ความลับจักรวาล การพัวพันเชิงควอนตัมกับกรรมสัมพันธ์ คุณพรทิพย์ พุตติ 8 เม.ย. 2569
อัพเดทล่าสุด: 21 เม.ย. 2026
14 ผู้เข้าชม
ความลับจักรวาล การพัวพันเชิงควอนตัมกับกรรมสัมพันธ์
เมื่อพูดถึงเรื่องวิทยาศาสตร์ในระดับควอนตัมฟิสิกส์ เราอาจจะส่ายหัว มองว่าเป็นเรื่องไกลตัว แต่แท้ที่จริงแล้ว เราล้วนพัวพันกับควอนตัมฟิสิกส์อยู่ตลอดเวลาในชีวิตประจำวัน มันคือเรื่องของเรา เรื่องของคนที่เรารัก เรื่องของคนที่มีความสัมพันธ์กันในทิศทั้ง 6 ในกฏแห่งกรรม ในพรหมลิขิต บุพเพสันนิวาส บุพกรรม กงเกวียนกรรมเกวียนกรรมเก่าเกี่ยวกัน แบบเต็มๆเลย ถ้าหากเราเอาแว่นขยายมาส่องผ่านผิวหนัง ผ่านเซลล์จนถึงอะตอม เราจะพบความจริงที่น่าตกใจ ว่าในร่างกายเราระดับดีเอ็นเอ ทุกอย่างคือพลังงานที่สั่นสะเทือนอยู่ตลอดเวลา ทุกอนุภาคในตัวเราล้วนขยับไปตามพลังงาน ที่มีการสื่อสารหรือกระทบไปตามจังหวะของมัน
สิ่งที่พีคไปกว่านั้นคือในโลกควอนตัมมีปรากฏการณ์หนึ่งที่ชื่อว่า “การพัวพันเชิงควอนตัม” เมื่ออนุภาคสองตัวเคยไกล้ชิดกันแล้ว พวกมันจะเชื่อมต่อกันด้วยสายใยที่มองไม่เห็น ต่อให้แยกมันไปไกลคนละซีกของจักรวาล หลายล้านปีแสงถ้าตัวหนึ่งเปลี่ยนสถานะ อีกตัวจะรับรู้และเปลี่ยนตามทันทีในเสี้ยววินาที นี่คือสิ่งที่หักล้างความเชื่อเดิม ที่เชื่อว่า แสงคือสิ่งที่เร็วที่สุด เพราะสายใยนี้ทำงานทันที โดยไม่สนระยะทาง เป็นการเชื่อมถึงกันเหมือนเป็นร่างกายเดียวกัน
มีการทดลองสกัดดีเอ็นเอจากเม็ดเลือดขาว ออกไปอยู่อีกสถานที่หนึ่งห่างออกไป 80 กิโลเมตร แล้วทำให้ผู้ที่เป็นเจ้าของดีเอ็นเอ เกิดความรู้สึกต่างๆ เช่น ตื่นเต้น ตกใจ ดีใจ เศร้า สงบ ผลการทดลองปรากฏว่า ปฏิกิริยาเปลี่ยนแปลงของดีเอ็นเอจะเกิดขึ้นพร้อมๆกัน กับการเปลี่ยนแปลงของอารมณ์กลุ่มทดลองทันทีในเวลาเดียวกัน จังหวะของกราฟเหมือนกันพอดี ผลการทดลองสรุปว่า ดีเอ็นเอในร่างกายสามารถสื่อสารกับดีเอ็นเอของตัวเองที่อยู่ภายนอกร่างกายได้ในทันทีทันใด คือเป็นการสื่อสารที่อยู่เหนือมิติที่เราเข้าใจ
เช่นเมื่อลูกเกิดอุบัติเหตุรถชนขาหักที่กรุงเทพ คนที่เป็นแม่ที่อยู่ภูเก็ตจึงมีอาการตกใจกระทันหันจนทำแก้วในมือหล่นแตกใส่เท้าจนเลือดออก แล้วทำไมวันไหนที่เราหัวร้อนกลับบ้าน คนในบ้านหรือสัตว์เลี้ยวถึงรู้สึกกระสับกระส่ายตาม ทั้งที่เรายังไม่อ้าปากบ่น หรือทำไมเวลาเรานิ่งและเย็นคนรอบข้างถึงเริ่มสงบลงอย่างน่าประหลาดใจ
ในทางพุทธศาสนาเราเรียกสิ่งนี้ว่า “อิทัปปัจจยตา” เพราะสิ่งนี้มี สิ่งนี้จึงมี นั่นคือผลลัพธ์ ที่ส่งต่อกันผ่านขาใยพลังงานขนาดใหญ่ที่เราทุกคนเชื่อมโยงกันอยู่ในจักรวาล
การเชื่อมโยงระหว่างกฏความพัวพันเชิงควอนตัม กับเรื่องความสัมพันธ์ของมนุษย์หรือกรรมสัมพันธ์ก็เช่นเดียวกันมันทำงานร่วมกับวิบากกรรม กรรมที่ได้กระทำไว้ และทำกรรมร่วมกันมา คนที่เราได้มาเจอกัน สัมพันธ์กันไม่มีอะไรบังเอิญ ทุกสิ่งล้วนมีสายใยพัวพันกันมาก่อนทั้งสิ้น ยังมีแรงดึงดูดหรือแรงผลักกัน บางคนเจอกันครั้งแรกแต่รู้สึกคุ้นเคย อยู่ห่างกันแต่ยังคิดถึงกันแรง หรือบางคนมีความผูกพันหรือขัดแย้งกันแบบอธิบายยาก
ความสัมพันธ์จึงสำคัญมาก ส่งผลกันในระดับเซลล์เลยทีเดียว เราจึงต้องบริหารจัดการกรรมสัมพันธ์โดยการปฏิบัติต่อกันอย่างดีงาม ถูกต้อง เหมาะสม ไม่ไปพยายามดึงสายใยฝั่งเขาหรือบังคับให้เขาเปลี่ยนเพราะสายใยยิ่งตึงและมีโอกาสขาดได้ง่าย กลับมาดับไฟในฝั่งเราก่อน จูนความถี่ด้วยการฝึกสติ ทำจิตให้นิ่ง เพื่อเปลี่ยนสนามพลังงานรอบตัวเราให้เย็นลง มีความนิ่งเสถียร แล้วส่งแรงสั่นสะเทือนใหม่ด้วยอุเบกขาและความรักเมตตาจริงใจ เมื่อคลื่นพลังงานของคนที่มีกรรมสัมพันธ์เสถียรดีแล้วและเข้ากันได้ดี ก็จะเกิดเป็นพลังมหัศจรรย์ เป็นออร่าที่สูงขึ้นไปกระทบถึงชั้นบรรยากาศ จักรวาลได้รับรู้แล้วจะส่งรังสีปรับคลื่นสนามพลังงานใหม่ให้กับคนที่สัมพันธ์กันอย่างถูกต้อง อย่างปาฏิหาริย์ ผู้เขียนจึงคิดว่าการเรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกันด้วยความรักเมตตาและเกื้อกูลกัน เป็นฟิสิกส์ความลับของจักรวาลที่ยิ่งใหญ่ที่สุด
ลงวันที่ 8 เมษายน 2569 แม่เง็กนึ้ง
คุณพรทิพย์ พุตติ 8 เม.ย. 2569
บทความที่เกี่ยวข้อง
วันนี้ผู้เขียนได้มีความปลื้มใจและภูมิใจอย่างบอกไม่ถูก จึงขอแบ่งปันความรู้ดีๆที่ได้ หลังจากได้อ่านหนังสือ “สังฆะจะงาม-สังคมจะดี จะมีการปกครอง ต้องรองรับการศึกษา” โดยสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ป.อ.ปยุตโต)
21 เม.ย. 2026
ากบทความตอนที่แล้วกล่าวเน้นไปถึงเรื่องพลังงานของธรรมะเหนือสามัญวิสัย ที่เข้ามาเป็นคลื่นทั้งคลื่นแทรกสอด และ/ หรือคลื่นสอดแทรก แล้วจากพลังงานที่เข้ามาเป็นคลื่นแทรกจะส่งผลต่อความรู้สึก จิตใจ กาย ไปจนถึงการแสดงออกทางกายได้อย่างไร
28 มี.ค. 2026
