แชร์

สรุปงาน “รายการพบกันทางเงา” เดือนพฤษภาคม 2569 (Part 1)

อัพเดทล่าสุด: 2 มิ.ย. 2026
29 ผู้เข้าชม
สรุปงาน “รายการพบกันทางเงา” เดือนพฤษภาคม 2569 
                                                                                                                   
EP.1936 วันศุกร์ที่ 1พฤษภาคม 2569  : การคิดดี พูดดี ทำดี ถือเป็นการแก้ไขทั้งพฤติกรรม และวิบากกรรม
-แรงงาน เกิดจากจิต คิดดี พูดดี ทำดี (มโนกรรม วจีกรรม กายกรรม) “  แรงงาน แรงกรรม ขอทำงานธรรมะเพื่อชำระกรรม” หรือบทหนึ่ง “แรงงานต้องประสานแรงรัก” แรงรัก หมายถึง รักงาน รักผู้ร่วมงาน แล้วในที่สุดคือรักผลงาน สุดท้ายจึงค่อยคิดถึงค่าของผลงาน
-ข้อคิดวันแรงงาน ในฐานะของสหปฏิบัติฯ “แรงกรรม เป็นแรงรัก เมตตา และแรงแห่งความพึงพอใจ”
-สะเดาะห์เคราะห์ที่ตัวเรา สะเดาะคำพูดชั่วๆ การกระทำชั่วๆ ออกไปซะ
-9 ข้อ โลภ โกรธ หลง กิเลส ตัณหา อุปาทาน เยอะไหม ถ้าเยอะลดลงมาหน่อยเถอะ ปรุงแต่งตัณหามากไหม ลดลงมา  อยาก อยาก อย่าอยากซ้ำมากนัก อยากพอประมาณ มานะ อยากใหญ่ จะใหญ่ไปเท่าไหร่ เท่ายักษ์พอไหม  สุดท้ายใจแคบ ตัวคุณเบ้อเร่อเบ้อร่า แต่ทำไมใจแคบนิดเดียว ตัวสุดท้ายชีวิตไปไม่รอด
-แรงงาน แรงกรรม กรรมที่เราได้ทำไว้ ตั้งแต่ชาติปางก่อน จะส่งมาในลักษณะภาคบังคับ บังคับให้เราต้องมารับใช้งานทางศรัทธา ศาสนา และความเชื่อ จะเชื่อหรือไม่เป็นสิทธิของท่าน
-อยากให้เคราะห์กรรมเบาบางลงหรือหมดไป กลายเป็นบุญกุศลเพิ่มขึ้น ต้องตั้งใจ ใส่ใจ หาความรู้ เกี่ยวกับเรื่องศรัทธา ศาสนา และความเชื่อให้ทันสมัย เรียกกันว่า ประยุกต์สู่สากล
-แล้วไปบอกลูกหลานตอไปว่าไม่ต้องไปทำพิธีกรรมอะไรให้มันมากมาย นอกจากบางครั้ง บางโอกาส แต่ทุกโอกาส ทุกวี่ทุกวัน ตัวเรานี่แหล่ะ จะคิดก็คิดให้ดีๆหน่อย จะพูดก็อย่าน่าเกลียดเกินไปนัก จะทำก็อย่าทำชั่วช้าเลวทราม เท่านี้แหล่ะ เดี๋ยวทุกอย่างก็จะดีเอง
 
EP.1937 วันเสาร์ที่ 2พฤษภาคม 2569  : ทุภาษิตพูดกลับ ทำดีได้ดีมีที่ไหน ทำชั่วได้ชั่วมีถมไป ผิด อันนี้ผิดพลาดอย่างหนัก ทำชั่ว คุณต้องได้รับผลกรรมชั่วสักวันใดวันหนึ่ง
-“ชวนจิต” เป็นจิตตัวของการให้คุณ ให้โทษ  รอ ชวนจิตเขาอีกสักนิดนะ แล้วชีวิตคุณก็จะได้รับความยุติธรรม ในขณะที่ ชวนจิต ยังไม่สามารถจะปรับเปลี่ยนผลกรรมที่ได้ทำไว้         ให้อโหสิกรรมไป หรือผ่านพ้นไป เราก็ต้องทน “อดทน อดออม อดกลั้น”
-ประโยชน์ประสาน แปลว่า ประโยชน์จากพฤติกรรม การกระทำที่อยู่ในขณะปัจจุบันกับประโยชน์ประสานกับวิบากกรรม คือผลกรรมที่เราได้ทำไว้ ทบยอดต้นไม่รู้กี่สิบ กี่ร้อย กี่พัน กี่หมื่น กี่แสน กี่ล้านชาติ
-บางคนทำชั่วช้าเลวทรามแต่ยังลอยหน้าลอยตาอยู่ได้ บางคนทำดีจนแทบล้มประดาตาย ยังไม่มีอะไรดีขึ้นมา นี่คือปัญหาของความไม่รู้ว่าตัวเราบรรจุทั้งผลของพฤติกรรม แล้วก็วิบากกรรม ทำให้เราอึดอัดคับข้อง บอกไม่ถูกบางคนควบคุมความรู้สึกนึกคิดของตัวเองไม่ได้ สติเลอะเลือนไปเลยก็มีเยอะ
-คำตอบของผู้ต้องการรู้ความจริง ต้องใช้ธรรมะสองภาคมาแก้ปัญหา ภาคศักยภาพ กับภาคศักดิ์สิทธิ์ คือทั้งเก่งและเฮง อย่ากลายเป็นคนที่เก่งอย่างเดียว จะต้องกลายเป็นคนเฮงซวย
-คนที่มีเดิมพันชีวิตสูง ก็มักเจอคนชั่วมาเกลือกกลั้วมากกว่าปกติ เพื่อฝึกหัดให้เกิดภูมิคุ้มกันในตัวด้วย แล้วก็ชดใช้กรรมด้วย
-คนไม่ใช่หุ่นยนต์ ชีวิตมันจะมาแบบกำกวม ลึกลับ ซับซ้อน ซ่อนเร้น ปิดบัง อำพราง หุ่นคนไม่ใช่หุ่นยนต์ หุ่นคนมันมีวิบากกรรม
-กายวิปริตเพราะอะไร จิตวิปลาสเพราะเหตุใด วิญญาณทำไมถึงอาฆาต
-“สมองไว กายคล่อง จิตนิ่ง” จิตไม่ต้องการวุ่น แต่คนเรามันไปวุ่นด้วย โลภ โกรธ หลง กิเลส ตัณหา อุปาทาน แล้วแถมไปปรุงแต่ง ตัณหา มานะ และทิฏฐิ ทำให้กายค้านกาย จิตค้านจิต กายทรมานกาย จิตทรมานจิต กายเป็นกายวิปริต จิตวิปลาส
 
EP.1938 วันอาทิตย์ที่ 3พฤษภาคม 2569  : เมื่อความสามารถ ก่อตัวขึ้นเป็นศักยภาพจนได้ระดับของความศักดิ์สิทธิ์ ความศักดิ์สิทธิ์ก็เกิดขึ้น -เมื่อศักดิ์สิทธิ์เกิดแล้ว เรายังทำซ้ำๆ ฟังซ้ำๆ จนเกิดปัญญาแตกฉาน ศักดิ์สิทธ์จะดำเนินการให้เกิดเป็นอิทธิฤทธิ์ พออิทธิฤทธิ์เกิดขึ้นมา จนสมบูรณ์ดีแล้ว ปาฏิหาริย์ก็จะเกิดขึ้น
-เราทำอย่างไรจึงจะเกิดศักดิ์สิทธิ์ ศักดิ์สิทธิ์จะเกิดอย่างไร จะเกิดด้วยวิธีใด
-ศักดิ์สิทธิ์เกิดแล้ว แต่อิทธิฤทธิ์ ปาฏิหาริย์ เทพเทวดา เรื่องลึกลับยังไม่เกิด ก็เขารอ รอใคร รอศักยภาพ ศักยภาพแปลว่า เก่ง กล้า สามารถ และคุณงามความดี
-เมื่อศักยภาพก่อตัวขึ้นมาจนได้ระดับของความศักดิ์สิทธิ์ ศักดิ์สิทธิ์จึงจะเกิดขึ้นมา และเจ้าตัวต้องทำซ้ำๆ ฟังซ้ำๆ ทำซ้ำๆให้เกิดปัญญา แล้วให้ปัญญาแตกฉาน คราวนี้สบายเลย ศักดิ์สิทธิ์ก็จะดำเนินการให้เกิดอิทธิฤทธิ์ ปาฏิหาริย์
-อะไรที่เกิดจากเหตุผล แล้วเราไม่เริ่มเข้าหาเหตุ แล้วมันจะเกิดผลได้อย่างไร นั่งรอว่าเมื่อไหร่จะเกิดผล ก็คุณไม่สร้างเหตุ ไม่ไปหาเหตุ ไม่ไปแสวงหาเหตุ นั่งรอแต่ผล
-5 วิชา ตรรกวิทยา Logic  /จิตวิทยา Psychology /ปรจิตวิทยา Parapsycho /ปรัชญา Philosophy / อภิปรัชญา Metaphysics
 
EP.1939 วันจันทร์ที่ 4พฤษภาคม 2569  : โรคจิตโรคประสาทในทางศักดิ์สิทธิ์ และทางศักยภาพบอกว่า กายค้านกาย กายทรมานกาย กลายเป็นกายวิปริต จิตค้านจิต จิตทรมานจิต กลายเป็นจิตวิปลาส
-เมื่อกายวิปริต จิตวิปลาสไปเสียแล้ว วิญญาณซึ่งปกติเขาจะมาอารักขาช่วยจิต ก็ตีกลับเป็นวิญญาณอาฆาต ความศักดิ์สิทธิ์ อิทธิฤทธิ์ ปาฏิหาริย์ เทพเทวดา สิ่งลึกลับ ก็ตีกลับ ตีรวนไปหมด แทนที่จะเป็นสิ่งดี กลับกลายเป็นเรื่องอัปมลคลไปหมดเช่นกัน
-ระหว่างรอศักดิ์สิทธิ์ก็เร่งสร้างศักยภาพกันมากๆเถอะ เช่นการฝึกฝน ใส่ใจใฝ่เรียนรู้ หมั่นฝึกหัดสิ่งไหน ศักยภาพก็ค่อยๆเกิดจากความสามารถ (ศักยภาพคือความสามารถที่สูงกว่าความสามารถ) อย่าฝันหวาน ฝันเฟื่อง แต่ให้ฝันใฝ่ ระวังจะวิปลาส
-ไอ้กายแกบ้าใช่ไหม ฉันบ้ากว่าแกอีก บ้ามาเจอบ้า บ้าแล้วบ้าอีก บ้ากันไม่สิ้นสุด เรียกว่ากายค้านกาย กายทรมานกาย จิตค้าจจิต จิตทรมานจิต ค้านกันไปค้านกันมา ค้านกันมาค้านกันไป กลายเป็นกายวิปริต และจิตวิปลราส
-คราวนี้ได้ที่แล้ว วิญญาณบอกว่า ฉันทนดูแกผิดปกติทางกาย วิปริตทางกายมานานแล้วหวังว่าแกจะแก้ไข แกก็ไม่แก้ /เจ้าจิตเอ๋ย ฉันเห็นแกผิดปกติมานานแล้ว แกค้านกันไปค้านกันมา หวังว่าจะให้แกแก้ไข แกก็ไม่แก้ไข แกเป็นโรคจิตไปซะแล้ว
-วิญญาณก็เลย บอกกาย บอกจิต ว่า ฉันจะลงโทษเธอ ก็คือ “วิญญาณอาฆาต” คือปรุงแต่งแล้วกลายเป็นพิษ  วิญญาณอาฆาต เป็นผี เป็นสาง เป็นพวกเปรต อสูรกาย มารร้ายไป
-ศักดิ์สิทธิ์ตีกลับ อิทธิฤทธิ์เป็นไปในทางเสียหาย ปาฏิหาริย์โต้กลับจากดีเป็นร้าย เทพเทวดาไม่อยากยุ่งด้วยไล่ไปอยู่กับผีเถอะ ฉันเป็นเทวดามีความเมตตาและบริสุทธิ์จะไปดูแลรักษาคนที่กายวิปริต จิตวิปลาสได้อย่างไร  เรื่องลึกลับซับซ้อน ก็กลายเป็นอัปมงคล ทุกอย่างรวนไปหมด
 
