วันรำลึกพุ่มพวง ดวงจันทร์ วันที่ 13 มิถุนายน 2569
อัพเดทล่าสุด: 22 มิ.ย. 2026
57 ผู้เข้าชม
เมื่อวันที่ 13 มิถุนายน 2569 สมาชิกสหปฏิบัติฯ โดยการนำของครูธวัช คณิตกุล ได้ร่วมกันประกอบพิธีกรรม เนื่องในวันรำลึก 34 ปีในการจากไป คุณพุ่มพวง ดวงจันทร์

จากเด็กสาวธรรมดาผู้มีความฝัน สู่”ราชินีลูกทุ่ง”ผู้สร้างตำนานด้วยพรสวรรค์และความเก่ง กล้า สามารถ ด้วยน้ำเสียงอันเป็นเอกลักษณ์ บุคลิกที่จริงใจ และบทเพลงที่เข้าถึงหัวใจประชาชน ทำให้เธอได้รับความรักจากแฟนเพลงทั่วประเทศ และได้กลายเป็นแรงบันดาลใจให้กับผู้คนมากมาย
หลังการจากไปของเธอ ความรักและความศรัทธาจากประชาชนไม่ได้ลดน้อยลง ตรงกันข้ามกลับเพิ่มพูนจนเกิดเป็นความเชื่อเกี่ยวกับ “วิญญาณศักดิ์สิทธิ์” ของแม่ผึ้ง หลายคนได้ไปกราบไหว้และรับความสำเร็จสมดังที่ปรารถนา จึงยิ่งทำให้เกิดความศรัทธาสืบต่อกันมา
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่น่าศรัทธาที่สุดอาจจะไม่ใช่เรื่องของโชคลาภหรือปาฏิหาริย์ แต่คือแบบอย่างของผู้หญิงคนหนึ่งที่ใช้ความสามารถ ความพยายาม ไม่ยอมแพ้ สร้างคุณประโยชน์และความสุขให้แก่ผู้คนทั่วประเทศ ในวันนี้แม้ร่างกายของพุ่มพวง ดวงจันทร์ จะจากโลกนี้ไปแล้ว แต่เสียงเพลง ความดี และแรงบันดาลใจของเธอยังคงอยู่ในหัวใจของแฟนเพลงตลอดไป
ทั้งนี้ได้มีปรากฏการณ์ทางศรัทธาความเชื่อเมื่อประมาณ 20 กว่าปีที่แล้ว ที่คุณพุ่มพวง ดวงจันทร์ ได้มาแสดงปาฏิหาริย์ให้เห็นเป็นที่ประจักษ์ในการมีสัมพันธ์และพันธะสัญญาต่อกัน ทาง สำนักสหปฏิบัติฯ ซึ่งเป็นการสร้างปรากฎการณ์ที่นำมาเป็นบทเรียนที่ครูธวัช คณิตกุล เคยกล่าวคำไว้สั้นๆ ว่า “รัก รวย โรค โฉลกเดียวกัน” จึงได้เชิญดวงวิญญาณบริสุทธิ์ของคุณพุ่มพวง ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของผู้ที่มีทั้งศักยภาพและความศักดิ์สิทธิ์ และดวงวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ที่ได้นำผงกำยานจากสถานที่ต่างๆ จำนวน 415 สถานที่ ได้มาสถิตอยู่ ณ “สหศรัทธาศาล ศาลาสานปัญญา”

ครูธวัช คณิตกุล ได้กล่าววาทะธรรมในงานทางพระพุทธศาสนา เป็นงานธรรมะสองภาค คือภาคสามัญวิสัย และเหนือสามัญวิสัยไว้ว่า “ศักยภาพเป็นฐานของความศักดิ์สิทธิ์ ความศักดิ์สิทธิ์เป็นบัลลังก์ของศักยภาพ” เพราะฉะนั้นทุกคนมีศักยภาพเป็นตัวนำของชีวิต ศักดิ์สิทธิ์เป็นตัวหนุนให้คุณ แด่ผู้ที่มีศักยภาพบริสุทธิ์คือมีคุณงามความดีด้วย ศรัทธาความเชื่อก็ต้องก้าวไปสู่ปัญญา จึงเป็นที่มาของการสร้าง“สหศรัทธาศาล ศาลาสานปัญญา” เพื่อเป็นสิ่งเตือนใจ ศาลาส่วนนอกเราเรียกว่า “ศาลาสานปัญญา” ครอบ “สหศรัทธาศาล” ซึ่งถือเป็นหัวใจของศาล ต่างฝ่ายต่างมีบทบาทของตัวเองที่สำคัญ บทบาทสหศรัทธาศาลก็อีกบทบาทหนึ่งไม่มีศรัทธาไม่ได้ บทบาทของศาลาสานปัญญาก็อีกบทบาทหนึ่ง ไม่มีปัญญาไม่ได้ ต่างฝ่ายต่างก็ต้องเกื้อหนุนกัน คนก็เหมือนกัน ไม่มีใครเก่งไปทุกอย่าง ก็ต้องเกื้อกัน ผสมผสานกลมกลืนให้กลมเกลียว พูด คิด ทำให้ถูกต้องเหมาะสมตามพรหมลิขิต มนุษย์ถึงจะมีทั้งศักดิ์สิทธิ์และศักยภาพ............
เครดิตภาพ: คุณสุกัญญา เรืองชัยไพบูลย์
บทความที่เกี่ยวข้อง
สรุปการสนทนาธรรม ครูธวัช คณิตกุล เนื่องในวันวิสาขบูชา
3 มิ.ย. 2026

