แชร์

ศักยภาพกับศักดิ์สิทธิ์อะไรเกิดก่อนกัน ?

อัพเดทล่าสุด: 6 พ.ค. 2026
20 ผู้เข้าชม
วันที่ 11 เมษายน 2569  ครั้งที่ 37  “ถาม แอนด์ ทอล์ค”  
 
ศักยภาพกับศักดิ์สิทธิ์อะไรเกิดก่อนกัน ?
 
ครูธวัช คณิตกุล
สวัสดีกันในรายการที่ชื่อว่า ถาม แล้วก็อีกอันดัดจริตเป็นภาษาอังกฤษ ทอล์ค นาย ก. ถามนาย ข. ว่า สบายดีหรือ  นาย ข. ก็ทอล์คบอกนาย ก. ว่า สบายดี ตอนนี้นายเอทอล์คถามนาย ก. ว่า สบายดีเหรอ สบายดี  ถ้านาย ก. ถามนาย ข. ว่า มึงสบายดีเหรอ  นาย ข. จะตอบยังไง กูสบายดี …. ก็ต้องตอบกลับไปอย่างนั้น.....ถ้าถามว่า ท่านสบายดีเหรอ  ครับ ผมสบายดีครับ  สัมมายังไง สัมไปอย่างนั้น  แม่สุดจิตหรือแม่ซิมของผู้พูดสอนประจำ สัมมายังไง สัมไปอย่างนั้นนะลูก มันยังไงกันน่ะแม่ สัมมา ก็ดีมาไง  เขาดีมายังไง เราก็ดีตอบไปอย่างนั้น แล้วถ้าเขาไม่ดีมาล่ะ แม่เงียบ ไม่ตอบ  เราตอบในใจ ...... 
เพราะฉะนั้นเกิดเป็นคนยิ่งยุคนี้ ขอบอกไว้เลยนะ อย่าโง่  ค่าโง่มันแพงมากตอนนี้  ค่าโง่มันแพงมาก  เวลาเราโง่แต่ละทีมันแพ๊งแพง เพราะฉะนั้นคำว่า ไม่โง่ ไม่ได้หมายความว่า ไปทำอะไรเดือดร้อนให้กับใคร  ถ้าใครมาทำเรื่องเดือดร้อนให้แก่เรา เราก็ต้องอย่าโง่กับมัน  จัดการกับมันเหมือนกับไม่ได้จัดการ คือ ปล่อยมันไป ให้มันอยู่ตามยถากรรมของมัน 
กลับมาที่คำของดร.ป้อม หทัยกร กิตติมานนท์ how to ใช่ไหม หมอป้อมชอบพูด how to แปลว่า มันยังไงกันชีวิตเรา  อาจารย์บิวก็ชอบตอบสั้นๆ back to basic มันก็ง่ายๆ อย่างนี้แหละเกิดเป็นคน ทางนอกยังไง ทางในก็อย่างนั้นแหละ  how to กับ back to basic นะ  นี่อยู่ในรายการ “ถามแอนด์ทอล์ค” ก็ขอขอบคุณทุกท่าน ทุกคน ที่ให้เกียรติเข้ามารายการนี้ 
คนจะมากจะน้อยอย่าไปหวั่นไหว  คนจะดีจะชั่วกับเราก็อย่าไปหวั่นไหว  สำคัญตัวเรานี่แหละ  มันดีกับเรา เราก็ดี  มันชั่วกับเรา เราก็เฉย  แล้วเร่งสร้าง สร้างอะไร บนกระดานเมื่อกี้ที่อาจารย์โอ๊ตขึ้น สร้างศักยภาพขึ้นมา ขึ้นมา ขึ้นมา แล้วต่อไปข้างหน้า ชีวิตเราก็จะประสบความสำเร็จไม่ยาก อยู่บนบัลลังก์ 
เพราะฉะนั้นคำนี้ขอฝากให้ทุกคนไปช่วยคิด แล้วก็แจกจ่าย “ศักยภาพเป็นฐานของความศักดิ์สิทธิ์ ความศักดิ์สิทธิ์เป็นบัลลังก์ให้กับศักยภาพ” จะหยุดลงตรงนี้แหละ ขอขอบคุณอีกครั้งหนึ่ง เชิญอาจารย์พิธีกร 
-วันนี้มีการทดลอง “ถามแอนด์ทอล์คออนไลน์” (ผู้ฟังจากทางบ้าน)- (ให้ผู้ฟังออนไลน์ทางบ้านขานชื่อนามสกุล แล้วตอบคำถาม)
คำถาม : ศักยภาพกับศักดิ์สิทธิ์อะไรเกิดก่อนกัน ?
