EP.1965 ประโยชน์ที่เราจะได้จากสหศรัทธาศาล ศาลาสานปัญญา หากพวกเราเพียรร่วมมือร่วมใจกัน ต่อไปจะมีพลังชนิดหนึ่งมาอำนวยช่วยให้ชีวิตที่ติดๆ ขัดๆ มีความทุกข์ มีความกังวล มีปัญหาชีวิตค่อยๆ คลี่คลายไปในทางที่ดี (อ. 2 มิ.ย. 2569)
อัพเดทล่าสุด: 9 มิ.ย. 2026
3 ผู้เข้าชม
EP.1965 ประโยชน์ที่เราจะได้จากสหศรัทธาศาล ศาลาสานปัญญา หากพวกเราเพียรร่วมมือร่วมใจกัน ต่อไปจะมีพลังชนิดหนึ่งมาอำนวยช่วยให้ชีวิตที่ติดๆ ขัดๆ มีความทุกข์ มีความกังวล มีปัญหาชีวิตค่อยๆ คลี่คลายไปในทางที่ดี
เราจึงต้องมาสร้างความเข้าใจว่า เวลาเราได้ประโยชน์เราได้ประโยชน์ร่วมกัน เวลาเกิดความเสียหายเราก็เสียหายร่วมกัน ต้องไปด้วยกันเป็นแผง ถ้าไม่ไปด้วยกันก็ไม่ต้องไป ถ้าได้ดีก็ต้องได้ดีด้วยกัน สำเร็จก็ต้องสำเร็จด้วยกัน
สวัสดีทุกท่าน วันนี้เรามาพบกันวันอังคารที่ 2 ของเดือนที่มีสัญลักษณ์เป็นคนคู่ คือ มิถุนายน 69 และ 26 เป็นพุทธะ และคริสต์ศักราช แรม 2 ค่ำ เดือน 7 ปีมะเมีย ยังไงๆ ต้องยืนยันว่า สุตมยปัญญา สุตะ แปลว่า ฟัง มยะ แปลว่า ซ้ำๆ แล้วก็เกิดปัญญา แต่ต้องฟังในสิ่งที่เป็นประโยชน์ แต่ถ้าฟังในสิ่งที่เป็นโทษ สุตมยปัญหา คือ ปัญหาแน่
เพราะฉะนั้น การฟังจึงต้องพยายามเลือกเฟ้นสิ่งที่มาจากปรโตโฆสะ ปรโตโฆสะก็แปลว่า สิ่งที่บอกกล่าวเล่าแจ้งเป็นประโยชน์ ทีนี้ปรโตโฆสะจะส่งสุตมยปัญญามาให้เราได้อย่างไร ก็ต้องเป็นกัลยาณมิตร กัลยาณมิตรก็แปลว่า มิตรที่ดี มิตรที่หวังดี มิตรที่มีคุณภาพ ไม่ใช่มิตรห่วยๆ ขออภัย สุตมยปัญญาจะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อปรโตโฆสะ ปรโตโฆสะ แปลว่า ข่าว หรือข่าวสาร หรือเรื่องราวที่บอก ก็ต้องมาจากกัลยาณมิตร กัลยาณมิตร แปลว่า มิตรที่แท้ มิตรที่ดี และมิตรที่ฉลาด ไม่ใช่มิตรโง่ๆ แล้วก็มาสอนเรา
เมื่อเข้ามาสู่หูเราแล้วถ้าเป็นสุตมยปัญญาแล้วจะเกิดปัญญา ฟังบ่อยๆ เกิดปัญญา ก็ต้องมาจากคนที่มีจิตใจเข้าใจรับรู้เป็นโยนิโสมนสิการ โยนิโสการเกิดความคิดที่สวยสดงดงาม ทุกอย่างมันต้องพร้อมไปด้วยกันหมด แต่ไม่ใช่ว่าสุตมยปัญญา สุตมยปัญญา สุตมยปัญญา ฟังซ้ำๆ ฟังบ่อยๆ ฟังมากๆ เกิดปัญญา ก็คุณไปฟังอะไรล่ะ ไปฟังจากใครล่ะ ไปฟังเรื่องราวอะไร ฟังเรื่องที่เป็นประโยชน์หรือเป็นโทษ ฟังจากผู้ที่เขารู้จริงหรือรู้ไม่จริง
นี่คือ สิ่งที่จะต้องมาค่อยๆ พิจารณากันว่า เราจะเลือกฟังยังไง ก็ขอให้เอาข้อคิดอันนี้เริ่มต้นจากการฟังรายการพบกันทางเงา แล้วเมื่อพบกันทางเงาให้ข้อคิดพิจารณาอะไรก็รับไป ถ่ายทอดกันดีๆ ด้วยมิตรไมตรี ด้วยความปรารถนาดี ด้วยเจตนาอันบริสุทธิ์ ก็อันนี้ก็ยากอยู่นะ ก็เพียงแต่บอกกันให้เข้าใจว่า สิ่งศักดิ์สิทธิ์ห่วงใยพระศาสนาโดยเฉพาะเทพเทวดา อำนาจลึกลับซับซ้อน ซ่อนเร้น ปิดบัง อำพรางทั้งหลาย อำนาจศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายท่านลงมา ท่านดูแลชาวโลกมาเป็นพันๆ หมื่นๆ ปี ก็เพื่อที่จะให้ชาวโลกอยู่กันอย่างสันติสุข ก็ต้องพยายามรักษาหลักธรรมโดยเฉพาะ 2,500 กว่าปีที่ผ่านมา ก็ต้องรักษาหลักธรรมของพระพุทธเจ้าให้เป็นประโยชน์ให้มากที่สุด
เมื่อเราจะอาสาจะเป็นผู้ถ่ายทอดแล้วก็ถ่ายทอดให้มันดีๆ ถ่ายทอดให้มันมีความหมายที่ถูกต้อง ถ้าถ่ายผิด ถ่ายไม่ถูกต้อง มันก็ทำให้เสียหายนั่นแหละ เกิดความเสียหายทั้งตัวเองแล้วก็ทั้งผู้อื่นเป็นธรรมดา
มีผู้สนใจอยู่ตรงที่ว่า จิตใต้สำนึก แต่เรื่องนี้ก็ค่อนข้างยาก เราจะต้องพูดกันด้วยเวลาที่ค่อนข้างยาวนานสักหน่อย จิตใต้สำนึกมันเป็นจิตที่รวมทุกสิ่งทุกอย่างในพฤติกรรม ที่เราได้รับมาตั้งแต่เด็กที่เริ่มจำความได้ เก็บๆ เก็บๆ เข้ามา ดีก็เก็บเข้ามา ร้ายก็เก็บเข้ามา ถูกก็เก็บเข้ามา ผิดก็เก็บเข้ามา ก็เก็บๆ เข้ามาแล้ว ถึงเวลามันจะแสดงออกมา มันแสดงออกมาตามเหตุปัจจัย เหตุปัจจัยที่ไม่ดีมันก็เอาส่วนที่ไม่ดีแสดงออกมา เหตุปัจจัยที่ดีมันก็เอาส่วนที่ดีแสดงออกมา
แล้วมีคนถามต่ออีกว่า แล้วทำยังไงจึงจะให้จิตไร้สำนึกซึ่งเป็นจิตที่บริสุทธิ์ให้ผลออกมา อันนี้ต้องบอกว่า คุยกันยาว เพราะเจ้าจิตไร้สำนึกเขาแอบอยู่ลึกมาก ไม่ใช่ว่าจะไปเอาเขาออกมาง่ายๆ ถ้าจิตเรายังมีสิ่งที่เป็นตัวมลทินที่เรียกว่า นิวรณ์ ปิดกั้นอยู่ ก็ดูท่าจะยากอยู่ นิวรณ์คือ สิ่งปิดกั้นจิต
หันกลับมาเรื่องง่ายๆ บ้าง อย่างกรณีของการประกอบพิธีในวันวิสาขบูชาที่ผ่านไป 31 พฤษภาคม แล้วเรามุ่งจะทำการบวงสรวงเซ่นไหว้ศาลาศักดิ์สิทธิ์ครึ่งหนึ่ง ศาลาปัญญาครึ่งหนึ่ง ให้แบ่งศาลานี้ออกเป็น 2 ส่วน หลายคนก็ยังบอกว่า ยังไม่ชัดเจน ก็ยังไม่ชัดเจนเพราะว่าส่วนหนึ่งเรามุ่งศรัทธา มุ่งศรัทธาคือ ความเชื่อให้เป็นประโยชน์ก่อน
พอมุ่งศรัทธาคือ ความเชื่อให้เป็นประโยชน์แล้ว เราจึงมาเริ่มต้นร่วมกันเพียรพยายาม แต่ยังเพียรไม่ได้เท่าที่ควรล่ะ ยังไม่ได้เท่าที่ควรจะได้ก็คือ วิริยะแปลว่า ความเพียร ทีนี้หลายคนเพียรพยายามคือ ศรัทธา วิริยะ ยังขาดสติขาดตกๆ หล่นๆ บางคนก็เพียรด้วยความมีสติตั้งมั่น บางคนก็เพียรแบบพลั้งๆ เผลอๆ ป้ำๆ เป๋อๆ ผิดๆ พลาดๆ หลักใหญ่คือ การตั้งสติในการเพียรที่จะสร้างสหศรัทธาศาลให้เป็นศาลที่ศักดิ์สิทธิ์ก็ยังไม่เพียงพอ
มาพิจารณาอินทรีย์พละตัวที่ 4 อินทรีย์พละมี 5 อย่างนะ อินทรีย์ แปลว่า อำนาจ พละ แปลว่า พลัง พลังและอำนาจของเราจึงยังอ่อนแออยู่ ยังไม่เข้มแข็ง ก็มีศรัทธา วิริยะ สติ สมาธิ แล้วก็ปัญญา สมาธิ แปลว่า จิตตั้งมั่น เราก็ยังตั้งกันไม่มั่น ยังเกิดความระส่ำระสายกันอยู่เพราะว่าทุกอย่างยังไม่พร้อมก็ตั้งบ้าง ไม่ตั้งบ้าง ตั้งมั่นบ้างไม่มั่นบ้าง มันก็ยากนะที่จะเอาคนจำนวนมาก จำนวนทั้งหมดที่มีกงเกวียนกำเกวียนกรรมเก่าเกี่ยวกัน มาร่วมกันตั้งสติที่สหศรัทธาศาล มาร่วมกันทำสมาธิที่สหศรัทธาศาล มาร่วมกันสร้างศรัทธา มาวิริยะความเพียรร่วมกัน มาเอาปัญญามารวมกันในจุดเดียวกัน มันไม่ใช่เรื่องง่าย ก็เลยต้องขอให้ใช้เวลาอีกหน่อย
เวลาเป็นสิ่งที่จะช่วยเราให้เกิดศรัทธามั่นคง วิริยะความเพียรกันอย่างแท้จริง ไม่ใช่เพี้ยน เพียร แล้วก็สติคือ ความระลึกได้ ระลึกกันได้อย่างจริงๆ จังๆ ไม่ใช่ระลึกแบบตื้นๆ ไม่มีความรู้สึกล้ำลึก แล้วก็สมาธิ แปลว่า จิตตั้งมั่น จิตก็ยังโลเลกันอยู่ บ้างก็อย่างโน้น บ้างก็อย่างนี้ บางคนก็อย่างนั้น บางคนก็เป็นอย่างนี้ โดยเฉพาะนิวรณ์จิตตัวที่ 5 ตัวที่ 4 ตัวที่ 3 ตัวที่ 2 ตัวที่ 1 นิวรณ์จิตก็คือ สิ่งปิดกั้นจิตยังมีกันมากมาย
ประโยชน์ที่เราจะได้จากสหศรัทธาศาล ศาลาสานปัญญา ก็ดูยังอ่อนบางมาก ยังไม่ได้เท่าที่ควร ซึ่งถ้าเรามาร่วมกันจริงๆ เพียรต่อไป ก็จะมีพลังชนิดหนึ่งมาอำนวยช่วยให้ชีวิตที่ติดๆ ขัดๆ คับๆ ข้องๆ มีความทุกข์ มีความกังวล มีปัญหาชีวิตค่อยๆ คลี่คลายไปในทางที่ดี
เชื่อเถอะว่า ทุกอย่างเทพเทวดา และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เขารอจะช่วยเหลือเราอยู่ พอเขาส่งกระแสลงมาให้เรา ส่งรังสีลงมาให้เรา ออร่าของเรารับเขาไม่ได้ รับเขาไม่ได้ เพราะรังสีของเขาเป็นรังสีที่บริสุทธิ์และจริงจัง แต่ราศีของเราไม่บริสุทธิ์แล้วก็ไม่จริงจัง เพราะว่าเรายังมีความลังเลสงสัย มีกามฉันทะที่ยังปรับตัวไม่ได้ พยาบาทอาฆาตอย่างหนักมากมาย หดหู่ง่วงงุ่น ฟุ้งซ่านรำคาญ ลังเลสงสัย นิวรณ์ 5 ยังประสานอยู่ในตัวเรามากมาย
ราศีที่ออกมาจากตัวเราแล้วออกมารับรังสีแห่งพรหม รับกันไม่ได้ รับได้ก็รับได้นิดๆ หน่อยๆ ไม่เพียงพอที่จะเอามาปรับทุกข์ในชีวิตของเราให้ลดลง แล้วก็เพิ่มความสุขขึ้น ปรับความผิดหวังให้มาสมหวังมากขึ้น ปรับสุขภาพกายที่ย่ำแย่ให้เกิดสุขภาพกายที่แข็งแรงขึ้น อะไรทำนองอย่างนี้ ปรับความยากจนให้กลายเป็นความร่ำรวยขึ้น ซึ่งตรงนี้ใครๆ ก็รอคอยอยู่ เมื่อไหร่ฉันจะรวย เมื่อไหร่ฉันจะรวย ก็เขาส่งมาให้แล้ว รังสีแห่งพรหมก็ส่งมาให้ตลอดเวลา แต่เรารับไม่ได้ หรือรับได้ก็นิดๆ หน่อยๆ ก็เลยไม่พอเพียงแก่การใช้งาน
ก็บ่นให้ฟังอย่างนั้นแหละไม่ได้ตำหนิผู้ใดหรอก เพราะว่ามันเป็นงานส่วนรวมที่ทุกคนต้องมาร่วมกัน แล้วมันต่างคนต่างคิด ต่างคนต่างพูด ต่างคนต่างทำ แล้วก็ยังมีมารมาผจญอีก มาผจญให้เกิดความหลงทาง มาหลอกให้ลุ่มหลง มาหลอกให้งวยงง มาหลอกให้ผิดลู่ผิดทางไปอะไรอีกมากมาย
เพราะฉะนั้น จึงต้องมาสร้างความเข้าใจว่า เวลาเราได้ประโยชน์ เราได้ประโยชน์ร่วมกันนะ เวลาเกิดความเสียหาย เราก็เสียหายร่วมกันนะ ไม่ใช่ว่าคนหนึ่งเสียหาย คนหนึ่งได้ดี เขาบอกไม่ได้ ต้องไปด้วยกันเป็นแผง ถ้าไม่ไปด้วยกันก็ไม่ต้องไป ถ้าได้ดีก็ต้องได้ดีด้วยกัน สำเร็จก็ต้องสำเร็จด้วยกัน ถ้าไม่อย่างนั้นก็จงคอยไปอีกหลายชาติ ขนาดนั้นเลยหรือ น่ากลัวจัง ขอขอบคุณทุกคนที่ทนฟัง
มาดูผลงานของคุณพรทิพย์ พุตติ 1964 อย่าปล่อยให้ศรัทธาด้วนอยู่แค่นั้น ต้องต่อศรัทธาให้ครบวงจร นี่ล่ะต่อยังไงก็ในเมื่อฉันยังไม่เชื่อ ฉันยังโลเลลังเลอยู่ว่า ฉันยังไม่แน่ใจในคำแนะนำของคนชื่อธวัชอยู่ แล้วใครจะมาต่อให้ติดล่ะ
อย่าปล่อยศรัทธาด้วนอยู่แค่นั้น ต้องต่อศรัทธาให้ครบวงจร วงจรมันไม่ครบ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไร เริ่มจากศรัทธาคือ ความเชื่อ วิริยะคือ ความเพียร สติคือ ความระลึกได้ สมาธิแปลว่า จิตตั้งมั่น และจบที่ปัญญาคือ ความรู้แจ้งเห็นจริง อินทรีย์ 5 พละ 5 ธาตุรู้จะช่วยปรับวิญญาณธาตุให้สมดุล อย่าใช้ความรู้สึกไปเอง สมัยหนึ่งวัยรุ่นเขาชอบใช้คำว่า อย่ามามโน อย่ามามโน ก็คือ ใช้ความรู้สึกไปเอง แล้วทึกทักเอาทันทีทันใด เพราะว่าเพราะมันมีตัวลวง อย่าทึกทักเอาทันทีทันใดเพราะมันมีตัวลวง
ตัวลวงนี่เขาเก่งมาก พอเห็นว่า นาย ก. หรือ นาง ข. กำลังจะพบความสำเร็จที่เขาเรียกชี้ให้เห็นว่า เจ้ากรรมนายเวร ก็จะส่งเอาตัวเจ้ากรรมนายเวรนี่เข้ามา จะส่งตัวอุปสรรคเข้ามา จะส่งตัวศัตรูเข้ามาให้เกิดความปั่นป่วนซะอย่างนั้นแหละ ไม่ว่าจะเป็นบุคคล สังคม หรือประเทศชาติ หรือว่า แม้นกระทั่งส่วนใหญ่ของโลกก็จะเป็นอย่างนี้แหละ พอทำท่าว่าจะเริ่มอะไรต่ออะไรดีๆ มีอะไรดีๆ เอาแล้วอุปสรรคศัตรูเข้ามาแล้ว ภาษาทางเวรทางกรรมเขาเรียกว่า เจ้ากรรมนายเวร
เรื่องของโลกก็เหมือนกันนะ ประเทศต่างๆ รวมกันก็มีเจ้ากรรมนายเวรเข้ามาแล้ว ก่อเรื่องขึ้นมาแล้ว แล้วก็ย่ำแย่กันไปอีกพักใหญ่ๆ บางทีก็เกิดเป็นวิบัติ เกิดเป็นสงคราม เกิดเป็นอะไรกันวุ่นวายไปหมด ครอบครัว ครอบครัวหนึ่งๆ ก็เหมือนกัน ส่วนตัวคนใดคนหนึ่งก็เหมือนกัน พอทำท่ากำลังเริ่มจะทอแสง กำลังจะพบความสำเร็จสุขต้องระวังให้ดีเชียว ช่วงนั้นคือ ช่วงอันตรายที่สุดที่เจ้ากรรมนายเวรจะสอดแทรกเข้ามาแล้ว เพราะฉะนั้น ตั้งใจ ตั้งจิต ตั้งมั่น แล้วทุกอย่างก็จะชนะผ่านพ้นไปได้ด้วยดี ขอขอบคุณเป็นครั้งที่ 2 ที่ทนฟัง เดี๋ยวมาฟังเพลงแล้วกลับมาสวดมนต์สวดพรกัน เราก็ขอบารมีวันวิสาขบูชาที่เพิ่งจะผ่านมาได้แค่ 2 วัน ต่อเนื่องเชื่อมโยงกันอีกครั้งหนึ่ง ขอขอบคุณที่ทนฟัง
ใครที่คิดว่าตัวเองมีอาถรรพ์ อาถรรพ์ แปลว่า สิ่งแปลกๆ ในชีวิต ในร่างกาย คือ ไม่ดี อาถรรพ์แปลว่า ไม่ดี ต้องพยายามเรียนรู้วิธีสร้างความมหัศจรรย์ มหัศจรรย์ก็ตรงกันข้ามกับอาถรรพ์คือ สิ่งแปลกๆ แต่ดี ส่วนอาถรรพ์นั้นสิ่งแปลกๆ แต่ให้โทษคือ ไม่ดี เพลงนี้ชื่อเพลง ภัยลับๆ ชัยชนะลึกๆ คำร้อง วาทะธรรมขำขัน เล่ม 2 ครูธวัช คณิตกุล ทำนองและเสียงร้อง AI จัดทำโดย คุณพัทธนันท์ พิมานพงศ์ภัทร
เนื้อเพลงมีอยู่ว่า ภัยลับๆ ภัยลับๆ เป็นยังไงใครก็ไม่อยากได้ หรือใครอยากได้ยกมือขึ้น บางคนนอกจากไม่ยกมือแล้วรีบเอามือกดลงไปที่พื้นใหญ่ ภัยลับๆ ชัยชนะลึกๆ อันนี้ใครๆ ก็อยากได้ ชัยชนะลึกๆ ใครอยากได้ยกมือขึ้นในใจ ไม่ต้องยกมือข้างนอกใจนะยกมือขึ้นในใจ อยากได้ชัยชนะลึกๆ
คนต้องอำนาจลับๆ ต้องรับความรู้สึกลึกๆ คนสมัยนี้อะไรที่พูดแล้วต้องไปคิดให้มันลึกๆ ไม่ค่อยเอา เพราะขี้เกียจคิด ไม่เอา รำคาญ คนต้องอำนาจลับๆ ต้องรับความรู้สึกลึกๆ ได้ คนโดนอำนาจลับๆ ต้องรับความรู้ลึกๆ อันแรกความรู้สึก คนต้องอำนาจลับๆ ต้องรับความรู้สึก มีรู้สึกนะ รู้สึกลึกๆ คนโดนอำนาจลับๆ ต้องรับความรู้ อันนี้ความรู้นะ ความรู้กับความรู้สึกนี่มันสองอันนะ สองอย่าง ต้องรับความรู้ลึกๆ
ความรู้สึกอะไรที่ลึกๆ ความรู้อะไรที่ลึกๆ รู้สึกกับรู้นี่คนละตัวนะ สิ่งลับๆ เป็นอาถรรพ์ ความรู้สึกและความรู้ลึกๆ ความรู้สึกอันหนึ่งนะ และความรู้อีกอันหนึ่ง ความรู้สึกและความรู้ รู้สึกกับรู้เป็นมหัศจรรย์
เพราะฉะนั้น ฟังดูก็ไม่น่าจะยาก ไม่น่าจะยาก “ภัยลับๆ ชัยชนะลึกๆ คนต้องอำนาจลับๆ ต้องรับความรู้สึกลึกๆ คนโดนอำนาจลับๆ ต้องรับความรู้ลึกๆ รู้สึกกับรู้นะ สิ่งลับๆ เป็นอาถรรพ์ ความรู้สึกและความรู้ลึกๆ เป็นมหัศจรรย์”
เลือกเอาว่า ใครยังอยากสร้างอาถรรพ์ให้ตัวเองใช้ชีวิตตัวเองต่อไป หรือใครอยากจะสร้างความมหัศจรรย์ให้กับร่างกายตัวเอง และชีวิตตัวเองต่อไป ก็ต้องเอาความรู้สึกและความรู้ที่บอกมานี้แหละ มาจัดการกับอาถรรพ์ให้กลับกลายเป็นปาฏิหาริย์ ตอบโต้ตีกลับ มาเป็นมหัศจรรย์
อันนี้พูดง่ายไม่ยากนะ แต่ทำยากจริงๆ เพราะเวลาตั้งใจจะทำอาถรรพ์ให้หมดไป มันจะเจอมาร เจอมารผจญ จะเจอเจ้ากรรมนายเวรนั่นล่ะมาขัดขวาง อันนั้นก็ต้องเรียนรู้จักมารและเจ้ากรรมนายเวรให้ดี
อ. 2 มิ.ย. 2569
รวบรวมโดย คุณวิษณุ กระจ่างศรี
บทความที่เกี่ยวข้อง
กายพร้อม จิตเพียบพร้อม วิญญาณมีความสวยสดงดงามเพียบพร้อม
ทำให้ฮอร์โมนเคมีมีคุณภาพ เมื่ออารมณ์ ฮอร์โมน เคมีที่เกิดจากวิญญาณ เกิดจากจิต เกิดจากกาย ที่เพียบพร้อม ทำให้เกิดปราณที่เปล่งออกมา เป็นปราณที่มีราศี มากกว่าราคี
3 ก.พ. 2026
อิทธิฤทธิ์ของเทพเทวดา อิทธิฤทธิ์ของพลังศักดิ์สิทธิ์ อิทธิฤทธิ์ของเรื่องลึกลับซับซ้อนทั้งหลาย อิทธิฤทธิ์ของอำนาจไสยศาสตร์ อำนาจปรากฎการณ์ต่างๆ ต้องลงมาแสดงในตัวมนุษย์เพราะว่าเทพไม่มีชีวิต เทพต้องมาอาศัยเวที ก็คือ ตัวชีวิต ตัวมนุษย์เป็นเวทีในการแสดงอิทธิฤทธิ์ แสดงปาฏิหาริย์
11 มิ.ย. 2026
มีวิธีใดทำให้ศักยภาพคือ ความเก่งกล้าสามารถของแต่ละคน เสมอด้วยศักดิ์สิทธิ์ก็คือ อิทธิฤทธิ์ ปาฏิหาริย์ในตัวคน
แบ่งปันความรู้สึกนึกคิดไปที่ศาสตร์อื่นๆ ด้วย คือ ตรรกศาสตร์ จิตวิทยา ปรจิตวิทยา พาราไซโค ปรัชญา อภิปรัชญา
คนที่โต่งสุดไปทางวัตถุนิยม คนที่ติดในเรื่องจิตนิยม Idealism ติดอยู่ด้วยเพียงแค่ว่า ศักยภาพยังไม่เป็นฐานให้กับความศักดิ์สิทธิ์ ความศักดิ์สิทธิ์ที่คุณเพียรพยายามจาก Idealism ยังไม่ได้มาเป็นบัลลังก์ให้กับศักยภาพ นี่คือ ข้อเท็จจริงที่อยากจะฝากเรียนทุกท่าน เพื่อการสร้างความสุขที่สมดุลให้กับตัวท่านเอง
27 ม.ค. 2026
