แชร์

EP.2020  คนแต่ละคน มีชาติกำเนิดตามหลักอภิณหปัจจเวกขณ์ไม่เหมือนกัน  บางคนใช้แค่จิตวิทยาก็เพียงพอแล้ว  บางคนก็ต้องใช้จิตวิญญาณร่วมด้วย (จ. 3 ส.ค. 2569)

อัพเดทล่าสุด: 5 ส.ค. 2026
22 ผู้เข้าชม
EP.2020  คนแต่ละคน มีชาติกำเนิดตามหลักอภิณหปัจจเวกขณ์ไม่เหมือนกัน  บางคนใช้แค่จิตวิทยาก็เพียงพอแล้ว  บางคนก็ต้องใช้จิตวิญญาณร่วมด้วย  
แต่คนที่เกิดมาที่มีทั้งความพิเศษและวิเศษ  คุณจะผ่านเกมกลกรรมในระดับนี้ไปได้  คุณต้องสร้างสรรค์จิตวิญญาณของคุณให้มีทั้งพิเศษแล้วก็วิเศษ  วิญญาณที่สร้างสรรค์ทั้งพิเศษและวิเศษ จะต้องเป็นระดับวิญญาณแท้
          สวัสดีทุกท่าน พบกันทางเงา วันนี้เป็นเงาของวันจันทร์ที่ 3 เดือนสิงหาคม พุทธศักราช 2569  คริสต์ศักราช 2026 แรม 5 ค่ำ เดือน 8  เป็น 8 ที่สอง ปีมะเมีย  “อะโมฆัง ทิวะสัง กะยิรา อัปเปนะ พะหุเกนะ วา”  เป็นการเตือนให้เรามีความรู้สึกว่า วันเวลาแม้นแต่นาที มันก็ผ่านเราไปอย่างไม่ใยดี แล้วผลที่สุดโอกาสที่เราจะใช้เวลาให้เป็นประโยชน์จริงๆ บางทีก็กลับไม่ได้ใช้ เรากลับปล่อยให้เวลามันผ่านไป ผ่านไป แล้วก็ผ่านไป บางทีใช้เหมือนกันนะ ไม่ใช่ไม่ใช้ แต่ใช้ในทางที่ไม่คุ้มค่า ไม่รู้เอาเวลาไปทำอะไร สัพเพเหระ สะเปะสะปะ กะเระกะระ กะเรี่ยกะราด ผลประมวลออกมาแล้ว ปรากฏว่า ชีวิตเราไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควรจะประสบ 
           เช่นเดียวกันมาเปรียบเทียบ เราใช้จิตวิทยากันฟุ่มเฟือยกันเกินไปหรือเปล่า เพราะสังคมทุกวันนี้จะได้ยินคำว่า”จิตวิทยา” เป็นความรู้ที่หรูหรา ทันสมัย ใหม่เสมอ เราก็อาจจะใช้จิตวิทยากันจนกระทั่งลืมไป ลืมไปว่า เรามี”จิตวิญญาณ”ด้วยนะ  แล้วจิตวิญญาณจริงๆ คืออะไร จิตวิญญาณมันก็คือ จิตธรรมดานี่แหล่ะ แต่ว่ามันล้ำลึกลงไปกว่าปกติ ของจิตที่มันลึกซึ้ง มันลึกซึ้งลงไป ขณะเดียวกันเราก็มัวแต่ใช้จิตวิทยา จิตวิทยา โดยมีอารมณ์เป็นตัวขับเคลื่อน ขับเคลื่อนกันไป ขับเคลื่อนกันมา ก็อยู่ในวงของจิตวิทยาเท่านั้นแหล่ะ ผลของการใช้ก็อาจจะไม่ได้ใช้ประโยชน์กับชีวิตเท่าที่ควร 
