EP. 1844 เมื่อไม่ได้นำวิญญาณแท้มาไหว้ครู การครอบครูและไหว้ครูก็ไม่ได้ผลเท่าที่ควร จิตนอบน้อมเป็นเรื่องใหญ่
อัพเดทล่าสุด: 4 ก.พ. 2026
20 ผู้เข้าชม
สวัสดีทุกๆ ท่าน วันนี้เราพบกันวันพฤหัสบดีที่ 8 เดือนมกราคม พุทธ คริสต์ 69 และ 26 แรม 5 ค่ำ เดือน 2 ยังอยู่ในปีมะเส็ง “อะโมฆัง ทิวะสัง กะยิรา อัปเปนะ พะหุเกนะ วา” วันเวลามันผ่านมาจนกระทั่งเหลืออีก 12 วันเท่านั้น ก็จะเข้าสู่วิธีการไหว้ครูประจำปี วันนี้เราเลือกเปิดเพลงออกแขก หรือเพลงบอกเล่าเก้าสิบถึงวันไหว้ครู 20 มกราคม ในอีก 12 วันจะถึงวันไหว้ครู ในความหมายหนึ่งก็มีเจตนาว่า อยากจะให้ผู้ที่เข้าสู่การพิธีไหว้ครู ได้เข้าใจถึงกำหนดของนักษัตร 12 นักษัตร ปีหนึ่งหนึ่งก็นักษัตรหนึ่ง ชวด ฉลู ขาล เถาะ มะโรง มะเส็ง มะเมีย มะแม วอก ระกา จอ กุน 12 ปี วนเวียนกันไป
ครูผู้มีเมตตา ตั้งแต่พ่อแก่แม่เฒ่า และที่สูงสุด สุดสูง คือ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ตลอดจนพ่อแม่ หรือบิดามารดาของทุกคน ถือเป็นครูคนแรกของลูก จะไม่มีคำว่า ลำเอียง ถือสา หรือเลือกที่รักมักที่ชัง จะมีก็มีในลักษณะของการสั่งสอน สั่งสอน ดุด่าว่ากล่าว แล้วก็ครูที่แท้จริงก็จะใช้วิธีการ ใช้วิธีการฝึกหัด ขอใช้คำรุนแรงสักหน่อยคงไม่ว่ากันนะ ฝึกหัดดัดสันดานลูกศิษย์
ทำไมจึงต้องฝึกหัดดัดสันดาน เพราะนิสัยอันถาวรของแต่ละคนมันไม่เหมือนกัน เป็นที่เข้าใจกันนะว่า นิสัยอันถาวร ละไว้ในฐานที่เข้าใจว่า แปลว่า สันดาน ก็ครูผู้ที่มีประสบการณ์ชีวิตทั้งหลายก็จะต้องเข้าใจสภาพของผู้เป็นศิษย์ จะมีความผิดแผกแตกต่างกันไปคนละชนิดสองชนิด วันเดือนปีเกิดมีส่วน แต่พฤติกรรมมีส่วนมากกว่า
พฤติกรรมของคนที่เป็นลูกศิษย์ และพฤติกรรมของคนที่เป็นครู ปรับเข้าหากันด้วยความยากลำบาก ปรับเข้าหากันด้วยความยาก ยากมาก แต่หลักการก็ต้องเป็นหลักการ หลักการของการอบรมสั่งสอน เพื่อมอบความรู้ ความเข้าใจในวิชาความรู้ต่างๆ ให้แก่กันและกัน แต่ว่ามนุษย์เกิดมาไม่เหมือนกัน ผิดแผกแตกต่างกัน แต่บังเอิญเดินมาเป็นครูเป็นศิษย์กัน องค์ครูผู้เฒ่าทั้งหลาย หนักใจมาก ตั้งแต่พระฤาษีนารอด นารายณ์ ตาวัว ตาไฟ วลัยโกฎิ โคดม นักพรต เพชรฉลูกัณฐ์ ชีวกโกมารภัจจ์ โดยเฉพาะองค์พระพิฆเนศ ครูผู้ที่ต้องรับผิดชอบ รับผิดชอบความแตกต่างของผู้เป็นศิษย์ พระพิฆเนศก็ต้องใช้วิธีการข้อที่ 4
พรข้อที่ 4 ของท่านคือ เทพพระเจ้าแห่งศิลปะ มีศิลปะและวิทยายุทธในการที่จะฝึกลูกศิษย์ลูกหา องค์พระพิฆเนศบอกว่า ลำบากใจมาก กว่าจะฝึกลูกศิษย์ลูกหาให้ได้มีโอกาสรับพรข้อที่ 3 คือ ความสำเร็จของลูกศิษย์ลูกหา กว่าจะได้พรข้อที่ 2 คือ ได้รับการขจัดความขัดข้อง พระพิฆเนศ บอกว่ายากจังเลย เพราะพระพิฆเนศต้องการจะมอบศิลปะในการใช้ชีวิต เพื่อให้ขจัดความขัดข้อง และประสบความสำเร็จในพรข้อที่ 3 และ 2 พระพิฆเนศก็บอกว่า ไม่รู้จะบอกกันยังไงแล้วว่า จะได้ลดการประกอบพิธีกรรมพิธีการลง พิธีกรรมพิธีการทั้งหลายนี่จะได้ไม่ต้องฟุ่มเฟือยนัก ขอให้เข้าใจงานทางวิญญาณกันสักนิด และแล้วถึงเราจะประกอบพิธีกรรมในการเซ่นสรวงบวงไหว้น้อยเท่าไหร่ หรือเกือบจะไม่ทำเลยก็ได้ ก็ไม่รู้จะว่าอย่างไร
ก็เลยต้องผสมผสานกันไปว่า ในเมื่อบอกกล่าวเล่าแจ้งกันเท่าไหร่ก็ไม่เข้าใจ ใช้ศิลปะในการฝึกปรือขนาดไหนก็เข้าไม่ถึงลูกศิษย์สักที ก็เลยต้องยอมรับว่า มนุษย์ยังต้องประกอบพิธีกรรมพิธีการในทางศักดิ์สิทธิ์ต่อไปเรื่อยๆ จึงจะสามารถได้พรข้อที่ 2 ขจัดความขัดข้อง และพรข้อที่ 3 ประสบความสำเร็จ องค์พิฆเนศพยายามใช้ศิลปะในการฝึกหัดลูกศิษย์ลูกหาทางวิญญาณ ใช้เท่าไหร่ๆ ก็ปรากฏว่า ไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร
ก็เลยบอกว่า แม้นกระทั่งผู้ที่เกิดแต่ละปี แต่ละวัน แต่ละเดือน แต่ละปีแตกต่างกัน พระพิฆเนศก็ต้องพยายาม อยากจะเห็นทุกคนประสบความสำเร็จ และขจัดความขัดข้องในชีวิตของตัวเองได้ โดยลดการประกอบพิธีกรรมพิธีการลง เพราะว่าพิธีกรรมพิธีการสมัยนี้ จะทำอะไรแต่ละทีล้วนแต่ต้องใช้เงินทั้งนั้น ล้วนแต่ต้องใช้เงิน พระพิฆเนศท่านรู้ว่า เงินมันหายากขึ้นทุกวันๆ
ถ้าคนเข้าใจว่า วิญญาณแท้คืออะไร วิญญาณแท้เกิดขึ้นได้อย่างไร พิธีกรรมพิธีการก็จะลดลง ลดลง ลดลง จนและหรืออาจจะไม่ต้องทำเลยก็ได้ เหตุอย่างนี้แหละ ครูทางวิญญาณก็พยายาม พยายามแล้วก็พยายาม แต่คนไม่พยายาม ไม่พยายามที่จะรับรู้ ไม่พยายามที่จะเรียนรู้ ทางโลกวิญญาณก็พยายามใส่สิ่งอันเป็นประโยชน์ต่างๆ มากมายเข้ามาให้กับมนุษย์ แต่มนุษย์หันเห หันเหออกไปจากศิลปะในการเรียนรู้งานทางวิญญาณ
เมื่อมนุษย์หันเหออกไปจากศิลปะในการเรียนรู้งานทางโลกวิญญาณ แต่กลับหันมาประกอบพิธีกรรมพิธีการมากมายกันขึ้น ที่เรียกว่า สายมู เพื่อหวังพรข้อที่ 2 และ 4 คือ เทพเจ้าแห่งผู้ขจัดความขัดข้อง และเทพเจ้าผู้ประสิทธิ์ประสาทความสำเร็จ ความจริงเราต้องการ 2 ข้อนี้เท่านั้น ที่จะมาใช้ดำเนินชีวิต ก็ไม่สามารถ ไม่สามารถก็ต้องทำพิธีกรรมพิธีการกันต่อไป ในวันที่ 20 มกราคมนี้ เราก็ต้องทำเครื่องบูชาทั้งหลาย อุปกรณ์ทั้งหลาย ของคาวทั้งหลาย ของหวานทั้งหลาย ของหอมทั้งหลาย ของประณีตทั้งหลาย เราก็ต้องจัดหามา ความจริงคือ ในความรู้สึกจริงๆ เลย เราอยากจะลด หรืองดไปเลย เรื่องเครื่องบูชาทั้งหลาย แต่ไม่ได้ ไม่สามารถที่จะสร้างแรงจูงใจ และแรงศรัทธาให้ผู้ร่วมพิธีเข้าสู่วิญญาณแท้ได้
เมื่อเข้าวิญญาณแท้ ไม่ได้เอาวิญญาณแท้มาไหว้ครู ครูผู้ประสิทธิ์ประสาทความสำเร็จ ต้องการสัมพันธ์ในวิญญาณแท้ วิญญาณสัมพันธ์ ก็ยาก เพราะว่าสมัยนี้มนุษย์สัมพันธ์ระหว่างมนุษย์ด้วยกัน ห่างเหินเดินหนีกันไกลสุดกู่เชียว ถ้าเขาจะชิดใกล้เดินเข้าหากันก็ต่อเมื่อเขาพอใจ พอใจในวัตถุ พอใจในสิ่งของ พอใจในฐานะ เขาก็จะเดินชิดใกล้เข้าหากัน แล้วจากนั้นแล้วก็ส่วนใหญ่ ส่วนใหญ่แล้วก็เดินห่างเหิน ห่างเหิน หลีกลี้หนีหน้ากันตลอด ไม่อบอุ่นอย่างสังคมสมัยเก่า
เอาล่ะ ก็บ่นให้ฟังพอประมาณว่า วันนี้เราเลือกการเปิดเพลงโหมโลง เพื่อให้ตรงกับอีก 12 วันข้างหน้าที่จะทำการไหว้ครูประจำปี ก็เพื่อเล็กๆ น้อยๆ พยายาม อะไรที่เป็นประโยชน์เราก็เอามา เอามาทำ อะไรที่ควรจะเป็นโอกาสเราก็ควรจะเอามาใช้ เพราะฉะนั้นขอให้สมาชิกนี่เห็นใจและช่วยเหลือกันเถอะ ความห่างเหินเดินหนีกัน มันต่างคนต่างก็พลาดโอกาส พลาดโอกาส แต่ก็ยากนะ พูดไปทำไมมี มันก็ลำบาก อะไรก็ห้าม อะไรก็ไม่ยากเท่ากับจิตใจคน
เรื่องของจิตใจคนนี่ลำบากจริงๆ บังคับอะไรบังคับกันได้ไม่ยาก บังคับและขอร้องจิตใจ มันบังคับแล้วขอร้องยาก ถึงจะบอกว่า ประโยชน์มันมากมายมหาศาลถึงความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันนั้น ก็ไม่มีใครที่จะใส่ใจ ที่จะสนใจ เราก็เลยต้องกระท่อนกระแท่นกันไปอย่างนี้แหละ ก็ดีกว่าที่จะไม่มีการประกอบพิธีเลย
เอาล่ะวันนี้หันมาดูข้อความของคุณ คุณปุนนภา รักษาวงษ์ 1843 ความหมายของการไหว้ครู เริ่มจากจิตที่ศรัทธา แล้วเข้าใจคำว่า ไหว้ครู เรื่อยๆ เรื่อยไป เรื่อยไป จนไปถึงจิตศักดิ์สิทธิ์ จิตศักดิ์สิทธิ์ก็คือ วิญญาณแท้ จะต้องเกิดขึ้นก่อน จิตศักดิ์สิทธิ์คือ จิตที่สามารถสร้างปรากฏการณ์ หรือสิ่งที่เป็นปาฏิหาริย์ได้ เกิดประโยชน์มากมายแก่จิต
การไหว้ครูจนถึงตัวรู้ จนเกิดความเข้าใจหยั่งลงไปในจิตศักดิ์สิทธิ์ ก็เป็นโอกาสสำคัญยิ่งของผู้ที่เข้าใจคำว่า “ศิษย์” ศิษย์มีครู ครูมีสิทธิ์ และทุกคนก็เป็นได้ทั้งครู และก็เป็นได้ทั้งศิษย์
คนหลายคนไม่คิดว่าตัวเองจะต้องเป็นครู และพอเป็นศิษย์ น้อยคนที่จะมีจิตนอบน้อม ฟังดีๆ นะ หลายคนไม่เคยคิดว่าตัวเองจะต้องเป็นครู และก็พอเวลาเป็นศิษย์ หลายคนก็ไม่ค่อย น้อยคนที่จะมีจิตนอบน้อมสมกับการเป็นศิษย์ ความรู้สึกกระด้างกระเดื่อง หรือแข็งกระด้างในความรู้สึกของจิตของคนสมัยนี้ มันไม่อ่อนโยน และนอบน้อมเท่ากับลูกศิษย์ลูกหาสมัยเก่าๆ นี่ประเด็นนี้เป็นเรื่องใหญ่นะ เป็นเรื่องใหญ่ที่การครอบครู และไหว้ครูไม่ได้ผลเท่าที่ควร
หลายคนทำไปเพื่อให้มันได้ถือว่า สักแต่ว่าทำ แล้วก็ทำ ปัญหามันมีมากมายกว่านี้นะ เราก็คงจะไม่เอามาพูดให้รำคาญมากไปกว่านี้ เพราะยุคสมัยมันเปลี่ยนไปแล้ว เปลี่ยนไปจริงๆ แต่จิตและวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ วิญญาณแท้เขาไม่เคยเปลี่ยนหลักการ เขายืนกรานอยู่ในลักษณะเดิมคือ วิญญาณแท้ ต้องสัมพัทธ์ในการสัมผัสและสัมพันธ์ จิตศักดิ์สิทธิ์ต้องมีความศรัทธาที่ตกผลึก ศรัทธาที่ถึงพร้อม เขาไม่ได้เปลี่ยนแปลง แต่มนุษย์สมัยใหม่ความรู้สึกนึกคิดเปลี่ยนไป คิดไกลกันสุดกู่กับคนสมัยเก่า ก็ขอขอบคุณทุกคนที่คงฟัง เดี๋ยวฟังเพลงจากเจ้าหน้าที่คนสวย แล้วก็มาพบกันในช่วงที่สองของการสวดมนต์ถวายพร ขอขอบคุณทุกคนที่ทนฟัง
ก่อนจะไปบูชาองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ขอพรให้กับท่านผู้ที่เข้าสู่รายการ เราก็มาวิเคราะห์เจาะลึกตีแผ่กว้าง เพลง ไหว้ครูไหว้ใคร ทำนอง วาทะธรรม เล่ม 1 ครูธวัช คณิตกุล ทำนอง และเสียง AI จัดทำโดย คุณพัทธนันท์ พิมานพงศภัทร เนื้อร้องมีอยู่ว่า
“ไหว้ครู ไหว้ใคร ไหว้กันไปไหว้กันมา ไหว้กันมาไหว้กันไป เพราะใครๆ ก็เป็นได้ทั้งศิษย์และครู
แด่คุณครูด้วยดวงใจ ให้กับครูที่มีตัวตน เป็นอณู จำกัดจำนวน
แด่คุณครูด้วยดวงวิญญาณ ให้กับครูที่ไม่มีตัวตน เป็นปรมาณู ไม่จำกัดจำนวน
ทั้งครูที่มีตัวตนและไม่มีตัวตน ควรมีทั้งศักยภาพ และความศักดิ์สิทธิ์”
อันนี้หลายคนที่ไม่เคยได้ยินที่ไหน พอมาได้ยินที่นี่ก็เป็นงง เป็นงง งงหลายจุด งงตรงที่ว่า ครูมีตัวตนเข้าใจ ครู ก. ไก่ ครู ข. ไข่ แล้วครูไม่มีตัวตน เขาก็เลยคิดว่า ครูวิญญาณ ก็ถูก เป็นปรมาณูนะ และทำไมครูมีไม่มีตัวตนกับมีตัวตน ทั้งครูที่มีตัวตน และไม่มีตัวตน ทำไมต้องมีทั้งศักยภาพ และความศักดิ์สิทธิ์
ที่จริงถ้าเราศึกษาหาความรู้กันจริงๆ สักนิดหนึ่ง แล้วเกิดความเข้าใจ การไหว้ครูจะได้ผลอย่างยิ่งยวดเชียว หลายปีมาแล้วเราก็พยายามสอบถามผู้ที่พบข้อความตามที่ได้อ่านให้ฟังในวันนี้ และหรือคุณพัทธนันท์ มาทำเป็นเพลง AI หลายคนก็ไม่เข้าใจ ถาม 10 คน ก็สัก 9 คนที่บอกไม่เข้าใจ จะมีหนึ่งคนถึงจะเข้าใจ ก็ไม่ได้เข้าใจอย่างลึกซึ้ง อันนี้ก็เป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วง แล้วก็เสียดาย ว่าความจริงมันก็ไม่น่าจะยากในการทำความเข้าใจเท่าไหร่นักนะ ก็เอาล่ะเพียงแต่บ่นให้ฟังว่า
“ไหว้ครู ไหว้ใคร ไหว้กันไปไหว้กันมา ไหว้กันมาไหว้กันไป เพราะใครๆ ก็เป็นได้ทั้งศิษย์และครู แด่คุณครูด้วยดวงใจ ให้กับครูที่มีตัวตน เป็นอณู จำกัดจำนวน แด่คุณครูด้วยดวงวิญญาณ ให้กับครูที่ไม่มีตัวตน เป็นปรมาณู ไม่จำกัดจำนวน ทั้งครูที่มีตัวตนและไม่มีตัวตน ควรมีทั้งศักยภาพและความศักดิ์สิทธิ์” ก็ขอขอบคุณ
รวบรวมโดย คุณสุกัญญา เรืองชัยไพบูลย์
บทความที่เกี่ยวข้อง
เรื่องพลังเหนือสามัญวิสัยมันมีอำนาจ มันเอาอำนาจของมันเปลี่ยนให้คนดีก็ได้ ได้ดี เปลี่ยนให้คนร้ายก็ได้ ได้ร้าย เราจึงบอกว่า อย่ามองข้ามเรื่องเหนือสามัญวิสัย บางคนใช้ชีวิตมาครึ่งค่อนชาติ หรือเกือบหมดชาติ มองเห็นชัดๆ เลยสำหรับผู้มีประสบการณ์ คนๆ นั้นต้องอำนาจอาถรรพ์ อำนาจนั้นเรียกว่า เหนือสามัญวิสัย
6 ม.ค. 2026
ข้อแรก อะเสวนา จะ พาลานัง เว้นคนพาลไม่คบหา
ปิดท้ายด้วย ตันเตสัง มังคะละมุตตะมันติ นั่นคือ อุดมมงคล ของเทวะมนุษยชนเหล่านั้นแล เป็นการยืนยันว่าในตัวเรามีเทพ ที่ต้องการให้ทำมงคล 38 ข้อ
6 ม.ค. 2026
เราจะพยายามทำอย่างไรไม่ให้เรื่องสิ่งศักดิ์สิทธิ์ อิทธิฤทธิ์ ปาฏิหาริย์ เทพเทวดา เรื่องลึกลับ เกิดรูโหว่และเกิดช่องว่าง เราจะอุดรูโหว่และช่องว่างให้มากที่สุดได้อย่างไร
25 ม.ค. 2026
