บทความเรื่อง คิดทบทวนชีวิตด้วยกาลเวลา - อ.ชยุต พลังพันธุ์แสงดาว 30 ธ.ค. 2568
อัพเดทล่าสุด: 21 เม.ย. 2026
9 ผู้เข้าชม
บทความเรื่อง คิดทบทวนชีวิตด้วยกาลเวลา
บทความจากคอร์ลัม จิตวิทยา สู่วิญญาณแท้ที่เป็นสากล
เป็นบทความที่ลงในหนังสือรายสัปดาห์วิจารณ์
ของวันที่ 7 – 13 เดือนธันวาคม ปีพุทธศักราช 2540
30 ธันวาคม ปีพุทธศักราช 2568
กราบเรียน พ่อครู ปู่ ธวัช คณิตกุล แม่ครู บุบผา คณิตกุล
เรื่อง ส่งบทความย้อนยุค แค่ไม่ตกยุค เข้าสู่รายการพบกันทางเงา
กาลเวลาที่จะล่วงผ่านพ้นจากปีเก่าเข้าสู่ปีใหม่ในอีกรอบวาระหนึ่ง กระผมขออนุญาตส่งบทความย้อนยุค แต่ไม่ตกยุค ในเรื่อง คิดทบทวนชีวิตด้วย “กาลเวลา” ซึ่งมีรายละเอียดดังต่อไปนี้
“ ปรากฎการณ์ทางเศรษฐกิจที่ทรุดตัวลงในสังคมไทย และขอเพิ่มเติมเรื่องที่ปัจจุบันมีสงครามจากการรุกรานรอบด้านของนานาชาติ การทำมาหากินที่ต้องแข่งกับเวลาที่มีจำนวนยี่สิบสี่ชั่วโมงต่อวัน เงินตรา หรือรายได้ที่ลดลงมา ความเร่งเร้า รุ่มร้อนในธุรกิจ และการลนราน จากสงคราม ทำให้เกิดอาการเนือยๆ อ่อนล้าไปมาก
ธรรมชาติของสิ่งมีชีวิต และไม่มีชีวิต เช่น คน สัตว์ พืช และสิ่งของ มีสัจธรรมอยู่ว่า “เมื่อมีเกิดขึ้น ก็มีการคงอยู่ และในที่สุดก็เสื่อมสลาย หายไปกับกาลเวลาไปเป็นธรรมดา สิ่งมีชีวิตประกอบขึ้นเป็นรูป ร่าง ด้วนส่วนที่เล็กที่สุด คือเซลล์
เซลล์
→ ประกอบด้วยอะตอมและอนูนับไม่ถ้วน
→ เป็นหน่วยเล็กที่สุดของ “สิ่งมีชีวิต
ดังนั้น เซลล์ = ระบบที่เกิดจากอะตอมจำนวนมหาศาล การสร้างขึ้นของ เซลล์ แต่ละเซลล์ จะเจริญคงอยู่ และถูกทำลายไปตามความสัมพันธ์ ของสัมพันธ์ ชีวเคมี ซึ่งเป็นองค์ประกอบทางเคมีของสิ่งมีชีวิต มีการเปลี่ยนแปลงไปตามสภาพที่เกิดขึ้น และกระบวนการต่างๆ ที่ควบคุมการเปลี่ยนแปลงนั้นๆ (BIOCHEMISTRY)
สิ่งที่ไม่มีชีวิต ได้แก่วัตถุน้อย ใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นวัตถุชนิดใด ประกอบขึ้นจากสสาร (เกิดจากการประกอบกันของอนูจำนวนมหาศาล) ซึ่งเป็นสิ่งที่มีมวลสารต้องการที่อยู่ และสัมผัสได้ เช่น ทองคำ เหล็ก แก้ว เกลือ น้ำ ฯลฯ
สิ่งมีชีวิต และไม่มีชีวิต ล้วนอยู่ในลักษณะ เป็นอนิจจัง คือไม่เที่ยง เป็นอนัตตา เป็นทุกข์ ไม่อยู่ในการกำหนด และกำกับของสิ่งใด เป็นไปตามสภาพ แต่กลับไปอยู่ในกำหนด และความเป็นไป แห่งกาลเวลา คือ กาลเวลาของการเกิดขึ้น กาลเวลาแห่งการคงอยู่ และกาลเวลา แห่งการดับสูญสลายไปในเวลาหนึ่งเวลาใด
กาลเวลา ที่เป็นจุดเริ่มต้นของการเกิด ความผันแปลเปลี่ยนแปลง ของสรรพสิ่งทั้งหลาย แม้แต่ตัวกาลเวลาเอง ก็ยังเป็นสิ่ง สมมติ (เป็นควอนตั้มที่สั่นเคลื่อนไหวด้วยความถี่ที่เร็วมากๆ จนเห็นเป็นรูปเป็นร่าง) กาลเวลาก็เป็นสิ่งที่มนุษย์กำหนดให้ ว่าเป็นรูปเป็นร่าง หญิง ชาย สัตว์ต่างๆ ตามระยะถี่ห่าง
เช่น จากวินาทีไปสู่นาที จากนาทีไปสู่ชั่วโมง จากชั่วโมงเป็นหนึ่งวัน และวันหนึ่งๆ หลายๆ วันรวมกันเป็นชีวิต เพราะชีวิตประกอบขึ้นด้วยกัน เช่น วันเกิด วันแต่งงาน วันเริ่มเข้าทำงาน ตลอดไปจนถึงวันตาย คือวันสุดท้ายแห่งชีวิต
มนุษย์ ทำกิจกรรมแข่งขันกับเวลา ทั้งที่เวลา เป็นสิ่งที่มนุษย์สมมติขึ้นมาเอง แต่เวลาที่แท้จริงนั้น มนุษย์ได้มาจากโลก จากดวงอาทิตย์ จากดวงจันทร์ และจักรวาล ที่สัมพันธ์กันโดยไม่มีอำนาจใดๆ จะไปเพิ่ม หรือลด หรือยื้อหยุดเหนี่ยวรั้งเวลาไว้ได้เลย แม้แต่สักวินาทีเดียว
เรื่องกาลเวลา เป็นสิ่งเดียวในบรรดาอำนาจทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นอำนาจของสิ่งศักดิ์สิทธิ์ อิทธิฤทธิ์ ปาฏิหาริย์ หรือเทพเจ้าองค์ใดๆ หรือแม้แต่นักวิทยาศาสตร์ที่เก่งกาจ สามารถพิสูจน์ได้ และเข้าถึงสิ่งที่เป็นปรากฎการณ์ของธรรมชาติในทุกรูปแบบให้มาอยู่ในอาณัติ ก็ไม่สามารถที่เข้าควบคุม หรือพิชิต เปลี่ยนแปลง หยุดยั้ง เหนี่ยวรั้ง สิ่งอันเป็นอมตะ ก็คือกาลเวลาไว้ได้
ผู้คนในสังคมเริ่มรู้สึกว่าตนเองมีเวลามากขึ้น น่าจะได้หันกลับมาใช้กาลเวลาที่พอมี มาเอาใจใส่ผู้ที่อยู่ใกล้ตัว ใกล้ชิดกับครอบครัว ครูทั้งหลาย ผู้มีพระคุณทั้งหลาย มิตรสหายที่ดีๆ ทั้งหลายให้มากๆ และพิจารณาพื้นธรณี คือ เรือกสวนไร่นา ที่ดินที่ยังรกร้างว่างเปล่า อีกมากมายในผืนแผ่นดินไทย มาช่วยกันพัฒนาสร้างสรรค์ให้เป็น “แผ่นดินธรรม แผ่นดินทอง” ที่บรรพบุรุษ และวีรชนทหารผู้กล้า เอาชีวิตเข้าแลกไว้ให้ลูกหลานเหลนโหลน ด้วยการทำเกษตรกรรม และทำใจ
งานเกษตรกรรมทำให้เกิดการอยู่ร่วมกันอย่างอบอุ่น เป็นสังคมครอบครัว ก่อให้เกิดเป็นรูปแบบพื้นฐานประเพณี และวัฒนธรรมความเป็นไทยให้คงอยู่ ผลดีอย่างหนึ่งของคนในยุคนี้ คือ มีโอกาสนำเอาเทคโนโลยีวิชาการที่ก้าวล้ำ ได้มาเร่งรัดพัฒนาเครื่องจักรกลการเกษตร มาประยุกต์ใช้กับงานเกษตรกรรม ที่เคยทำกันมาตามธรรมชาติ สร้างความสะดวก และความปลอดภัย อีกทั้งความรวดเร็วในการเพาะปลูกพืชพันธุ์ธัญญาหาร แต่ที่สำคัญ คือ ต้องปลูกฝังจิตใจให้เจริญงอกงามไปพร้อมกับกับการเพาะปลูก
การทบทวนความคิด ให้ผสมผสานกับกระแสสังคมและเศรษฐกิจที่กำลังทวนกระแสผกผันกลับ นับเริ่มต้นความรวย ความจน ของผู้คนกันใหม่ ตามคำประชดประชันที่ว่า “คนเคยรวยมีมากขึ้นทุกวัน และคนจนที่ยังไม่เคยรวยก็มีอยู่ไม่น้อย ความรู้สึกเลื่อนลอยในความหวัง ของการที่จะตั้งตัวดูห่างไกลเสียเหลือเกิน มองเห็นที่พึ่งซึ่งเป็นสิ่งที่ทุกคนมีความเสมอภาค และเท่ากันโดยธรรมชาตินั้นไม่เคยลำเอียงแก่ผู้ใด สิ่งนั้นคือ กาลเวลา
กาลเวลา เป็นสิ่งที่มีความเป็นอมตะ ก่อให้เกิดทั้งอำนาจในการสร้างสรรค์ และอำนาจในการทำลาย ความหวังของท่านนั้นยังพร้อมที่จะสร้างสิ่งอันสมหวังในทรัพย์สินสมบัติ ได้ด้วยกาลเวลา ส่วนความทุกข์ที่เกิดจากความจน หรือความล้มละลาย ในชีวิตที่เกิดเป็นพิษแก่จิตใจ
กาลเวลาในอนาคตกาล พร้อมที่จะเป็นโอสถทิพย์อันวิเศษ ช่วยสมาน และรักษาให้ทุกท่านพ้นจากความทุกข์ทรมาน หากตั้ง สติ ทบทวนความคิดเกี่ยวกับการเวลาให้ดี
ข้อมูล อาจารย์ธวัช คณิตกุล สหปฏิบัติฯ
เรียบเรียงโดย... บุหงา
วันที่ 7 ถึงวันที่ 13 เดือนธันวาคม ปีพุทธศักราช 2540
คัดลอกตัดทอน เพิ่มเติมโดย... พันธุ์แสงดาว
30 เดือนธันวาคม พุทธศักราช 2568
อ.ชยุต พลังพันธุ์แสงดาว 30 ธ.ค. 2568
บทความที่เกี่ยวข้อง
เรียบเรียง ศาสตราจารย์ ดร สิทธิชัย สมานชาติ
29 มี.ค. 2026
เรียบเรียง ศาสตราจารย์ ดร สิทธิชัย สมานชาติ
26 ม.ค. 2026