            เมื่ออารมณ์ขับเคลื่อนแต่จิตวิทยา จิตวิทยา แล้วก็จิตวิทยา ก็เลยลืมไปว่า จิตของคนมีส่วนที่ลึกกว่านั้นอีก ก็คือ “จิตวิญญาณ” แต่นี้จิตวิญญาณเรายังอคติกันอยู่ส่วนใหญ่ว่า พอพูดถึงจิตวิญญาณปุ๊บ ก็มองกันไปในเรื่องของพิลึก ในเรื่องของแปลกประหลาด ไปในเรื่องของศักดิ์สิทธิ์ ไปในเรื่องของอิทธิฤทธิ์ไปนู่น 
ความจริงถ้าจะใช้คำว่า จิตวิญญาณคือ จิตที่ลึกของจิตในระดับหนึ่ง จิตที่ลึกลงไปเขาเรียกว่า จิตวิญญาณ สิ่งที่อยู่ลึกๆ มันก็ต้องให้ประโยชน์แบบลึกๆ สิ่งที่อยู่ตื้นๆ ก็ให้ประโยชน์แบบตื้นๆ  ตอนนี้มาดู เราก็อาจจะลืมไปอีกว่า  เราใช้จิตวิทยาสู่จิตวิญญาณแล้ว หรือจิตวิทยาสู่วิญญาณธรรรมดาแล้ว จิตวิญญาณก็น่าจะเก่งเต็มทีแล้วล่ะ น่าจะเพียงพอแล้วล่ะ 
แต่ความจริงแล้ว เมื่อจิตวิญญาณยังไม่ได้รับการสัมผัส จนกระทั่งเกิดแรงสัมพัทธ์ จากความสัมพันธ์ก็ไม่เกิดเป็นวิญญาณแท้ ว่าวิญญาณแท้คืออะไร ยังมีอีกเหรอวิญญาณแท้ มีวิญญาณแท้ แต่เราไปหลงใหลได้ปลื้มอยู่กับการใช้วิญญาณเทียม ใช้จิตวิทยาน่าจะพอ บางกรณีบางเรื่องพอ พอเพียง ใช้จิตวิญญาณน่าจะพอแล้ว บางเรื่องพอแล้ว เพียงพอ พอเพียง แต่อีกหลายเรื่องมันไม่พอ มันต้องถึงวิญญาณแท้ มีวิญญาณแท้ด้วยหรือ มีวิญญาณแท้เราก็ต้องมีวิญญาณเทียม ก็ไปหลงใหลได้ปลื้มอยู่กับการใช้วิญญาณเทียม เพราะไม่รู้นี่ว่า เรามีวิญญาณแท้ด้วย 
ตรงนี้แหล่ะคือ กระทู้ที่สำคัญที่เราจะมาช่วยกัน แจกแจงความถี่ แจกแจงความถี่ให้มันถี่กว่าเก่า อย่าห่าง มาล้วงลึกในสิ่งที่ลึกๆ ซึ้งๆ ทั้งลึกซึ้ง และก็ทั้งลึกลับ ต้องล้วงลงไปให้มันลึกซึ้งกว่านี้หน่อย แล้วก็ลงไปให้มันลึกลับกว่านี้นิดหนึ่ง เพราะจิตอันนี้ จิตของนาย ก. อันนี้ เป็นจิตที่ไม่สามารถจะใช้แค่จิตวิทยา แล้วสำเร็จได้  จิตของนาย ก. อันนี้ ไม่สามารถจะใช้ได้แค่จิตธรรมดา ถึงจะอ้างว่าฉันใช้จิตวิญญาณแล้วนะ ก็ยังไม่เพียงพอ เพราะว่าจิตอันนี้เป็นจิตที่ยิ่งใหญ่ ธุระนี้เป็นธุระที่สำคัญมาก  นาย ก. ต้องอาศัยแรงผลักดันจากวิญญาณแท้เข้ามาช่วย นาย ก. จึงจะประสบความสำเร็จทางธุรกิจที่กำลังดำเนินการนี้อยู่ได้ ก็ต้องใช้วิญญาณแท้
          แต่นี้ก็เกิดปัญหาขึ้น แล้ววิญญาณแท้คืออะไร วิญญาณแท้ก็ต้องมีวิญญาณเทียมใช่ไหม แสดงว่า นาย ก. ไปหลงใหลได้ปลื้มกับการใช้วิญญาณเทียมมาตลอด แต่พอมาถึงกิจอันสำคัญที่สุดครั้งยิ่งใหญ่ของชีวิต นาย ก. ยังไม่มีวิญญาณแท้  นาย ก. จะทำกิจอันสำคัญของชีวิตในครั้งนี้ให้ผ่านไปได้หรือเปล่า เป็นปัญหาอย่างที่ว่ามานี่แหล่ะ 
          เพราะฉะนั้น เราจึงมาตั้งกระทู้กันว่า “จิตวิทยาหรือจะสู้จิตวิญญาณ จิตวิญญาณหรือจะสู้วิญญาณแท้” บางคนบอกจะเรื่องมากไปหรือเปล่า  ถ้าคิดอย่างนี้ก็ต้องขออภัย แต่ระวังนะ ถ้าคุณคิดอย่างนี้บ่อยๆ คุณจะมีภัยกับชีวิตของคุณ โดยที่สักวันหนึ่งคุณจะต้องมานั่งเสียใจ ฉันคิดอย่างนั้น คิดตื้นเกินไป ฉันก็เลยได้รับภัยจากชีวิต   ฉันก็กลับไปรับคำขออภัยจากคนที่เขาเสนอความคิดเห็นกับฉันว่า คุณอย่ามัวแต่หลงอยู่แค่จิตวิทยาเลย ซึ่งบางครั้งจิตวิทยามันก็ดีน่ะ มันเป็นสากลดี แต่ก่อนจะไปสู่สากลคุณต้องพิจารณาจิตวิญญาณด้วย แล้วจิตวิญญาณบางเรื่อง บางกรณี บางธุรกิจ บางงาน งานบางชนิด ก็เพียงพอที่จะใช้จิตวิทยาคู่กับจิตวิญญาณ แต่อีกหลายงานที่สำคัญๆ ที่ผ่านเข้ามาในชีวิต มันไม่พอเพียง มันต้องใช้ทั้งจิตวิทยา ใช้ทั้งจิตวิญญาณ และใช้ทั้งวิญญาณแท้ อย่างนี้จึงจะพอเพียงที่จะผลักดัน หรือขับเคลื่อนธุรกิจที่สำคัญๆ ให้มันสำเร็จขึ้นมาได้ 
          อันนี้คือ ข้อคิดเห็นในช่วงนี้ที่เราตั้งกระทู้ขึ้นมาว่า “จิตวิทยาหรือจะสู้จิตวิญญาณ จิตวิญญาณหรือจะสู้วิญญาณแท้” อันนี้ก็ฝากทุกๆ ท่านช่วยกันคิดเป็นงานอดิเรก เป็นงานอดิเรกด้วย บางคนดูถูกงานอดิเรก ผู้พูดเคยเห็นคนที่ประสบความสำเร็จในชีวิตเพราะงานอดิเรกมาซะเยอะเชียว บางคนมีงานอาชีพประจำ เช่น เป็นข้าราชการ ทำธุรกิจที่เป็นหลักๆ แต่ปรากฏว่าไม่ประสบความสำเร็จในชีวิตเท่าที่ควร แต่พอออกมาทำงานอดิเรก ซึ่งสมัยคนพูดจะมีการสะสมแสตมป์  แสตมป์ปิดผนึกซองจดหมายนี่แหล่ะ ก็เก็บสะสมแสตมป์กัน สะสมเหรียญ เหรียญโบราณ เหรียญรุ่นโบราณ เหรียญรุ่นเก่า รุ่นนั้น รุ่นนี้ รุ่นโน้น สะสมพระพุทธรูป สะสมพระเครื่อง สะสมของเก่า อะไรก็สุดแท้แต่ บางคนก็เล่นนกเขา สะสมนกเขา เกิดไปเจอนกเขาที่เกิดมันขันเพราะมาหนึ่งตัว เห็นเขาว่ากันนะ คนพูดก็ไม่สันทัด ขายได้ราคาแพงมากมาย สามารถที่จะเป็นล่ำเป็นสันได้ ก็อะไรอีกหลายอย่าง เช่น อาจารย์สมศักดิ์ รักไพบูลย์สมบัติ หรือครูหลง ครอบครัวเขา ครอบครัวอาจารย์สมศักดิ์ก็ประสบความสำเร็จมาจากการปลูกกล้วยไม้ใช่ไหม ปลูกกล้วยไม้ แล้วก็ทราบมาจากผู้หลักผู้ใหญ่ในครอบครัว ก็เริ่มจากการมาสนใจกล้วยไม้ ตั้งแต่ครูสมศักดิ์ยังเป็นหนุ่มวัยรุ่น หรือวัยเด็กอยู่ ก็มาประสบความสำเร็จใจการทำธุรกิจกล้วยไม้ มาจากงานอดิเรก 
           เพราะฉะนั้น อย่าเห็นว่า งานอดิเรกเป็นงานไม่มีประโยชน์ เช่นเดียวกันกับบอกว่า ฉันจับหลักจิตวิทยาสากล ฉันพอแล้ว เพราะมันมีข้ออ้างอิงในตำหรับตำรา เพราะจิตวิทยาตอนนี้เป็นหลักสูตรการศึกษาในระดับปริญญาต่างๆ ด้วย ฉันขอเท่านี้แหล่ะฉันไม่เอามากกว่านี้แหล่ะ ใครจะมาพูดเรื่องจิตวิญญาณ เรื่องศักดิ์สิทธิ์ อิทธิฤทธิ์ ปาฏิหาริย์ เทพเทวดา เรื่องลึกลับซับซ้อนที่เกิดจากจิตวิญญาณนั้น ฉันจะไม่ให้ความสำคัญ ฉันจะด้อยค่าแหล่ะ พูดกันง่ายๆ บางคนก็กระซิบนิดหนึ่งนะ ถึงขนาดดูถูกเลย ไม่ใช่แค่ด้อยค่า ดูถูกดูแคลนกันเลยล่ะว่าอย่างนั้นเถอะ 
           เพราะฉะนั้น ใครจะรู้ล่ะว่า ชีวิตคุณติดขัดอยู่แค่เรื่องความไม่ยอมรับ หรือไม่เข้าใจเรื่องจิตวิญญาณก็ได้ เป็นอย่างนั้นไป แต่นี้บางคนเกิดมามันพิเศษแล้วก็วิเศษ บางคนเกิดมาทั้งพิเศษแล้วก็ทั้งวิเศษ พ.พาน สระอิ แล้วก็ ว.แหวน สระอิ พิเศษกับวิเศษ เกิดมามีชีวิตที่ต้องเข้าถึงสิ่งวิเศษ จำเป็นต้องมีฐาน มีฐานของอะไร ของวิญญาณแท้เข้ามาหนุนเนื่อง แต่กี่ทีๆ นาย เอ ก็ไม่ยอมรับฐานะของวิญญาณแท้ เขาบอกมันเรื่องมาก มันวุ่นวาย มันจะต้องมาอะไรกันนักกันหนา จิตก็คือจิต ภาษาจิตวิทยา เขาบอกว่า จิต ก็คือ การรับรู้เท่านั้นแหล่ะ 
ที่จริงๆ แล้ว เอาจริงๆ มันไม่ใช่ มันขึ้นอยู่กับฐานะของชาติกำเนิดของแต่ละคน ตามหลักของอภิณหปัญจจเวกขณ์ เช่น เรามีกรรมเป็นกำเนิด เรามีกรรมเป็นเผ่าพันธุ์ เรามีกรรมเป็นที่พึ่งที่อาศัย เรามีกรรมเป็นของตนเอง ใครทำกรรมใดไว้จะต้องได้รับผลของกรรมนั้นแน่นอน  เกิดคนนั้นทำกรรมที่ทั้งพิเศษและก็ทั้งวิเศษไว้ แต่ปฏิเสธ ไม่สนใจ ไม่ยอมรับเรื่องวิญญาณแท้ ปฏิเสธตลอด ไม่ยอมรับแม้กระทั่งจิตวิญญาณ จิตวิญญาณมีที่ไหน คำว่า จิตกับวิญญาณก็คือ คำเดียวกัน พจนานุกรมฉบับภาษาไทยราชบัณฑิต เขาบอกว่า ใจ จิต มโน วิญญาณ คือ ไวพจน์ เป็นคำไวพจน์ซึ่งกันและกัน อันนี้ไม่เถียง ไม่เถียงว่า ใช่ ใจ จิต มโน วิญญาณ เป็นไวพจน์ ไวพจน์ก็หมายความว่า คำเดียวกัน แต่แยกสำเนียงออกมา ส่วนสำนวนนั้นอันเดียวกัน ก็ใช่ 
แต่ในภาคปฏิบัติ ในภาคปฏิบัติคุณต้องมีกรณีพิเศษ และบางกรณีก็ต้องมีกรณีวิเศษ พิเศษหมายความว่า นอกเหนือจากที่ปกติ นอกเหนือจากปกติเป็นพิเศษ แต่พอมาเจอวิเศษในความหมาย  คนนี้เขาต้องการวิญญาณแท้ที่มีทั้งความวิเศษและพิเศษ แล้วก็มีทั้งความเป็นวิเศษ เขาจึงจะประสบความสำเร็จในชีวิต แต่เขาไปตามแบบอย่างแบบอีกคน ซึ่งคนๆ นั้นบอกว่า จะไปอะไรกันนักกันหนา ใจ จิต มโน วิญญาณ ในพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิต เขายืนยันแล้วว่า เป็นคำเดียวกัน เป็นไวพจน์ซึ่งกันและกัน แล้วเราจะมานั่งแจกแจงความพิสดารของภาษากันอยู่ทำไม 
อันนี้ขอเถียงว่า สำหรับบางท่านได้ จบลงด้วยดี เพราะวิญญาณมีสถานภาพเป็นปกติธรรมดา แต่บางท่านไม่ได้ คุณจะผ่านเกมกลกรรมในระดับนี้ไปได้ คุณต้องสร้างสรรค์จิตวิญญาณของคุณให้มีทั้งพิเศษแล้วก็วิเศษ วิญญาณที่สร้างสรรค์ทั้งพิเศษและวิเศษ จะต้องเป็นระดับวิญญาณแท้ แล้ววิญญาณแท้เกิดอย่างไร อันนี้ต้องใช้เวลา ต้องใช้เวลาในการมาแจกแจงความถี่กันล่ะ ถ้าพูดเพียงคร่าวๆ เดี๋ยวจะไม่เข้าใจ ที่ไม่เข้าใจก็ไม่เป็นไรนะ เข้าใจผิดนี่ซิ มันเป็นเรื่องที่ลำบากใจมาก ไม่เข้าใจไม่เป็นไร เข้าใจผิดมันเป็นเรื่องลำบากใจ  
ทำไมจะต้องทั้งพิเศษและทำไมต้องวิเศษ แล้วทำไมจึงต้องเป็นวิญญาณแท้ แล้วอะไรวิญญาณเทียมมีด้วยหรือ มันพูดยากถ้าเราไม่ได้มีเวลาที่จะมาพูดกันให้มันชัดเจน มันอาจจะเกิดความคลุมเคลือ คลุมๆ เคลือๆ แล้วก็จะกลายเป็น พบแต่ความเข้าใจผิดกัน เพราะว่าเวลา โอกาส ที่จะแจกแจงรายละเอียดมันไม่มี เดี๋ยวจะกลายเป็นว่า เอาเรื่องที่โกหก หรือไม่สมเหตุผลมาคุยกันก็จะเสียหาย 
            สรุปแล้วเรายืนยันว่า ชีวิตของคนบางคนใช้แค่จิตวิทยาดำเนินชีวิตก็พอเพียงแล้ว  ไม่ต้องไปซ้ำแซะเขา ไม่ต้องไปกู่ก้องร้องตะโกนบอกเขาหรอก คุณ คุณ คุณ คุณยังขาดจิตวิญญาณ  บางคนเขาใช้แค่จิตวิทยากับจิตวิญญาณเล็กน้อย เขาก็ประสบความสำเร็จใจชีวิตแล้ว ก็ไม่ต้องไปเซ้าซี้กับเขาว่า คุณ คุณ คุณ ที่คุณยังไม่สำเร็จในชีวิต เพราะคุณขาดวิญญาณแท้ ซึ่งวิญญาณแท้มันเป็นสิ่งที่สร้างความพิเศษและวิเศษให้กับคุณ ก็ไม่ต้องไปบอกเขา เพราะเขาอาจจะไม่ก็ได้ อาจจะไม่ต้องก็ได้ แต่ผู้ที่ต้องจริงๆ กลับทำหูทวนลมซะอย่างนั้นแหล่ะ ไม่ใส่ใจ ไม่ใฝ่เรียนรู้ 
           มันจึงเป็นเรื่องที่บอกตรงๆ ว่า สังคมทุกวันนี้มีสิ่งที่ปิดบังอำพราง ซ่อนเร้นปิดบังอำพราง จนชีวิตของคนจำนวนมากที่อยู่ในฐานะของชีวิตอาถรรพ์ ต้องร้องครวญครางว่า ทำไมเราจึงถึงต้องทุกข์ทรมานขนาดนี้หนอ นี่คือ ตัวอย่างของคนจำนวนมากทีเดียวที่เป็นอย่างนี้ ก็ขอขอบคุณทุกคนที่ทนฟัง  
เดี๋ยวก่อนลืมไป ขอต่ออีกนิดนึง ผลงาน 2019 ของคุณอรสา กู้เกินพงษ์ 2019 “จิตวิทยาหรือจะสู้จิตวิญญาณ จิตวิญญาณหรือจะสู้วิญญาณแท้ เมื่อให้ความสำคัญกับจิตวิทยา และอยากให้สนใจจิตวิญญาณสักนิด แล้วชีวิตจะได้ปลอดภัย แต่ก็ไม่ใช่หยุดอยู่ตรงแค่จิตวิญญาณ เพราะจิตวิญญาณเป็นเพียงแต่การรับรู้ในระดับหนึ่งเท่านั้น ต้องส่งต่อ ต้องสร้าง ต้องก่อให้เกิดเป็นวิญญาณแท้ วิญญาณแท้ขึ้นด้วย เรามีตำราให้สิ่งนี้ เราเรียกว่า นามบัตรของสหปฏิบัติฯ 9 ช่อง ทุกอย่างจุดประสงค์สุดท้ายต้องการไปอยู่ช่องที่ 9 คือ อิสระ นี่ล่ะคือ จุดประสงค์  
คุณอรสา กู้เกินพงษ์ 2019  “จิตวิทยาหรือจะสู้จิตวิญญาณ จิตวิญญาณหรือจะสู้วิญญาณแท้ เมื่อให้ความสำคัญกับจิตวิทยา และอยากให้คนสนใจจิตวิญญาณสักนิด แล้วชีวิตจะได้ปลอดภัย แต่ไม่ใช่หยุดอยู่ตรงแค่จิตวิญญาณ เพราะจิตวิญญาณเป็นเพียงแค่การรับรู้ในระดับหนึ่งเท่านั้น ต้องส่งต่อ ต้องสร้าง ต้องก่อให้เกิดเป็นวิญญาณแท้ขึ้นด้วย เรามีตำราให้สิ่งนี้ เราเรียกว่า นามบัตรของสหปฏิบัติฯ 9 ช่อง ทุกอย่างจุดประสงค์สุดท้ายต้องการไปอยู่ช่องที่ 9 ก็คือ อิสระ ก็ขอบคุณคุณอรสา กู้เกินพงษ์ แล้วก็ผู้ฟังทุกท่านที่ทนฟัง คุณอรสาจะทนฟังด้วยหรือเปล่าก็ไม่รู้ ก็ขอขอบคุณที่ทนฟัง เดี๋ยวมาฟังเพลงแล้วสวดมนต์ภาวนากันต่อ ขอขอบคุณที่ทนฟัง
          เพลงที่จบลงไปชื่อ “เพลงวิญญาณทรรศน์” ขับร้อง ประทิว บุญประสม คำร้อง ธวัช คณิตกุล ร.ส.ร 2784 ทำนอง ทหารแก่  มิกซ์เสียง สุรพล ศิริวรรณ เนื้อเพลงมีอยู่ว่า “วิญญาณทรรศน์ฉงนอำพราง สื่อทัศนะทางโลกวิญญาณ ยอกย้อนล้ำยุคทุกข์เศร้าสำราญ สร้างปาฏิหาริย์พิสดารกระไร กฎแห่งกรรมพึงน้อมนำศึกษา สร้างปัญญาพัฒนาจิตใจ รู้เท่าทันเรื่องเหนือสามัญวิสัย ประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน *วิญญาณทรรศน์จะชักนำพา เอ้อละหนา พรหมลิขิตผกผัน บุพเพสันนิวาส ธรรมชาติวาดลิขิตอัศจรรย์ สิ่งที่หมายมั่นอาจผันแปรแลเป็นอื่นไป อารมณ์จิตและวิญญาณลึกล้ำ  นามธรรมทัศนะกว้างไกล เป็นกระจกใสส่อง กระจกใจ หมายให้โลกทางวิญญาณสู่สากล” ก็เป็นเนื้อเพลงที่ไพเราะ ต้องคิดว่าเราพิจารณาให้ลึกซึ้ง และลึกลับสักนิด แล้วชีวิตเราจะได้ปลอดภัย 
จ. 3 ส.ค. 2569
รวบรวมโดย คุณพรทิพย์ พุตติ 

บทความที่เกี่ยวข้อง
EP.1992  ทำสมาธิ ถ้าจะไม่ให้เกิดโทษแก่ชีวิต  อย่าฝืนสังขาร อย่าฝืนวิญญาณ (ศ. 3 ก.ค. 2569)
ทำสมาธิเพื่อให้เกิดเป็นคุณแก่ชีวิต และเรามีจริต 6 ชนิดที่แตกต่างกัน  1. ราคจริต คนบางคนมีราคจริตสูง  2. โทสจริต  3. โมหจริต  4. สัทธาจริต  5. พุทธิจริต  6. วิตกจริต
7 ก.ค. 2026
EP. 1849     การไหว้ครู  ไม่ได้หมายถึงบุคคลหนึ่งบุคคลใด  ไม่ได้หมายถึงมีบุคคลเดียวแล้วให้เรามานั่งไหว้ 
ไหว้ครูไม่มีจำกัดจำนวน  และครูมีทั้งครูที่มีตัวตน และไม่มีตัวตน
16 ม.ค. 2026
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy