แชร์

EP.1892   กรรมแต่ละคนทำมาไม่เหมือนกัน (จ. 9 มี.ค. 2569)

อัพเดทล่าสุด: 13 มี.ค. 2026
18 ผู้เข้าชม
สวัสดีทุกท่าน วันนี้ 19 นาฬิกา กับ 9 นาที โดยประมาณ ของวันที่ 9 เดือนมีนาคม 69  26 คือ พุทธศักราช และคริสต์ศักราช  แรม 6 ค่ำ เดือน 4 ปีมะเมีย  วันนี้เป็นวันจันทร์   “อะโมฆัง ทิวะสัง กะยิรา  อัปเปนะ พะหุเกนะ วา”  วันเดือนปี เวลา มันผ่านไป อย่าให้มันผ่านไปเปล่าๆ เอามันมาทำประโยชน์ให้แก่ชีวิตที่แสนจะสั้นของเรามนุษยชาติ  เพราะฉะนั้น ค่ำนี้เราจะเน้นๆ เน้นๆ การสนทนาธรรมะสองภาคในมุมไหนดี คนหนึ่งก็บอกว่า มุมนี้ดีที่สุด อีกคนบอกว่า มุมนี้ดีกว่า อีกคนบอกว่า มุมโน้นดีกว่ามุมนี้ อย่างนี้ภาษาธรรมะเขาเรียกว่า “นานาจิตตัง” จิตของคนแต่ละคน แตกต่างกัน 
          เรื่องที่เราจะพูดอะไร  ทำอะไร  คิดอะไร แล้วให้ตรงกับจิตใจของคนทุกคนจำนวนมากๆ  มันเป็นเรื่องยาก  แน่นอนที่สุดเราพูดเรื่องนี้  กลุ่มนาย ก. หรือนาย ก. พอใจ  พอเราพูดเรื่องนั้น กลุ่มนาย ก. อาจจะไม่พอใจ หรือนาย ก. ไม่พอใจ   พอเราพูดเรื่องโน้น กลุ่มของนาย ข. หรือนาย ข.  พอใจ  แต่นาย ก. ไม่พอใจ  
เรื่องการสนทนากับคนจำนวนหลากหลาย  มันเอาใจยาก เอาใจกันลำบาก  ไม่ต้องอะไรมาก  คนๆ เดียวบางทีตัวเองแท้ๆ  ยังทำอะไรไม่ได้ดั่งใจที่ตัวเองต้องการเลย  ไม่ใช่ว่าทุกคนจะทำอะไรแล้วตัวเองจะพอใจไปทุกเรื่อง ไม่พอใจแต่ก็ต้องทำ เช่นเดียวกันสหปฏิบัติฯ เสนองานอะไร ในรูปแบบที่เห็นว่า เป็นประโยชน์  แล้วก็เป็นการสะดวก สบาย ง่าย ประหยัด และก็ไม่ติดอุปาทานด้วย  แต่หลายๆ ฝ่าย หลายๆ คนอาจจะบอกว่า น่ารำคาญจัง  ทำไมเขาไม่พูดอย่างนี้ล่ะ  ทำไมเขาไม่คิดอย่างฉันล่ะ  แล้วทำไมเขาไม่ทำอย่างที่พวกฉันต้องการล่ะ  นี่คือ ความหลากหลายของมวลชน แต่ละคน แต่ละที่ แต่ละแห่ง แต่ละหน แต่ละเหตุการณ์ ทุกคนก็ต้องการไม่เท่ากัน 
           ฉะนั้นจึงต้องรอมชอม รอมชอมก็คือ ภาษาจีนเขาเรียกว่า หยวนๆ กันไป ยอมๆ กันไป  ตรงไหนที่คิดว่าดีก็เอาไป ตรงไหนที่ไม่ชอบใจก็ไม่ต้องเอาไป ให้มันผ่านหูซ้ายแล้วก็ทะลุไปหูขวา แล้วก็ไล่มันออกไปไกลๆ  เมื่อข้อเสนออะไรที่นำมาเสนอแล้วท่านฟังแล้วไม่ชอบใจ   มันไม่ถูกต้อง  มันต้องอย่างนี้ อย่างนี้     10 คน จะให้คนพูดตามใจ  ทำอะไรตามใจ  ทำอะไรให้ได้ดั่งใจ  ทำอะไรให้ถูกใจคนทั้ง 10 คน โอ้ว แม่เจ้า อย่าหวัง  มันลำบากจริงๆ  ฉะนั้นพุทธองค์จึงบอกว่า ให้เดินสายกลาง มัชฌิมาปฏิปทา   อะไรก็ให้กลางๆ กลางๆไว้  อย่าตึงเกินไป  อย่าหย่อนเกินไป  อย่ามากเกินไป  อย่าน้อยเกินไป   อย่าสูงเกินไป  อย่าต่ำเกินไป   อย่ากว้างเกินไป  อย่าแคบเกินไป  ทุกเรื่องลงด้วยมัชฌิมาปฏิปทา 
            กลับมาในจุดเดิมของเรา ศักดิ์สิทธิ์ อิทธิฤทธิ์ ปาฏิหาริย์ เทพเทวดา เรื่องลึกลับซับซ้อนซ่อนเร้นปิดบังอำพราง ที่เราย้ำว่า สิ่งเหนือสามัญวิสัยก็เหมือนกัน จะเอาเป็นเอาตาย เอาชนิดที่ว่า ให้มันชัดเจนขึ้นมาเต็ม100 มันเป็นไปไม่ได้   เป็นไปไม่ได้  ก็ต้องเอาแต่พอประมาณ แล้วต่างคนต่างก็รับข้อมูลไป รับข้อรู้ไป เหมือนกับว่า รับเอาธาตุรู้ไปใส่ในวิญญาณธาตุของตัวเอง แล้วก็พัฒนา  พัฒนาวิญญาณธาตุของตัวเอง ให้เป็นวิญญาณที่ศักดิ์สิทธิ์ขึ้นมา 
          วิญญาณธาตุเปรียบเหมือนฮาร์ดแวร์  ฮาร์ดแวร์ในคอมพิวเตอร์เรียก “กระด้างภัณฑ์”  ธาตุรู้เปรียบเหมือนซอฟต์แวร์  ซอฟต์แวร์ เขาเรียกว่า “ละมุนภัณฑ์”  ใส่ธาตุรู้ลงไปในฮาร์ดแวร์  ซอฟต์แวร์คือ ธาตุรู้ สมมติ  ใส่ไปในวิญญาณธาตุ คือ ธาตุวิญญาณ  รับความรู้เหล่านั้นต้องไปจัดการ ปรับปรุง เปลี่ยนแปลง แก้ไข เฉพาะตัวตนอีกทีหนึ่ง  แล้วต่างคนต่างก็เอาไปใช้ 
          สิ่งนี้เป็นสิ่งที่มันเฉพาะตัว แต่คนที่ไม่รู้ตัวว่า ตัวเองมีทางใน มีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ มีอิทธิฤทธิ์  มีปาฏิหาริย์  มีเทพเทวดา  มีเรื่องลึกลับอยู่ในตัว  
เราก็แนะนำให้ ส่วนแนะนำไปแล้วท่านเอาไปเข้ากับวิญญาณธาตุของท่านได้อย่างไร  เริ่มจากธาตุรู้เอาไปก่อน ธาตุรู้ก็เอาไป เอาไปแล้วก็มันเป็นอย่างนี้ มันไม่ได้เป็นอย่างนั้น เราไปหลงทุ่มเททำพิธีกรรม ทำอะไรต่อมิอะไรหมดกันไปไม่รู้เท่าไหร่  ที่แท้ทั้งหมดทั้งสิ้นกลับมาที่ตัวเราเอง  แล้วตัวเราเองจะทำให้เกิดวิญญาณศักดิ์สิทธิ์   เพราะว่าเอาความรู้ใส่เข้าไปในธาตุวิญญาณ วิญญาณศักดิ์สิทธิ์ ก็ต่อเมื่อเรามีองค์ความรู้เกี่ยวกับเรื่องศักดิ์สิทธิ์   
ศักดิ์สิทธิ์  อิทธิฤทธิ์  ปาฏิหาริย์  เทพเทวดา  เรื่องลึกลับซับซ้อน  มันเป็นยังไง  มันเป็นอย่างนี้แหล่ะ  มันเป็นทั่วๆ ไปก่อน  แล้วก็มาลงเฉพาะ เฉพาะ เฉพาะ ตัวคน ตัวคน ตัวคน แล้วตัวคนๆ นั้นก็ไปปรับปรุง เปลี่ยนแปลง แก้ไขธาตุรู้ที่ใส่เข้าไปในตัว  แล้วให้วิญญาณธาตุมารับรู้ไปใช้งาน  เป็นฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์  วัยรุ่นก็จะได้เข้าใจดีขึ้น มันก็จะเกิดประโยชน์กับชีวิต  
มันเป็นรูปเฉพาะของแต่ละคน แต่ละคน  แล้วเอาเหมือนกันไม่ได้เหรอ  คล้ายกันได้ แต่เหมือนกันโดยเปี๊ยบเลยไม่ได้  เพราะเรามีกรรมเป็นกำเนิดไม่เหมือนกัน  มีกรรมเป็นเผ่าพันธุ์แตกต่างกัน  มีกรรมเป็นที่พึ่งอาศัยไม่เท่ากัน  
มีกรรมเป็นกำเนิด มีกรรมเป็นเผ่าพันธุ์ มีกรรมเป็นที่พึ่งที่อาศัย มีกรรมเป็นของตนเองต่างกัน  แต่ละคน แต่ละคน ทำกรรมมาไม่เหมือนกัน  แต่สามารถที่จะจัดการกับกรรมที่ทำมาจากหนักให้เป็นเบาได้ถ้ารู้และเข้าใจ   รู้และเข้าใจหนักเป็นเบาได้  มันเป็นกรรมที่เป็นเคราะห์กรรมหนัก เป็นทุกขเวทนาหนัก ถ้ารู้แล้วเข้าใจแล้วก็ทำให้มันเบาลงมาได้  ถ้าเกิดมันเป็นบุญวาสนาที่ส่งมาแต่หนหลัง  ก็สามารถทำบุญวาสที่ส่งมานั้นให้เพิ่มพูนขึ้นมาได้  
บาปที่ทำมา ก็สามารถจะลดลงไปได้เท่านั้น ไม่ใช่หมดไป แล้วตอนนี้มันไม่หมดไปทำยังไง ก็ต้องชดใช้ด้วยการสงเคราะห์  สงเคราะห์บุคคลที่ควรจะสงเคราะห์  สงเคราะห์แปลว่า ช่วยเหลือกัน  ช่วยเหลือกันแบบไหน  ช่วยเหลือด้วยความมีเมตตาต่อกัน  บาปก็จะลดลงไป บุญก็จะเพิ่มขึ้นมา 
          อย่าลืมว่า อภิณหปัจจเวกขณ์  มาจากคติ 4  อภิณหปัจจเวขณ์ 5  และส่งผลออกมาเป็นวิบาก 6   ถามว่าคนเราตายแล้วไปไหน  บอกเขาเป็นตัวเลขย่อๆ  แต่ถ้าเขาไปซื้อหวยแล้วถูกกินหมด นี่ช่วยไม่ได้นะ   456 บอกเขาไปเลย   4 คืออะไร   คติ 4  ตายแล้วเป็นคติ 4    5 คืออะไร  ก็ไปรับผลของอภิณหปัจจเวขณ์ 5   6 คืออะไร  รับวิบาก 6   
รับคติ 4  รับอภิณหปัจจเวขณ์ 5  รับวิบาก 6   เรียนรู้ซะ เรียนรู้   ถ้าจะเรียนรู้แล้วจะใช้แบบไหนล่ะ  ถ้าคุณนิยมแบบโบราณ ก็ไปใช้แบบโบราณ ไปอุทิศส่วนกุศลให้เจ้ากรรมนายเวร  ไปขอขมาเจ้าเวรนายกรรม ก็ไปทำพิธีที่นู่น ที่นี่ ที่นั่น ก็สุดแท้แต่ ก็ไปทำ ไม่ว่ากัน  แต่เสียเงิน เสียเวลา ต้องลำบาก ต้องไปหาคนที่อ้างว่า เป็นผู้รู้ มาทำพิธีสะเดาะเคราะห์  ต่ออายุ เพิ่มชะตาให้ 
          แต่สหปฏิบัติฯ บอกว่า มาเถอะ เรามาเข้าสู่ศรัทธา เมื่อศรัทธาเรามีแล้ว เราก็เดินไปสู่ปัญญา แล้วเรามีสำนักงานนะ ตั้งอยู่ริมน้ำ  สำนักงานนี่เรามาร่วมกันทำงาน ชื่อว่า “สหศรัทธาศาล ศาลาสานปัญญา”  ใครต้องการให้พ้นเคราะห์  พ้นโศก พ้นโรค  พ้นภัย  พ้นจากอุปสรรค ศัตรู เสนียดจัญไรใดๆ หรือเบาบางลง ก็มา มาทำการเรียนรู้ในภาค จะเอาแบบไหน เอาแบบศรัทธา ความเชื่อ ความเชื่ออย่างนี้ อย่างนี้ อย่างนี้นะ ไม่หลอกกัน จะก้าวให้ถึงปัญญาด้วย ถ้าปัญญาเป็นอย่างนี้ อย่างนี้ อย่างนี้นะ  เรามีให้เลือก คุณจะเอาแบบไหนล่ะ  คุณบอกเวียนหัว เวียนหัวก็เลิกพูด  ก็ต้องขอภัย แล้วก็ต้องขอบคุณทุกคนที่ทนฟังด้วย 
          เดี๋ยวมาดูผลงานสักนิดนึงของคุณอรสา กู้เกินพงษ์ 1891 เจ้ากรรมนายเวร วันนี้เข้าเรื่องพอดี เจ้ากรรมนายเวร คือ คลื่นแทรกสอด   กรรมเวรธรรมดาที่เราทำไปตามปกติ เราให้ชื่อว่า คลื่นสอดแทรก คือ ตัวคน มันจะมีกรรม มีเวร สอดแทรกเข้ามาเป็นคลื่นตลอดเวลา เขาเรียกว่า คลื่นสอดแทรก  ก็เดินดำเนินชีวิตไปมี “คลื่นสอดแทรก”ตลอดเวลา  
แล้วเกิดวันดีคืนดีบุญมา ก็จะมีคลื่นอีกชนิดหนึ่งแทรกสอดเข้ามา บาปมา บาปน่ะจะเห็นได้ชัด “คลื่นแทรกสอด”ก็จะพุ่งเข้ามา เรารับมือกับคลื่นแทรกสอดนี้ได้ไหม  รับทันไหม   รับเป็นไหม   รับรู้ได้ไหม  รับรู้ รับทัน รับเป็น ก็เป็นที่ปลอดภัยในระดับหนึ่ง  คลื่นสอดแทรกเป็นธรรมดา  คลื่นแทรกสอดผิดปกติ หรือพิเศษนั่นเอง ก็ขอบคุณคุณอรสา กู้เกินพงษ์  1891  เดี๋ยวฟังเพลงแล้วกลับมาสวดมนต์สวดพรกัน  ขอขอบคุณทุกคนที่ทนฟัง
          เพลงไพเราะมาก  จบลงตรงที่ว่า “สวรรค์ชั่วดีอยู่ที่ตัวตนเอย”  เราทำตัวให้ขึ้นสวรรค์ก็ได้  ทำตัวให้ตกนรกก็ได้ เขาเรียกว่า สวรรค์นรกทั้งเป็น  ขึ้นสวรรค์ทั้งเป็น ตกนรกทั้งเป็นก็ได้  ไม่ต้องรอตายแล้วหรอก  การกระทำสำคัญที่สุด ที่สุด ที่สุด  

รวบรวมโดย คุณพรทิพย์ พุตติ 

บทความที่เกี่ยวข้อง
EP. 1879    “อาหารคือ ชีวิต”  วิญญาณธาตุก็ต้องการอาหารที่มีคุณภาพ  มีคุณค่า  มีประโยชน์  เหมาะสมตามฐานะทางวิญญาณ (จ. 23 ก.พ. 2569) 
โดยการรับรู้เรียนรู้งานทางวิญญาณ  เรื่องสิ่งศักดิ์สิทธิ์  อิทธิฤทธิ์ ปาฏิหาริย์  เทพเทวดา  สิ่งลึกลับ ซับซ้อน ซ่อนเร้น ปิดบัง อำพราง เข้ามาประสมประสานในขันธ์ 5  ทำให้เกิดศักดิ์สิทธิ์ และศักยภาพที่เพียงพอ  ในการหล่อเลี้ยงดวงชะตา  พรหมลิขิต  เพื่อการขับเคลื่อนกลไกกรรม
2 มี.ค. 2026
EP. 1853  3 เรื่องที่ครูฝากให้คิด  (จ.19 ม.ค. 2569)
1.ทำไมต้องมีครอบครู ไหว้ครูวันที่ 20 ทุกครั้ง เพราะเราต้องการบูชาพระพรหมบนสวรรค์ 20 ชั้น ให้รู้จักพรหม 20 ชั้น 2.เพลงไหว้ครูไหว้ ให้รู้จักตนเอง และผู้อื่น ว่าต่างคน ต่างก็เป็นครูให้กันและกัน  ทั้งครูที่มีตัวตนและไม่มีตัวตน ควรมีทั้งศักยภาพและศักดิ์สิทธิ์  สิ่งที่กั้นระหว่างมนุษย์กับเทพ มนุษย์กับผี มนุษย์กับสวรรค์ มนุษย์กับนรก กระดาษบางๆแผ่นเดียว คือเส้นผมบังภูเขานี่แหล่ะ  เพราะความรู้สึกของคนที่อคติ อคติแปลว่าไม่มี นิดเดียวไปแล้ว หน่อยเดียวหมดโอกาสแล้ว พอคิดถูกหน่อยเดียวมีโอกาส คิดตรงหน่อยเดียวโอกาสมี อะไรที่มันเล็กๆน้อยๆ ที่มันรู้สึกสูญเสีย หรือเสียโอกาสหรือเสียประโยชน์ก็ปลงๆมันซะบ้าง ปล่อยๆมันซะบ้าง พอจิตเราว่าง เราถึงครู พอจิตเราว่าง เราคือครู จิตไม่ว่าง แล้วเราไม่ปล่อยวาง ไม่เจอครู แล้วตัวเองก็ไม่ได้เป็นครู แล้วคนอื่นก็ไม่ได้นับถือว่าตัวเองเป็นครู เพราะใครๆก็เป็นได้ทั้งศิษย์และเป็นได้ทั้งครู เทพเขามีเกมของเขา เขามีกลของเขา เขามีวิธีการของเขา เส้นผมบังภูเขานิดเดียว 3.สตอรี่หมา สตอแหลคน หมารู้คุณคน คนไม่รู้คุณคนเลวยิ่งกว่าหมา สงสารคนที่มาสตอแหล มันเป็นผลเสียกับพรหมลิขิต ของคนที่เอานิสัยอย่างนี้มาใช้อย่างยิ่ง เสียดายโอกาส ถ้าคนคิดเป็น จะทำให้คนพลิกฐานะ จากย่ำแย่ กลายเป็นย่ำดีไปเลย โจรกลับใจ ยังกลับมายิ่งใหญ่ เป็นคนสำคัญควรแก่การเคารพนับถือบูชาก็มาก เพราะฉะนั้น คนที่ไม่คิดจะเปลี่ยนใจ เปลี่ยนเถอะ เปลี่ยนเพื่อใคร ก็เปลี่ยนเพื่อตัวคุณเอง
25 ม.ค. 2026
EP. 1866   ทบทวนเรขาคณิต(กุล)พิสูจน์กรรม (อ. 3 ก.พ. 2569)
ถ้าใครทำความสามารถที่จะสร้างพฤติกรรมของตัวเองด้วยการคิด พูด ทำ ให้สอดคล้องเข้ากันเป็นกลมเกลียวกัน กลมกลืนกันกับวิบากกรรม คนๆ นั้นมีชีวิตที่เดินอยู่บนเส้นตรงที่น่าสรรเสริญ   ทุกอย่างมันต้องพอดี   ทำดีให้ถูกดี  ทำดีให้ถึงดี  ทำดีให้พอดี
12 ก.พ. 2026
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy