EP.1923 ผู้ที่ไม่เข้าใจเรื่องอำนาจลึกลับในตัวเอง พลังอยู่ในกายแล้วไม่สามารถจะระบายออกมาให้ถูกต้องได้ เป็นกรรมเก็บกดที่ทรมานมาก
อัพเดทล่าสุด: 25 เม.ย. 2026
12 ผู้เข้าชม
EP.1923 ผู้ที่ไม่เข้าใจเรื่องอำนาจลึกลับในตัวเอง พลังอยู่ในกายแล้วไม่สามารถจะระบายออกมาให้ถูกต้องได้ เป็นกรรมเก็บกดที่ทรมานมาก
เพลงออกแขกหยุดลงตรงที่ว่า คนเรานั้น ยังไม่ทันจะมีคำว่า มีสติหรือมีอะไร เสียงก็ขาดหายไปแล้ว คนเรานั้นควรจะทำอะไร คนเรานั้นควรจะคิดอะไร คนเรานั้นควรจะพูดอะไร และอะไรที่จะเป็นประโยชน์กับคนเรานั้น เดี๋ยวเรามาสนทนากัน
วันนี้เป็นวันพระใหญ่ พระใหญ่ที่แรม 14 ค่ำ เดือน 5 ปีมะเส็ง เป็นวันพฤหัสบดีที่ 16 เมษายน 69 และ 26 คือ พุทธะ และคริสต์ศักราช “อะโมฆัง ทิวะสัง กะยิรา อัปเปนะ พหุเกนะ วา” เราจะเอาเวลาวันนี้ที่เหลือมาถามกันว่า คนเรานั้นควรมี ในเนื้อเพลงควรมีสติ แต่เราจะเอาว่า คนเรานั้นควรมี มีอะไรดี เดาไม่ผิด หลายคนบอกมีเงินมีทองดีที่สุดเลย มีเงินเขาเรียกว่าพี่ มีทองเขาเรียกว่าน้อง ยากจนเงินทองพี่น้องไม่มี โบราณไปหน่อย
คติต่างๆ ทุกยุคทุกสมัย สามารถเอามาใช้ได้หมด แต่ว่ามันจะสุภาพหรือไม่สุภาพ มันก็เป็นเรื่องของความคิดของแต่ละคน อย่างที่เมื่อวันก่อนพูดไปว่า นอกจากโชว์โง่แล้วก็อย่าโชว์ห่วย ก็อาจจะมีคนเจ้าของร้านโชห่วย ก็คือ ร้านขายของชำนั่นแหละ เขาโกรธเอาง่ายๆ นะ เพราะโชห่วย ภาษาจีนเขาแปลว่า ร้านขายของชำ มีอาแป๊ะท้องพุ้ยๆ นั่งอยู่หน้าร้าน มีกระสอบข้าวสาร มีกระสอบลูกเดือย มีกระสอบน้ำตาล มีเข่งหัวหอมหัวกระเทียมอะไรนี่ เขาเรียกว่า เป็นร้านขายของชำ แต่เดี๋ยวนี้สินค้าพวกนี้มันไปทนความหนาวหมดแล้ว ไปทนความหนาวอยู่ที่ไหน ไปทนความหนาวอยู่ในห้างสรรพสินค้า
ก็อย่างนี้แหละ เมื่อยุคสมัยมันเปลี่ยนไป ก็ต้องมีการเปลี่ยนแปลง แล้วใจคอเราจะไม่มาช่วยกันคิดหาวิธีเปลี่ยนแปลงสิ่งซึ่งเป็นพลังเหนือพลัง เขาเรียกว่า เหนือสามัญวิสัย ให้มันเข้ากับยุค เข้ากับสมัยได้ ถ้าเรามีส่วนช่วยนะ ช่วยกันคิด ช่วยกันพูด ช่วยกันทำ ให้เป็นรูปแบบของการเรียนรู้ ว่า สิ่งเหนือสามัญวิสัย หรือเรื่องศักดิ์สิทธิ์ อิทธิฤทธิ์ ปาฏิหาริย์ เทพเทวดา เรื่องลึกลับ เราควรจะมาประยุกต์ ประยุกต์หรือปรับปรุงเปลี่ยนแปลงแก้ไขสู่ความเป็นสากลอย่างไรดี
ก็เพื่อคนรุ่นลูกหลานเหลนโหลนของเรา เด็กในวันข้างหน้า เขาจะได้ไม่ต้องมีความลำบากในการใช้ชีวิต โดยไม่รู้ว่าเขาเป็นอะไร เพราะว่าผู้ที่ไม่เข้าใจเรื่องอำนาจลึกลับในตัวเอง มันทุกข์จริงๆ นะ แล้วใครจะกล้าปฏิเสธหรือกล้ายืนยัน ก็ไม่กล้าปฏิเสธ ก็ไม่กล้ายืนยันว่า ที่ฆ่าตัวตาย ฆ่าตัวตายกันไปเยอะๆ ก็เพราะไม่รู้จะหาทางออกยังไง และบางทีลุแก่โทสะ ไปฆ่าผู้อื่นตายอีก ฝ่ายนึงก็ตายไป ฝ่ายนึงก็ไปติดคุก อันนี้มันเป็นเรื่องที่น่าเห็นใจแล้วน่าสงสาร เวลาผู้มีพลังอยู่ในกาย แล้วไม่สามารถจะระบายออกมาให้ถูกต้องได้ มันเป็นกรรมเก็บกด
ที่เรามีคาถาอยู่ว่า “กฎเกินเกณฑ์ เกณฑ์เกินกฎ เกณฑ์เกินกรรม กรรมเกินเกณฑ์ กรรมเกินกฎ กฎเกินกรรม กฎเกณฑ์กรรมเกินกำกับ กรรมเก็บกด” มันเป็นกรรมเก็บกดที่น่าสงสารและน่าทรมานมาก มันพูดไม่ออกบอกไม่ถูกว่า มันทุกข์ขนาดไหน คนที่มีทางในแล้วไม่ได้รับการชี้แจง หรือปรับปรุง หรือทำให้ถูกต้อง ให้เหมาะสม
ตอนนี้อีกพวกหนึ่งก็กลายเป็นว่า เชื่อเรื่องทางใน แล้วก็ไปปฏิบัติแบบคล้ายๆ กับว่า บีบคั้น บีบคั้นตัวเอง จะกลายเป็นบีบคั้นแล้วก็ทนอำนาจของความบีบคั้น รังควานแล้วปิดกั้น บีบคั้น กดดัน รังควาน ปิดกั้น ทนอำนาจอันนั้น เพราะไปคิดว่า นี่มีอาจารย์ศักดิ์สิทธิ์ อาจารย์ผู้มีชื่อเสียง เขาทักมาว่า นาย ก. มีองค์ นาง ข. มีองค์ คนมีองค์นี่ต้องสะอาดเรียกว่า สะอาดบริสุทธิ์ผุดผ่องร้อยเปอร์เซ็นต์ พันเปอร์เซ็นต์ ตัวเองก็พยายามจะทำให้บริสุทธิ์ผุดผ่องให้ได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ พันเปอร์เซ็นต์
การปฏิบัติที่ดำเนินชีวิตตามธรรมชาติ แล้วไม่เป็นไปตามธรรมชาติ ไปขัดแย้งต่อธรรมชาติ มันเป็นชีวิตที่ทรมาน ไหนทางนอกจะต้องการกิน กินให้เต็มตามความต้องการ ไหนเขาบอกว่ามีกฎ มีคนตั้งกฎขึ้นมา ห้ามว่าคนมีทางใน ห้ามกินนั่น กินนี่ กินโน่น ห้ามไปห้ามมา ไม่ต้องกินกันพอดี ผอมตาย มีกามสมมติ กิน กาม เกียรติ มีกามไม่ได้ ขออภัย ไม่ได้เด็ดขาด คิดก็ผิดแล้ว แล้วกันไม่ใช่พระอรหันต์นี่ ไม่ใช่พระคุณเจ้า แต่พระคุณเจ้าที่ไปบวชเขามุ่งหวังที่จะละลดปลดปลง เรื่องกินกามเกียรตินี่ไม่ได้เลย ก็ต้องระมัดระวัง
การแสวงหาเกียรติ คนมีเทพ มีองค์ มีทรง จะต้องไม่แสวงหาเกียรติยศและชื่อเสียงใดๆ ทั้งนั้น อันนี้เพราะมันต้องการขึ้นมา มันแอบไปแสวงนี่สิ ไม่แสวงแบบโจ่งแจ้ง แต่แอบไปแสวง ก็เป็นปัญหากันวุ่นวายไปหมด ที่แท้จริงๆ คนที่มีเทพมาลง องค์มาเข้า เจ้ามาประทับ ก็คือ คนธรรมดาคนหนึ่ง ธรรมดาและธรรมดา แต่พอธรรมดาแล้วมันต้องธรรมดา แล้วก็มีแต่ แต่ต้องใส่ใจใฝ่เรียนรู้ว่า ตัวเองถูกทักทายมาว่า มีเทพประจำกาย ตรงนี้เราจะทำยังไง ทำความเข้าใจให้ดี
พอทำความเข้าใจให้ดี เรียนรู้ให้ถูกต้อง ให้สอดคล้องกับหลักการในงานพระพุทธศาสนา ยิ่งดีและดีที่สุด เมื่อเข้าใจดีแล้วต่อไปก็กลายเป็นไม่ต้องไปโชว์โง่ คนที่แสดงความโง่ๆ ทางศักดิ์สิทธิ์ อิทธิฤทธิ์ ปาฏิหาริย์ และเทพเทวดา เรื่องลึกลับมีอีกเยอะนะ มีอีกมากนะ กลายเป็นว่า โชว์โง่ซะแล้ว เขาบอกว่า โชว์ห่วยสมัยก่อนเขาเป็นภาษาแสลง ร้านโชห่วยอย่างที่บอกแล้วว่าร้านขายของชำ แต่โชว์ห่วยภาษาแสลงเขาแปลว่า โชว์โง่ โชว์สิ่งโง่ๆ สิ่งที่ไม่เข้าท่า ห่วยแปลว่า แย่ อะไรอย่างนี้ขออภัย
ทีนี้คนไม่เข้าใจเรื่องนี้ก็ไปโชว์โง่ ไปโชว์ห่วยๆ ไปโชว์สิ่งที่ไม่ควรจะโชว์ ไปอวดอ้างฤทธิ์เดช เดชา ว่าฉันมีขนาดนั้น ขนาดนี้ ขนาดโน้น เขารู้กันมาตั้งนานแล้วล่ะลุง เด็กวัยรุ่นเขาจะย้อน เรื่องมีฤทธิ์มีเดชมันเป็นเรื่องธรรมดาซะแล้ว แต่คนมีรู้สิ คนมีรู้สำคัญ เรื่องรู้นี่เรื่องสำคัญกว่าเรื่องฤทธิ์ เรื่องฤทธิ์มันเป็นอัตโนมัติ ถ้าคุณปรับกาย ปรับจิต ปรับวิญญาณ ให้มันเป็นไปตามครรลองธรรมดาธรรมชาติ ฤทธิ์คุณไม่หายไปไหน ฤทธิ์มันคงมา คงมี แล้วคงเกิดได้อยู่เป็นที่แน่นอน แต่คุณเอาเรื่องรู้ก่อนดีไหม
เมื่อไม่รู้ เวลาแสดงฤทธิ์ก็โชว์โง่ออกไป โชว์โง่ๆ ออกไป โชว์สิ่งที่ไม่ควรโชว์ออกไป แล้วบางทีก็ไปตรงเข้ากับเนื้อเรื่องพอดี ตอนนี้คุย 5 วัน 7 วัน ไม่หยุดเลย ที่จริงมันเป็นไปตามกระแสของมัน กระแสธารแห่งศรัทธาก็จะพาไปสู่ฤทธิ์ กระแสธารแห่งปัญญาก็จะพาไปสู่รู้ ตัวรู้เกิดยากยิ่งกว่าตัวฤทธิ์ ตัวฤทธิ์เกิดไม่ยาก มันเป็นเหตุปัจจัยพร้อม มันก็เกิดเป็นฤทธิ์ขึ้น เหตุปัจจัยไม่พร้อมมันก็ยังไม่เกิดเป็นฤทธิ์ แล้วฤทธิ์ตัวนี้เขารออะไรรู้ไหม เขารอตัวรู้
ตัวฤทธิ์ที่จะก่อเกิดในตัวนาย ก. นาง ข. เขารอ รอจะเกิด หลายคนบ่นว่าทำไมฉันไม่มีฤทธิ์กับเขาสักที เขารอ รออะไร รอให้เกิดตัวรู้ แล้วตัวรู้เมื่อรู้แล้วก็จะต้องค่อยๆ พัฒนาขึ้นไป ขึ้นไป จนกระทั่งเรียกตามภาษาวิชาการว่า ศักยภาพ เราถึงยกธงบอกกันอยู่ประจำว่า ยกธงเชียร์อยู่ตลอดเวลาว่า “ศักยภาพเป็นฐานของความศักดิ์สิทธิ์ ความศักดิ์สิทธิ์จะกลับมาเป็นบัลลังก์ให้กับศักยภาพ”
เพราะฉะนั้นไม่ต้องห่วง ยังไงฤทธิ์ของคุณมีเท่าไหร่ ก็ไม่สูญหายไปไหน เร่งสร้างตัวรู้ และความเก่งกล้าสามารถ ที่สำคัญๆ ที่สุดก็คือ ความดี ความดี
ถ้าไม่มีความดี ทั้งรู้ก็เป็นความรู้ที่ไม่เป็นประโยชน์ ทั้งฤทธิ์ก็เป็นฤทธิ์ที่เป็นโทษ เพราะฉะนั้นความดีเป็นเรื่องจำเป็นจริงๆ แต่คำว่าดีนี้ไม่ต้องดีจนน่าหมั่นไส้ ดีจนน่าหมั่นไส้เป็นยังไง เดี๋ยวจะไปกันใหญ่ ขอหยุดลงแค่นี้ไว้ก่อน
มาดูผลงาน 1922 คุณปุนนภา รักษาวงษ์ มนุษย์เป็นสัตว์ที่พัฒนาได้อย่างไม่มีที่สิ้นสุด แต่ต้องพัฒนาไปกับความเก่ง คือ ศักยภาพ ควบคู่ไปกับความเฮง และเป็นความเฮงที่เกิดขึ้นจากจิตที่บริสุทธิ์ ก็จะเป็นมนุษย์ที่มีศักยภาพสูง ศักดิ์สิทธิ์มาก อันนี้เป็นวาทะของคุณปุนนภา รักษาวงษ์ ก็ขอขอบคุณคุณปุนนภา รักษาวงษ์ ชื่อเล่นดูเหมือนจะชื่อคุณอู๊ด ถ้าจำไม่ผิดนะ
เอาล่ะ เดี๋ยวอาจารย์ปัญจพล จิตติฉันท์ จะมีรายงาน และรายงานจบแล้ว เราก็จะถวายรายชื่อของผู้ที่ส่งมาทางอากาศ เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ทุกๆ คน ขอขอบคุณทุกคนที่ทนฟัง และต่อด้วยสำนวนที่หลายคนไม่ชอบ และฟังทน ขอบคุณทุกคนที่ทนฟังแล้วยังไม่แล้ว ยังบอกว่าขอบคุณทุกคนที่ทนฟัง ที่ฟังทนด้วย ขอขอบคุณ
รวบรวมโดย คุณสุกัญญา เรืองชัยไพบูลย์
บทความที่เกี่ยวข้อง
ความรอบคอบ และความรอบรู้ ต้องให้เกิดความเหมาะสม พอมนุษย์จัดสรรค์วามคิด คำพูด การกระทำให้ดี เทพก็จะมาเสกสรรชีวิตให้ แล้วธรรมชาติก็จะสร้างสรรให้ลงตัว ทั้งธรรมชาติสามัญ และเหนือสามัญ ให้ศักยภาพเป็นทัพหน้า ให้ศักดิ์สิทธิ์เป็นกำลังเสริม
25 เม.ย. 2026
ร.รู้ เมื่อตกผลึกเป็นญาณ “รู้เสียยิ่งกว่ารู้ รู้แล้วก็รู้เสียยิ่งกว่ารู้ เป็นสุดยอดของความรู้ จะนำไปสู่องค์ญาณ”
2 มี.ค. 2026
