แชร์

ถอดรหัสลับ “เกมกลกรรม”

อัพเดทล่าสุด: 20 เม.ย. 2026
36 ผู้เข้าชม
       กลไกที่ซับซ้อนที่สุดของชีวิต กลไกที่อยู่เบื้องหลังทุกความสำเร็จ ทุกความล้มเหลว และทุกรูปแบบของโชคชะตา ที่เรากำลังเผชิญมาจาก พรหมลิขิต ยมขีดเขี่ย ส่งเกมกลกรรม มาให้เราได้พิสูจน์จิตใจ บริหารชีวิต ในเบื้องหลังการเกิด เบื้องหน้าการตาย เพื่อส่งต่อสู่เบื้องหน้าการเกิด เบื้องหลังการตายอีก ครั้งแล้วครั้งเล่าเพื่อการไปสู่จิตในระดับที่สูงยิ่งขึ้นไป หรือจะต่ำลง ก็ขึ้นอยู่กับการเล่นเกมกลกรรมในชาติภพนี้
         ปรากฏการณ์วงจรชีวิตที่ติดขัด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความรัก การเงินการงานอุปสรรค หนี้สิน โรคภัยไข้เจ็บ บุตรบริวาร คือสัญญาณของวิบากกรรมเก่าที่กำลังส่งผล คือเสียงสะท้อนจากอดีตที่ไล่ตามเรามา และข่าวดีก็คือ เรามีกุญแจที่จะไขออกให้เราแล้ว แต่เราต้องเล่นเกมให้ผ่าน เพื่อที่จะได้รหัสที่เปรียบเสมือน CODE ลับที่จะเปิดตู้เซฟ เอากุญแจดอกนั้นไปไขเพื่อเปิดประตูสู่ทางออกที่ดี
        โดยชาติภพนี้ เรามีเทพผู้ส่งเรามาเกิดและอยู่กับเราตลอดเวลาตั้งแต่เราเกิดแล้ว ท่านมีสิทธิ์ในการกำกับชีวิตในเกมนี้ มีส่วนช่วยเหลือในการที่จะป้องกัน ระงับ แก้ไข สิ่งไม่ดีที่จะเกิดขึ้น และแสดงปาฏิหาริย์ในทางที่ดีกับตัวเรา โดยมีกฏแห่งกรรมเป็นตัวกำหนด ซึ่งมีทั้งในภาคสามัญวิสัย (พฤติกรรม) และภาคเหนือสามัญวิสัย (วิบากกรรม คือผลกรรมที่ได้กระทำไว้) และมีเกณฑ์แห่งเวรเป็นตัวกำกับในเรื่องของกาลเวลา ในการรับบุญหรือบาป ซึ่งเทพจะต้องเข้ามารับผิดชอบ 
     แล้วเราจะรู้ได้อย่างไรว่าถึงเวลาเกณฑ์แห่งเวรแล้ว สัญญาณรหัสเวรมาถึงแล้วรหัสเวร 1.กาลเวลา 2.สถานที่ 3.โอกาส พิธีกรรม วิธีการ 4.บุคคล เป็นตัวส่งสัญญาณ มีทั้งบวกและลบว่าเรามีกรรมดี ไม่ดีอย่างไร และควรทำอะไร กับใคร ที่ไหน อย่างใด เมื่อใด แบบใด เท่าใด จึงจะสอดคล้องกับเวรกรรม และที่สำคัญเราต้องคบคนดี อยู่ในสถานที่ดี ตั้งตนไว้ชอบ บุญเก่าก็จะหนุนเอง
      เรื่องลึกลับซับซ้อนซ่อนเร้นปิดบังอำพราง บางที่เขาก็ส่งสัญญาณมาให้ แต่เราไม่รู้หรือแปลสัญญาไม่ออก ว่าถึงเวลาแล้วที่จะรับบุญหรือบาปจากกรรมที่ได้กระทำไว้ เมื่อถึงคราวจะรับบาป เทพท่านจะมีส่วนช่วยเราได้ แต่ท่านก็มีกติกาของเทพเหมือนกันว่ามนุษย์จะปฏิบัติตัวอย่างไร เทพท่านจึงจะมาช่วยเราได้ สิ่งที่เป็นความสำคัญมากๆ คือความสัมพันธ์ ไม่ว่าจะเป็นความสัมพันธ์ระหว่างคนกับคน ความสัมพันธ์ระหว่างคนกับเทพ จะทำให้เกิดศักดิ์สิทธิ์ อิทธิฤทธิ์ ปาฏิหารย์ ขึ้นมาได้ แต่ตัวนี้เป็นตัวเล่นแร่แปรธาตุได้มากที่สุด  เมื่อเรารู้จักกลไกกรรม เราก็จะรู้แนวทางในการทำตามกลไกแห่งเกม 
      กลไกกรรม เป็นการบริหารความสัมพันธ์ ไม่ว่าจะเป็นความสัมพันธ์ระหว่างคนกับคน (ทิศทั้ง 6)  ความสัมพันธ์ระหว่างคนกับเทพ ในกฏแห่งกรรมตามกาลเวลา ตั้งแต่ กงเกวียนกำเกวียนกรรมเก่าเกี่ยวกัน บุพกรรม บุพเพสันนิวาส พรหมลิขิต ว่าเราต้องทำอะไร กับใคร ที่ไหน อย่างใด เมื่อใด แบบใด เท่าใด เมื่อเราสัมพันธ์อย่างถูกต้องเหมาะสมกับบุคคลที่ 2 มีการสัมพัทธ์ สัมผัส สัมพันธ์ ด้วยความเมตตาจริงใจ และประสานในเรื่องศาสตร์สาระ ศาสตร์สัมพันธ์ ศาสตร์สำคัญ ที่ดีและมีประโยชน์ต่อกัน  จะกลายเป็นราศี เทพเบื้องบนก็สามารถส่งรังสีกลับมา เกิดเป็นสามเหลี่ยมมหัศจรรย์ เกิดศักดิ์สิทธิ์ เกิดผลในการแก้อาถรรพ์ชีวิตและ/หรือสร้างปาฏิหารย์ให้กับเราได้ แต่ความศักดิ์สิทธิ์นี้จะนำมาใช้ได้ก็ต่อเมื่อมีศักยภาพเป็นฐานด้วย ดั่งคาถาของสหปฏิบัติฯที่ว่า “ศักยภาพเป็นฐานของความศักดิ์สิทธิ์ ความศักดิ์สิทธิ์จะมาเป็นบัลลังค์ให้กับศักยภาพ” เมื่อมีฐานที่แข็งแรง  ก็แต่งด้วยกรรมสัมพันธ์ ที่ถูกต้องเหมาะสม จะเกิดเป็นศักดิ์สิทธิ์ คราวนี้แหล่ะฉลุย
        เมื่อวิบากกรรมมาถึง ถ้าจะช่วยตัวเองโดยที่ไม่ยุ่งเกี่ยวกับเทพ มนุษย์ก็ต้องปรับปรุง เปลี่ยนแปลง แก้ไขด้วยการเข้าระเบียบวินัยทางวิญญาณที่เคร่งครัด  ทำจิตให้สงบ (ปลง) สะอาด (ปรับ) สว่าง (เรียนรู้) สู่วิถีแนวทางการปฏิบัติตนให้ถูกต้อง เหมาะสม ดีงาม (ธรรมจริยา) ตามสัจธรรมความจริงที่ถูกต้อง ด้วยการปฏบัติจิตที่สูงมากๆ แต่ด้วยยุคสมัยเทคโนโลยีก้าวหน้า และสังคมที่เปลี่ยนไปตามวัตถุนิยมที่มนุษย์ยังละกิเลส กิน กาม เกียรติ ไม่ได้ตามกฏเกณฑ์กติกาที่ตั้งไว้ สหปฏิบัติฯ จึงมีแนวทางประยุกต์ เพื่อให้มนุษย์ได้เรียนรู้และปฏิบัติตัวได้สอดคล้องและไม่ขัดต่อการใช้ชีวิตที่เป็นอยู่ตามยุคตามสมัย เริ่มจากทำกิจกรรม 3 กิจกรรมคือ 1.กิจกรรมของชีวิต 2.กิจกรรมของหน้าที่ 3.กิจกรรมของกรรมเก่า มีการปฏิบัติ 3 ส.คือสวดมนต์ ทำสมาธิ สนทนาธรรม และบวกด้วยพิธีเทพากรรมฐานเพื่อเป็นการบูรณาการงานทางมนุษย์ครึ่งหนึ่ง ทางวิญญาณครึ่งหนึ่งตามสิทธิสัญญากรรมลิขิตพรหม มีการศึกษาเรียนรู้ธรรมะทั้งสองภาค ทั้งภาคสามัญวิสัยและเหนือสามัญวิสัย ความรู้ในเรื่องศาสตร์ 5 เก่ง 5วิชา 5ปรากฏการณ์ 5แรง / ความรู้ในเรื่องนามบัตร 9 ช่อง มนุษย์ เทพ ธรรม จิตวิทยา วิญญาณแท้ สากล สัมพันธ์  พันธะ อิสระ เติมความรู้ทั้งทางนอกและทางในใส่ลงไปในคลังสมอง สโตร์อารมณ์ ให้อาหารทางวิญญาณคือวิญญาณธาตุ เป็นธาตุรู้ (ธาตุ+วิญญาณแท้)  วิญญาณแท้ (วิญญาณ+ธาตุรู้) เพื่อจะได้ปรับวิญญาณ ปรับปราณ ดิน น้ำ ลม ไฟ วิญญาณธาตุ อากาศธาตุ ให้เหมาะสม และกลับไป Back to basic สู่การปรับจิต ประสานกับธรรมะ 3 หมวด 12 ข้อ (พรหมวิหาร4, อิทธิบาท4, สังคหวัตถุ4) ทั้งหมดนี้เพื่อการขัดเกลาจิตให้ สงบ (ปรับ) สะอาด (ปรับ) สว่าง (ความรู้) 
        มนุษย์เป็นสัตว์ที่ต้องฝึก และฝึกได้ แถมฝึกตัวเองได้อีก ฝึกได้แบบไม่มีที่สิ้นสุด มนุษย์เป็นสัตว์ที่ประเสริฐด้วยการศึกษา ทั้งเรื่องสามัญวิสัย และเหนือสามัญวิสัย ทั้งทางนอกและทางใน ทั้งเรื่องพฤติกรรมและวิบากกรรม ทั้งเรื่องศักยภาพและศักดิ์สิทธิ์ 
         วิบากกรรมแก้ไขได้มั้ย จะแก้ไขโดยสิ้นเชิงก็ไม่ได้ จะแก้ไขไม่ได้ก็ไม่เชิง บางอย่างต้องมาลดพฤติกรรม บางอย่างต้องมาเพิ่มพฤติกรรม คือเราสามารถแต่งกรรมได้ การยอมรับไม่ใช่การยอมจำนน ยอมรับเพื่อที่จะก้าวต่อไปอย่างถูกต้อง ข่าวดีก็คือ ถึงเราไม่สามารถเข้าไปแก้ไขอดีตได้ แต่เราสามารถเปลี่ยนแปลงผลกระทบของมันและสร้างอนาคตใหม่ได้ ด้วยจิตและพฤติกรรมของเราในปัจจุบันขณะ สหปฏิบัติฯสอนให้ตั้งตนไว้สู้กับกรรมด้วยศักยภาพและศักดิ์สิทธิ์ ด้วยความเก่งและเฮง อย่างมีศาสตร์และศิลป์  
         รหัสกรรม จึงเป็น CODE ที่ผสมผสานด้วยพลังที่จะปลดล๊อคตู้เซฟ เพื่อเอากุญแจในนั้น ไปไขประตูออกสู่อิสรภาพ อิสระทางจิตใจ  
1. คลื่นพลังกรรม มีทั้งคลื่นที่มีเข้ามาเป็นคลื่นวิบากกรรม (คลื่นสอดแทรก) คลื่นมนุษย์ คลื่นกรรมนิมิต คลื่นเทพ (คลื่นแทรกสอด) มีทั้ง ต่างคลื่นความถี่ และต่างคลื่นต่างความถี่ ปรับคลื่นในตัวเราให้เสถียร เพื่อป้องกันคลื่นไม่ดี (คลื่นพลังกวนกรรม) ที่เป็นเหตุให้เราคิด พูด ทำ ผิดๆ พลาดๆ และรับคลื่นดี (คลื่นพลังเสริมกรรม) ปรับคลื่นภายในตัว ให้เป็นคลื่นปกติ ให้สมดุล ปรับจิต ปรับใจ ปรับอารมณ์ ฉะนั้นต้องนิ่งที่สุด สิ่งที่ช่วยได้คือ “อุเบกขา”  และ “อทุกขมสุขเวทนา” เพื่อสกัดกั้น แก้ไขคลื่นพลังกวนกรรมที่เข้ามาตามวาระ ปรับให้เป็น “รังสีแห่งพรหม” ไม่งั้นจะกลายเป็น “ยมรังสี” เพราะจิตขาด “เมตตา” แต่เรามีวิธี มีเกมกลกรรมในกลไกกรรม กติกาเทพองค์ไหนก็ไม่สัมฤทธิ์เท่า “กติกาแห่งพระพรหม”
2. พลังปราณ มาจากปฏิกิริยาภายใน อารมณ์ ฮอร์โมน เคมี และปฏิกิริยาในภายใน คือเวทนา ปราณ ราศี ทำยังไงปราณในตัวถึงจะผสมผสานกันอย่างพอดีไม่อ่อนไปหรือแรงไป ก็ต้องปรับเริ่มจากตัวเราเอง จากอารมณ์ ซึ่งต้องอาศัยทั้งธรรมชาติสามัญวิสัย เรื่องร่างกาย การใช้ชีวิต กิน อยู่ หลับนอน เป็นสิ่งที่เป็นธรรมชาติ ตามกฏของธรรมชาติ ไม่ฝืนธรรมชาติ เพื่อผลที่จะเป็นไปตามกฏของธรรมชาติ และธรรมชาติเหนือสามัญวิสัยปรับให้สมดุลกับวิบากกรรม เมื่อคลื่นพลังกรรมเข้ามาประสานกันกลมกลืนกันพอดีก็ไม่เกิดเป็น “พิษ” แต่ผลักดันให้เป็น “ฤทธา” เก่งกล้าสามารถ แต่บางที บางคนพลังปราณในตัวยังไม่พอ ที่จะรับกับคลื่นพลังกรรมที่เข้ามา ต้องอาศัยผู้ไกล้ชิดช่วยปรับเช่นพ่อแม่ ครูบาอาจารย์ หรือผู้ที่มีเมตตาต่อเรา
3. (พลังแห่ง) ภูมิจิต ภูมิธรรม ภูมิปัญญา คือ การรับรู้-เรียนรู้ เพื่อพัฒนาจิต คุณธรรม ปัญญา 
-ภูมิจิต ระดับความพัฒนา ระดับจิตใจ ขั้นของความรู้สึกนึกคิดและการรับรู้ของคน  ง่ายๆ คือ ระดับความสูง-ต่ำของใจ เช่น คนโกรธง่าย หงุดหงิดง่าย ภูมิจิตยังต่ำ ถูกอารมณ์ครอบงำ หรือคนที่รู้สติ รู้ทันอารมณ์ ใจนิ่ง ภูมิจิตสูงขึ้น คนมีเมตตา ภูมิจิตยิ่งสูง  
-ภูมิธรรม ระดับของคุณธรรมความดี และความเข้าใจในธรรมะของแต่ละบุคคล(ความสูงของจิตใจในด้านความดี) เช่น 
คนที่รู้ผิดชอบชั่วดี แต่ยังเผลอทำผิด (ภูมิธรรม ระดับต้น)
คนที่ควบคุมตนเองได้ มีศีล มีเมตตา (ภูมิธรรม ระดับกลาง)
คนที่เข้าใจชีวิตตามความจริง ปล่อยวาง ไม่ยึดติด (ภูมิธรรม สูง)
-ภูมิปัญญา  ระดับความรู้ความเข้าใจ และความสามารถในการคิดอย่างมีเหตุผล และนำไปใช้ได้จริง เป็นความฉลาดที่ผ่านการเรียนรู้ และประสบการณ์ (ระดับ ความรู้ที่ลึกซึ้งความเข้าใจในการใช้ความรู้) 
ฝึกทั้งเรื่องจิตและสมาธิและเรียนรู้ เพื่อยกระดับจิตใจ ยกระดับความดี ยกระดับปัญญา เป็นปัญญาที่แตกฉาน ทั้งทางนอกและทางใน และเรียนรู้ควบคู่กันไปทั้งเรื่อง 1.สามัญวิสัย-เหนือสามัญวิสัย 2.วิทยาศาสตร์-ไสยศาสตร์  3.ลึกซึ้ง-ลึกลับ 4.สากล-ชอบกล 5.รับรู้โดยที่รู้ว่ารับรู้-รับรู้โดยที่ไม่รู้ว่ารับรู้  6.แหงนมองมนุษย์ต่างดาว-เหลียวหลังดูไดโนเสาร์  7.ศักยภาพ-ศักดิ์สิทธิ์     
4. (พลังแห่ง)ทักษะความชำนาญ ความรู้ตกผลึก ฝึกตนจนมีทักษะความชำนาญคือศักยภาพ เก่ง กล้า สามารถ พร้อมด้วยคุณงามความดี เพื่อเป็นฐานให้กับความศักดิ์สิทธิ์  ความรู้ตกผลึก จากความเชื่อสู่ศรัทธา จากความรู้สู่ปัญญา ยกระดับให้เป็นปัญญาที่แตกฉาน รับรู้คิดจำ จำได้หมายรู้ รู้แจ้งแทงตลอด คือมีทั้ง 2 รอ ร รู้ และ ร รู้สึก (ฌาน-ญาณ) จะเกิดเป็นศักดิ์สิทธิ์ เพื่อกลับมาเป็นบัลลังค์ให้กับศักยภาพ เพื่อเป็นนำทางที่จะนำพาเราไปสู่อิสรภาพรับรางวัลชีวิตที่แท้จริงทั้งทางนอกและทางใน
        
         

noimageauthor
พรทิพย์ พุตติ
บทความที่เกี่ยวข้อง
ขี้สงสาร–ขี้อิจฉา : คู่แฝดพายุอารมณ์
การพัฒนาแบบ “อ าพรางเพื่อความอ าไพ” จากเคมีในสมองสู่การยกระดับจิตวิญญาณ Issue 18 เรียบเรียง ศาสตราจารย์ ดร สิทธิชัย สมานชาติ
11 เม.ย. 2026
ครูผู้มีคุณสมบัติ 7 ประการของกัลยาณมิตร คุณพรทิพย์ พุตติ  7 เม.ย. 2569
วันนี้ผู้เขียนได้มีความปลื้มใจและภูมิใจอย่างบอกไม่ถูก จึงขอแบ่งปันความรู้ดีๆที่ได้ หลังจากได้อ่านหนังสือ “สังฆะจะงาม-สังคมจะดี  จะมีการปกครอง ต้องรองรับการศึกษา” โดยสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ป.อ.ปยุตโต)
21 เม.ย. 2026
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy