บ้านสำราญจิต (17 ก.พ. 2569)
อัพเดทล่าสุด: 10 มี.ค. 2026
11 ผู้เข้าชม
เมื่อฉันต้องเข้าไปนอนในบ้านสำราญจิต ซึ่งมีข่าวเล่าลือกันว่า “ผีดุ” จนปู่ต้องไปปราบผีเหล่านั้นให้หายซ่า แต่หลาย ๆ คนก็ยังกลัวที่จะนอนคนเดียว ในขณะที่บ้านหลังนี้มักจะมีเรื่องเล่าที่เสมือนเป็นการใส่ร้ายบ้านหลังหนึ่งที่มีพลังงานดี ๆ ให้เสียไปได้ใช่หรือเปล่า อันนี้เป็นคำถามอยู่ในใจของฉัน ทำไมถึงบอกว่าเป็นพลังงานดี เพราะบ้านหลังนี้แวดล้อมไปด้วยต้นไม้ ใกล้กับรูปปั้นพระองค์ดำและองค์ขาว ซึ่งปู่มักจะบอกว่ามีความศักดิ์สิทธิ์มาก ซึ่งฉันก็มองว่าเป็นสิ่งคุ้มครองหรือปัดเป่าผีได้โดยอัตโนมัติ
สำหรับบ้านสำราญจิต ข่าวว่ากลางวันบางคนก็เจอปรากฎการณ์ ฉะนั้น หลายคนจึงลงความเห็นว่า กลางคืนไม่ต้องพูดถึง แต่ปู่ก็สอนว่าในตัวพวกเรามีพลังเทพมาตั้งแต่เกิด จะไปกลัวพลังผีได้อย่างไร ฉันจึงจำคำนี้มา แล้ววันหนึ่งฉันก็ต้องมาพักที่บ้านสำราญคนเดียว ตามวัตถุประสงค์ของฉัน ตอนนั้นหลายคนบอกว่าถ้าใครจะนอนบ้านสำราญจิตต้องมีเพื่อนนอน แต่ฉันก็ยืนยันที่จะนอนคนเดียว ถ้าไม่มีเพื่อนนอนก็นอนได้ ไม่อยากนอนโรงเตี้ยม เพราะแพ้แอร์ อีกอย่างบอกตรงชอบบ้านสำราญจิต
ภายในบ้านสำราญจิตจะมีห้องอยู่ห้องเดียว นอกนั้นเป็นที่โล่ง สำหรับวางเตียงไว้ต้อนรับญาติธรรม คืนแรกที่ต้องนอนคนเดียว ฉันนอนในห้อง ขณะที่กำลังจะเคลิ้มหลับก็ได้ยินเสียงคนเดินเข้ามาในบ้าน ความรู้สึกแรก ฉันแยกก่อนว่าเป็นคนหรือไม่ แต่เสียงที่เดินเข้าบ้านมาไม่มีเสียงของการเปิดประตูเข้ามา ห้องนอนฉันลืมบอกไปว่าจะอยู่ชิดไปทางท้ายบ้าน มีลานซักล้าง มีเสียงเดินมาทางนั้น ประมาณสามสี่ก้าวแล้วหายไป เมื่อได้ยินเสียงฉันนอนฟัง เมื่อรู้แน่ว่าไม่ใช่คนฉันกรวดน้ำอยู่ในใจให้กับวิญญาณตนนั้น เพราะคิดว่าเขามาขอส่วนบุญที่ฉันเพียรทำมาแน่ ๆ อันนี้เข้าข้างตัวเองชัด ๆ
คืนที่สอง เมื่อกำลังจะเคลิ้มหลับ คราวนี้วิญญาณอาจหาญมาก เขาเดินทะลุมิติเข้ามาในบ้านทางฝาหน้าและเดินผ่าน พอผ่านหน้าห้องก็ไม่มีเสียงเดินอีก คราวนี้ฉันไม่ได้นอนต่อ แต่ลุกขึ้นเปิดประตูแล้วออกมาเดินสำรวจว่า ลืมปิดไฟ ลืมถอดปลั๊กพัดลมไหม แล้วก็เจอว่าไม่ได้ถอดปลั๊กพัดลมจริง ๆ ด้วย คราวนี้ไม่มีการกรวดน้ำ แต่ฉันนึกขอบใจ “ผี” ในใจ ที่มาแจ้งเหตุ ผีคงวนเวียนอยู่ในบ้าน แต่ปู่บอกว่าผีมีอยู่ทั่วไปในทุกที่ทุกสถาน ไปที่ไหนก็เจอผี เพียงแต่เราจะสัมผัส สัมพันธ์และมีพันธะต่อกัน จึงมาพบกัน ซึ่งก็ไม่ต่างจากคนเหมือนกันที่ต้องมาพบกัน เมื่อพบกันแล้วก็สร้างสัมพันธ์ที่ดีตามปู่สอน ชีวิตก็จะมีแต่ “ดี ๆๆๆๆ”
สรุปว่า “ผี” ไม่ใช่จะร้ายเสมอไป แต่ส่วนใหญ่คนมักจะผลักผีไปเป็นผู้ร้ายเสียส่วนใหญ่ ในความเป็นจริง ผีดีก็มี ผีร้ายก็มี ก็ไม่ต่างจากคน มีดีก็มี มีร้ายก็มาก แต่ถ้าเราตั้งใจเป็นคนดี ตายไปเป็น “ผี” จะได้เป็นผีที่ดี ไม่ไปเที่ยวหลอกหลอนใครต่อใครให้เขาเดือดร้อน 555
บทความที่เกี่ยวข้อง

