EP.2033 สามเหลี่ยมมหัศจรรย์ หรือ Miracle triangle เป็นการปฏิบัติแบบทุกผู้ทุกนาม โดยไม่จำกัดว่า ขณะนั้น คนนั้นอยู่ในทิศไหน (จ. 17 ส.ค. 2569)
อัพเดทล่าสุด: 21 ส.ค. 2026
9 ผู้เข้าชม
EP.2033 สามเหลี่ยมมหัศจรรย์ หรือ Miracle triangle เป็นการปฏิบัติแบบทุกผู้ทุกนาม โดยไม่จำกัดว่า ขณะนั้น คนนั้นอยู่ในทิศไหน ค่าของมุมที่ 3 จะมีผลมหัศจรรย์หรืออาถรรพ์ ขึ้นอยู่กับการปฏิบัติต่อผู้ที่มีสัมพันธ์กันด้วยเจตนารมณ์แบบไหน ถ้ามีจิตทรามปฏิบัติทุจริตต่อกัน ก็เกิดเป็นออร่าอาถรรพ์ ไม่ช้าไม่นาน ก็จะเกิดผลเลวร้ายทั้ง 2 ฝ่าย
ใครจะเกิดก่อนเกิดหลัง ขึ้นอยู่กับภูมิต้านทานของราศีที่เปล่งออกมา และกาลเวลา สถานที่ โอกาส บุคคล วิธีการ/พิธีกรรม แต่ถ้าทำความดี ละเว้นความชั่ว ทำจิตใจให้ผ่องใส ไม่ช้าไม่นานกฎแห่งไตรลักษณ์ ก็จะมาพลิกล็อก พลิกให้ดีได้ แต่ต้องทำจักรธรรมไว้ก่อน 3 ข้อ คือ 1.อยู่ในสถานที่ดี 2.คบคนดี 3.ตั้งตนไว้ชอบ แล้วกฎแห่งไตรลักษณ์ก็จะมาช่วยผลักดันบุญเก่าให้หนุนมาเอง
เพลงออกแขกหยุดลงตรงที่ว่า เป็นมรณา “มรณะสติ” ถ้าคนที่ประมาทนึกถึงความตายก็จะหยุดประมาท ตรงกันข้ามคนที่กำลังหวาด หวาดกลัวปัญหาชีวิต คิดถึงความตายก็อาจจะลดความหวาดกลัวสิ่งที่จะเกิดขึ้นในชีวิตลง มรณานุสติ หรือมรณะสติ ไม่ต่างกับหลักของอนิจจัง อนิจจังแปลว่า ไม่เที่ยง ไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เพราะทุกอย่างในโลกนี้เป็น”อนัตตา”
เอาล่ะวันนี้เราพบกันทางเงา วันจันทร์ที่ 17 เดือนสิงหาคม พุทธะ 69 คริสต์ 26 ขึ้น 4 ค่ำแล้ว เดือน 9 ปีมะเมีย “อะโมฆัง ทิวะสัง กะยิรา อัปเปนะ พะหุเกนะ วา” เวลาแต่ละวันอย่าให้ผ่านไปเปล่า ไม่มากก็น้อย ต้องให้ได้อะไรบ้าง วันนี้เราจะได้อะไรจากการสนทนาธรรมะสองภาค อย่างน้อย ๆ ก็ได้เข้าใจ คำว่า ธรรมะสองภาค คือ ภาคสามัญวิสัยคือ ภาคทั่วไปธรรมดา ก็คือเรียกกันทั่วไปว่า ”ภาคพฤติกรรม” พฤติกรรมคือ ความประพฤติของคนที่คิด พูด ทำ กับภาคเหนือสามัญวิสัย ทำให้เกิดเป็น “ภาควิบากกรรม” วิบากกรรมคือ ผลกรรมที่ได้ทำไว้
ปาฏิหาริย์ทั้งหลายทั้งปวง ที่เกิดขึ้นกับชีวิตคน เป็นสิ่งที่ดีก็มี ไม่ดีก็มาก ทั้งหมดทั้งสิ้นเกิดจากผลกรรมของมนุษย์คนนั้นๆ ได้กระทำเอาไว้แล้วทั้งนั้น มันจึงทำให้คนจะต้องระมัดระวังว่า เราได้มีโอกาสเกิดมาเป็นคนในชาตินี้ ถ้าเราไม่สร้างความดีในพฤติกรรม ซึ่งเรามีสิทธิ์ที่จะทำ เราไปทำสิ่งที่ไม่ดี พฤติกรรมพอจบชาติไป ชาติหน้ากลายเป็นวิบากกรรมแล้ว คือ ทำชั่วในชาตินี้ ก็พฤติกรรมกรรมชั่วในชาตินี้ ก็ไปเป็นวิบากกรรมชั่วในชาติต่อๆ ไป หมุนเวียนกันไปอย่างนี้ไม่จบไม่สิ้น
แต่สิ่งที่เรามาศึกษากันทุกวันนี้ มันเป็นสิ่งที่เราอยากจะมีอีกชื่อหนึ่ง นอกจากรายการพบกันทางเงา รายการอะไร รายการพบกันทางเงา แล้วถ้าเราไม่เข้าใจอะไรเท่าที่ควร เราก็ไปพูดกันในวันสำคัญที่เรานัดพบกันคือ ถามแอนด์ทอล์ค
แต่อันนี้เราหมายความว่า การพบกันทางเงามันจับต้องไม่ได้ อีกเรื่องหนึ่งในความหมายเดียวกันก็คือ อยากจะเรียกรายการนี้อีกชื่อหนึ่งว่า “รายการเส้นผมบังภูเขา” ฟังแล้วน่าคิด เส้นผมมันไปบังภูเขาได้อย่างไร ที่จริงเรื่องของศักดิ์สิทธิ์ อิทธิฤทธิ์ ปาฏิหาริย์ เทพเทวดา ที่ชาวบ้านทั่วๆ ไปเรียกว่า เรื่องทางใน มันเป็นสิ่งที่ทำความเข้าใจนิดเดียวเท่านั้นล่ะ นิดเดียวเท่านั้นเอง ก็จะเกิดเป็นตัวองค์ความรู้ขึ้นมาแล้ว แต่เราไปเข้าใจผิดกันว่า ผู้ที่จะเข้าใจเรื่องเหล่านี้จะต้องมีเฉพาะๆ บางคน บางแห่ง บางที่ ไม่ใช่ทุกคน แต่จริงๆ แล้วทุกคนสามารถเข้าใจเรื่องอันนี้ได้ เพราะมันเป็นสิ่งที่ปิดบังอยู่เพียงเล็กน้อย เราอยากจะเรียกว่า”เส้นผมบังภูเขา”
อย่างกรณีวันนี้ก็สนทนากันกับท่านผู้หนึ่งถึงเรื่องคำว่า วิญญาณแท้ มันเป็นสัมพัทธ์ คือ เป็นเรื่องสัมผัสและสัมพันธ์ระหว่างบุคคลแต่ละคน แต่ละคน ที่เรียกในภาษาทางพุทธศาสนาว่า ทิศ 6 แล้วเราจะเปรียบเทียบอย่างอื่นได้อีกหรือไม่ อาจารย์วรพรรณ เนียมน้ำเพชร หรืออาจารย์บิว ก็บอกว่า ก็ได้ ทุกอย่างที่เป็นความประพฤติของเราที่มีต่อบุคคลอื่น ก็ล้วนแต่มีสิ่งที่จะทำให้เกิดเป็นผล ทั้งทางนอกและทางในทั้งนั้นแหล่ะ อะไร เช่นยกตัวอย่าง สามเหลี่ยมมหัศจรรย์ Miracal triangle
สามเหลี่ยมมหัศจรรย์ สมมติว่า นาย A กับ นาย B แต่ว่าสามเหลี่ยมมหัศจรรย์นี่ไม่ได้จำกัดในฐานะนะ ในฐานะเหมือนอย่างทิศ 6 ถ้าทิศ 6 มันจำกัด อย่างทิศ 6 ทิศเบื้องหน้า หมายถึงปฏิบัติต่อพ่อแม่ จะไปปฏิบัติกับพ่อแม่เหมือนเพื่อนฝูงได้ไหม ก็ไม่ได้ ก็ต้องปฏิบัติให้พิเศษกว่า ทิศเบื้องหน้า ทิศเบื้องหลัง ปฏิบัติต่อสามีภรรยา มีผลต่อการเปลี่ยนแปลง ทิศเบื้องขวา ปฏิบัติต่อครูบาอาจารย์ ก็มีผลต่อการเปลี่ยนแปลง ทิศเบื้องซ้าย ปฏิบัติต่อญาติสนิทมิตรสหายก็เช่นเดียวกัน ทิศเบื้องบน ปฏิบัติต่อสมณชีพราหมณ์และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ทิศเบื้องล่าง ก็คือ บริวาร
แต่สามเหลี่ยมมหัศจรรย์ หรือ Miracle triangle มันเป็นการปฏิบัติแบบทุกผู้ทุกนาม โดยไม่จำกัดว่า ขณะนั้น คนนั้นอยู่ในทิศไหน นาย ก. ปฏิบัติ ต่อนาย ข. แล้วเกิดเป็นสามเหลี่ยมสัมพันธ์มหัศจรรย์เกิดขึ้น นาย ก. ปฏิบัติต่อนาย ข. ด้วยจิตอย่างไร ด้วยคำพูดอย่างไร ด้วยการกระทำอย่างไร สามเหลี่ยมคือ มุม C ที่มันจะเกิดขึ้นมา มันจะเกิดสูงมากสูงน้อย หรือสูงจนกระทั่งยกกำลัง ยกกำลังเท่าไหร่ก็สุดแท้แต่ความสูง ขึ้นอยู่กับเจตนาของ นาย ก. ปฏิบัติต่อนาย ข. นาย ข. ปฏิบัติต่อนาย ก.
สามเหลี่ยม Miracle หรือสามเหลี่ยมมหัศจรรย์นี้ ก็ไม่ได้จำกัด ไม่ได้จำกัดว่า จะต้องอยู่ในฐานะอะไร เด็กกับผู้ใหญ่ ผู้ชายกับผู้ชาย ผู้หญิงกับผู้หญิง เจ้านายกับลูกน้อง ลูกน้องกับเจ้านาย มีความจริงใจ บริสุทธิ์ใจ ปรารถนาดี หวังดีต่อกันหรือเปล่า ผลของตัว C คือ ผลของศักดิ์สิทธิ์ อิทธิฤทธิ์ ปาฏิหาริย์ เทพเทวดา เรื่องลึกลับซับซ้อนทั้งหลายที่จะเกิดขึ้นมาในสามเหลี่ยมมหัศจรรย์นั้น แล้วก็จะส่งผลต่อนาย ก. นาย ข. เพราะว่ามุมที่เกิดขึ้นในการที่ส่งขึ้นไปเป็นรังสี จะขึ้นอยู่กับเจตนารมณ์ของผู้ปฏิบัติต่อกัน
ผู้คนที่คิดว่า ตัวเองมีความคิดอันอัปลักษณ์อยู่ในใจ สมมตินะ นาย ก. มีความคิดชั่วต่อนาย ข. แต่ใช้จิตวิทยา ใช้จิตวิทยากับนาย ข. ซะหวานหู หวานไปหมดทุกอย่าง แต่เจตนาของนาย ก. มุ่งร้ายต่อนาย ข. หัวร่อต่อกระซิก เริงร่า สนทนากับนาย ข. จับไม้จับมือกอดไหล่ กอดเอวกัน เดินกันไปแหมเหมือนกับรักกันซะเต็มที แต่จิตของนาย ก. คิดชั่วกับนาย ข. ส่วนนาย ข. จะคิดชั่วกับนาย ก. ด้วยหรือเปล่า ก็อาจจะ ตรงนี้ล่ะเกิดเป็นสามเหลี่ยมอาถรรพ์ขึ้นแล้ว เกิดเป็นสามเหลี่ยมไม่ใช่มหัศจรรย์แล้ว สามเหลี่ยมอาถรรพ์เกิดขึ้นแล้ว
ค่าของมุมที่ 3 จะต้องทำให้นาย ก. และนาย ข. จะต้องรับเคราะห์กรรมอย่างหนึ่งอย่างใดในอีกไม่ช้า แล้วถ้ายิ่ง 2 คนมาเจอกันด้วยพรหมลิขิตที่บริสุทธิ์ เพราะพรหมลิขิตกำหนดมาตั้งแต่ภพก่อนชาติก่อน กำหนดมาด้วยจิตที่บริสุทธิ์ แต่นาย ก. มีสภาพโรคจิตโรคประสาทเสียแล้ว พูดกันง่ายๆ นาย ก. มีโรคจิตทราม ปฏิบัติเจตนาทุจริตต่อนาย ข. ซึ่งนาย ข. ถ้าเกิดมีโรคจิตทรามปฏิบัติทุจริตต่อนาย ก. คราวนี้ก็จะไปกันใหญ่แล้ว เรื่องของความมหัศจรรย์ก็กลายเป็นความอาถรรพ์ เกิดเป็นพลังอาถรรพ์ขึ้น ไม่ช้าไม่นานการพบกันของ นาย ก. กับนาย ข. ก็จะเกิดสิ่งที่เลวร้ายให้กับ 2 ฝ่าย
ใครจะเกิดก่อน ใครจะเกิดหลัง ขึ้นกับโชคชะตา คนบอกโชคชะตาก็ไม่มีเหตุผลอ้างอิง ขึ้นกับภูมิต้านทานของออร่า ก็คือ ภูมิต้านทานของราศีที่นาย ก. เปล่งออกมา นาย ข. เปล่งออกมา ส่งเป็นผลของสามเหลี่ยมอาถรรพ์ ไม่ใช่สามเหลี่ยมมหัศจรรย์ ต่อไปอีกไม่ช้าไม่นาน ทั้งคู่ไม่ว่าช่วงใดช่วงหนึ่งของกาลเวลา ก็จะต้องรับเคราะห์กรรมอันนั้น ถ้าเกิดภูมิต้านทานทั้ง 2 คนยังดีอยู่ ความอาถรรพ์นี้ก็จะเลื่อนออกไป เลื่อนออกไป จนกระทั่ง ณ กาลเวลาหนึ่ง สถานที่แห่งหนึ่ง โอกาสหนึ่ง และพบบุคคลอีกบุคคลหนึ่ง นาย ก. ก็จะมีอันเป็นไป หรือนาย ข. อาจจะมีอันเป็นไปก่อน ถ้านาย ข . มีจิตผิดปกติหรือจิตทราม นาย ก. มีจิตผิดปกติหรือจิตทราม
พุทธศาสนาจึงย้ำนักย้ำหนาว่า ให้ทำแต่ความดีเถอะ อย่าทำเลยความชั่ว โดยเฉพาะจิตที่สกปรกต่ำทราม แล้วก็ให้ทำความดี ละเว้นความชั่ว ทำจิตใจให้ผ่องใสเถอะ ผู้ที่ทำจิตใจผ่องใสถึงจะยังอยู่ในภาวะที่คับขัน อยู่ในภาวะที่กำลังมีทุกข์ อยู่ในภาวะที่ยังไม่ประสบความสำเร็จสุข ไม่ช้าไม่นานกฎแห่งไตรลักษณ์ คือ อนิจจัง มันจะมาพลิกล็อก
วันนี้คุยกับคุณมนตรีเหมือนกัน คุณมนตรี วัชรพงศ์ ว่า กฎแห่งไตรลักษณ์ มันคือ กฎแห่งการพลิกล็อก พลิกให้กับทุกคน แต่จะพลิกดีเมื่อไหร่ ขึ้นอยู่กับกาลเวลา สถานที่ จังหวะ และบุคคลที่พบพาน จะพลิกชั่วเมื่อไหร่ ก็เช่นเดียวกัน ขึ้นกับกาลเวลา สถานที่ โอกาส จังหวะ วิธีการ พิธีกรรม และพบบุคคลอีกบุคคลหนึ่ง ก็จะพลิกล็อก
วันนี้ก็เลยคุยกันอย่างขำขันว่า “กฎแห่งไตรลักษณ์คือ กฎแห่งการพลิกล็อก” ฟังแล้วก็ไม่ค่อยสุภาพ พลิกล็อก ก็ไม่ได้น่าเกลียดอะไร พลิกดี ก็กฎแห่งไตรลักษณ์ พลิกร้าย ก็กฎแห่งไตรลักษณ์ แล้วทุกคนก็ต้องการแต่พลิกดี ก็คุณมนตรีก็ถามว่า แล้วพลิกดีทำอย่างไร ก็บอกหาจักรธรรมให้เจอ จักรธรรมก็มีแค่ 4 ข้อ 1. อยู่ในสถานที่ที่ดี คุณมนตรีก็ถามว่า แล้วผมจะไปรู้ได้ไงว่า สถานที่ตรงนั้นดี 2. คบคนดี แล้วผมจะไปรู้ได้ยังไงคนๆ นั้นคนดีหรือคนชั่ว 3. ตั้งตนไว้ชอบ อยู่ในสถานที่ดี คบคนดี ตั้งตนไว้ชอบ ความจริงมันง่ายมาก 3 คำเท่านั้น ข้อที่ 4 บุญเก่าหนุนมาเลย จักรธรรมไม่ยากจนเกินไป สำหรับผู้ที่ตั้งใจจริง ไม่ช้าก็จะรู้ว่า ตนเองไปอยู่ในสถานที่ดีแล้วหรือยัง ตนเองคบคนดีแล้วหรือยัง ตนเองจะตั้งตนไว้ชอบได้ด้วยวิธีใด และ 4. บุญเก่าของตัวเองมีมากมีน้อย กำลังจะหนุนมาแล้วหรือยัง
สรุปอีกทีหนึ่ง กฎแห่งไตรลักษณ์คือ กฎแห่งการพลิกล็อก และผลักดันจักรธรรม โดยเฉพาะข้อที่ 4 บุญเก่าหนุนมาให้กับทุกคน อย่าเพิ่งท้อ วิญญาณแท้ สร้างได้ให้สร้างเถอะ เพื่อจะไปลดความเป็นวิญญาณเทียม เพื่อไม่ให้ชีวิตต้องท้อแท้ วันนี้ก็คุยกันแบบสบายๆ ข้อความเหล่านี้อาจจะเข้าใจยากสำหรับคนที่ไม่ค่อยคุ้นชิน
เดี๋ยวเรามาดูผลงานของคุณอรสา กู้เกินพงษ์ 2032 ทุกคนสามารถสร้างวิญญาณแท้ แต่ทำไมไม่สร้างล่ะ ไปนั่งสร้างวิญญาณเทียมอยู่นั่นแหล่ะ ซึ่งอุปมาคล้ายวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ ทุกคนสามารถสร้างวิญญาณแท้ แต่ทำไมไม่สร้าง ทำไมบางคนจำนวนหลายคนไปสร้างแต่วิญญาณเทียม ซึ่งอุปมาคล้ายวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ ให้เกิดขึ้นได้ด้วยทิศทั้ง 6
ย้ำอีกทีนะ “ทุกคนสามารถสร้างวิญญาณแท้ ซึ่งอุปมาคล้ายวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ ให้เกิดขึ้นมาได้ด้วยทิศทั้ง 6” โอกาสสร้าง รีบสร้างเถอะ เพราะพ่อแม่ใช่ไหม พ่อแม่ยังอยู่ รีบสร้างวิญญาณแท้ ถ้าพ่อแม่ไม่อยู่แล้วก็ทำบุญอุทิศส่วนกุศลตามโอกาส ยังมีคู่หรือยังไม่มีคู่ ยังไม่พร้อมจะหาคู่ หรือคู่จากไปแล้ว ก็ผลิตผลของคู่ของเรา เช่น ลูกเต้าที่คู่ครองอยู่ด้วยกันแล้วจากเราไป แล้วทิ้งไว้นั้นแหล่ะ ทำให้ดีที่สุด
มีครูบาอาจารย์ ทิศเบื้องขวา อย่าทำตัวเป็นศิษย์คิดล้างครู ให้คิดถึงความกตัญญูต่อครูผู้สอนสั่ง ทิศเบื้องซ้าย ญาติสนิทมิตรสหาย คบกันไว้เถอะ ทิศเบื้องบน สมณชีพราหมณ์ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ มีจริงไหม ศึกษาไว้เถอะ ทิศเบื้องล่าง ผู้ที่อยู่ร่วมงานร่วมการหรือผู้ที่เป็นบริวารรับใช้ ดูแลกันไว้เถอะ เท่านี้ไม่ได้ยากอะไรเลย ทุกคนทำได้ และก็สามารถจะช่วยตัวเราได้ด้วย ไม่เข้าใจคนที่จิตทราม เมื่อไหร่จะเปลี่ยนจิตของท่านเองเสียที
ก็ขอพูดด้วยความเป็นห่วง เพราะเดือนหน้าเราจะมีเทศกาลกิจกรรมสำคัญที่เรียกว่า “20 กันยายน วันครอบครู” ก็จะเวียนมาบรรจบครบอีกวาระหนึ่งแล้ว ขอให้เข้าใจเรื่องสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เป็นเส้นผมบังภูเขา อย่าให้พลาดโอกาสการเห็นภูเขาเงินภูเขาทองผ่านไปโดยน่าเสียดาย ขอขอบคุณทุกคนที่ทนฟัง เดี๋ยวมาฟังเพลง แล้วมีรายงานจากอาจารย์ปัญจพล จิตติฉันท์ เดี๋ยวมาสวดมนต์สวดพรกัน ขอบคุณอีกครั้งที่ทนฟัง
เอาล่ะเพลงที่จบลงไป ก็เป็นเพลงที่อาจารย์สมศักดิ์ รักไพบูลย์สมบัติ ช่วยแต่งให้อีกนั่นแหล่ะ แต่ว่าเนื้อมันค่อนข้างยาก ค่อนข้างยากไปนิดหนึ่งสำหรับคนไม่ชิน ชื่อเพลง”ออร่าอาถรรพ์” ก็สรุปกันง่ายๆ ว่า เราจะเอาออร่าของเรา ที่มันออกมาแต่ละวันๆ ทำให้มันเป็นอาถรรพ์ อาถรรพ์คือ ไม่ดี เดือดร้อน เสียหาย เจ็บไข้ได้ป่วยง่าย ป่วยแล้วก็หายยาก หรือยากจนข้นแค้น ก็ขึ้นอยู่กับตัวเราว่า เราจะเอาออร่ามาทำให้มันเป็นอาถรรพ์ มันก็ไม่ดีไปหมด
แต่ถ้าเราศึกษาหาความรู้แล้วเข้าใจแล้ว เอาออร่าของเรามาทำให้เป็นมหัศจรรย์ มหัศจรรย์แปลว่า สิ่งที่ดีๆ อย่างเหลือเชื่อ อาถรรพ์แปลว่า สิ่งที่เลวร้ายอย่างไม่น่าเชื่อ ถามจริงๆ เถอะ คิดกันยังไง ทำไมจึงคิดทำร้ายตัวเองด้วยการทำให้ออร่ามันอาถรรพ์ เกิดสิ่งเสียหายเลวร้ายกับตัวเอง ทำไมไม่เอาออร่ามาทำในสิ่งที่ได้ดิบได้ดี เป็นผลดีกับตัวเอง เพียงแค่ความรู้สึกนึกคิด บวกกับลบ ดีหรือชั่ว เท่านั้นเอง เพราะคนสมัยนี้เท่าที่เห็นไม่เข้าใจเขาจริงๆ เขาคิดแต่เรื่องชั่วๆ ซะส่วนใหญ่ พูดแต่เรื่องชั่วๆ ทำแต่เรื่องชั่วๆ แล้วพอได้รับสิ่งอันเป็นชั่วร้าย ก็มาโอดครวญ มาโอดครวญว่า โชคไม่ดี เคราะห์ร้าย
นี่คือ สิ่งที่เราพยายามเหลือเกินที่จะมาบอกให้รู้ว่า รังสี ราศี ออร่า มันเกิดมาจากสารเคมีในร่างกายเรา พวกเซี้ยมๆ เดี้ยมๆ เอี้ยมๆ ทั้งหลาย โซเดียม ซัลเฟต ฟอสเฟต แมกนีเซียม โพแทสเซียม คลอไรด์ พวกนี้ เราควบคุมมันได้ ทำให้มันเกิดประโยชน์ อย่าปล่อยให้มันเป็นโทษ เพราะฉะนั้น เพลงออร่าอาถรรพ์ คิดมาหลายทีแล้วว่า มันตรงกันข้าม ที่เรามีอยู่ เอาเพลงออร่าอาถรรพ์ ทำไมเราไม่กลับตาลปัตรทำให้มันเป็นออร่ามหัศจรรย์
ก็ขอฝากผู้ศึกษา ผู้ทำการศึกษาว่า อย่าปล่อยให้ออร่ามันอาถรรพ์อยู่เลย เรามาช่วยใช้ออร่าในตัวเราให้เป็นออร่าที่มหัศจรรย์ดีกว่า ก็หวังว่าคงพอเข้าใจเจตนาที่พูดอย่างนี้นะ
จ. 17 ส.ค. 2569
รวบรวมโดย คุณพรทิพย์ พุตติ
บทความที่เกี่ยวข้อง
(อา. 16 ส.ค. 2569)
18 ส.ค. 2026
หากจะมองว่าไม่เป็นธรรมเลยทำไมต้องมาเลือกฉันด้วย ก็ขอตอบว่า..คุณเสนอตัวคุณเองตั้งแต่ชาติปางก่อน
ที่เราถูกเลือกนั้นเขาให้โอกาสเรา เวลาที่เราจะมีเคราะห์ มีโศก มีโรค มีภัย มีทุกข์ มีความลำบากแสนสาหัสสากรรจ์ เขาให้เรามาเข้าเกมกลกรรมในกลไกกรรมโดยการทำพฤติกรรมให้ถูกต้อง
คุณมีสิทธิ์สร้างภาควิบากกรรมในเกมกลกรรมโดยการทำกลไกกรรมให้เป็นปาฏิหาริย์หรือ Sixth sense
18 ก.พ. 2026
เมื่อผู้มีสิทธิ์เลือก ก็คือ มีเทคนิค มีศิลปะในการที่จะสามารถช่วยเปลี่ยนชาติภพวังวนเวรกรรมก่อนที่จะไปเกิด ซึ่งบังเอิญเป็นชาติภพที่ไม่ดีเลย จะต้องลำบากลำบนอีกหนึ่งชาติ แต่สัมภเวสีก็มีสิทธิ์ที่จะใช้ “ชวนจิต” สับเปลี่ยนชาติภพ ให้เป็นชาติที่ไม่ทุกข์ทน ลำบากลำบนจนเกินไป
แต่จะมีสิทธิ์มากน้อยนั้น ขึ้นอยู่กับชาติภพก่อนที่จะไปเกิด ผู้นั้นมีจิตสงบพอสมควร สะอาดพอสมควร สว่างพอสมควร ส่วนชาติถัดไปก็ขึ้นอยู่กับการกระทำของ นาย ก. และนาง ข.ในชาตินั้น ๆ
19 ก.ค. 2026
