เรื่อง ศักยภาพและความศักดิ์สิทธิ์ ที่ต้องพัฒนา - ว่าที่ร้อยตรีชยุต พลัง 27 ส.ค. 2568
อัพเดทล่าสุด: 21 เม.ย. 2026
14 ผู้เข้าชม
กราบอาจารย์ปู่ธวัช - อาจารย์ย่า บุบผา คณิตกุล
กระผมขออนุญาตนำบทความ จากจิตวิทยา สู่วิญญาณแท้ที่เป็นสากล
เพื่อจรรโลงไว้ซึ่งบทความของท่านอาจารย์ปู่ธวัช คณิตกุล ประธานที่ปรึกษามูลนิธิบรรจงสนิทและสำนักสหปฏิบัติฯ
เรื่อง ศักยภาพ และ ความศักดิ์สิทธิ์ ที่ต้องพัฒนา
ในร่างกายที่ต่างกันของหญิงและชาย มีจิตใจที่แตกต่าง คอยสั่ง และกำกับการให้เป็นไปตามวิสัย แต่บ่อยครั้งที่เกิดการขัดแย้งกันขึ้นภายในตนเอง เมื่อการสั่งการไม่เป็นไปตามประสงค์ ตรงตามความต้องการ เกิดเป็นลักษณะของจิตที่ติดนิวรณ์ในข้อ วิจิกิจฉา คือความลังเลสงสัย
นักบริหารที่มีระดับต้องเป็นผู้ที่มีบุคลิกภาพถึงพร้อม เต็มไปด้วยความมั่นใจ คือ ใช้ศักยภาพ หรือพลังแห่งอำนาจที่มีอยู่ในตน ได้อย่างถูกต้อง และเต็มที่ หากความขัดแย้งในจิตเกิดขึ้นบ่อยครั้ง ย่อมเป็นเหตุแห่งการบั่นทอนคุณภาพชีวิตของผู้บริหาร
การพัฒนาศักยภาพภายนอก เป็นการสืบต่อในส่วนของธรรมชาติเบื้องต้น คือ สัญชาตญาณ สัญชาตญาณเป็นสิ่งที่ต้องทำความเข้าใจในพื้นฐานก่อนการพัฒนาศักยภาพ
สัญชาตญาณ เป็นสิ่งที่ชี้ให้มนุษย์เกิดความต้องการอย่างดิบๆ อันเป็นผลโดยตรงจากกิเลส จึงต้องนำความตื้นลึก หนาบางแห่งกิเลส ตัณหา มาทำความเข้าใจให้ถึงพื้นฐานจริงแท้ของธรรมชาติในตัวมนุษย์ก่อน
บางครั้งมนุษย์อาจต้องสนองความต้องการตามธรรมชาติ ตามโอกาส และความสามารถ เป็นไปได้บ่อยครั้งที่มนุษย์ต้องฝึกฝืนความต้องการที่ธรรมชาติสำแดงออกมา อาศัยความคิดที่มีเหตุผล และผลทางปัญญาเข้าควบคุมด้วย สติ แล้วพิจารณาถึงข้อดี ข้อเสีย
การเป็นคนที่มีคุณภาพ ด้วยการพัฒนาศักยภาพ จำต้องควบคู่กับความเป็นคนดี มีคุณธรรม ด้วยการพัฒนาจิตใจ ความรู้เท่าทัน และปรากฏการณ์ในส่งที่อยู่ในสามัญวิสัย เป็นขั้นตอนของการพัฒนาศักยภาพ เพื่อเตรียมเชื่อมโยงการพัฒนามนภาคต่อๆ ไป
การพัฒนาศักยภาพในเบื้องต้นดังกล่าวมา เป็นเพียงการเน้นพลังอำนาจให้มนุษย์ มีความเก่งกล้าสามารถ แต่ทว่ายังไม่ถึงขั้นยอกย้อนกรรมให้เกิดความแปลกประหลาดเก่งกล้า แสดงความสามารถถึงขั้นมหัศจรรย์ เพราะสิ่งนั้นจำต้องล้วงลึกถึงขั้นของการพัฒนาศักยภาพ ที่ที่ซ่อนเร้นอยู่ในภายใน มีลักษณะเดียวกัน หรือคล้ายสิ่งมหัศจรรย์ ที่เรียกว่า ความศักดิ์สิทธิ์
ถึงจะเป็นสิ่งมหัศจรรย์ หรือความศักดิ์สิทธิ์ที่ซ่อนเร้นอยู่ในกายของมนุษย์ ซึ่งยอมรับว่า เป็นพลังที่มีอยู่ในกายของมนุษย์แล้วนั้น ยังต้องอาศัยการพัฒนา ยังจำต้องเป็นการพัฒนาที่มีเหตุ และมีผลเป็นที่ยอมรับ
ความลึกลับที่หยั่งถึงจิตวิญญาณ ที่ฝรั่งเขาเรียกว่า “SPIRIT” มุ่งพัฒนาด้วยวิธีการ ที่ฐานของจิต คือ หู จมูก ลิ้น กาย และใจ การมุ่งมั่นพัฒนาฐานของจิตให้เกิดเป็นจิตทิพย์ หรือจิตที่มีฤทธิ์ คือ มโนมยิทธิ “WILLPOWER” เมื่อมโนมยิทธิที่ครบวงจรจรย้อนออกไปหา
ศักยภาพภายนอก ย่อมเกิดเป็นปาฏิหาริย์ขึ้นภายใน แต่ปาฏิหาริย์ภายในก็ต้องมีปัจจัยจากปาฏิหาริย์ภายนอก
วิสัยผู้เป็นปราชญ์ หากประสบสิ่งใด ปราชญ์จะไม่ตัดสินทันทีว่า ดี หรือไม่ดี ถูก หรือผิด มี หรือไร้เหตุผล จนกว่ากระบวนการของการสืบหาสาเหตุอันมีขั้นตอนของการศึกษา ค้นคว้าวิจัย และเก็บข้อมูล ตลอดจนการประเมินผลแล้ว ปราชญ์จึงจะยอมรับว่าสิ่งนั้นสมควรแก่การนำมาประกาศ การยอมรับ หรือการคว่ำบาตร
การสืบหาสาเหตุแห่งทิพย์ญาณ สะพานทอดที่สำคัญ คือศักยภาพทั้งภายนอก และภายใน มีสิ่งอันควรทบทวนประกอบ ซึ่งอาจมีผู้เห็นชอบ หรือชิงชัง ครอบคลุมวิถีการดำเนินชีวิตของมนุษย์ ให้เป็นไปตามวงจรขั้นตอนของ กงเกวียน กรรมเกวียน เวียนสลับกันไปมา โดยย่อๆ ดังนี้.
องค์ประกอบแรก “ปัจจุบันนิยม” เรียกกันว่า พลังจักรวาล คือ คลื่นกรรม ซึ่งเป็นคลื่นที่เอื้อในการผสมผสานกับ “คลื่นสมอง”
องค์ประกอบที่สอง คือ “พลังปราณ” อันเป็นปฏิกิริยาที่เกิดจากการทำงานของจริตธาตุในกาย
องค์ประกอบที่สาม คือ “ภูมิปัญญา” ที่ได้รับการสั่งสอน และพัฒนาอย่างต่อเนื่อง
องค์ประกอบที่สี่ คือ “ทักษะ” หมายถึงประสบการณ์ ความชำนาญในการรับรู้และการเรียนรู้
องค์ประกอบทั้งสี่ประการ จัดเป็น องค์ประกอบแห่งกรรม กรรมเก่า และกรรมใหม่ ได้อิงอาศัยซึ่งกันและกัน
ส่วนองค์ประกอบอีกสี่ประการ
องค์ประกอบที่ 1 คือ “กาลเวลา” เป็นสิ่ง “อมตะ” เป็นปัจจัยของการเกิด การสร้าง และการดับ ของสรรพสิ่งทุกชนิด
องค์ประกอบที่ 2 คือ เกี่ยวกับ “สถานที่” ซึ่งมีความหมายเกี่ยวเนื่องกับพลังปราณ ทั้งที่ติดอยู่กับสถานที่ และเป็นสื่อที่อยู่ในกายของมนุษย์ที่มาใช้สถานที่
องค์ประกอบที่ 3 คือ “วิธีการ” เป็นโอกาสไปก็ได้
องค์ประกอบที่ 4 หมายถึง “ตัวบุคคล” องค์ประกอบนี้ มีบทบาทสำคัญยิ่ง
เมื่อสัมพันธ์กันกับองค์ประกอบที่กล่าวมาแล้ว ย่อลงมาเป็นอนุกรมให้เห็น ได้เป็น คลื่นกรรม...พลังปราณ...ภูมิปัญญา...ทักษะ.... อันเป็น องค์ประกอบของกรรม กาลเวลา...สถานที่...วิธีการ หรือโอกาส....ตัวบุคคล อันเป็นองประกอบของ “เวร”
การพัฒนาศักยภาพทั้งภายนอก และภายใน หากจำกัดขอบเขตของความกว้าง และสัมผัสขอบเขตของความลึก จากเหตุ และปัจจัยทั้งแปดประการ ให้เกิดความสมดุล ผลของการกระทำ ย่อมอำนวยให้เกิด ความเก่ง และ ความเฮง คือความโชคดี
นี่คือผลของการพัฒนาศักยภาพ ควบคู่ไปกับ ความศักดิ์สิทธิ์ ที่อยู่ในกายและนอกกาย เพื่อให้สัมฤทธิ์ เป็นผลดีแก่ชีวิตของทุกคน
เรียบเรียงโดย...บุหงา
ฉบับที่ 42 วันที่ 16 – 22 มีนาคม พุทธศักราช 2540
ด้วยความเคารพอย่างสูงยิ่ง
วินัยวุธ พันธุ์แสงดาว
บทความที่เกี่ยวข้อง
เนื้อหาสไลด์ โดย ดร.หทัยกร กิตติมานนท์
7 มี.ค. 2026
๒๗ ตัวกอที่เราชาวสหปฏิบัติฯ คุ้นเคยกันดีที่ท่านอาจารย์ธวัชมักจะกล่าวถึงอยู่บ่อยๆ เมื่อเราไม่สามารถบริหารการกระทำ หรือพฤติกรรม ไปจนถึงความสัมพันธ์ และในการบริหารพื้นที่ส่วนตัวที่ผู้เขียนขอเรียกว่าพัฒนาจิตให้ถึงขั้นที่เหมาะสมตามแต่ละบุคคล แล้วที่กล่าวมาเกี่ยวอะไรกับ ๒๗ ตัวกอที่ท่านอาจารย์ธวัชได้กล่าวไว้มีดังนี้
28 มี.ค. 2026