EP.1940 วันอังคารที่ 5 พฤษภาคม 2569  : เมื่อความดีคู่กับความชั่ว เรามาหาสาเหตุ ทำไมมันชั่ว ที่เราชั่วเพราะกิเลสหนา ตัณหาจัด
-แล้วทำยังไงกิเลสจะบาง ตัณหาจะจืด ขึ้นอยู่กับการปรุงแต่ง กิเลสหนาก็พยายามขัดเกลากิเลสให้มันบางลง ตัณหาอย่าปรุงรสให้มันจัดนัก พอจะอยู่ในโลกและสังคมนี้ได้
-ฟังบ่อยๆเกิดปัญญา บางคนบอกที่ไหนฟังบ่อยๆรำคาญจะตาย ราคาญไม่ถึงกับจะตายหรอก แต่คนขาดปัญญานี่แหล่ะมันจะตาย มันสร้างแต่ปัญหา
-9ข้อ โลภ โกรธ หลง กิเลส ตัณหา อุปาทาน อย่าไปยึดมั่นถือมั่น ปล่อยๆมันไป คำด่าของคนก็ปล่อยไปตามลม บางทีมันไปตามลมนานแล้ว แต่ไปไล่มันกลับมาอีก ตัวที่ 789 ร้ายมากเลยเพราะมันปรุงแต่ง (ใจบางคนก็แค่ช่องฮอร์มุชนั่นแหล่ะ ทิฏฐิ ใจแคบ )
-ตัวฮอร์โมนเคมีมันจะเป็นพิษ เป็นพิษนี่แหล่ะก็คือวิญญาณแล้วล่ะ วิญญาณอาฆาตตีกลับมา พอไปเวทนา บรรทัดที่2 อารมณ์ผิดปกติเพราะคนกายวิปริต จิตวิปลาส ฮอร์โมนเคมีก็เป็นพิษ เวทนาก็แทนที่จะเป็นสุขเวทนา ก็กลายเป็นทุกขเวทนา แล้วปราณ ก็ผิดปกติอีก อันนี้คือ วิญญาณอาฆาต พอปราณผิดปกติ ราศีก็กลายเป็นราคี ไปกันใหญ่เลยตอนนี้
 
EP.1941 วันพุธที่ 6 พฤษภาคม 2569  : สหปฏิบัติฯ หมั่นเพียรบอกให้รู้ในเรื่องศักดิ์สิทธิ์ อิทธิฤทธิ์ ปาฏิหาริย์ เทพเทวดา เรื่องลึกลับซับซ้อน เพื่อให้เกิดศรัทธากับปัญญา ให้ถูกต้อง
-บางคนยังเกิดอุปาทาน ยึดมั่นถือมั่นในเรื่องศักดิ์สิทธิ์ อิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์ เทพเทวดา สิ่งลึกลับ อย่างผิดๆ ชีวิตก็ยังมีทุกข์ ทุกข์โดยไม่รู้สาเหตุ
-ทำชั่วถนัด ทำดีต้องฝืน ฝืนกิเลส ฝืนตัณหา ฝืนอุปาทานของตัวเอง ก็ล้วนแล้วแต่ต้องใช้สติปัญญา วันนี้เราทำดีทำชั่วไปเท่าไหร่ มากกว่าทำดี เพราะตัณหาเราจัด วันนี้เราโง่อย่างถนัด ทำความชั่วไว้เพราะเราอุปาทาน
-อุปาทานส่วนมากเป็นเรื่องเข้าใจผิด คิดว่าต้องอย่างนี้ ไม่ทำแบบนี้จะไม่เป็นคนดี ถ้าทำอย่างนั้นไม่ดี ต้องอย่างนี้ อย่างที่ว่า เข้าใจผิดว่าการทนมานตัวเอง บีบคั้นตัวเอง ยิ่งทรมานผิดธรรมชาติเท่าไหร่ก็จะดีเท่านั้น เพราะเราไม่รู้ ก็เลยเกิดอุปาทาน อุปาทานในความยึดมั่นถือมั่น คนก็ทุกข์ ทุกข์โดยไม่รู้สาเหตุ
-เรื่องศักดิ์สิทธิ์ก็เหมือนกัน บางคนต้องการให้เกิดปาฏิหาริย์ก็ทำตัวแปลกๆ ไม่เหมือนชาวบ้าน อาการแปลกๆ ฉันไม่ได้บ้า ฉันกำลังเข้าถึงเทวดา เรื่องลึกบับ นี่คืออุปาทานที่คนในสังคมจำนวนมากที่เดียวกำลังเป็นกัน
-งานของเรา พบกันทางเงา จึงพยายาม กู่ก้องร้องตะโกนว่าอะไรเป็นอะไร ที่ควรจะคิด จะเข้าถึงก็ไม่ทำ อุปาทานในเรื่องเหนือสามัญวิสัยเป็นกันมาก  จนบางครั้งคิดแล้วท้อ จะถอยดีกว่า ถึงมุ่งมั่นจะบอกความจริงกันต่อไป มันคงไร้ผล เหนื่อยเปล่าๆ คงต้องปล่อยไปตามกระแสธารของความเชื่อ ซึ่งผิดบ้างถูกบ้าง คละเคล้ากันไป ตามกรรมใครกรรมมันว่าอย่างนั้นเถิด
 
EP.1942 วันพฤหัสที่ 7 พฤษภาคม 2569  : วิญญาณธาตุ คือธาตุแห่งความรู้สึกที่ถูกต้อง ออกมาจากธาตุรู้ที่ถูกต้อง ถ้าธาตุรู้ไม่ถูกต้อง จนเกิดเป็นพิษภัยทางโลกวิญญาณ
-ขาดสติเพียงครู่หนึ่งแล้วดึงกลับ ยังไม่ถึงกับบ้า  ก็สติแปลว่าความระลึกได้ สัมปชัญญาะแปลว่า ความรู้ตัว ถ้ายังรู้ตัวอยู่ก็ยังพอไหว แต่ถ้าลืมตัว ไม่ไหวแล้ว
-เรื่องศักดิ์สิทธิ์ อิทธิฤทธิ์ ปาฏิหาริย์ เทพเทวดามีจริง แต่ความจริงในเรื่องเหล่านี้ เราต้องสร้างสิ่งที่เรียกว่า ให้ความรู้ที่แท้จริงกับธาตุรู้  (ดิน น้ำ ลม ไฟ ) แต่สิ่งที่จะทำให้ดินน้ำลมไฟทำงานตามปกติขึ้นอยู่กับอีก 2 ธาตุคือ อากาศธาตุกับวิญญาณธาตุ (วิญญาณธาตุก็คือธาตุวิญญาณ) ก็จะเป็นตัวรู้สึก ตัวอากาศธาตุเป็นตัวโฟลว์ เป็นตัวดำเนินการให้เกิดการผสมผสานธาตุทั้ง4 ให้เกิดความพอดีด้วยวิญญาณธาตุ แต่เจ้าตัว ต้องใส่ความรู้ ความรู้ที่ถูกต้องเข้าไป  พอธาตุรู้รู้ผิดๆพลาดๆ รู้ไม่จริง เจ้าวิญญาณธาตุมันก็เอาไป (เหมือนอย่างคอมพิวเตอร์ ถ้าเราใส่ข้อมูลที่ผิดพลาดลงไป มันก็ประมวลผลออกมาผิด)
-คนส่วนใหญ่คิดว่าเรื่องเหนือสามัญวิสัยภูตผีปิศาจโอปปาติกะ สัมภเวสี เรื่องของพุทธ พราหมณ์ ผีอะไรพวกนี้ พุทธบริสุทธิ์ 100% อยู่แล้ว  ทีนี้รื่องผี เรื่องเทพมันคืออะไร สหปฏิบัติฯพยายามบอกให้เข้าใจว่าสิ่งเหล่านี้มี แต่คุณต้องก้าวให้ถึงปัญญา ไม่ใช่แค่ศรัทธาแล้วก็ลงความเห็น ซึ่งบางทีก็ถูก บางทีก็ผิด บางที่โชคดีไปรู้ถูกเข้าก็ผลดีไป ถ้าไปเจอข้อมูลผิด ก็เป็นเรื่องไม่ดี คุณก็เดือดร้อน
-ศรัทธาก้าวให้ถึงปัญญา วิริยะ ศรัทธา  วิริยะคือความเพียร ไม่ใช่เพี้ยนนะ เอาสติมาตรวจสอบในขั้นที่4 สมาธิ เข้ามาตรวจสอบในสมาธิ แต่ต้องเป็นสัมมาสมาธินะ
 
EP.1943 วันศุกร์ที่ 8พฤษภาคม 2569  : ศักดิ์สิทธิ์ อิทธิฤทธิ์ ปาฏิหาริย์ เทพเทวดา อำนาจลึกลับซับซ้อน ซ่อนเร้น ปิดบัง อำพราง ขึ้นอยู่กับวิบากกรรม และบุญของแต่ละคนที่สะสมสร้างมา
-ศักดิ์สิทธิ์ไม่มีมาตรฐานตายตัว แล้วแต่บุญบาปของแต่ละคนที่สะสมสร้างมา บางคนไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองทำไมมีความศักดิ์สิทธิ์มากมายขนาดนี้ มีเทพมาสัมผัสมากมาย ยิ่งใหญ่ เหลือเชื่อ มีสิ่งลึกลับเกิดขึ้นกับตัวเองอย่างไม่น่าเชื่อ
-บางคนบอกไม่เห็นมีอะไรเลย เฉยๆ คนอื่นมีปรากฏการณ์อย่างนั้นอย่างนี้ อย่างโน้น ฉันไม่เห็นมี แต่ความจริงคือมี แต่มีแบบกลมกลืนไปกับการกระทำของตัวเอง เขาเรียกศักยภาพ
-บางคนมีศักยภาพมากมายมหาศาลซ่อนอยู่ แต่การกระทำในชาตินี้เป็นคนไม่ขวนขวาย ไม่เอาใจใส่ ไม่พัฒนาตัวเองขึ้นมา แต่เมื่อจู่ๆเขาเกิดสนใจอาชีพหนึ่ง แล้วพัฒนาศักยภาพขึ้นมา เร่งขึ้นมา ศักดิ์สิทธิ์ก็เร่งมาตาม
-ศักดิ์สิทธิ์มีขนาดเท่ากับศักยภาพ ศักยภาพมีขนาดไหน ก็ขนาดเท่าความพยายามความเพียรของคน แต่ละคนไม่เท่ากัน  ศักยภาพระดับโลก ศักดิ์สิทธิ์ก็ระดับโลก
-จิตไม่ถึงพรหม ขาดเมตตา ศักยภาพก็กำลังจะเป็นหมัน ไม่มีประโยชน์เท่าที่ควร เพราะขาดเมตตา ขาดการบริหารพรหมลิขิต  เพราะเมตตาจะมาบังคับ มาหลอกกันไม่ได้ พรหมวิหารธรรมคือ เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา
-บางคนเก่งแทบตาย แต่ใจร้าย ใจดำ ศักดิ์สิทธิ์ไม่เกิด วันใดเคราะห์หามยามร้ายมา กรรมมาตัดรอน ศักดิ์สิทธิ์มาช่วยไม่ได้ เพราะขาดเมตตา
-ธรรมะในการครองคน มี ทาน ปิยวาจา อัตถจริยา สมานัตตตา      
 
EP.1944 วันเสาร์ที่ 9 พฤษภาคม 2569  : ความศักดิ์สิทธิ์ ติดตัวคนมาทุกคน ติดตัวมาตั้งแต่กำเนิด
-กำหนดชะตาชีวิตของคนมันอยู่ตรงไหน
-เรื่องความศักดิ์สิธิ์นั้นมันติดตัวคนมาทุกคน ตั้งแต่เริ่มเกิดเป็นคน แล้วมันหายไปไหน
-ศักดิ์สิทธิ์ ทำไมมันถึงไม่พร้อมใช้
-ความศักดิ์สิทธิ์ บางที จากที่จะต้องเป็นคุณ กลับกลายเป็นโทษไปก็มี ทำไมถึงเป็นแบบนั้น
-คนที่สัญญากรรม สัญญาเวร รุนแรง เกิดมาแล้วเขาจะเอาชีวิตกลับ  เรียกคืนไปเพื่อจะได้ไม่เสียเวลา แล้วเขาจะได้ไปก่อร่างสร้างขึ้นมาใหม่ ไปเกิดใหม่ ศักดิ์สิทธิ์เขาไม่เอาไว้ เขาบอกเอาไว้ทำไม ไม่มีประโยชน์ เกิดปัญหาซะอีก เขาก็เก็บไป เพื่อเตรียมจะเกิดเป็นร่างใหม่ แล้วจะได้ทำตามสัญญากรรม สัญญาเวรที่ได้กำหนดมา
-อำนาจวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ในตัวคน เขาอาสาพาคนมาเกิด  แต่พอมาเกิดแล้วปรากฏว่าคนๆนั้น ปฏิบัติตนไม่สอดคล้องกับสัญญากรรมสัญญาเวร  บางคนก็อนุโลม กล้อมแกล้ม ถูๆไถๆกันไป บางคนก็ไม่มีอนุโลม เด็ดชีวิตกลับไปเลย เพื่อเตรียมเกิดใหม่ให้ทันกาลทันเวลาตามสัญญากรรมสัญญาเวร เห็นมานักต่อนัก ชะตาขาดบ้าง ถึงฆาตบ้าง
-เอาเขามาใช้ประโยชน์เถอะ อย่าทิ้งไว้ ทิ้งไว้จะเป็นโทษ บางคนไม่สามารถจะเด็ดชีวิตกลับไปเกิดใหม่ เขาก็เป็นคลื่นแทรกสอด แทรกสอดคือป่วนคลื่นสอดแทรก (คลื่นสอดแทรกนั้นมาตามกระแส มาตามกระแสพรหมลิขิต) (ส่วนคลื่นแทรกสอดนั้น เขาแทรกสอดเข้ามาป่วนชะตาชีวิตของคนๆนั้นตลอดเวลา หาความสงบสุขไม่ได้เลย)
-เมื่อเขากำหนดสิ่งหนึ่งสิ่งใดขึ้นมากับคนใดคนหนึ่ง กลุ่มหนึ่งกลุ่มใด แล้วเรามีส่วนร่วมต้องพยายาม เช่นคนในยุคหนึ่งเกิดมาพบกับศาสนา แล้วต้องมาตั้งศาสนานั้นเป็นศาสนาใหม่ ก่อนที่จะขึ้นศาสนาใหม่ขึ้นม จะมีความรุนแรง คนกลุ่มนั้นจะมีชีวิตที่รุนแรง เขาก็ป่วน บีบคั้น กดดัน รังควาน และปิดกั้นถึงกับสิ้นชีวิตไปเลยก็มี แล้วเหลือไว้กลุ่มหนึ่งรบกันจนระส่ำระสาย ตายไปข้างหนึ่ง แล้วก็เหลือเท่าที่จะมาวางรูปแบบของศาสนาต่อไป อันนี้เปรียบเทียบ
-เหตุการณ์น่าตกใจมันจะเวียนมาอีกแล้ว มันจะครบ 4 ปีกว่าๆ เวียนมาเป็นที่วิตกกังวลอย่างยิ่ง ชนิดที่เราไม่สามารถจะไปแข็งขืน หรือขัดขืนอะไรกับเขาได้เลย อย่าประมาทกันเลย
 
EP.1945 วันจันทร์ที่ 11 พฤษภาคม 2569  : คนสมัยใหม่มีศักยภาพสูงรวดเร็วมากมาย แต่ห่างเหินเรื่องศักดิ์สิทธิ์เพราะคิดแต่เรื่องวัตถุนิยม ศักดิ์สิทธิ์ต้องเกิดจากศรัทธาความเชื่อและความดี เมื่อความเก่งมันห่างไกลจากความเฮง ความเฮงต้องเปลี่ยนฐานะเป็นความซวย กลายเป็นคนเฮงซวย
-“พฤษภกาสร อีกกุญชรอันปลดปลง โททนต์เสน่คง สำคัญหมายในกายมี นรชาติวางวาย มลายสิ้นทั้งอินทรีย์ สถิตย์ทั่วแต่ชั่วดี ประดับไว้ในโลกา”
-คนจำนวนไม่น้อย ไม่เข้าใจตัวเอง ทำไมมันจึงหงุดหงิดงุ่นง่าน ฟุ้งซ่าน รำคาญ ลังเลสงสัย ยังอึดอัดคับข้องใจไปหมดตลอดมากกว่าจะเป็นปกติ เรื่องทางในไม่ใช่เรื่องโกหก
-เรื่องทางใน เขามีมาตั้งแต่เราเกิดแล้ว พอเราเกิดมาเราก็ไม่รู้เรื่อง เพราะยังนอนเบเบาะอยู่ กว่าจะโตขึ้นมา 5 ขวบ เราได้รับการแนะนำสั่งสอนสมัยโบราณยังมีติดหู ติดความรู้สึกอยู่บ้างว่าให้คิดถึงเรื่องศักดิ์สิทธิ์ เทพเทวดา หลวงพ่อองค์นั้นองค์นี้
-สมัยนี้เปลี่ยนแปลงไปเกือบหมดแล้ว บรรยากาศที่พ่อแม่คนไทยจะพาลูกไปไหว้พระน้อยมาก
-แต่เรื่องศรัทธาที่จะต้องมีความรู้สึกต่อตัวเองอยู่ตลอดเวลา เขาไม่ได้ถอยห่างทั้งเด็กและผู้ใหญ่ไปเลยแม้แต่ก้าวเดียว เขาอยู่ในตัวเรา ควบคุมเรา ติดกับตัวเรา
-ถึงนิสัยเราจะเปลี่ยนไป จิตใจเปลี่ยนไป เขาคอยให้เราเข้าสู่กระบวนการของเขา ก็คือ มีจิตที่มีศรัทธา มีจิตที่มีความเชื่อถือ มีจิตที่มีความเมตตาอยู่ตลอดเวลา
-ยุคสมัยเปลี่ยนไป มันก็เลยทำไม่ได้ ตื่นขึ้นมาก็มีแต่เรื่องวัตถุนิยม มีแต่เรื่องของกินของใช้ เรื่องการไปเที่ยว ความสนุกสนาน ดูหนังดูละคร
-สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้น ทำให้เกิดความเหินห่างกันระหว่างทางนอกกับทางในอย่างน่าวิตก ห่างเหินกันอย่างน่าเป็นห่วง เช่นคนมีองค์เทพใหญ่ต้องฝึกให้เด็กคนนั้น หรือคนๆนั้นมีจิตศรัทธา แล้วก็มีจิตเมตตาเป็นที่ตั้ง เปล่า เอาเข้าจริงๆสมัยนี้ ตรงกันข้ามหมดล้ว คิดแต่เงิน คิดแต่สนุก เอาเปรียบ เอากำไร
-ภัยที่เกิดจากเรื่องศักดิ์สิทธิ์ก็สุมตัวกันอยู่ในขันธ์ 5 จังหวะหนึ่งจังหวะใด โอกาสหนึ่งโอกาสใด ที่ขาดความสมดุลระหว่างศักดิ์สิทธิ์กับศักยภาพ ที่เราบอกว่า “ศักยภาพเป็นฐานของความศักดิ์สิทธิ์ ความศักดิ์สิทธิ์เป็นบัลลังค์ให้กับศักยภาพ”
-คราวที่เด็กชาย ก จะนั่งบัลลังค์ความศักดิ์สิทธิ์แล้ว แต่ยังก้าวไม่ถึงศักดิ์สิทธิ์เลยแม้แต่ก้าวเดียว แต่ศักยาภาพ พ่อแม่หาสิ่งบำรุงบำเรอ ประเคนประโคมให้ เช่นโทรศัพท์ที่ใช้เก่งกว่าผู้ใหญ่เสียอีก นี่คือศักยภาพ แต่ศักดิ์สิทธิ์ห่างไกลจากเด็กคนนี้เหลือเกิน แต่ไม่ห่างจริง เขายังคงอยู่ในร่างกาย  ความเก่งพุ่งพรวดในระดับที่สูงมาก แต่ศักดิ์สิทธิ์สูงได้ไม่เท่าไหร่  ศักดิ์สิทธิ์จึงต้องเปลี่ยนฐานะจากความเฮงเป็นซวย กลายเป็นคนเฮงซวย
 
EP.1946 วันอังคารที่ 12 พฤษภาคม 2569  : คนเรามี 2 รอ ที่ต้องจัดการให้เหมาะสม และถูกต้อง คือ รอ รู้ และ รอ รู้สึก ต้องมาลดมาเพิ่มอยู่ตลอดเวลา ถ้ารู้แบบผิดๆ ความรู้สึกก็เพี้ยน ถ้ารู้สึกพลาดๆความรู้ก็เพี้ยน ธาตุรู้กับวิญญาณธาตุสัมพันธ์ไม่ลงตัว กว่าจะรู้แจ้งเห็นจริงเพื่อแก้ไข ก็เกือบจะหมดชาติเสียแล้ว
-มาเพิ่มและลดความรู้ และความรู้สึก ทำไมความรู้ไปลดมัน มันรู้ผิดไง มันรู้ผิดๆ ก็ต้องลดมันลงมา ถ้ามันรู้ถูกก็ปล่อยมันหรือเพิ่มมันขึ้นไป ส่วนความรู้สึกก็เหมือนกัน เรามาเพิ่มความรู้สึกถ้าความรู้สึกนั้นถูกต้อง แล้วก็มาลง หรือลดความรู้สึกที่ไม่ถูกต้อง ทั้งความรู้ที่ถูกต้อง และไม่ถูกต้อง ความรู้สึกที่ผิดพลาด และถูกต้อง ต้องมาเพิ่มลด ลดเพิ่มกันอยู่ตลอดเวลา
-คนทั่วไปเอาความรู้กับความรู้สึกคงที่ อันตรายมาก ไม่เพิ่ม ไม่ลด ไม่ยอมตัดออก ไม่ยอมเพิ่มเข้า ทั้งเรื่องสามัญวิสัยก็ต้องอาศัยหลักนี้ เหนือสามัญวิสัยก็ต้องอาศัยหลักนี้
-คนเรามี 2 รอ ที่ต้องรู้จักมัน แล้วก็รักษามัน แล้วก็จัดการกับมันให้เหมาะสมถูกต้อง ก็คือ รอ รู้  รู้จริงหรือเปล่า บางคนก็รู้จริงเรื่องนี้ เรื่องนี้ แต่พอไปอีกเรื่องหนึ่ง ไม่ได้เรื่องเลย คุณรู้ไม่จริง ถ้าไม่ใช่คนใจแคบมีมิจฉาทิฏฐิ ก็มาปรับความรู้กัน มาแชร์ความรู้กัน
-เดี๋ยวความรู้ที่ถูกต้องก็เข้าไปในคลังสมองของเรา และสโตร์อารมณ์ของเรา ก็เก็บรักษาแต่อารมณ์ที่เหมาะสมอารมณ์ดี อารมณ์ไม่ดีล่ะ ไม่ดีก็ปล่อยมันไปตามลม
-ความรู้ที่ถูกต้องมันคือย่างไร ความรู้ที่ถูกต้องทางโลกเหรอ ไม่ยาก ทางโลก ทางนอก ทางวัตถุ ทางวิทยาการ ทางวิทยาศาสตร์ วิชาการศาสตร์ต่างๆ เขามีตำรา เดี๋ยวนี้ก็ง่าย ติดไม้มาคนละก้อน คนละชิ้นก็คือโทรศัพท์มือถือ สามารถตรวจสอบความรู้ได้ทั่วโลกเลยเชียว แต่ก็ต้องระวังนะ ที่ที่บันทึกความรู้เข้าไปในเครื่องมีเหล่านี้เขาอาจจะผิดพลาด รู้ไม่จริงก็ได้ รู้จริงก็ได้ แต่ถ้ามันเกิดเข้าไปในคลังสมองเรา แล้วสโตร์อารมณ์เราไปเบิกมา แล้วแสดงอารมณ์ผิดๆก็ต้องระวังแล้ว พลาดได้นะกลายเป็นโทษได้เลย
-แล้วไหนเจ้าความรู้มันต้องไปสัมพันธ์กับความรู้สึกอีก ความรู้สึกนี่ก็คือ วิญญาณธาตุ ความรู้ก็คือธาตุรู้ เจ้าธาตุรู้มันรู้ผิด รู้พลาด มันไปสัมพันธ์กับวิญญาณธาตุ วิญญาณธาตุบอกเจ้าธาตุรู้ ฉันรู้สึกว่ามันไม่ใช่นะ มันไม่ใช่อย่างนี้นะ  เจ้าความรู้แกทำลายข้าเสียแล้ว แกรู้ผิด สิ่งที่แกรู้แกไม่พิจารณาสืบสาวราวเรื่องให้ดี ไม่ฟังหูไว้หู ไม่ดูตาไว้ตา ไม่ดมรูไว้รู ไม่ชิมทีละคำ ชิมทีเดียวหลายๆคำ รสมันก็ไปปนกันในปากหมด ไม่รู้ว่ารสชาติอะไรกันแน่
-ฉันพลาดไปแล้วเจ้าวิญญาณเอ๋ย วิญญาณคือความรู้สึก  บางที่เจ้าวิญญาณมันพลาด เจ้าความรู้ก็ต้องเตือนวิญญาณ  เจ้าวิญญาณธาตุ เจ้ารู้สึกผิด เจ้ารู้สึกพลาด เจ้ารู้สึกเกินไปแล้ว เจ้ารู้สึกยังไม่ถึงความรู้สึก รู้สึกที่ไม่ยิ่งกว่าความรู้สึก ซึ่งจะนำไปสู่องค์ฌาน                                               
(อย่างที่เราบอก “ความรู้สึกที่ยิ่งกว่าความรู้สึก รู้สึกเสียยิ่งกว่ารู้สึก เป็นสุดยอดของความรู้สึก จะนำไปสู่องค์ฌาน” แล้วก็ “ความรู้ที่ยิ่งกว่าความรู้ รู้เสียยิ่งกว่ารู้ เป็นสุดยอดของความรู้ จะนำไปสู่องค์ญาณ”
-แล้วฌานที่สูง เช่น ฌาน4 จตุตถฌาน มีการแสดงปาฏิหาริย์ได้เยอะมากนะ รู้สึกเสียยิ่งกว่ารู้สึก สุดยอดของความรู้สึก จะนำไปสู่องค์ฌาน มันเป็นสิ่งที่ต้องพยายามแยกแยะกันหน่อยว่าเราจะเอาความรู้ที่ถูกต้องนะ ไม่ใช่ถูกต้มเราจะเอาความรู้สึกที่ไม่ผิดพลาดนะ ไม่ใช่ผิดๆพลาดๆ
-เรื่องของเหนือสามัญวิสัย คือเรื่องทางใน อย่างน้อยๆเริ่มต้น เราต้องเป็นคนที่มีความลึกซึ้งก่อน เพราะว่าเขาเป็นเรื่องลึกลับ
-วันนี้ขอ 2 คำ รู้สึกกับรู้ / ธาตุรู้กับธาตุรู้สึก บางคนบอกว่า ธาตุรู้สึก มันคุ้นๆนะ  ก็คือขันธ์ตัวที่5 ไง คนเราประกับไปด้วยขันธ์ 5 1. รูป คือสิ่งที่ต้องเสื่อมไปตามเหตุปัจจัยที่ขัดแย้ง 2.เวทนา คือจิตเสวยอารมณ์ อารมณ์ป่วนจิต จิตรับรู้อารมณ์ 3. สัญญา คือ จำได้หมายรู้  4.สังขาร คือการปรุงแต่งของรูปและนาม 5. วิญญาณ คือความรู้สึก  (แล้วเจ้าธาตุรู้ มันก็เข้ามามีบทบาทกับขันธ์ 5 ทั้งหมด)
-กว่าเจ้าธาตุรู้ จะรู้แจ้งเห็นจริงแล้วแก้ไขตัวเอง บางทีเจ้าตัวก็รอโชค รอลาภ รอความสุข เกือบหมดชาติเลยนะ เพราะไปเข้าใจตัวเองผิด  ไปเข้าใจผู้อื่นพลาด ก็รอ รอ รอ เมื่อไหร่จะโชคดีน้อ เมื่อไหร่จะรวยน้อ  รอจนกว่าจะรู้ กว่าจะเข้าใจ ไปส่องกระจก ตายแล้ว เราเหี่ยวไปหมดแล้ว แล้วจะไปทำอะไรได้ แก่แล้ว
-ขอแสดงความห่วงใยหนุ่มสาวหรือผู้ยังมีวัยอันงามอยู่ อย่าให้วัยของท่านเสื่อมทรามลงไปเลย เสียดาย เพราะฉะนั้นใช้ประโยชน์ในชีวิตนี้ให้คุ้มค่าก่อนตายเถอะ
-ไกล้วันที่ 31 เดือนนี้เป็นวันสำคัญที่สุดอีกวันหนึ่งของงานพระพุทธศาสนาโลก เรียกว่า “วันวิสาขบูชา” องค์การสหประชาชาติทั่วโลก เขายกย่องว่าเป็นวัน Buddha Day  เขาหยุดงาน 1 วัน เพื่อระลึกถึงวันวิสาขบูชา
 
EP.1947 วันพฤหัสบดีที่ 14 พฤษภาคม 2569  : การรวมความเชื่อและความรู้ มาอยู่ในจุดเดียวกัน คือปัญญา เพราะศรัทธาและปัญญามาอยู่ร่วมกัน เกิดเป็นความศักดิ์สิทธิ์ พร้อมทั้งศักยภาพ คือความเก่ง ศักดิ์สิทธิ์ คือความเฮง ถ้าเข้าใจตัวเองถูกต้องจริงก็สามารถสร้างทั้งเก่งและเฮงขึ้นมาในตัวเองได้
-เรามี 4 สิ่งที่จะสร้างปาฏิหาริย์ได้ อันที่1เกิดจากศักดิ์สิทธิ์ เราก็บอกศักดิ์สิทธิ์จะเกิดขึ้นได้ต้องมีศักยภาพ อันที่ 2 ปาฏิหาริย์จะเกิดจากอิทธิฤทธิ์ อิทธิ แปลว่า อำนาจ ฤทธิ์ก็คือ พลัง แล้วอิทธิฤทธิ์จะเกิดได้อย่างไร ก็ไม่ยาก  อันที่ 3 ปาฏิหาริย์จะเกิดจากเทพเทวดา เทพเทวดาระดับไหน เทพเวดามาจากไหน เทพเทวดาอย่างไร จะมาช่วยปาฏิหาริย์คือตอบโต้ตีกลับ อันที่ 4 ปาฏิหาริย์จะเกิดขึ้นได้จากสิ่งลึกลับ ซับซ้อน ซ่อนเร้น ปิดบัง อำพราง
-4 สิ่งนี้จะมาใช้ในการสร้างปาฏิหาริย์อย่างหนึ่งอย่างใด ยิ่งถ้ามีหลายอย่าง ปาฏิหาริย์ก็จะยิ่งสร้างได้ง่ายขึ้น
-เรียนอย่างคุ้มค่า ไม่ใช่เรียนอย่างคุ้มคลั่ง เมื่อเราจะเอาประโยชน์ททั้งที ก็อย่าให้เกิดโทษ ไม่ใช่ว่าก้าวไปสู่เรื่องศักดิ์สิทธิ์ อิทธิฤทธิ์ เทพเทวดา เรื่องลึกลับซับซ้อนทั้งหลาย และก็มีพฤติกรรมแปลกๆ มีพฤติกรรมบ้าๆ บอๆ มีพฤติกรรมไม่เต็มเต็ง
-วันที่ 3 พฤษภาคม เราจะมาจัดการบูรณะให้เกิดเป็นรูปเป็นร่าง เป็นแบบที่ดีขึ้นมา ที่ “สหศรัทธาศาล ศาลาสานปัญญา” ของเราให้สมบูรณ์ แล้วจะได้มีข้อมูลจาก QR code ที่เราติดไว้ที่ศาลา เราจะให้ทุกท่านตั้งคำถามอยู่ตลอดเวลาว่า เรื่องนี้คุณต้องการจะรู้ด้วยศรัทธา หรือเรื่องนี้คุณต้องการจะรู้ด้วยปัญญา หรือเรื่องนี้คุณต้องการจะรู้ด้วยทั้งศรัทธาและปัญญา  ถ้าศรัทธาเป็นอย่างนี้นะ ถ้าปัญญาเป็นอย่างนี้นะ และยังเอาศรัทธากับปัญญามารวมกันเป็นหนึ่งเดียวด้วย เรามีข้อมูลให้ทุกท่านได้ช่วยกันเอาไปพิจารณา
-เราต้องการให้เข้สู่ยุคสมัยที่เป็นสากล นามบัตรของสหปฏิบัติ ไม่ต้องเอาอะไรมาก ช่องกลาง จิตวิทยา กำลังนิยมกันทั่วโลก เราจะเอาจิตวิทยาที่เป็นวิชาที่มีคุณค่า และเป็นวิชาที่สมัยกำลังอยู่ในยุคสมัย มาทำอย่างไรจึงจะเข้าใจ เข้าถึงวิญญาณแท้ และเมื่อวิญญาณแท้เมื่อเกิดขึ้นมาแล้ว ผลจะมีอะไรเกิดขึ้น เมื่อวิญญาณแท้เกิดขึ้นมา  นาย ก นาง ข สามารถจะทำสิ่งที่เป็นเหนือสามัญวิสัยให้เป็นสากลได้ จากที่ไม่ชอบมาพากล ก็สามารถจะปรับปรุง เปลี่ยนแปลง แก้ไข ให้เป็นสากล
 
EP.1948 วันศุกร์ที่ 15 พฤษภาคม 2569  : เมื่อเราเข้าใจ 5 ขั้นตอน คือศักดิ์สิทธิ์ อิทธิฤทธิ์ ปาฏิหาริย์ เทพเทวดา เรื่องลึกลับ ซับซ้อน ซ่อนเร้น ปิดบัง อำพราง   ศักดิ์สิทธิ์ อิทธิฤทธิ์  เทพเทวดา เรื่องลึกลับ ซับซ้อน ซ่อนเร้น อำพรางทั้งหลาย ก็จะสัมฤทธิ์ผลทำให้เกิด ปาฏิหาริย์ได้
-เราสามารถที่จะเน้นข้อหนึ่งข้อใด เช่น นาย ก มีสิ่งลึกลับที่เก็บมาตั้งแต่คุณทวด คุณทวดๆให้ต่อๆๆกันมา นาย ก ก็มีสิทธิ์ที่จะเลือกข้อ 5 เอามาเพื่อเป็นปัจจัยในการสร้างปาฏิหาริย์
-ข้อที่4 บุคลาธิษฐาน คือ เทพเทวดา  สัตยาธิษฐานก็ได้  ถ้าสัตยาธิษฐาน เทวดาเกิดจากการตั้งจิตอธิษฐานเทวดานอกตัวคน อย่างที่ฝรั่งเขาเรียกว่า (Spirit เทวดาในตัวคน)           (Soul เทวดานอกตัวคน)
-คุณจะเอาข้อใดมาสร้างปาฏิหาริย์ดีน้อ เราแนะนำว่า ข้อที่ 1 ศักดิ์สิทธิ์ ทุกคนสามารถสร้างความศักดิ์สิทธิ์ขึ้นมาได้ ตามสูตร”ศักยภาพเป็นฐานของความศักดิ์สิทธิ์ ความศักดิ์สิทธิ์จะมาเป็นบัลลังค์ให้กับศักยภาพ”
-ข้อ3 ค่อนข้างยากหน่อย สัตยาธิษฐาน ในอภิธรรมเป็นจิตในระดับจิตไร้สำนัก ก็ไปโยงกับวิชาจิตวิทยาชั้นสูง ข้อหนึ่งก็คือเกี่ยวกับเรื่อง Unconscious หรือจิตไร้สำนัก ทฤษฏีของ ซิกมันด์ ฟรอยด์ มาตรงกับในเรื่องภวัคจิตในอภิธรรม
-ปีหน้า ปี2570 มันจะเป็นปีสรุป สรุปว่า ใครที่ศึกษา ค้นคว้า วิจัย เก็บข้อมูล ประเมินผล จากงานธรรมะ 2 ภาค เก็บมาได้เท่าไหร่ เก็บมาอยู่ในคลังสมองเท่าไห่ เก็บมาอยู่ในสโตร์อารมณ์เท่าไหร่ โดนทดลอง ทดสอบจิตใจ เขาเรียก ลองใจ ลองจิตลองใจ โดนมาเท่าไหร่ ทุกข์มาเท่าไหร่ ควรจะได้ผลปรากฏเป็นปาฏิหาริย์ คือ เอามาตอบโต้ตีกลับกันเสียที เพื่อจะได้เป็นครูบาอาจารย์สอนผู้อื่นต่อไป
-เดี๋ยวนี้มีคำว่า “เมื่อตอนแรกๆ ก็เอาชีวิตเข้าลกกับเงิน พอบั้นปลายชีวิต กลับกัน เอาเงินไปรักษาตัว รักษาร่างกาย เอาเงินไปแลกชีวิต ฉะนั้นต้องเดินสายกลาง เอาแต่พอดี ให้มีสติ ระลึกรู้ สัมปชัญญะคือรู้ตัว เราก็รู้ว่า เราควรจะทำมาหากินสักมากน้อยแค่ไหน

noimageauthor
พรทิพย์ พุตติ
บทความที่เกี่ยวข้อง
กลอนวันครู  พรทิพย์ พุตติ
“ถึงจะสูงเทียมฟ้าอย่าดูถูก ผู้เคยปลูกวิชาแต่หนหลัง”
21 เม.ย. 2026
จิตวิญญาณผูกพัน VS ระดับความเข้มข้นของโดพามีน
ศ.ดร.สิทธิชัย สมานชาติ  5  ส.ค.  2568 ข้าพเจ้าเป็นศิลปิน ที่เคยเรียนระดับมัธยม ด้านวิทยาศาสตร์ จึงสนใจศึกษา ฮอร์โมน สารสื่อประสาทที่มีผลต่อ สุขภาพกายสุขภาพใจ และอาจมีผลต่อจิตวิญญาณ (ตอน ๔)
10 ม.ค. 2026
นามบัตร 9 ช่อง
เนื้อหาสไลด์ โดย ดร.หทัยกร กิตติมานนท์
7 มี.ค. 2026
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy