืน อะไรอย่างนี้ แล้วก็โลกก็หมุนไป 365 วัน ก็ครบหนึ่งปีอย่างนี้ ทั้งหมดหมุนไปครบ 360 องศา แล้วก็เริ่มองศาใหม่  ชีวิตเราก็เหมือนกัน หมุนใป 360 องศา ถามว่า ถ้าสมมติเป็นนัยยะ ไม่ใช่เป็นรูปธรรมนะ เป็นนามธรรม เราจะแบ่งมุมของชีวิต  สมมติว่า เราใช้ชีวิตวันหนึ่ง โลกหมุนรอบดวงอาทิตย์ไป 1 วัน 360 องศา 
ใน 360 องศานี้เราจะแบ่ง แบ่งสัก 10 องศา 20 องศา สัก30 องศา ก็มากมายแล้วเพื่อมาศึกษาเกี่ยวกับเรื่องเหนือสามัญวิสัยกันสักนิด เชื่อว่าชีวิตก็จะดีขึ้น เพราะอะไร เพราะว่ายุคสมัยมันเปลี่ยนแปลงไปเร็วมาก คนก็จะหันหลังให้กับเรื่องของความเชื่อ ในเรื่องของศักดิ์สิทธิ์ เรื่องของปรากฏการณ์ต่างๆ แต่จริงๆ แล้วถึงคนจะหันหลังให้กับความเชื่อ เรื่องศักดิ์สิทธิ์ อิทธิฤทธิ์ ปาฏิหาริย์ เทพเทวดา เรื่องลึกลับยังไงๆ แต่สิ่งเหล่านี้ไม่ได้หายจากไป ไม่ได้หมดไปจากชีวิตเราเลย เราเพียงแต่มีทิฎฐิ  ทิฎฐิว่า วิทยาศาสตร์ก้าวหน้าขนาดนี้แล้ว ไสยศาสตร์ชิดซ้ายหรือเลิก เลิกมายุ่งเกี่ยวกับฉันเลย อันนี้เป็นความเข้าใจผิด  เข้าใจผิด แล้วก็เป็นความพลาดอย่างชนิดที่ว่า น่าเสียดาย 
แล้วชีวิตคนที่หันหลังให้กับสิ่งเหล่านี้ หรือตรงกันข้าม ลุ่มหลงสิ่งเหล่านี้ ลุ่มหลงเรื่องไสยศาสตร์ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ อันตรายทั้งนั้น ทั้งคนที่หันหลังให้ ไม่ยอมเชื่อ ไม่ยอมรับรู้อะไรทั้งสิ้น ทั้งคนที่ลุ่มหลงงมงายแบบชนิดที่ว่า จะเป็นจะตายกับเรื่องไสยศาสตร์ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ ก็ล้วนแล้วแต่เป็นปัญหาชีวิตทั้งนั้น เราจึงมีความเป็นห่วง โดยเฉพาะคนที่ดวงชะตาที่ยิ่งใหญ่ สิ่งเหล่านี้ก็จะใหญ่ยิ่งตาม แต่ไม่รู้ตัวถ้าไม่สนใจ ถ้าสนใจก็จะรู้ตัว
          เราจึงบอกว่า แบ่งมาสักมุมหนึ่งเถอะ จะให้กี่องศาก็แล้วแต่ จะแบ่งมา 1 องศาก็ได้  ใน 1 องศาแขนของมุมมันไปไม่รู้ไปถึงไหนนะ แขนของมุม ถึงจะเส้นจุดศูนย์กลางของมุมมันจะนิดเดียว แต่แขนของมุมออกไปไม่มีที่สิ้นสุด เรื่องสิ่งศักดิ์สิทธิ์ อิทธิฤทธิ์ ปาฏิหาริย์ เทพเทวดา ไม่มีที่สิ้นสุด มันมีผลต่อชีวิตของคนทุกคน  แต่ด้วยความที่เราไม่รู้ว่า สิ่งเหล่านี้จะมารู้กันแบบหยิบมาให้เห็นกับตา มาตะโกนใส่หูให้ได้ยินเป็นเสียง จะมาดมกลิ่นชัดๆ กันจริงๆ จังๆ และก็จะมาสัมผัสกายอย่างชนิดที่ว่า เหมือนอย่างกับวัตถุธรรมนั้นไม่มี ก็มีแต่วูบวับๆ ปุ๊บปั๊บๆ แล้วก็หายไป 
คนก็เลยบอกว่า เป็นเรื่องโกหก แต่ความจริงแล้วไม่ได้โกหก เป็นของจริง สิ่งศักดิ์สิทธิ์เป็นของจริง แต่นอกจากคนๆ นั้น มีทิฎฐิสูง ไม่ยอมเชื่อ แล้วก็แข็งขืนดึงดื้อ อวดดีว่าฉันไม่แคร์ต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์  อันนี้อีกเรื่องหนึ่ง สิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายก็จะวกมาในรูปแบบของความที่ไม่ให้รู้ว่า เป็นผลของสิ่งศักดิ์สิทธิ์ คนก็คิดว่า เรื่องนี้สงสัยบังเอิญ บังเอิญก็บังเอิญไปเถอะ แต่ความบังเอิญนั้น ทำให้คนที่มีอาถรรพ์ในชีวิต ที่จะต้องเกี่ยวข้องกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์ แทบเป็นแทบตาย บางคนก็ถึงขนาดตายไปจริงๆ แล้วก็ไปเริ่มต้นรับกรรมใหม่ในชาติหน้า บางคนยังไม่ถึงคราวจะตายแต่ก็ตายทั้งเป็น 
คนตายทั้งเป็นก็พูดมาหลายทีแล้วว่า เช่น มีสภาพชีวิตที่น่าเอน็จอนาถ มีชีวิตอยู่อย่างน่าสมเพชเวทนา มีชีวิตอยู่ไปอย่างชนิดที่ไร้จุดหมาย ไม่มีความหวังอะไรในชีวิตเลย ก็เพราะว่า เขาคิดว่า เขาเก่ง เก่งต้องคู่กับเฮง เฮงก็ต้องคู่กับเก่ง ฉันใดก็ฉันนั้น ศักยภาพคือ เก่ง ก็ต้องคู่กับศักดิ์สิทธิ์ ก็คือ เฮง คุณจะมาเก่งไปอย่างเดียวโดยไม่เฮง ก็ไม่รู้จะเก่งไปทำไม  คุณจะมาเฮงอยู่อย่างเดียวแต่ไม่เก่ง ไม่ช้าความเฮงหายไป ช่วยอะไรตัวเองไม่ได้เลย เพราะว่าเอาตัวไม่รอด 
          เราจึงห่วงนักห่วงหนาว่า คนเก่งน่ะดีแล้ว แต่ให้รู้จักว่า ตัวเองต้องสร้างความเฮงให้กับตัวเองด้วย ถ้าไม่สร้างความเฮงให้กับตัวเองด้วย เก่งก็เปล่าประโยชน์  เฮง เฮงเสียเปล่า เพราะความเฮงมันก็ต้องอยู่บนกฎแห่งไตรลักษณ์ อนิจจังไม่เที่ยง เฮงอยู่ได้ชั่วครู่ ความเฮงก็อันตรธานหายไปแล้ว ก็ต้องอยู่ด้วยความเก่ง เก่งเป็นที่ยอมรับของผู้คนก็เพียงแค่ 1 สมัย อย่างเก่งก็ 2 สมัย พอความเก่งขาดความยอมรับจากมวลชน จากผู้คน ก็ต้องอาศัยความเฮง สลับกันไปสลับกันมา พอความเก่งหมดไป ไม่เป็นที่สนใจ สิ่งใหม่ออกมา เช่น คนผลิตสิ่งของออกมาได้อย่างอัศจรรย์  เช่น เครื่องมือของใช้ทางวิทยาการ ผลิตออกมา คนก็บอกว่า เก่งจัง พอมีคนมาผลิตของใหม่ที่เหนือกว่า คนแรกที่เก่งสามารถผลิตของใช้อย่างมหัศจรรย์ออกมา  ก็ตกกระป๋องไป  คนใหม่ก็แย่งความเก่งและความเฮงไป
          เพราะฉะนั้น ทุกคนจึงต้องพยายามสร้างสิ่งที่เป็นความเก่งคู่ความเฮง ความเฮงต้องคู่ความเก่ง ศักดิ์สิทธิ์ต้องคู่กับศักยภาพ ศักยภาพก็ต้องคู่กับศักดิ์สิทธิ์ ธรรมะสามัญวิสัยก็ต้องมีเหนือสามัญวิสัย ธรรมะเหนือสามัญวิสัยก็ต้องอยู่บนพื้นฐานของสามัญวิสัย  เราจึงบอกว่า ศักยภาพเป็นฐานของความศักดิ์สิทธิ์ ความศักดิ์สิทธิ์จะมาเป็นบัลลังก์ให้กับศักยภาพ  แล้วคนที่อวดเก่ง ว่าฉันเก่ง ฉันมีศักยภาพ อยู่ได้นานไหม อยู่ได้ไม่นาน ศักยภาพคือ ความเก่งกล้าสามารถที่ผู้คนยอมรับ ก็ต้องมีในสมัยที่หมดสมัยลง แล้วถ้าไม่มีความเฮง คือ ศักดิ์สิทธิ์มาช่วย มันก็หมดสภาพ คนๆ นั้นก็อยู่ในสภาพที่บ่มีไก๊แล้ว หมดสภาพไปแล้ว 
เพราะฉะนั้น มองดูเหตุผลทั้งหมดทั้งสิ้นที่พูดมาอย่างนี้ ก็ขอให้คิดสักนิดหนึ่งว่า ชีวิตเรามีตั้ง 360 องศา แล้วถ้าจะว่าไปในรายละเอียด แต่ละองศา แต่ละองศา มันก็ยังมีลิปดา 60 ลิปดาเป็น 1 องศา ในแต่ละลิปดา ลิปดา ก็มี 60 พิลิปดา อันนี้ตัววัดวงกลม มันมีรายละเอียดของรายละเอียด ในสิ่งละเอียดก็ยังมีสิ่งละเอียดที่ละเอียดลงไปกว่านั้น ยกตัวอย่างวิทยาศาสตร์ พิสูจน์ออกมาได้แล้ว สมัยก่อนๆ ว่า ในวัตถุทั้งหลายมีโมเลกุล ต่อมานักวิทยาศาสตร์ที่เหนือขึ้นมาพิสูจน์บอกว่า  โมเลกุลไม่ใช่สิ่งที่เล็กที่สุดของสสาร  โมเลกุลคือ สิ่งที่เล็กที่สุดของสสาร หมดไปแล้วไม่ใช่ อะตอมต่างหากล่ะที่เล็กกว่าโมเลกุล นักวิทยาศาสตร์ก็พิสูจน์ต่อไปอีก อะตอมนั้นยังมีนิวตรอน โปรตอน อิเล็กตรอน เล็กลงไปอีก ยังมีเล็กลงไปอีก ยังมีโฟตอน มีคว๊าก มีอะไรต่อมิอะไรออกไปเรื่อย เรื่อย เรื่อย 
           เห็นได้ชัดว่า แม้กระทั่งวิทยาศาสตร์ก็ต้องเปลี่ยนแปลง ไสยศาสตร์ก็มีหลักอยู่เปลี่ยนแปลงไปตามกฎของไตรลักษณ์ ไสยศาสตร์ก็เปลี่ยนแปลงไปตามกฎของไตรลักษณ์ วิทยาศาสตร์ก็เปลี่ยนแปลงไปตามกฎของไตรลักษณ์ ไม่มีอะไรที่จะหยุดอยู่กับที่ แต่เราก็บอกว่า สิ่งศักดิ์สิทธิ์เมื่อพันปีที่แล้ว เรียกชื่อว่า อย่างนี้ อย่างนี้ อย่างนี้ อีกพันปีต่อมาก็ยังเรียกชื่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์อย่างเก่า จริงอยู่ ถ้าผู้คนยังให้ความยอมรับสิ่งศักดิ์สิทธิ์ กอไก่ว่า สิ่งศักดิ์สิทธิ์ ชนิดนี้ องค์นี้ เรียกว่า เทพเจ้ากอไก่ ผู้คนยังยอมรับกันมาก จำนวนมากมายมหาศาล แรงอธิษฐาน แรงศรัทธาของผู้คนจำนวนมากมายมหาศาล ยังยอมรับเทพเจ้ากอไก่ เทพเจ้ากอไก่ก็ยังศักดิ์สิทธิ์  แต่ต่อไป ต่อไป วันข้างหน้า เทพเจ้ากอไก่ถูกคนลืมไป 
คนรุ่นใหม่เขาเรียกเทพเจ้ากอไก่ว่า เทพเจ้า A อย่างนี้สมมติเปรียบเทียบ ความศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายก็เทไปความเชื่อว่า เทพเจ้า A ศักดิ์สิทธิ์ แต่เทพเจ้ากอไก่ เขาลืมไปแล้ว ก็ต้องมาดูที่ว่า เทพเจ้าA เป็นอย่างไร แต่ถ้าคนรู้จักประยุกต์ เทพเจ้ากอไก่ มาสู่เทพเจ้าA  แล้วจากเทพเจ้าA ก็ค่อยๆ เปลี่ยนแปลงไปตามยุคว่า เทพเจ้า A จะมีกำลังเท่าไหร่ เทพเจ้า A ยกกำลังสอง  เทพเจ้า A ยกกำลังสี่  เทพเจ้า A ยกกำลังหก เทพเจ้าA ยกกำลังแปด  เทพเจ้าA ยกกำลังสิบ หรือเทพเจ้า A ยกกำลัง Infinity ไม่มีที่สิ้นสุด เราก็ต้องคล้อยตามไป หน้าที่เราคล้อยตามไป เราก็ต้องมาคิดตามแบบฉบับของเราด้วยว่า  ถ้าเทพเจ้า A ต้องยกกำลัง Infinity แล้วเราจะให้เทพเจ้า A มีกำลังเป็นเท่าไหร่  เทพเจ้า A น่าจะเป็นกำลังเฉพาะชะตาชีวิตของเรา ก็น่าจะเพียงพอแก่การเคารพบูชาเทพเจ้า A แล้ว ถึงทั่วโลกเขาจะบอกว่าเทพเจ้า A ยกกำลัง Infinity ไม่มีที่สิ้นสุด แต่ของเรา ขอให้เทพเจ้า A เพียงแค่เป็นกำลังชะตาชีวิตของเรา เพื่อให้เรามีความสุขความเจริญก็เพียงพอแล้ว อันนี้ไม่ทราบว่า เปรียบเทียบอย่างนี้ ผู้ฟังหลายท่านก็ยังคงงงอยู่ หลายท่านจะเห็นด้วยหรือปฏิเสธ ก็สุดแท้แต่ดุลยพินิจของแต่ละคน ก็ขอขอบคุณทุกคนที่ทนฟัง
           เดี๋ยวกลับมาดูผลงาน ผลงาน 2034  ของคุณวิษณุ กระจ่างศรี วันนี้นะ “ชีวิตคนเรามันมีมุมชีวิตเป็นวงกลม หากว่าเราจะให้องศาชีวิตในแต่ละวัน แต่ละวัน มาเข้าอีกมุมหนึ่งของชีวิต ที่จริงมาแบ่งนะ มาแบ่งมุมๆ หนึ่งของชีวิต คือ มุมเหนือสามัญวิสัย คือ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ อิทธิฤทธิ์ ปาฏิหาริย์ เทพเทวดา สิ่งลึกลับซับซ้อนทั้งหลาย ที่มันทับซ้อนกันอยู่ เรื่องศักดิ์สิทธิ์จึงกลายเป็นเรื่องไม่ชัดเจน  หากเราไม่ใส่ใจเรียนรู้เรื่องเหนือวิสัย ส่วนมากเจอปัญหาไม่สิ้นสุด เจอแต่สิ่งที่คับข้องหมองใจ” 
คุณวิษณุ กระจ่างศรี ก็กำลังจะบอกให้คนมีความเชื่อในสิ่งศักดิ์สิทธิ์ อย่ามัวแต่นั่งกลุ้มอกกลุ้มใจ หรือคับข้องหมองใจอยู่ เพราะว่าสิ่งศักดิ์สิทธิ์เป็นเหมือนเส้นผมบังภูเขา เอาเส้นผมที่เราสงสัยนี้ออกไปซะ  เราก็จะเห็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ชัดเจนขึ้น แล้วสิ่งศักดิ์สิทธิ์ก็จะช่วยให้เราหายคับข้องหมองศรีได้ ก็ขอขอบคุณทุกคนที่ทนฟัง เดี๋ยวมารับรายงานจากอาจารย์ปัญจพล จิตติฉันท์ แล้วมาสวดมนต์สวดพรกันตามธรรมเนียมของพวกเราที่ปฏิบัติกันมา ขอขอบคุณอีกครั้งที่ทนฟัง
         
เอาล่ะ สมองไว ใครๆ ก็ชอบ สมองอืดอาด หนืดหนาดไม่ทันคน ให้ใครก็ไม่ชอบ ร่างกายขยับเขยื้อนไม่ค่อยจะไหว เดินได้ก้าวหนึ่งก็ต้องหยุด เดินได้ 2 ก้าวก็ต้องนิ่ง ก็ไม่มีใครชอบ ทุกคนก็ชอบสมองไว แล้วก็ชอบกายคล่องแคล่ว ยิ่งวิ่งได้ เดินได้เร็ว ก็ยิ่งชอบ แต่หารู้ไม่ว่า ถ้าคนจะสมองไว กายคล่อง จิตต้องนิ่ง จิตนิ่งซะอย่างเดียว จะมีประโยชน์มากมายมหาศาล เพราะจิตจะเป็นตัวเชื่อมต่อสมองให้สมองทำงานให้ไว จิตจะเป็นตัวเชื่อมต่อร่างกาย จะทำให้กายได้คล่องแคล่ว  
แต่นี้จิตจะนิ่งได้อย่างไร ถ้าจิตของคนนี้น คิดแต่เรื่องทุเรศๆ ขออภัย คิดแต่เรื่องที่เลวร้าย คิดแต่เรื่องที่ไม่ดี คิดร้ายผู้นั้น คิดร้ายผู้นี้ คิดทรยศคนนั้น ทรยศคนนี้ ก็หาโอกาสที่จิตจะนิ่งได้ยาก ไม่ช้าไม่นานสมองก็เฉื่อยชาลง หรือสมองกลับคิดแต่เรื่องไม่ปกติ กลายเป็นคนบ้าไป ร่างกายก็ผิดปกติกลายเป็นคนพิกลพิการไปก็มาก เพราะฉะนั้น สมองไว กายคล่อง จิตนิ่ง เป็นสูตรสำเร็จที่จะทำให้เกิดความสุข 
เอาล่ะจากนี้ไปเราก็มากล่าวขอพรจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ อันมีพระรัตนตรัยเป็นสรณะที่พึ่งที่อาศัย พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ บางคนยังเข้าใจผิดนะว่า สิ่งศักดิ์สิทธิ์อยู่เหนืออื่นใด ศักดิ์สิทธิ์ก็ดี  ผู้ที่มีศักยภาพก็ดี คนที่มีความเก่งกล้าสามารถ แล้วก็สิ่งศักดิ์สิทธิ์ก็อยู่ในตัวคน หรือนอกตัวคนก็ต้องมาอาศัยแสดงในตัวคน จะต้องอยู่ภายใต้บารมีพระรัตนตรัยทั้งนั้น อย่าเข้าใจผิด 
พ. 19 ส.ค. 2569
รวบรวมโดย คุณพรทิพย์ พุตติ 

บทความที่เกี่ยวข้อง
EP.2004   สั่ง...สอน สั่งด้วยผู้มี 8 มือ สอนด้วยผู้มี 2 มือ (ศ. 17 ก.ค. 2569)
หากผู้รับคำสอนไม่ทำตามคำสั่งจะถูกบีบคอ หรือ บีบด้วย 4 ข้อ  1. เจ็บไข้ได้ป่วย  การเจ็บป่วยที่เกิดขึ้นโดยไม่คาดคิด หรือไม่สมควรแก่เวลา  2. อาชีพการงาน  ความไม่ก้าวหน้า หรือความตกต่ำในอาชีพการงาน แม้จะมีความสามารถและความขยัน 3. คู่ครองความรัก  ปัญหาความรักความสัมพันธ์ หรือการพลัดพรากจากกันก่อนเวลาอันควร 4. บุตรบริวาร  การสูญเสีย หรือปัญหาเกี่ยวกับบุตร ญาติพี่น้อง  หรือผู้ใต้บังคับบัญชา
28 ก.ค. 2026
EP.1924  ถ้าเราไม่รู้ว่าสังขารของเรามีวิญญาณในตัว และมีวิญญาณอยู่นอกตัว เราก็จะไม่สามารถจะฝึกศักยภาพขึ้นมาให้ได้ตามขีดกำหนดของชะตาชีวิต (ศ. 17 เม.ย. 2569)
เราก็จะพบแต่หนทางตันในชีวิต ผลที่สุดก็มีชีวิตอยู่ที่ลักษณะร่อแร่  จะตายก็ไม่ตาย และตายทั้งเป็น
25 เม.ย. 2026
EP. 1849     การไหว้ครู  ไม่ได้หมายถึงบุคคลหนึ่งบุคคลใด  ไม่ได้หมายถึงมีบุคคลเดียวแล้วให้เรามานั่งไหว้ 
ไหว้ครูไม่มีจำกัดจำนวน  และครูมีทั้งครูที่มีตัวตน และไม่มีตัวตน
16 ม.ค. 2026
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy