๕ วิชา ๕ เก่ง ๕ แรง ๕ ปรากฏการณ์ อธิบายค.ส.พ. ของธรรมะสามัญวิสัย และเหนือสามัญวิสัย (Part IV) ดร.วันพร จาปะเกษตร์ 30 ต.ค. 2568
อัพเดทล่าสุด: 28 มี.ค. 2026
4 ผู้เข้าชม
ดร.วันพร จาปะเกษตร์ 30 ต.ค. 2568
๕ วิชา ๕ เก่ง ๕ แรง ๕ ปรากฏการณ์ อธิบายค.ส.พ. ของธรรมะสามัญวิสัย และเหนือสามัญวิสัย (Part IV)
บทความตอนก่อนได้ทิ้งท้ายไว้ถึงปรากฏการณ์ทั้ง ๕ จะเป็นเสมือนแผนที่ให้กับเราเดินทางที่ถูก แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าให้ปรากฏการณ์ ๕ นำทางเราซะทีเดียว แต่เป็นผู้ช่วยให้เราเข้าถึงเส้นทางเดินชีวิตที่ไปถึงความสำเร็จ ปรากฏการณ์ ๕ คือ ศักดิ์สิทธิ์ อิทธิฤทธิ์ ปาฏิหาริย์ เทพเทวดา สิ่งลึกลับซ่อนเร้นปิดบังอำพราง แล้วศักดิ์สิทธิ์คืออะไร ใช่พระพุทธรูป และเทวรูปหรือเปล่า ทั้ง ๕ ปรากฎการณ์นั้นเป็นพลังงานที่ต้องอาศัยรูป หรือสสารในการสำแดงพลานุภาพ ไม่ว่าจะเป็นสสารอนินทรีย์ คือ สสารที่เป็นเคมีไม่มีชีวิต ก็คือ พระพุทธรูป เทวรูป สถานที่ต่างๆ และสสารอินทรีย์ คือ สสารเคมีเป็นองค์ประกอบของสิ่งมีชีวิต หรือสสารทางชีวภาพ หรือก็คือ ร่างกายมนุษย์ ถ้าไม่มีสสาร พลังงานก็เป็นสนามพลัง อยู่ในที่ว่างแต่ไม่มีปฏิกิริยาใดๆ ถ้าไม่มีสสารเข้ามาสัมพันธ์
เราจะเห็นภาพของสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่อยู่ในวัตถุที่ถูกสร้างเป็นรูปลักษณ์ของเทพตามความเชื่อของศาสนาต่างๆ เช่น พราหมณ์ อินดู คริสต์ รวมถึงศาสนาพุทธที่มีพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ที่เราเคารพ แต่เราได้เคยตั้งคำถามหรือไม่ว่า ความศักดิ์สิทธิ์นั้นมาจากที่ไหน แล้วมาสัมพันธ์กับมนุษย์ได้อย่างไร แล้วมาอยู่ในตัวมนุษย์ได้อย่างนั้นหรือ ผู้เขียนไม่ได้มีเจตนาลบหลู่ความเชื่อ เพียงแต่ทำความเข้าใจตามความเห็นเท่านั้น สมัยที่ยังเด็กผู้เขียนได้รับการบอกเล่าจากผู้ใหญ่ว่า พระองค์นี้ศักดิ์สิทธิ์ มีฤทธิ์บันดาลอย่างนั้น อย่างนี้ ก็เชื่อเพราะผู้ใหญ่บอก เมื่อโตขึ้นมาก็เข้าใจว่าพระพุทธรูปนั้นศักดิ์สิทธิ์เพราะพลังศรัทธา และความเชื่อเหนี่ยวนำให้พระพุทธรูป และเทพองค์ต่างๆ นั้นศักดิ์สิทธิ์เกิดผลสำเร็จแก่มนุษย์ก็ด้วยอิทธิฤทธิ์ของท่าน จากนั้นได้มีเรียนรู้จากท่านอาจารย์ธวัชเพิ่มเติมว่า ด้วยปรากฏการณ์จาก ๔ ปัจจัย คือ เวลา สถานที่ บุคคล พิธีกรรม หรือวิธีการ ที่ส่งผลให้เกิดความศักดิ์สิทธิ์ขึ้นในช่วงเวลาสถานที่ ที่มีบุคคลที่มีกรรมสัมพันธ์มาร่วมกันทำกิจกรรมด้วยพลังศรัทธา และปัญญาเข้ามาผสมผสานเป็นพลังงานรวมร่วมกัน เพื่อให้กิจกรรมดำเนินไปได้อย่างสำเร็จลุล่วงไปด้วยดีเป็นมงคลเกิดความศักดิ์สิทธิ์ขึ้น นอกจากนี้เทพ เทวดาท่านคงมามีส่วนร่วมในการประกอบกรรมดีของบุคคลด้วย โดยเฉพาะงานทางพระพุทธศาสนา เพื่อสร้างบารมีของท่าน และตามกรรมสัมพันธ์ในวิบากกรรมที่มีกับบุคคลนั้นๆ ตามคำกล่าวของท่านอาจารย์ธวัชว่า “มนุษย์จัดสรรค์ เทพเสกสรรค์ ธรรมชาติสร้างสรรค์” ส่วนเพิ่มเติมให้ความเข้าใจในเรื่องเทพความศักดิ์สิทธิ์ให้สมบูรณ์มากยิ่งขึ้นคือ ท่านสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ ป. อ. ปยุตโต ท่านได้กล่าวเอาไว้ในหนังสือเหนือเทพ คือ ธรรม ตอนหนึ่งว่า หลักของเรื่องเทวดามีอยู่ ๒ ข้อ คือ หนึ่งหลักความสัมพันธ์ของเทพกับปูชนียวัตถุสถานในพระพุทธศาสนา สองหลักความสัมพันธ์ของมนุษย์กับเทพ หลักที่หนึ่ง คือ ในพระพุทธรูปที่เป็นอนินทรย์สารก็มีเทพคอยดูแลรักษาอยู่ และเทพเหล่านั้นคอยรับงานที่เกี่ยวข้องมาบันดาลตามฤทธิ์ของท่านให้สำเร็จผล ไม่ใช่องค์พระสัมมาฯ ท่านมาบันดาลโดยตรง หลักที่สอง คือ มีธรรมมาเป็นเกณฑ์ ทั้งเทพ และมนุษย์ โดยมนุษย์ที่มีภูมิธรรมเป็นคนดี เทพท่านจะมาดูแล ช่วยเหลือตามกรรมสัมพันธ์เอง โดยไม่ต้องติดสินบนขอให้สมปรารถนา มนุษย์ช่วยเทพได้โดยเชิญท่านมาฟังธรรม อุทิศบุญกุศลให้กับท่าน ร่วมกันประกอบกรรมดีเป็นธรรมะที่ทั้งเทพ และมนุษย์มาบรรจบกันด้วยดี ผู้เขียนขอยกมากล่าวเพียงส่วนหนึ่งจากหนังสือของท่าน ในส่วนหมอดูที่ทำนายแม่น และผู้ที่มีฤทธิ์ต่างๆ ผู้เขียนก็เข้าใจว่า คงเป็นพรสวรรค์พิเศษเฉพาะตัวของคนๆ นั้นเอง คือ เกิดมาแล้วมีความสามารถ มีซิกเซนต์ หรือฤทธิ์ที่ส่งเสริมให้เกิดความศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งเป็นทักษะเฉพาะตัวพิเศษ ไม่น่าจะฝึกมีกันได้ เพราะเมื่อก่อนไม่เคยมีใครบอกผู้เขียนว่า มนุษย์นั้นสามารถเพิ่ม หรือพัฒนาความศักดิ์สิทธิ์ขึ้นมาได้ จนผู้เขียนได้มาพบกับอาจารย์หมอน้อยที่ให้ผู้เขียนมีโอกาสเรียนรู้สมาธิ จากสมถะสู่วิปัสสนาที่เหมาะสมกับผู้เขียน และอาจารย์ธวัชที่บอกเล่าให้เข้าใจความศักดิ์สิทธิ์ในตนมาเสริมศักยภาพในตัว ถ้าเรียนรู้อย่างถูกวิธีให้เข้าใจ นอกจากนั้นยังสามารถพัฒนา หรือสร้างความศักดิ์สิทธิ์ในตัวเองได้อีกด้วย
แล้วผู้อ่าน หรือผู้ฟังเคยตั้งคำถามหรือไม่ว่า พลังศักดิ์สิทธิ์ อิทธิฤทธิ์ในตัวมนุษย์มีที่มาจากไหน ถ้าจะกล่าวแบบโบราณก็มาจากบุญที่ได้ฝึกปฏิบัติสะสมไว้จากภพชาติก่อนๆ ที่มาในร่างใหม่พร้อมกับจุติเทพ องค์ใน กายทิพย์ ถ้ายิ่งมีดวงวิญญาณเก่าแก่ก็คงมีองค์ใหญ่ มีดวงใหญ่ก็คงมีพลังศักดิ์สิทธิ์ อิทธิฤทธิเยอะ แล้วเคยสงสัยหรือไม่ว่า องค์คนคนนั้นจะสามารถใหญ่ขึ้น หรือเพิ่มระดับชั้นได้หรือไม่ หรือเกิดมามีองค์ใหญ่แค่ไหนก็แค่นั้นหรือเปล่า ตามความเห็นผู้เขียน องค์ในสามารถเพิ่มระดับขึ้นได้ เช่นเดียวกับดวงที่สามารถใหญ่ขึ้น หรือดีขึ้นได้ แต่ก่อนจะเพิ่มระดับขององค์ใน เราก็ต้องเข้าถึงระดับขององค์ในปัจจุบันก่อน แล้วระดับขององค์วัดกันที่ตรงไหน ผู้เขียนคงไม่สามารถตอบแบบฟันธงลงไปได้ แต่คงเกี่ยวกับความเก่าแก่ของวิญญาณ และพรหมลิขิตตามวิบากกรรมที่ประกอบจากบุญ และบาปที่ได้กระทำมาของบุคคลคนนั้นจากภพก่อนชาติก่อนมารวมกันอยู่ในร่างปัจจุบัน โดยมีจุติเทพเป็นผู้นำวิบากกรรมจากภพก่อนพร้อมจุติวิญญาณเพื่อมาอยู่ในร่างใหม่ เป็นจุติจิตมารวมกับปฎิสนธิจิตอยู่ในเซลล์ตัวอ่อน เริ่มต้นที่มีโครโมโซมครบ ๒๔ คู่ คือ จากมารดา ๑๒ คู่รวมกับบิดาอีก ๑๒ คู่ จากนั้นเริ่มพัฒนาการต่อมาเป็นตัวบุคคล ก็เป็นการกล่าวแบบคร่าวๆ รวมๆ อาจจะมีโอกาสได้กล่าวลงลึกภายหลังในเรื่องก่อนเกิด หลังตาย ผู้เขียนเคยสนทนากับท่านอาจารย์ธวัชเกี่ยวกับเรื่องขององค์ว่า มีการเปลี่ยนแปลงไปตามบุคคล ตามกาลเวลาตามการเจริญเติบโตของจิตวิญญาณภายในตัวของบุคคล ยกตัวอย่างว่า พระพรหมลิขิตให้บุคคลมีระดับองค์อยู่ที่พรหมชั้นที่ ๕ แต่เริ่มต้นบุคคลอาจจะมีระดับจิตวิญญาณ ความเมตตาอยู่ที่พรหมชั้นที่ ๑ แต่ด้วยการผ่านประสบการณ์ ปัญหา อุปสรรค ความทุกข์ ศัตรู มิตร ความสุข การรับมือผ่านสิ่งเหล่านั้นมาด้วยความคิดแบบใด จิตวิญญาณแบบใดเกิดขึ้นเมื่อผ่านสิ่งเหล่านั้น เช่น เป็นจิตวิญญาณที่เรียนรู้เกิดปัญญาจากประสบการณ์เหล่านั้น จนเติบโต พัฒนาขึ้น อีกทั้งบ่มเพาะความเมตตาในจิตวิญญาณให้สูงขึ้น ระดับขององค์ก็เพิ่มขึ้น ปรับระดับขึ้นตามจิตวิญญาณที่พัฒนาขึ้นเช่นกัน จากพรหมชั้นที่ ๑ ขยับขึ้นไปเรื่อยๆ จนถึงชั้นที่ ๕ บุคคลนั้นก็สามารถพัฒนาจิตวิญญาณของตนได้ถึงที่พระพรหมลิขิตไว้ อันที่จริงขณะที่บุคคลเรียนรู้พัฒนาตนไปนั้นก็เท่ากับแก้วิบากกรรมที่เป็นบาปไปด้วยอยู่แล้วในตัว เมื่อเรามีความเข้าใจดียิ่งขึ้นว่าอะไรที่ทำแล้วไม่ดี เราจะปรับมุมมองความคิดให้ดีขึ้น เพื่อใช้ชีวิตให้ใจทุกข์น้อยลงอย่างไร ผู้เขียนขอยกไปกล่าวต่อในบทความหน้า
“ธรรมชาติมีมากกว่าที่เรารับรู้ผ่านประสาททั้ง ๕ ถ้าจะเข้าให้ถึงความจริงก็ต้องใช้ประสาทที่ ๖ คือ ใจ จิต มโน วิญญาณมารับทั้งรู้สึก และรู้ให้ถูกต้อง”
ฟ้าคราม (Indigo sky)
Tags :
บทความที่เกี่ยวข้อง
จากสำนวน
1คนเก่งที่ดีจริงๆ มีน้อย
2คนเก่งที่ D.D.T ดีเป็นทีที มีปานกลาง
3แต่คนเก่งคนดีประเภทที่เราคิดว่าเขาเก่งเขาดีแล้วก็กลับกลายเป็นต้องเรียกเขาด้วยเสียงสูงเหมือนที่คนจีนเรียกพี่ชายด้วยภาษาจีน...
28 มี.ค. 2026
จากตอนที่แล้วกล่าวถึงการฝึกฝนภายในตัว หรือก็คือจิตเป็นปัจจัยภายใน และทิ้งท้ายไว้ถึงปัจจัยภายนอกที่เป็นกรรมสัมพันธ์ หรือตัวเรากับผู้อื่น แต่สหปฏิบัติฯ ได้กล่าวไว้ถึงธรรมะสองภาค คือ ธรรมะในสามัญวิสัย และเหนือสามัญวิสัย ก็ต้องกล่าวถึงคลื่นพลังกรรม, เทพที่อยู่ใน และนอกตัวมนุษย์ แล้วทั้งกรรมสัมพันธ์, คลื่นพลังกรรม และเทพเกี่ยวอะไรกับ ๒๗ ตัวกอ
28 มี.ค. 2026
วันนี้ชวนคุยเรื่องของจิต ในอีกแง่มุมหนึ่ง โดยมีแก่นเรื่องจากสำนวนไทย"ฤๅษีเลี้ยงลิง" เรื่องมีอยู่ว่า.
28 มี.ค. 2026