ครูธวัช : คำถามนี้เราจะมีรางวัลสักรางวัลนึงดีไหม เพราะว่าคำตอบเชื่อว่า คนชิงรางวัลยากนะ ที่ตอบๆ มาก็ไม่ผิดนะ แต่คำตอบจริงๆ คนที่จะชิงรางวัลนี่ยาก เราจะตั้งรางวัลอะไร 
คือยังไม่เคยเปิดเผยคำตอบให้ใครฟังนะ หรือใครอาจจะคิดออกเองแล้วก็ได้ คำตอบอันนี้เรื่องศักยภาพมาก่อน หรือศักดิ์สิทธิ์มาก่อน ฐานมาก่อนหรือบัลลังก์มาก่อน คำตอบค่อนข้างลึกซึ้ง  ให้คุณพรทิพย์ตอบไป เดี๋ยวคำตอบเห็นสมควรแล้วจะบอก อาจจะมีใครตอบถูกก็ได้นะ ตอบไปก่อน 
คุณพรทิพย์ : ศักยภาพเป็นศักดิ์สิทธิ์ที่มาจากภพชาติที่แล้ว ส่วนศักดิ์สิทธิ์ก็เป็นศักยภาพที่มาจากภพชาติที่แล้วค่ะ 
ครูธวัช : ชาตินี้สิ  อ้าว ปรบมือให้คุณพรทิพย์หน่อย 
คืออย่างนี้ ศักยภาพ ฟังทุกคนด้วยนะ ทั้งในจอ นอกจอนะ ถ้าบอกว่า “ศักยภาพเกิดก่อน หรือศักดิ์สิทธิ์เกิดก่อน  ศักดิ์สิทธิ์เกิดก่อน หรือศักยภาพเกิดก่อน”  บางคนคิดไม่ออกก็จะเอาคำตอบอันหนึ่งว่า “ไก่เกิดก่อนไข่ หรือไข่เกิดก่อนไก่” อันนั้นก็ถูก 
แต่ที่ชัดเจนของเรา ถ้าศักยภาพเป็นพฤติกรรม เกิดในชาตินี้  ถ้าศักดิ์สิทธิ์เป็นวิบากกรรม เกิดมาตั้งแต่ชาติที่แล้ว ศักดิ์สิทธิ์เป็นวิบากกรรมเกิดมาจากชาติที่แล้ว แต่ทั้งศักดิ์สิทธิ์และศักยภาพจะไม่ยอมเกิด ถ้าเราไม่มาพัฒนาศักยภาพ และภาวนาศักดิ์สิทธิ์ในชาตินี้ ศักยภาพก็จะไม่เป็นฐาน ศักดิ์สิทธิ์ก็จะไม่เป็นบัลลังก์  งงไหม  
ศักยภาพเกิดในชาตินี้คือ พฤติกรรม  ศักดิ์สิทธิ์เกิดในชาติที่แล้วคือ วิบากกรรม  แต่ทั้งศักดิ์สิทธิ์และศักยภาพจะไม่ยอมเกิด ถ้าเราไม่พัฒนาศักยภาพ แล้วไม่ภาวนาศักดิ์สิทธิ์  งงไหม  คือ มันไม่ยาก แต่มันจะสับสนนิดนึง
อ.บิว :  ก็คือว่า ที่ครูธวัชบรรยายมาเข้าใจว่า ศักดิ์สิทธิ์กับศักยภาพ  ศักดิ์สิทธิ์เป็นเรื่องของวิบากกรรมที่นำเรามาเกิดจนมาเกิดเป็น 4 5 6  ศักยภาพเปรียบเหมือนกับว่า เราก็ต้องพัฒนาตัวเราไป คราวนี้ที่สงสัยก็คือว่า พัฒนาศักยภาพ ภาวนาศักดิ์สิทธิ์ คำว่า ภาวนาศักดิ์สิทธิ์คืออะไร ตัวนี้  แอคติ้งของภาวนาคืออะไร
ครูธวัช :  ภาวนาคือ เรื่องนามธรรม ถ้าพัฒนาคือ เรื่องของวัตถุธรรม มันจึงมาเป็นเรื่องของศักยภาพ แล้วภาวนาเป็นเรื่องของศักดิ์สิทธิ์ เพราะว่าเกี่ยวกับจิต จิตก็คือ นามธรรมใช่ไหม  แล้วจิตคือ ตัวต้นเรื่องของวิบากกรรม วิบากกรรมคือ ผลกรรมที่ได้ทำไว้  
เพราะฉะนั้นถามว่า ศักยภาพกับศักดิ์สิทธิ์ใครเกิดก่อนกัน  บางคนก็ตอบบอกว่า เหมือนไก่เกิดก่อนไข่ ไข่เกิดก่อนไก่  ไก่กับไข่อะไรเกิดก่อนกันก็ได้ แต่ยังไม่ชัดเจนเท่ากับว่า ศักยภาพเกิดในชาตินี้คือ พัฒนา พัฒนาการ  ศักดิ์สิทธิ์เกิดตั้งแต่ชาติที่แล้วคือ ภาวนา ภาวนาคือ นามธรรม 
แต่ก็ต้องมาเริ่มต้นจริงๆ ทั้งศักยภาพและศักดิ์สิทธิ์ก็ต้องเริ่มต้นในชาตินี้ แต่มันมีทุนเดิมของมันมา  ทุนเดิมของศักดิ์สิทธิ์มาจากวิบากกรรม  ทุนเดิมของศักยภาพมาจากพฤติกรรม ก็คือ เริ่มต้นที่เราเกิดเป็นมนุษย์ในท้องแม่ ตั้งแต่ปฏิสนธิเลย อันนี้ศักยภาพ  
แต่ขณะที่กำลังปฏิสนธิก็คือ ศักดิ์สิทธิ์ด้วย เพราะสเปิร์มจะต้องมีอะไรพิเศษ มีอะไรเหนือกว่า ตัวที่มันเป็น 600 ล้านตัว มันต้องเป็นตัวที่ศักดิ์สิทธิ์มาก มันจึงมาเกิดปฏิสนธิ ก็เกิดจากวิบากกรรมที่เลือกสเปิร์มตัวนั้น แล้วพฤติกรรมก็เกิดจากเรื่องของวิทยาศาสตร์ก็คือ การปฏิสนธิที่พ่อและแม่ให้กำเนิด 
ลึกหน่อย ลึกนิดนึง ละเอียดหน่อยนึง แต่เราไปเวทีอื่นเมื่อไหร่วันไหน ซึ่งตอนนั้นผู้พูดอาจจะตายไปนานแล้วก็ได้ แล้วไปถูกเขาต้อนตกเวที ขายขี้หน้าอาจารย์ธวัชหมดเลย  อันนี้คงไม่งงนะ ใครงงยกมือขึ้น 
ทุนเดิมของศักยภาพ คือ พฤติกรรม  ทุนเดิมของศักดิ์สิทธิ์ คือ วิบากกรรม แต่ทั้งศักยภาพและศักดิ์สิทธิ์ก็ต้องมาสร้าง หรือมาทำให้เกิดในชาตินี้ อันนั้นเป็นแต่ทุนมา ต้นทุนเดิมมา  
ต้นทุนเดิมมาของศักยภาพก็คือ พ่อแม่ คุณภาพความสามารถของพ่อแม่ คุณภาพของไข่ของแม่ โอวารี่ โอวัม แล้วก็คุณภาพของพ่อก็คือ สเปิร์ม ใช่ไหม อันนี้คุณภาพทางศักยภาพ แต่ขณะเดียวกันก็มีศักดิ์สิทธิ์มาด้วย เพราะว่ามีอะไรมาเกิด ขณะที่พ่อแม่ให้กำเนิดเรา ก็มีสัตว์มาเกิดด้วย คือ เทวดาหรือเทพจุติ  หัวข้ออันนี้เป็นประโยชน์มากนะ ไปพูดเวทีไหนเอาให้เจ๋งๆ นะ อย่าให้เขาไล่ตกเวทีนะ อายเขาตายเลย
เอาให้ชัดๆ นะกระทู้อันนี้ เป็นเบสิคใหญ่เลยล่ะ พออันนี้เข้าใจละเอียด เข้าใจชัดเจนแล้ว อันอื่นเป็นผลพลอยได้ทั้งนั้น พลอยได้ในการใช้ชีวิต จะชนะหรือจะแพ้  
ชนะคนอื่นไม่ยาก แต่ชนะตัวเองยากที่สุดเลยนะ  มันจะแพ้อะไรรู้ไหม แพ้กิเลสตัวเอง  ส่วนมากคนชนะคนอื่นชนะไม่ยาก แต่แพ้ตัวเอง แพ้อะไร แพ้อำนาจกิเลส ตัวกูของกูนี่แหละ เสร็จเลย  ไม่มีใครวิเศษไปกว่ากู อะไรอย่างนี้ ตาย คนคิดอย่างนี้ตายเป็นเขียดเลย  เดี๋ยวเสียบรรยากาศหมด เชิญอาจารย์โอ๊ตต่อ 
คุณมนตรี :  ขออนุญาตครับ ที่ครูธวัชอธิบาย เข้าใจและเห็นด้วย แต่สงสัยว่า ในเมื่อเรากำลังพูดถึงสัตตานัง คือ สัตว์ที่มาเกิด สัตว์ก็เอามาทั้งศักยภาพและศักดิ์สิทธิ์ในวิบากกรรม  เพราะฉะนั้นมันก็ต้องเกิดมาพร้อมกัน เพราะมันคือ จุติจิต ถ้าเรามองในแง่ของอภิธรรม  อันนี้ในแง่ของพฤติกรรม พ่อแม่แข็งแรง เพราะฉะนั้นลูกก็มีโอกาสที่จะมีศักยภาพในปัจจุบัน คือ ในพฤติกรรม  แต่ว่าอย่างพรสวรรค์มันก็คือ ศักดิ์สิทธิ์ ถูกไหมครับ ซึ่งมันก็ควรจะมาพร้อมกับจุติจิต
เพราะฉะนั้นครูธวัชบอกว่า ถ้าเราไม่พัฒนาในปัจจุบัน ก็จะไม่เกิดทั้งศักยภาพและศักดิ์สิทธิ์
ครูธวัช :  มันมาพร้อมกันถูกต้อง แต่ถึงเวลาจะพัฒนากับภาวนา คือ ทำให้เจริญขึ้น ตัวพัฒนามันเห็นง่ายกว่า เพราะมันมีสังขารใช่ไหม พอปฏิสนธิปั๊บมันมีสังขาร ลูกที่อยู่ในท้องอาทิตย์แรก บางคนก็บอกแข็งแรง บางคนบอกอ่อนแอแล้ว อาทิตย์แรกก็อ่อนแอแล้วใช่ไหม ถ้าในอภิธรรมก็คือ อาทิตย์แรก หัวยื่นออกมา  2 ขายื่นออกมา  2 แขนยื่นออกมา เขาเรียกว่า ปัญจสาขา ปัญจแปลว่า 5 สาขาแปลว่า ยื่น ยื่นออกมา 5 อัน 5 ปุ่ม 
ทีนี้คนไม่เข้าใจตรงนี้ว่า ศักยภาพเริ่มพัฒนาตั้งแต่ปฏิสนธิแล้ว แต่ถามว่า ศักดิ์สิทธิ์ล่ะ ศักดิ์สิทธิ์มันก็ภาวนาแล้ว แต่มันจะต้องมาเริ่มต้นหลังจากเรารู้ รู้ รู้อะไรต่ออะไรมากขึ้นแล้ว อย่างน้อยๆ ก็เกิดมาแล้ว โตแล้วพอสมควร 
แล้วทีนี้คนโตพอสมควรบางคน ร่างกาย สรีระร่างกายมันผิดปกติ ปัญญาอ่อนไปบ้าง หรือมันเป็นโรคทางร่างกาย หรือเป็นโรคอะไรเกี่ยวกับทางด้าน มันผิดปกติทางจิต อันนี้ก็น่าสงสาร น่าเห็นใจ 
ตอนนี้ถ้าปกติแล้วมันจะต้องเริ่มต้นที่พฤติกรรมก่อน พฤติกรรมตัวเองยังทำอะไรไม่ได้ยังอยู่ในท้อง ก็เริ่มต้นจากพ่อแม่ที่จะอุ้มท้องแบบไหน จะพัฒนายังไง แต่ขณะนั้นศักดิ์สิทธิ์ก็แฝงอยู่ข้างใน ไม่ได้ถอยเลยนะ ศักดิ์สิทธิ์เขาไม่ได้ถอยเลย เขาเรียกพ่อซื้อแม่ซื้อ
คุณกำพล : เรื่องความศักดิ์สิทธิ์ครับ เมื่อคนเราส่วนใหญ่อย่างผมเอง ผมอาจจะเน้นเรื่องความศักดิ์สิทธิ์ ความศักดิ์สิทธิ์แล้วเราต่อเนื่องกับศักยภาพ  ความศักดิ์สิทธิ์สมมติว่า เราพึ่งสิ่งศักดิ์สิทธิ์ของเรา เราจะรู้ตัวตนเราได้ยังไงว่า เรามีสิ่งศักดิ์สิทธิ์หรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์นั้นช่วยเราได้ก่อนที่จะไปถึงศักยภาพครับ
-ช่วงถามแอนด์ทอล์ค-
วาทะธรรม ขำขัน ครูธวัช 
1. ศักยภาพเป็นฐานของความศักดิ์สิทธิ์ ความศักดิ์สิทธิ์เป็นบัลลังก์ของศักยภาพ
2. ศักยภาพคือ ความสามารถที่พัฒนาแล้ว ศักดิ์สิทธิ์คือ พลังลึกลับที่ภาวนาแล้ว
3. ศักยภาพมีในกลไกในพฤติกรรม ศักดิ์สิทธิ์มีกลไกในวิบากกรรม ขอจงอย่าขานรับ หรือปฏิเสธกลไกด้านหนึ่งด้านใด เพราะจะทำให้ชีวิตมืดหมดทุกข์ด้าน
คำถาม :  ทำยังไงจะเอาไปเผยแพร่ให้เด็กได้เข้าใจ
-ช่วงพักเบรก-
ครูธวัช :  ที่จริงกระทู้อันนี้สำคัญ ถ้าทบทวนให้ลึกซึ้งแล้ว คนนั้นจะเฮงขึ้น คนนั้นจะเฮงขึ้น เฮงขึ้น เฮงขึ้นเรื่อยๆ เพราะตัวธาตุรู้มันไปบันทึกเข้าไปในวิญญาณธาตุ  พอตัวธาตุรู้นี่แหละทำให้เก่ง และวิญญาณธาตุทำให้เฮง คนทั้งเก่งทั้งเฮงมันก็สบายแล้วล่ะ ใช่ไหม อย่าเผลอเฮงอยู่ข้างหน้าแล้วข้างหลังไม่ใช่เก่งล่ะยุ่ง
-ช่วงแชร์ไอเดีย   แสดงความคิดเห็น-
คุณมนตรี : คำว่า พรสวรรค์เป็นศักยภาพหรือศักดิ์สิทธิ์
ครูธวัช :  เก่งคู่กับเฮงนะ ศักดิ์สิทธิ์กับศักยภาพ ที่เราคุยกันเรากำลังคุยกันเรื่องเก่งกับเฮงใครเกิดก่อนกัน เรากำลังคุยกันเรื่องนี้
ทีนี้พอไปใช้ภาษาว่า ศักยภาพกับศักดิ์สิทธิ์มันดูมันฮาร์ด มันหนักใช่ไหม มันดูเป็นคำหนักเป็นวิชาการ เก่งกับเฮง ที่จริงเราคุยกันเรื่องเก่งกับเฮง พอไปเป็นศักยภาพกับศักดิ์สิทธิ์เป็นวิชาการอย่างอาจารย์บิวบอก 
วันนั้นเคยคุยกับอาจารย์โอ๊ตไว้ เก่งความจริงคือ รถแมนนวล (manual) สมัยก่อน จะเปลี่ยนเกียร์ต้องเหยียบคลัชก่อน รถรุ่นนี้คงหมดไปแล้วล่ะ พอเหยียบคลัชเสร็จแล้วก็เปลี่ยนเกียร์ แล้วพอจะเปลี่ยนเกียร์ก็ต้องมาเหยียบคลัชอีก
เก่งก็คือ แมนนวล (manual) แมนนวลคือ เราจะใช้คำอะไรดี เกียร์ธรรมดา แต่ถ้าศักดิ์สิทธิ์คือ ออโต้ หรืออัตโนมัติ เก่งก็คือ อัตโนมือ  เฮงก็คือ อัตโนมัติ คือ พยายามเรียนศัพท์พวกนี้เอามาเปรียบเทียบ เปรียบเทียบ ไม่ได้เฟ้อนะ แล้วเดี๋ยวธาตุรู้มันจะเกิดขึ้นมาเรื่อยๆ เกิดแล้วมันก็จะไปกระตุ้นวิญญาณธาตุ ตื่นซะทีเหอะ ร่างนี้จะได้เฮงซะที เก่งก็หลบใน เฮงก็ไม่โผล่ออกมา แย่เลย
-ช่วงแชร์ไอเดีย   แสดงความคิดเห็น-
ครูธวัช :  คำนี้ดี “แย่งกันเกิด” แซงกันไปแซงกันมา......ตกลงอะไรเกิดก่อนกัน ก็บอกแย่งกันเกิด 
ศักยภาพในตัวคนไม่เหมือนกัน แต่บางคนถ้าฝึกแล้วเหนือคนอื่น ถ้าไม่ฝึกแล้วก็ด้อยลงไปกว่าคนอื่น ตรงนี้สำคัญ  แย่งกันเกิดนะอาจารย์เป๋า (ผอ.พุทธชาติ)  ศักยภาพกับศักดิ์สิทธิ์อะไรเกิดก่อนกัน “แย่งกันเกิด” ได้อีกคำนึงแล้ว  คำนี้เก๋นะ คำเด็ดของอาจารย์เป๋านะ “แย่งกันเกิด” 
อ.โอ๊ต :  ขอบคุณทุกคนนะครับที่ขานชื่อ แล้วเราได้ถามแอนด์ทอล์คกันจริงๆ ครับในวันนี้  มีสิ่งหนึ่งที่เมื่อวานได้พูดเอาไว้อยู่ใน episode ที่ครูธวัชพูดไว้เรื่องของรายการพบกันทางเงา บอกว่าพวกเรามาอยู่ที่นี่เรามีความศักดิ์สิทธิ์สูงมากๆ ยิ่งคนๆ นั้นเกิดมามีความศักดิ์สิทธิ์สูงเท่าไหร่ ก็ยิ่งมากดทับศักยภาพมากเท่านั้น
กลับกัน ยิ่งเรามีศักยภาพเกิดมามีสูงมากเท่าไหร่ ก็กดทับศักดิ์สิทธิ์มากเท่านั้น คำว่า กดทับ มันกลายเป็นเรื่องของประเด็นว่า แล้วจะทำยังไงให้มันไม่กดทับ....
วันนี้ก็เลยบอกว่า อาจจะได้แค่ระดับของ input ก็คือ เราได้วัตถุดิบมาแล้ว แต่เรายังไม่ได้ process  process ก็คือ ขบวนการว่า แล้วเราจะทำให้เกิดได้อย่างไร เรามีวัตถุดิบแล้ว  วัตถุดิบครูธวัชพูดมาแล้วก็คือ ธาตุรู้ที่มีแล้วว่า ศักยภาพเป็นฐานของความศักดิ์สิทธิ์ ความศักดิ์สิทธิ์เป็นบัลลังก์ของศักยภาพ แล้ว process ล่ะจะต้องทำยังไงบ้าง เป็นคำถามที่เมื่อกี้นาวาเอกหญิงชมภูนุชถาม เป็นคำถามที่หลายๆ คนยังสงสัยว่า แล้วเราจะสร้าง process นี้ให้เกิดขึ้นได้อย่างไรบ้าง  มีหลายๆ อย่างที่ครูธวัชอยากให้ความรู้เพิ่มเติมเยอะมากเลยครับ เราก็เก็บไปไว้ต่อในการสนทนาธรรมในคราวหน้าครับ 

บทความที่เกี่ยวข้อง
EP. 1854    ศักยภาพกับศักดิ์สิทธิ์ เป็นเรื่องเกี่ยวเนื่องกัน หรือหนุนเนื่องกันอย่างแน่นอน โดยที่เราจะต้องสร้างสมดุลระหว่างศักยภาพกับศักดิ์สิทธิ์ขึ้นมาให้มันพอดีกัน  (อ. 20 ม.ค. 2569)
ศักยภาพกับศักดิ์สิทธิ์ เป็นเรื่องเกี่ยวเนื่องกัน หรือหนุนเนื่องกันอย่างแน่นอน โดยที่เราจะต้องสร้างสมดุลระหว่างศักยภาพกับศักดิ์สิทธิ์ขึ้นมาให้มันพอดีกัน   ที่ตัวเรามีศักยภาพที่เก่งอยู่แล้ว แต่ยังขาดความเฮงหรือศักดิ์สิทธิ์ เพราะเรายังขาดคุณความดีมากพอ เราจึงต้องสร้างพลังศักดิ์สิทธิ์ขึ้นมาเป็นอำนาจในการถ่วงดุลกันเพื่อให้เกิดความเฮง  ไม่ว่าคุณจะเก่งขนาดไหนถ้าหากไม่มีคุณธรรม จิตไม่มีความเมตตา ขาดความสงสาร ขาดความเห็นใจผู้อื่น ความเฮงก็จะไม่เกิดขึ้น ความเก่งที่รอความเฮงต้องการตัวกลางของความเก่งคือ ความมีจิตที่เมตตา
25 ม.ค. 2026
EP. 1859   เหตุที่สุขภาพใจดี ร่างกายแข็งแรงดี แต่ทำไมมันยังทุกข์ ก็เพราะวิญญาณของคุณยังมีโลภ มีโกรธ มีหลง  มีกิเลส ตัณหา อุปาทาน วิญญาณก็เลยหนัก เพราะวิญญาณของคุณไปค้านกันกับความจริงของธรรมชาติในโลกเหนือสามัญวิสัย (อ. 27 ม.ค. 2569)
เหตุที่สุขภาพใจดี ร่างกายแข็งแรงดี แต่ทำไมมันยังทุกข์ ก็เพราะวิญญาณของคุณยังมีโลภ มีโกรธ มีหลง  มีกิเลส ตัณหา อุปาทาน วิญญาณก็เลยหนัก เพราะวิญญาณของคุณไปค้านกันกับความจริงของธรรมชาติในโลกเหนือสามัญวิสัย ออร่าที่ออกมาเป็นราศีจากตัวเรา ไม่สามารถทะลุชั้นบรรยากาศได้ ก็ไปติดอยู่แค่ในอากาศซึ่งมี Space and time คือ มีเวลาเป็นตัวบังคับร่างกาย จิตใจ และวิญญาณเรา เราก็เหมือนกับผู้ต้องโทษ ไม่สามารถจะมีอิสระ ขยับกายก็ลำบาก จะขับเคลื่อนจิตก็แสนยากเพราะวิญญาณอาฆาต  พัฒนารัศมีในตัวเองออกไปให้ไปสู่ชั้นอวกาศ ในชั้นอวกาศเราอุปมาเปรียบเทียบเป็นรังสีแห่งพรหม มีความเบาบาง ผ่อนคลาย สบาย ไม่เครียด ไม่ขึง ไม่ตึง ไม่หย่อนจนเกินไป เพราะรังสีแห่งพรหมจะเกิดความเหมาะสมกับพรหมลิขิตของทุกชีวิต
29 ม.ค. 2026
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy