14 ก.พ. 2569 ปฏิบัติธรรม ครั้งที่ 35 เล่นของ กับ ของเล่น
อัพเดทล่าสุด: 27 มี.ค. 2026
2 ผู้เข้าชม
-สนทนาธรรมก่อนปฏิบัติธรรม-
......บางช่วงของผู้พูดแทบไม่มีเวลากินข้าวเลย แต่อีกทีหนึ่งคุณต้องโดดเด่นจริงๆ พอโดดเด่นจริงๆ ถึงเวลาคนมันมาเอง มันแสวงหาเอง ผู้พูดตั้งใจว่าถ้าขึ้นมาแล้วถ้าเกิดมีคนมาแบบสมัยบ้านเก่าที่ปากเกร็ด หรือเมืองนนท์ ผู้พูดก็จะขอให้ทุกคนแบ่งหน้าที่ไปดูแลรับแขกเป็นชุด เป็นแถบๆ ไป แล้วต่อไปก็ไปแยกออกไปว่า สมมตินาง ก. ได้แขกไป 50 คน ก็คุยสนิทสนม 50 คน พอไปเปิดสำนักที่หนึ่งที่ใด 50 คนนี้ก็ตามไป ขึ้นอยู่กับว่าคุณสามารถที่จะครองใจเขาได้ไหม
แต่ว่าครองใจต้องระวังอย่างหนึ่งก็คือ ความจริงใจ ไม่ใช่ไป เหลาะแหละๆ หลอกเขา อย่าหวัง คนสมัยนี้เขารู้ทันกันหมด เตาะแตะๆ เหลาะแหละๆ
นาง ข. จำไว้นะ ยังมีอนาคต แล้วเสร็จแล้วร่างทรงแบบโบราณไม่ได้ ต้องประยุกต์ บางทีกลับมาอย่างเมื่อวานนี้ เวอร์ชั่นใหม่นี่อะไร “เล่นของกับของเล่น” ถ้าได้โอกาสเพลงพวกนี้ คำ wording เหล่านี้ ก็จะเป็นที่สนใจดึงดูดคนเข้ามา แต่ตอนนี้เศรษฐกิจมันกำลังจะตาย กำลังจะตายมิตายแหล่ ต้องเข้าใจ ทำอะไรที่จะรวมพลยาก.....
.......แต่สิ่งที่ทำทุกวันนี้ คือห่วงว่า คนจะงมไม่พบความจริง อย่างยกตัวอย่างสดๆ ร้อนๆ “เล่นของกับของเล่น” ใครเข้าใจข้อเท็จจริงเท่าไหร่ คนที่เข้าใจส่วนมากหยิบของเล่นขึ้นมาชิ้นหนึ่ง แล้วทำอะไรบางอย่าง อธิษฐานอะไรบางชนิด ของเล่นชิ้นนี้กลายเป็นของที่สามารถทำของได้
ตรงกันข้าม ที่เขาทำของ อย่างตุ๊กตาเสียกบาล หรือเสน่ห์ยาแฝด เหมือนของเล่นไหม เขาทำรูปผู้หญิงกับผู้ชายแล้วประกบเข้าหากัน เอาสายสิญจน์มัด ผู้พูดมองแล้ว อ๋อ เทคนิคทางวิญญาณแค่นี้มันเรื่องง่าย ถึงอยากจะสอนให้คนรู้จัก แล้วไม่ต้องไปกลัว แต่ก็อย่าไปกล้า ถ้าคุณไปกล้าสุ่มสี่สุ่มห้า คุณดวงชงขึ้นมา ซวยเลย.....
ดร.จอย: ที่ครูธวัชบอกว่า คนบางคนที่เขาใช้แบบนี้แล้วของมันกลับเข้ามา
ครูธวัช: ถ้าพลังเราไม่พอ มันกลับเข้ามาหา
คำถาม: แล้วมันจะถาวรไหม
ครูธวัช: มันหาย ไม่หาย ขึ้นอยู่กับเรารับไหวไหม พูดไปเหมือนอย่างกับจะเป็นการเกินความจริง
.........
อ.บิว: สงสัยว่า แค่ของเล่นทำไมจึงเกิดฤทธิ์ขึ้นมาได้
ครูธวัช: คือ ในความหมายของเพลงอันนี้ ต้องการสื่อว่า ของเล่นๆ บางทีก็เป็นเรื่องเป็นราว เป็นความหมาย แต่ของที่ทำซะแทบตาย อย่างมีหมอผี หมอวิญญาณบางคน มัน imagine ไป จินตนาการไป สมมตินาง ก. ไปจ้างให้ทำให้แฟนกลับอย่างนี้ มันก็จินตนาการไปว่า เอานั่น เอานี่ เอานู่น เอาเท่านั้น เอาเท่านี้ เอาเท่านู้น นาง ก. มีเงินก็ให้ไป ทำไปปุ๊บมันบังเอิญได้ผลขึ้นมา คราวนี้นาง ก. ก็ต้องไปประกาศ...สามีคุณไม่กลับบ้านใช่ไหม คุณมาหาอาจารย์ ก. เขาทำให้สามีฉันกลับมาบ้านแล้ว เพราะอาจารย์ ก. กับ นาง ก. และสามี มี miracle miracle triangle ก็คือ สามเหลี่ยมสัมพันธ์ ......
สมมติว่า บุคคลที่ 3 1. สามี 2. ภรรยา 3. อาจารย์ .... เพราะฉะนั้นจึงพูดเรื่องสูตรพายอาร์ 22 ส่วน 7 มาตั้งแต่บ้านปากเกร็ด มีคนเขามาถามคุณจะพูดไปทำไม คุณเฉยๆ คุณเชื่อฉันเถอะ เพราะมันมี location ของมันใช่ไหม สิ่งที่จะทำของให้สัมฤทธิ์ มันมี location ของมัน แล้วที่ให้ยิบเลยว่า “60 พิลึกลับ เป็น 1 ลึกลับ 60 ลึกลับ เป็น 1 องค์ 30 องค์เป็น 1 อะไร”
เพื่อให้คนเกิด sense พิเศษในการที่จะรู้ว่า location ตรงนี้นะ มันมีละติจูด ลองติจูดตัดกันนะ โดยที่เราไม่ได้เป็นแผนที่ดาราศาสตร์ แต่เราใช้ไพเนียลแกน sense ตัวนี้มันเป็นไปโดยออโต้ แต่ผู้พูดไม่เน้นเรื่องอย่างนี้ เพราะจะก้าวต่อมาเป็นวิชาการวิชากรรม เพราะเขียนคอลัมน์ครั้งแรกอาทิตย์แรก วิชาการ วิชากรรม คนออดิทไม่ยอมให้ลง ไม่ลงก็เลิกเขียน ไม่เขียน พอดีบ.ก.รู้จักกันก็เลยบอก ให้เขาลงไปเถอะ ฉบับแรก วันแรก อาทิตย์แรกของสยามรัฐ “วิชาการ วิชากรรม” detail ไม่ต้องไปเอา เพราะตอนนั้นยังไม่ค่อยมีข้อมูลอะไรมาก แต่ตอนนี้มาใช้วิชาการ วิชากรรมต้องเสมอกัน
ครูธวัชกล่าวเปิดโครงการ:
พูดกันสั้นๆ ที่จริงตั้งใจทีแรกเปิดรายการนี้ ก็เพื่อจะให้คนที่จะมาร่วมงาน มาร่วมฟัง และร่วมพูดร่วมฟัง ได้เติมเต็มในวิญญาณธาตุ ถามว่าเติมอะไร วิญญาณธาตุต้องการอะไร เขาต้องการอาหารใช่ไหม วิญญาณธาตุก็ต้องการอาหาร ถ้าไม่มีอาหารไม่มีวิญญาณธาตุ ธาตุวิญญาณก็กลายเป็นธาตุเปล่า ธาตุเปล่าๆ
แต่ถ้าเรามีอาหารให้กับวิญญาณ วิญญาณก็กลายเป็นวิญญาณที่มีทั้งศักยภาพและอะไรอีก ศักดิ์สิทธิ์ ทีนี้เกิดในยุคข้าวยากหมากแพงช่วงนี้ สมาชิกก็มาลำบากเดินทางไกล ขนาดมีรถค่าน้ำมันรถก็คิดหนักแล้ว มันก็เลยทำให้กลายเป็นจังหวะ ไม่สะดวก
ทีนี้วิญญาณธาตุเติมเต็มเข้าไปเมื่อไหร่ ความรู้ที่วิญญาณต้องการก็จะกลายเป็นคนมีศักยภาพสูงขึ้น สูงขึ้น ศักยภาพก็จะมาเป็นอะไร จะมาเป็นฐานของความศักดิ์สิทธิ์ พอศักยภาพมีฐานในระดับ ชีวิตนาย ก. มีฐานระดับนี้ ชีวิตนาย ข. มีฐานระดับนี้ ชีวิตนาย ค. มีฐานต่ำลงไปอีก ก็พอเพียงใช่ไหม นาย ก. ก็ต้องสร้างศักดิ์สิทธิ์สูงกว่านาย ข. นาย ข. ก็ต้องสร้างศักดิ์สิทธิ์สูงกว่านาย ค.
ทีนี้เกิดนาย ค. เกิดบังเอิญเป็นคนขยัน มีหัวดี มีความมุ่งมั่นทำมาหากิน ก็รวยเอา รวยเอา เพราะนาย ค. มีอะไร นาย ค. ก็มีศักยภาพแค่ระดับ 3 นาย ค. สร้างความศักดิ์สิทธิ์ระดับ 3 นาย ค. พอแล้ว รวยเอา รวยเอา นาย ข. ก็มานั่งดูนาย ค. นาย ก. ก็มานั่งดูนาย ค. ทำไมมันรวย ไม่ได้เอาเรื่องศักดิ์สิทธิ์เลย ทำไมรวย ไหว้นิดๆ หน่อยๆ ไหว้ตรุษจีน ทำบุญสงกรานต์ ทำโน่น ทำนี่ จิ๊บๆ จ๊อยๆ รวยแล้ว
นาย ข. กับนาย ก. ก็บอกอย่าไปทำมันเลย ทำแทบล้มประดาตายไม่ได้ดี เพราะมาตรฐานพรหมลิขิตของคุณมันสูง พรหมลิขิตสูงจุดแรกที่สำคัญที่สุดคือเมตตา เมตตากับผีอะไร เห็นผู้พูดไม่ได้ให้ความเสมอภาคกับคนเท่าที่ควรเลย ไม่ได้เมตตาเท่าที่ควรจะเมตตา
แล้วผู้พูดตัวคนเดียวอย่างนี้ ผู้พูดเมตตากับนาย A แล้วฟาวล์ไม่มีประโยชน์ นาย B เสียประโยชน์ นาย C เกิดโทษอีก ผู้พูดก็ไม่เมตตากับนาย A เท่าที่ควร แต่ก็ไม่ได้เกลียดนะ นาย B เท่าที่ควร นาย C เท่าที่ควร ผู้พูดก็ต้องมาเมตตาต่อนาย ก. นาย ข. นาย ค. เพราะว่าเขาเรียกว่าอะไร เมื่อตะกี้ท่อง อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา อย่าอะไรกับบุคคลไร้สาระ ผู้พูดก็มองนาย A นาย B นาย C นี่คนไร้สาระนี่หว่า ไปเสียเวลากับมัน ไปผลักดันมัน
เช่น ผู้พูดผลักดันมามากต่อมากแล้ว ก็ตระบัดสัตย์หมด ตีกลับหมด ไปนินทาไปด่า ไปหักหลัง สารพัดอันนี้เราก็ผ่านมาแล้ว เพราะมันไม่เข้าใจก็เลยต้องวางท่าทีใหม่ คุณมีพรหมลิขิตสูง คุณต้องมีเมตตาสูงนะ แล้วคุณจะรอด ถ้าคุณไม่มีเมตตาสูง แล้วคุณไม่อุเบกขาสูงนะ คุณจะตายเร็ว ตายเร็วตายช้านี่มันพูดไม่ได้นะคนมันถึงที่ตาย มันก็ต้องตายนะ แต่มันจะผ่านไปในวิกฤตช่วงอะไร ยกตัวอย่าง โควิด ไม่ได้อวดนะ บางคนยุคโควิดรอดใช่ไหม บางคนเข้ายุคโควิดตายเพราะโควิดไป ก็เยอะใช่ไหม อันนี้เปรียบเทียบนะ ไม่ได้ไปซ้ำเติมใคร
เพราะฉะนั้นขอให้เชื่อ แต่มันเชื่อยากนะ มันยังไม่ได้พิสูจน์ ให้มีเมตตาและอุเบกขาไว้เยอะๆ อุเบกขาก็คือ ไม่สุ่มสี่สุ่ม 5 กับใคร นิ่งเฉยอยู่ได้อย่างรู้เท่าทันตามความเป็นจริงว่า นาย A นี่เฮงซวย นาย B นี่เฮงซวย นาย C นี่ยิ่งกว่านาย A นาย B เฮงซวยและเฮงซวยมาก ก็ต้องเข้าใจใช่ไหม คนเฮงซวย คุณไปผิดหลักมงคลข้อที่ 1 อะเสวนา จะพาลานัง เว้นคนพาลไม่คบหา เอาล่ะหยุดแค่นี้ล่ะ พอแล้ว
อ.โอ๊ต : ....ขอบอกเรื่องของตารางก่อนครับ เราจะขยับการปฏิบัติธรรมมาเป็นเดือนละครั้งในการปฏิบัติธรรม จะใช้อาทิตย์ที่สอง แต่ละเดือนก็จะเป็น 1 ครั้ง คือ เสาร์อาทิตย์ที่ 2 ของเดือน......เดือนมีนาคม วันที่ 14 15 เป็นการปฏิบัติธรรม ครั้งที่ 36 จะใส่ไว้ในห้องสมุดออนไลน์......
....ช่วง Case study : กรณีศึกษา เล่าประสบการณ์เรื่องการโดนของ....
...มี Case เล่าเรื่อง......
ครูธวัช : ......เป็นสิ่งที่น่ากลัวมาก ทางที่ดีคือ เรามีอำนาจในการเบี่ยงเบนอย่าให้เขามาโดนเรา แล้วเราก็ไม่ต้องไปทำใส่เขา ดีที่สุด.......
........วันหลังถ้ามีโอกาสต้องเอาเรื่ององค์ในกับการโดนของมาประสาน มาเปรียบเทียบกัน
.............
ครูธวัช : ....ถ้าในทางศรัทธา หมอไปไล่ของแล้วตัวเองตาย อันนี้ศรัทธา ส่วนปัญญาคืออะไร พวกสารเคมีในร่างกาย เอาไตเติ้ลก่อนนะ 7 ชนิด... เข้าตรงนี้เร็วไปไหม สารเคมีอิเล็กโทรไลต์ตัวเองไม่เพียงพอ อันนี้ปัญญา คุณไม่มีโอกาสคือ ในตัวหมอไม่พร้อม แล้วก็ถ้าว่ากันถึงชะตา ก็ชะตาขาด ที่เรามาแนะนำกัน ถ้าภาคศรัทธาไม่ต้องอธิบายอะไรมาก
แต่ถ้าภาคปัญญาต้องเริ่มจาก ในนิวเครียส หนึ่งนิวเครียสมีไซโตพลาสซึม โปโตพลาสซึม ..... ตัวสารอิเล็กโทรไลต์มันไม่พอ แล้วทำยังไงจะพอ ต้องสนใจเรื่องนี้หน่อย ผู้พูดพูดเรื่องพายอาร์ 22 ส่วน 7 สารอิเล็กโทรไลต์ในไซโทพลาสซึมที่มีนิวเคลียสเป็นนิวตรอน โปรตอน อิเล็กตรอน
ในอิเล็กตรอนมีสารเคมีอยู่ 7 ชนิด ก็เพื่อมาประกอบเรื่องนี้ เรื่องเหล่านี้ รวมทั้งเรื่องศักยภาพด้วย คนมีอันนี้มากมันจะมี activity สูง ก็ศักยภาพสูง มีมากจะมีศักดิ์สิทธิ์สูง ศักดิ์สิทธิ์มาก แล้วศักดิ์สิทธิ์คุณพอเพียงกับศักยภาพไหม ศักยภาพไม่พอ ศักดิ์สิทธิ์ก็ไม่พอ ศักดิ์สิทธิ์ไม่พอ ศักยภาพก็ไม่พอ (ต้องโน้ตไว้หน่อยนะ) เท่านี้ก่อน เดี๋ยวงง ..........
ครูธวัช : ......ปราณออกมาจากตรงไหน
ดร.วัน : เซลล์ค่ะ
ครูธวัช : ในเซลล์แต่ละเซลล์มีอะไรที่เมื่อกี้พูดไปแล้ว มีนิวเครียส ไซโตพลาสซึม โปโตพลาสซึม ตัวไซโตพลาสซึมจะมีสารเคมีอยู่ 7 ชนิดที่เป็นเรืองแสง และอันนี้ก็คือ เรื่องเดียวกันกับขาดโปแตสเซียมเหมือนผีเข้า ขาดโซเดียมเหมือนผีหลอก อันนี้ออกมาอันเดียวกันเลย เดี๋ยวจะหนักใจว่า มันยากจัง มันไม่ได้ยากเลย
..........
ดร.วัน : เราจะรู้ได้ยังไงว่า Case นี้เราได้ เรารับไหว อาจจะเรียกว่า จังหวะดวงเรากำลังดีไหม หรือพลังเราพร่องหรือเปล่า ถ้าว่ากันเป็นวิชาการอาจจะเป็นพลังเรายังไม่พร้อม หรือพร้อมแล้ว พร้อมแค่ไหน ก็เลยถามครูธวัชว่า เราจะรู้ได้ยังไง?
ครูธวัช : พร้อมทุกอย่างอยู่ในกายเรา ในใจเรา ในกาย ในจิต ในวิญญาณเราพร้อม พร้อมหรือยัง
.............
บทความที่เกี่ยวข้อง
มีวิธีใดทำให้ศักยภาพคือ ความเก่งกล้าสามารถของแต่ละคน เสมอด้วยศักดิ์สิทธิ์ก็คือ อิทธิฤทธิ์ ปาฏิหาริย์ในตัวคน
แบ่งปันความรู้สึกนึกคิดไปที่ศาสตร์อื่นๆ ด้วย คือ ตรรกศาสตร์ จิตวิทยา ปรจิตวิทยา พาราไซโค ปรัชญา อภิปรัชญา
คนที่โต่งสุดไปทางวัตถุนิยม คนที่ติดในเรื่องจิตนิยม Idealism ติดอยู่ด้วยเพียงแค่ว่า ศักยภาพยังไม่เป็นฐานให้กับความศักดิ์สิทธิ์ ความศักดิ์สิทธิ์ที่คุณเพียรพยายามจาก Idealism ยังไม่ได้มาเป็นบัลลังก์ให้กับศักยภาพ นี่คือ ข้อเท็จจริงที่อยากจะฝากเรียนทุกท่าน เพื่อการสร้างความสุขที่สมดุลให้กับตัวท่านเอง
27 ม.ค. 2026
บ้า 9 ชนิดก็ตามมา เรามาควบคุมจิต แล้วเรื่องศักดิ์สิทธิ์ กับเรื่องอิทธิฤทธิ์จะได้ไม่เลอะเทอะ
2 มี.ค. 2026
เส้นตรงที่น่าสงสัยตั้งอยู่บนฐานแห่งความงวยงง ทำไมถึงทำให้งง และทำยังไงจะหายงง จงหาด้วย 2 รอ รอหัน(รร) คือ ร.รู้สึก กับ ร.รู้ เมื่อเราเข้าใจในความรู้สึกที่ถูกต้อง แล้วเข้าถึงความรู้ที่ไม่ผิดพลาดต่อสิ่งที่เป็นการเล่นของแล้วปล่อยของมา ของเหล่านั้นจะกลายเป็นของเล่น
เรามาเรียนรู้เรื่องรอหันกัน แล้วเราจะหันสิ่งที่ไม่ดีเป็นดี หันสิ่งที่ไม่รู้เป็นรู้ หันสิ่งที่ผิดเป็นถูก หันสิ่งที่เป็นแบบล้าสมัยให้มาสู่นำสมัย เรายืนยันว่า เราให้คำแนะนำเกี่ยวกับเรื่องสิ่งเหนือสามัญวิสัยเชิงประยุกต์สู่สากล
2 มี.ค. 2026
