EP.1944 ความศักดิ์สิทธิ์ ติดตัวคนมาทุกคน ติดตัวมาตั้งแต่กำเนิด
อัพเดทล่าสุด: 17 พ.ค. 2026
13 ผู้เข้าชม
EP.1944 ความศักดิ์สิทธิ์ ติดตัวคนมาทุกคน ติดตัวมาตั้งแต่กำเนิด
สวัสดีทุกท่าน วันนี้เพลงออกแขกตัดตอนลงตรงที่ว่า ตายเสียแล้ว ไม่ค่อยจะสบายใจ แต่ความตายเป็นของธรรมดา ทุกคนเกิดมาต้องตาย สัตว์ทุกตัวเกิดมาก็ต้องตาย แต่จะตายกันทั้งทีก็ขอให้เป็นไปตามสิ่งที่กำหนด เราก็ไม่รู้ว่ากำหนดมันเป็นยังไง ปัญหามันก็เกิดขึ้น เดี๋ยวมาดูว่ากำหนดของชะตาชีวิตของคนมันอยู่ตรงไหน
วันนี้วันอาทิตย์ที่ 10 เดือนพฤษภาคม 69 และ 26 พุทธและคริสต์ศักราช เป็นวันแรม 9 ค่ำ เดือน 6 ปีมะเมีย “อะโมฆัง ทิวะสัง กะยิรา อัปเปนะ พหุเกนะ วา” แต่ละวัน แต่ละวัน มันก็ผ่านเราไป แล้วเราก็ไม่รู้ว่า มันผ่านไปแล้วประโยชน์ที่มันมีแต่ละวันครบถ้วนหรือเปล่า หรือว่าไม่ครบถ้วน เอาล่ะ เราก็มาเติมให้มันเต็มๆ ไว้ก็แล้วกัน เติมเต็มอะไร เติมเต็มความรู้ที่ส่วนใหญ่แล้วจะไม่ค่อยได้รับฟังที่ไหน เพราะคนทั่วไปเขาก็จะบอกว่า เรื่องความศักดิ์สิทธิ์ อิทธิฤทธิ์ ปาฏิหาริย์ เทพเทวดาต้องเฉพาะ ไปที่นั่น ไปหาคนนั้น ไปทำพิธีอย่างนั้น แล้วศักดิ์สิทธิ์ อิทธิฤทธิ์ ปาฏิหาริย์ หรือติดต่อเทพเทวดาจึงจะเกิดขึ้นมาได้ ก็เกิดปัญหา
ฉะนั้นเราจึงบอกว่า ที่จริงแล้วเราใช้ความพยายามมาหลาย 10 ปี ที่จะบอกให้คนทั้งหลายรู้ว่า เรื่องของความศักดิ์สิทธิ์นั้นมันติดตัวคนมาทุกคน ติดตัวมาตั้งแต่วันที่เริ่มเกิดเป็นคน แล้วมันหายไปไหน มันก็ตอบยากว่า มันหายไปไหน
เรื่องความศักดิ์สิทธิ์ติดตัวมากับทุกคน แล้วทำไมไม่พร้อมใช้ ทำไมความศักดิ์สิทธิ์ไม่ออกมาแสดงให้เกิดเป็นผลดีกับเจ้าของชีวิต แล้วยังบอกว่า มิหนำซ้ำคนที่มีศักดิ์สิทธิ์ติดตัวมาตั้งแต่กำเนิด แล้วเข้าใจผิด เข้าใจพลาด หรือไม่เข้าใจว่า ตัวเองมีพลังศักดิ์สิทธิ์ติดมาตั้งแต่เกิด พลังศักดิ์สิทธิ์นั้นแทนที่จะเป็นคุณ แทนที่จะเป็นคุณ กลับกลายเป็นโทษไปเลยก็มี
แล้วบางรายสัญญากรรม สัญญาณเวร สัญญากรรม สัญญาณเวรที่รุนแรงจริงๆ สำหรับคนบางคนเกิดมาแล้ว เขาเอาชีวิตกลับ เขาเรียกชีวิตกลับคืนไปเพื่อ เพื่อจะได้ไม่เสียเวลา แล้วเขาจะได้ไปก่อร่างสร้างร่างขึ้นมาใหม่ ไปเกิดใหม่พูดกันอย่างภาษาง่ายๆ สิ่งศักดิ์สิทธิ์เขาไม่เอาไว้ เขาบอกเอาไว้ทำไม ไม่มีประโยชน์ เกิดปัญหาซะอีก เขาก็เก็บไป เพื่อจะเตรียมไปเกิดเป็นร่างใหม่ แล้วจะได้ทำตามสัญญากรรม สัญญาณเวร ที่ได้กำหนดมา
จริงหรือเปล่า นี่ปัญหา พูดอย่างนี้คนก็จะย้อนถามมาว่า แล้วมันจริงหรือเปล่า เราไม่สามารถจะมาถกเถียงกันได้ว่า จริง ไม่จริง ไม่จริง จริง แต่เราให้เหตุผล ให้เหตุผลว่า สิ่งที่เป็นอำนาจวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ในตัวคน เขาอาสาพาคนมาเกิด อำนาจวิญญาณศักดิ์สิทธิ์เขาอาสาพาคนคนนั้นๆ คนนั้น คนนั้นมาเกิด แต่พอเกิดมาแล้วปรากฏว่า คนๆ นั้นปฏิบัติตนไม่สอดคล้องกับสัญญากรรมสัญญาณเวร บางคนอนุโลม กล้อมแกล้มๆ ถูไถกันไป บางคนไม่มีอนุโลม เด็ดชีวิตกลับไปเลย เพื่อเตรียมไปเกิดใหม่ให้ทันกาลทันเวลาตามสัญญากรรมสัญญาณเวร เห็นมานักต่อนัก เขาเรียกว่า ชะตาขาดบ้าง ถึงฆาตบ้าง หมดอายุขัยนั้นยังไม่หมดแน่นอน
ฉะนั้นเราจึงอยากจะให้รู้จักอำนาจชนิดหนึ่งในตัวคนแต่ละคน แต่ละคนว่า เอาเขามาเป็นประโยชน์เถอะ อย่าปล่อยทิ้งไว้ พอปล่อยปละละเลยทิ้งไว้มันเป็นโทษ เขาไม่เด็ดชีวิตกลับไป บางคนยังไม่สามารถจะเด็ดชีวิตกลับไปเกิดใหม่ เขาก็เป็นคลื่นแทรกสอด แทรกสอด คือ ป่วนคลื่นสอดแทรก
คลื่นสอดแทรกนั้นมาตามกระแส มาตามกระแสพรหมลิขิต ส่วนคลื่นแทรกสอดนั้นเขาแทรกสอดเข้ามาป่วนชะตาชีวิตของคนๆ นั้นตลอดเวลา หาความสงบสุขไม่ได้เลย
เมื่อเขากำหนดสิ่งหนึ่งสิ่งใดเกิดขึ้นมากับคนใดคนหนึ่ง กลุ่มหนึ่งกลุ่มใด แล้วเรามีส่วนร่วม เราคนหนึ่งคนใดมีส่วนร่วม ต้องพยายาม พยายามให้สอดคล้องกับความมีส่วนร่วมอันนั้นๆ เช่นว่า คนในยุคหนึ่งเกิดมาพบกับศาสนา ศาสนาหนึ่ง แล้วคนกลุ่มนั้นจะต้องมาตั้งศาสนานั้นๆ ขึ้นมาเป็นศาสนาใหม่ ก่อนที่คนกลุ่มนั้นจะต้องศาสนาใหม่ขึ้นมา จะมีความรุนแรง คนกลุ่มนั้นจะมีชีวิตที่รุนแรงอย่างชนิดที่ว่า คาดไม่ถึง มีชะตาชีวิตที่แปลก ประหลาด พิสดาร ไม่เหมือนใคร แล้วเขาก็ป่วนๆ แล้วก็ป่วน เราเรียกว่า บีบคั้น กดดัน รังควาน และปิดกั้น ถึงกับเกือบสิ้นชีวิต บางคนก็สิ้นชีวิตไปเลย
เพราะว่าชีวิตมนุษย์เกิดมาเพียงแค่ช่วงหนึ่ง ช่วงหนึ่งของกาลเวลา แล้วเขาก็ไม่เอามาเป็นที่ล่าช้า เพราะว่าคนกลุ่มนั้นจะต้องตั้งศาสนา สมมติสมัยโบราณขึ้นมาศาสนาหนึ่งศาสนาใด คนกลุ่มนั้นจะมีชีวิตที่อาถรรพ์อย่างรุนแรง แล้วก็เกิดการเรียกว่า ระส่ำระสาย เช่น รบกันกับอีกฝ่ายหนึ่งจนกระทั่งล้มหายตายจากกันไปข้างหนึ่ง แล้วก็เหลือเท่าที่จะมาจัดวางรูปแบบของศาสนาต่อไป อันนี้เปรียบเทียบ
ขณะเดียวกันเทพที่เขามาสู่ยุคที่มันผิดปกติอย่างสมัยนี้ เขาก็ห่วง ห่วงใยว่า ศาสนาอันเป็นศาสนาที่มีความสำคัญที่สุด จะต้องมาช่วยกันทำความเข้าใจ แล้วก็จรรโลง ช่วยกันทำความเข้าใจแล้วก็จรรโลงรักษาศาสนาที่ศักดิ์สิทธิ์ และศาสนาที่มีความสำคัญนี้ไว้ให้จงได้ ให้ดีที่สุด เขาก็ทำการส่งอำนาจบีบบังคับ คนไม่เข้าใจก็ต่อสู้ ดิ้นรน ขัดขวาง แข็งขืน ถือดี อวดดีว่าฉันนี้แข็งแกร่งมีอำนาจอะไรอย่างนี้ และแล้วก็เห็นมาจำนวนไม่ใช่น้อยสิ้นชีวิตไป สิ้นชีวิตไป แล้วก็สิ้นชีวิตไป
เราจึงบอกว่า อำนาจหนึ่งอำนาจใด ถ้าหากมันตรงไปตรงมา มองเห็น ได้ยิน พิจารณาไม่ยาก อันนั้นไม่น่ากลัวเท่ากับอำนาจแฝง อำนาจหนึ่งอำนาจใดที่แฝงอยู่ แล้วเรารู้ไม่ทัน เราเกิดความเลินเล่อหรือประมาท ความหมายเป็นอย่างนี้
จึงเตือนมาด้วยความห่วงใยว่า เราจะฝืนเขาไหวไหม ฝืนไม่ไหว แล้วเราจะเสี่ยงว่าเราสมาชิกร่วมกันจำนวนหนึ่งจำนวนใด อาจจะต้องล้มหายตายจากจากโลกนี้ไปจำนวนกี่คน กี่คน กี่คน หรือจะมีคนต้องล้มหายตายจากโลกนี้ไปอีกสักกี่คนภายในเร็ววันนี้หรือเปล่า ต้องใช้คำว่า หรือเปล่า หรือไม่ อาจจะมี อาจจะไม่มี อะไรอย่างนี้ แต่พิจารณาตามปรากฏการณ์แล้ว กลัวว่า กลัวว่าพวกเราจะมีความเสี่ยงสูง ความเสี่ยงสูงมาก ก็ได้แต่ ก็ได้แต่เกิดความห่วงใหญ่ซึ่งกันและกัน
เอาละ เหตุการณ์เป็นอย่างไร เราก็จะมาชี้แจงกันในการนัดพบครั้งต่อไป ถ้าคำนวณไม่ผิดก็ประมาณวันที่ 13 13 เดือนมิถุนายน ประมาณวันที่ 13 มิถุนายน เราจะต้องมาคุยกันให้ค่อนข้างกว้างและลึกในเรื่องของอำนาจพิลึกๆ ที่เขาแสดงปรากฏการณ์เปลี่ยนแปลงชีวิตคนจำนวนมาไม่ใช่น้อย บ้างก็เปลี่ยนถึงขนาดไปเกิดใหม่ บ้างก็เปลี่ยนขนาดที่ว่าจากฐานะสูงส่ง ก็ตกต่ำลงมาอย่างไม่น่าที่จะเป็นไปได้ ความหมายของชีวิตที่เป็นปกติก็กลายเป็นชีวิตที่ผิดปกติ ไม่น่าที่จะเป็นถึงขนาดนั้นก็เป็นไปได้
เรากำลังหาวิธีที่จะบอกกันแบบให้เข้าใจง่ายๆ และได้เห็นกันได้ชัดๆ ว่า มันจะครบ 4 ปี หรือ 5ปีแล้ว ว่า 3 ปีกว่าๆ 4 ปีแล้ว จากความตกอกตกใจเมื่อหลายปีก่อนนี้ มันจะเวียนมาบรรจบอีกแล้วหรือ ด้วยความเป็นที่วิตกและกังวลเป็นอย่างยิ่ง
อำนาจชนิดหนึ่งซึ่งเราไม่สามารถ ไม่สามารถจะไปแข็งขืน หรือขัดขืนอะไรกับเขาได้เลย เพราะว่าเมื่อมาถึงช่วงเวลาแห่งความจำเป็นที่จะต้องเห็นผลของการที่ทำอะไรร่วมกันเป็นหลักเป็นฐาน เป็นงานเป็นการ ก็ยังมองดูแล้วก็ยังเกิดขึ้นไม่ได้ สิ่งที่เขาบีบคั้น กดดัน รังควาน และปิดกั้นมา เอาความหมายไปบอกแก่ผู้อื่น ผู้อื่นบอกไม่เข้าใจพวกเราว่า ทำไมพวกเราจึงต้องมาพบกับอำนาจที่บีบคั้น กดดัน รังควาน และปิดกั้นขนาดนี้ เพราะเราเป็นบุคคลพิเศษและวิเศษอยู่ในตัวคนเดียวกัน
เดี๋ยวจะงงไปกันใหญ่ ขอตัดตอนมาที่ผลงานของคุณกันติชา เวชสุรียะกุล 1943 คุณกันติชาให้ตัวโปรยไว้สั้นๆ ก็มีความหมายว่า ศักดิ์สิทธิ์ อิทธิฤทธิ์ ปาฏิหาริย์ เทพเทวดา อำนาจลึกลับ ซับซ้อน ซ่อนเร้น ปิดบัง อำพราง ขึ้นอยู่กับวิบากกรรม วิบากกรรมก็คือ ผลกรรมที่เราได้ทำไว้ และบุญของแต่ละคนที่สะสมสร้างมา
ขอต่อท้ายนิดหนึ่งว่า และการกระทำที่กำลังทำอยู่ในปัจจุบันว่า จุดมุ่งที่จะเดินไปข้างหน้าถูกหรือผิด ถ้าถูก ชีวิตก็จะราบรื่นขึ้น ถ้าผิด ก็จะต้องเกิดอาเพศขึ้น เกิดอาเพศขึ้นอย่างน่าสะพรึงกลัว มันเป็นอำนาจชนิดหนึ่งที่เขากำหนดให้แก่เราชาวสหปฏิบัติฯ มาว่า ต้องเข้าใจเรื่องศาสนา ศรัทธา และความเชื่ออย่างสะดวก สบาย ง่าย ประหยัด และก็ไม่ติดอุปาทาน
เมื่อมันเป็นอย่างนี้แล้วเราไม่เข้าใจ เราไม่เข้าใจ เราก็พยายามจะไปเกิดความอุปาทานในพิธีกรรม ในวิธีการ ในความเชื่อ โดยตามแบบอย่างสังคมทั่วๆ ไปที่เขานิยมทำกัน เขาก็ส่งสัญญาลงมาบอกว่าไม่ใช่ ไม่ใช่ พวกเธอจะต้องเป็นตัวอย่างให้กับคนอื่นเขา ไม่ใช่ไปดูอย่างของเขา แล้วทำตาม แล้วจึงจะพอใจ พิธีกรรมของเราจะลดลงไปเรื่อยๆ เหลือแต่เฉพาะที่จำเป็น จำเป็น และจำเป็น ส่วนความรู้จะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ไม่จำกัดจำนวนความรู้ ตรงนี้คือ หลายคนบ่นว่า เบื่อ เบื่อก็ไม่รู้จะทำยังไง มันเป็นคำสั่งที่มองไม่เห็นคำสั่ง คำสั่งที่ไม่ได้ยินคำสั่ง แต่รู้ว่าเป็นคำสั่ง
เอาละวันนี้พูดเป็นนัยๆ มากเกินไปก็ขอหยุดลงคงไว้แต่เพียงเท่านี้ เดี๋ยวมาสวดมนต์สวดพร แล้วเตรียมเข้านอนกันดีกว่า ขอขอบคุณทุกคนที่ทนฟัง
เอาล่ะ วันนี้หลายท่านอาจจะงงๆ แม้นกระทั่งเพลงคั่นเวลา คุณพัทธนันท์ก็อุตส่าห์คัดเอาเพลงเก่าตั้งแต่พุทธศักราช 2549 2548 แล้วก็ 2557 มารวมกัน ชื่อเพลง เขย่าขวัญ + 2 วาทะธรรม ทำนอง วาทะธรรม ขำขัน เล่ม 1 ครูธวัช คณิตกุล ทำนองและเสียงร้อง AI จัดทำโดย คุณพัทธนันท์ พิมานพงศ์ภัทร หรือหนูแจน
เนื้อเพลงมีอยู่ว่า “เขย่าขวัญกรรมเก่า รับขวัญกรรมใหม่ เขย่าขวัญปีเก่า รับขวัญปีใหม่ คือ สัจธรรมทางวิญญาณ / สวยปนความโศก ยิ้มปนความเศร้า / ผู้ชายรูปหล่อ ผู้หญิงสวยงาม แต่ต้องแข็งแรง จิตงดงาม แต่ต้องเข้มแข็ง วิญญาณจึงจะสงบและศักดิ์สิทธิ์”
ความหมายก็คงจะมีว่า สวยแต่รูป หล่อแต่รูป แต่ไม่แข็งแรง อย่างนี้ก็ไม่มีประโยชน์ จิตงดงามแต่อ่อนปวกเปียก จิตใจอ่อนแอ แต่ว่าจิตใจสวยงามต้องเข้มแข็ง วิญญาณจึงจะสงบและศักดิ์สิทธิ์ เพราะความเปลี่ยนแปลงจะเกิดขึ้นแก่ผู้ใด ถ้าผู้นั้นขาดซึ่งภูมิ ภูมิคุ้มกัน หรือภูมิแข็งแรง ยกตัวอย่างง่ายๆ ว่า อากาศเปลี่ยน คนอ่อนแอก็จะรู้สึกไม่สบายก่อน เจ็บไข้ได้ป่วย แต่คนแข็งแรง อากาศจะเปลี่ยนไปเท่าไหร่ ก็เปลี่ยน ฉันไม่สนใจไม่กระทบกระเทือน อะไรทำนองอย่างนี้
เช่นเดียวกันวิญญาณ เมื่อเขามีข้อกำหนดส่งคลื่นพลังกวนกรรมลงมา แล้วเราไม่สามารถจะปรับ ปรับคลื่นนั้นให้เข้ากับสังขารขันธ์ของเราได้ นั่นแหละเราก็จะต้องพบกับความผิดปกติ ผิดปกติด้วยวิบัติอย่างหนึ่งอย่างใด ซึ่งก็เกินคาดเดาว่า เราจะวิบัติแบบไหน เพราะฉะนั้นจึงต้องเร่งขวนขวายรับรู้ข้อเท็จจริงกันให้เร็วที่สุด อย่ามัวแต่ประมาทอยู่ไม่ได้
เอาล่ะ เรามาตั้งจิตอธิษฐานกันว่า ขอให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ภายใต้บารมีแห่งพระรัตนตรัย มาอำนวยอวยพรให้กับทุกท่านที่เข้าสู่รายการพบกันทางเงาในวันนี้ ซึ่งมีความหมายที่ฝากไว้อย่างแปลกๆ ความหมายที่ฝากไว้อย่างแปลกๆ ในวันนี้ ก็เพื่อให้พิจารณาว่า ถึงเรายังจะไม่เข้าใจอำนาจบางชนิดที่กำลังบีบคั้น กดดัน รังควาน และปิดกั้นเราอยู่ เราก็ต้องพยายามอย่าให้อำนาจนั้นเกิดความรุนแรงจนเราทนไม่ไหว แล้วเราจะทำยังไงจึงจะเข้าใจอำนาจนี้ ถ้าเรายังขืนมีทิฏฐิอยู่ เราก็ไม่รู้ว่าผู้ที่ต้องพบชะตากรรมอีกหลายๆ ในรายต่อๆ ไปนั้นจะมีเราด้วยอยู่ในนั้นด้วยหรือเปล่า อะไรทำนองอย่างนี้ เพราะฉะนั้นความประมาทเป็นสิ่งที่อันตรายอย่างยิ่ง ตกลงว่าจะสื่ออะไร ก็สื่อให้ไม่ประมาท
เราขอพรจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์อันมีพระรัตนตรัย อันมีพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ และวันสำคัญทางศาสนาที่จะเวียนมาบรรจบครบอีกวาระหนึ่ง อีกประมาณ 20 วัน คือ ในวันที่ 31 เดือนพฤษภาคม คือ เดือนนี้ เป็นวันวิสาขบูชามหาปุณณมี จะมีความสำคัญอย่างยิ่งยวด
รวบรวมโดย คุณอรสา กู้เกินพงษ์
Tags :
บทความที่เกี่ยวข้อง
เราจะพยายามทำอย่างไรไม่ให้เรื่องสิ่งศักดิ์สิทธิ์ อิทธิฤทธิ์ ปาฏิหาริย์ เทพเทวดา เรื่องลึกลับ เกิดรูโหว่และเกิดช่องว่าง เราจะอุดรูโหว่และช่องว่างให้มากที่สุดได้อย่างไร
25 ม.ค. 2026
เราสร้างตามอำนาจของกิเลส ตัณหา อุปทาน ผลกรรมที่เราสร้างตกเป็นของเราไม่มีพลาดไปแม้แต่หน่วยเดียว เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่
5 พ.ค. 2026
เมื่อกายวิปริต จิตวิปลาสไปเสียแล้ว วิญญาณซึ่งปกติเขาจะมาอารักขาช่วยจิต ก็ตีกลับเป็นวิญญาณอาฆาต ความศักดิ์สิทธิ์ อิทธิฤทธิ์ ปาฏิหาริย์ เทพเทวดา สิ่งลึกลับ ก็ตีกลับ ตีรวนไปหมด แทนที่จะเป็นสิ่งดี กลับกลายเป็นเรื่องอัปมงคลไปหมดเช่นกัน
17 พ.ค. 2026
