แชร์

EP.2051  ขอยืนยันว่า พานครูขันธ์ 5 ที่รับๆ กันไปก็ยังศักดิ์สิทธิ์อยู่ แต่คราวนี้ถึงเวลาแล้วที่เราอยากจะให้ทุกท่าน หันกลับมาใช้ธรรมะหมวดสำคัญที่เรียกว่า อินทรีย์พละ 5 มาสร้างสรรค์ตัวเองให้มีความศักดิ์สิทธิ์ เราจะบรรจุความรู้สึกและความรู้ที่ถูกต้องลงไปในขัน

อัพเดทล่าสุด: 18 ก.ย. 2026
10 ผู้เข้าชม
EP.2051  ขอยืนยันว่า พานครูขันธ์ 5 ที่รับๆ กันไปก็ยังศักดิ์สิทธิ์อยู่ แต่คราวนี้ถึงเวลาแล้วที่เราอยากจะให้ทุกท่าน หันกลับมาใช้ธรรมะหมวดสำคัญที่เรียกว่า อินทรีย์พละ 5 มาสร้างสรรค์ตัวเองให้มีความศักดิ์สิทธิ์ เราจะบรรจุความรู้สึกและความรู้ที่ถูกต้องลงไปในขันธ์ 5  โดยเริ่มจากศรัทธาตัวเองเป็นอันดับแรก
เมื่อมีศรัทธา มีความเพียรที่ถูกต้อง สติก็จะเกิดขึ้น สมาธิ จิตตั้งมั่นก็จะตามมา สุดท้ายปิดกระบวนด้วยปัญญา อีกไม่ช้าไม่นานร่างกายของแต่ละท่าน  ก็จะมีทั้งความเก่งกล้าสามารถในทางหนึ่งทางใด และมีความศักดิ์สิทธิ์ด้วย 
เราจะเริ่มต้นให้ข้อคิดและข้อปฏิบัติกันตั้งแต่วันที่ 20 กันยายนปีนี้เป็นต้นไป เพื่อให้ทุกคนมีทั้งศักยภาพและความศักดิ์สิทธิ์ สมกับที่เราว่า “ศักยภาพเป็นฐานของความศักดิ์สิทธิ์ ความศักดิ์สิทธิ์จะมาเป็นบัลลังก์ให้กับศักยภาพ” 
สวัสดีทุกท่าน พบกันทางเงา อีก 5 วันก็พบกันกับพ่อแก่ แม่เฒ่า วันนี้พบกันทางเงาไปก่อน วันนี้เป็นวันอังคารที่ 15 เดือนกันยายน พุทธศักราช 2569 คริสต์ศักราช 2026 เป็นวันขึ้น 4 ค่ำ เดือน 10 ปีมะเมีย  “อะโมฆัง ทิวะสัง กะยิรา อัปเปนะ พะหุเกนะ วา”  เวลาแต่ละวันอย่าให้ผ่านไปโดยเปล่า ไม่มากก็น้อยต้องให้ได้ประโยชน์อะไรบ้าง 
ประโยชน์ของเราตอนนี้อยู่ที่ว่า พิธีใดๆ ที่คนโบราณถือกำหนดมาก็จะต้องมีสิ่งที่เรียกว่า รูป หรือวัตถุสิ่งของที่เป็นที่เคารพ เช่น กรณีการครอบครู ไหว้ครู บูชาครู สิ่งที่คนโบราณรุ่นก่อนๆ กำหนดไว้ก็คือ จะต้องมีสิ่งของที่เป็นสัญลักษณ์ของการบูชา เช่น พานครู พานครูของการครอบครูและไหว้ครูของแทบทุกที่ และแม้นกระทั่งของเราเองเราก็ถือว่า พานครูขันธ์ 5 เป็นที่สูง เป็นที่สูงสุด เป็นที่บริสุทธิ์ และเป็นที่พร้อมจะนำมาบูชาในทุกๆ กรณี ซึ่งความจริงก็ถูกต้อง พานครูทั้งหลายก็ศักดิ์สิทธิ์ เมื่อเรามีความมั่นใจในสิ่งที่เราบูชาของเราอยู่ประจำ ไม่ว่าจะเป็นพระเครื่อง พระบูชา หรือสัญลักษณ์สิ่งหนึ่งสิ่งใดที่เป็นที่กราบไหว้บูชาก็ศักดิ์สิทธิ์ทั้งนั้นเมื่อจิตเรามีศรัทธา 
แต่เราชาวสหปฏิบัติฯ ก็จะต้องถือเป็นการประยุกต์ ประยุกต์สู่สากล เราก็เลยมีความเห็นแล้วก็สอดคล้องกันว่า พานครูขันธ์ 5 ที่เราเคยบูชากันมาหลายสิบปีนั้นก็ยังเป็นประโชน์อยู่ ยังเป็นที่น่าเลื่อมใสและศรัทธาในการเคารพบูชาอยู่ แต่ แต่ว่าสิ่งที่เราจะบูชาแล้วได้ผลจริงๆ ก็บูชาด้วยการให้ความรู้และความรู้สึกที่ถูกต้องเข้ามาในขันธ์ 5 ของเราในตัวเรา 
พระพุทธศาสนาบอกว่า มนุษย์ประกอบด้วยเบญจขันธ์  เบญจขันธ์ก็คือ เบญจ แปลว่า ห้า ขันธะ ก็แปลว่า สิ่งทั้งหลายทั้งปวงที่ประกอบกันขึ้นมา เดิมทีก็เริ่มจากรูปและนาม ร่างกายเราเป็นรูปและนาม  รูปมีอยู่ 1 ขันธ์ เท่านั้นที่พระพุทธศาสนากำหนดก็คือ ขันธ์ตัวแรกก็คือ รูป  มีสร้อยคำว่า คือ สิ่งที่จะต้องเสื่อมไปตามเหตุปัจจัยที่ขัดแย้ง รูปอันแรกที่เราเห็นภายนอกแล้วก็ลึกเข้าไปในภายใน  จากนั้นขันธ์ตัวที่ 2 3 4 5 เป็นนามขันธ์ รูปเป็นรูปขันธ์ นามขันธ์ 4 ทั้งหมดทั้งสิ้นนั้นก็มี 1. เวทนา  2. สัญญา  3. สังขาร  4. วิญญาณ  อันแรกก็คือ รูป ที่ 2 เวทนา อันที่ 3 สัญญา อันที่ 4 สังขาร อันที่ 5 วิญญาณ 
เราหันมาใส่ใจใฝ่เรียนรู้ว่า เราจะทำยังไงจึงจะทำให้รูปของเรามีความศักดิ์สิทธิ์ อันดับแรกเลย รูป อันดับที่สอง จะทำอย่างไรให้เวทนาของเรามีความศักดิ์สิทธิ์ อันดับที่สาม ทำอย่างไรให้สัญญาของเรามีความศักดิ์สิทธิ์ขันธ์ตัวที่ 3  จะทำอย่างไรจะให้ขันธ์ตัวที่ 4 ของเรา สังขาร มีความศักดิ์สิทธิ์  และจะทำอย่างไรให้ขันธ์ตัวที่ 5 คือ วิญญาณ มีความศักดิ์สิทธิ์  เราก็หันมาใส่ใจใฝ่เรียนรู้  ส่วนเราจะทำพานครูที่เคยทำกันมาแล้ว และ/หรือมีอยู่แล้วเอามาบูชาได้ประโยชน์หรือไม่ ก็ได้ประโยชน์ แต่เราขอยืนยันเป็นการให้เข้าใจว่า ประโยชน์ที่แท้จริงที่เราจะทำให้ร่างกายของเรามีความศักดิ์สิทธิ์ย่อมดีกว่า ดีกว่าพานครูที่ประกอบด้วยวัสดุที่เป็นสิ่งของทั้งหลาย อย่างที่เราเคยทำเป็นรูปพานครูก็มีลักษณะเป็นทรงสี่เหลี่ยม หลายท่านก็ยังมีอยู่ หลายท่านก็ยกเลิกเพิกถอนไปแล้ว 
เราหันมาใส่ใจใฝ่เรียนรู้กันสักนิดนึงว่า เราจะบรรจุความรู้สึกและความรู้ที่ถูกต้องลงไปในรูปคือ ขันธ์ตัวที่ 1 ได้อย่างไร และต่อไปก็ขันธ์ตัวที่ 2 เวทนา จะบรรจุความรู้และความรู้สึกลงไปได้อย่างไร ขันธ์ตัวที่ 3 สัญญา จำได้หมายรู้ เราจะบรรจุความรู้และความรู้สึกลงไปได้อย่างไร  ขันธ์ตัวที่ 4 สังขาร เราจะบรรจุลงไปทั้งความรู้สึกและความรู้ได้อย่างไร และ 5. วิญญาณ ทำอย่างไรวิญญาณจะศักดิ์สิทธิ์ ก็ต้องบรรจุความรู้และความรู้สึกลงไปในวิญญาณ
สิ่งนี้เราเริ่มต้นให้เห็นชัดเจนขึ้นแล้วว่า เราจะสร้างพานครูขันธ์ 5 ที่เป็นวัสดุ ที่เป็นโลหะ ที่เป็นพลาสติก ที่เป็นอะไรขึ้นมาแล้วอธิษฐานจิตเพื่อให้ศักดิ์สิทธิ์ มีประโยชน์ไหม มีประโยชน์ แต่ประโยชน์ยังน้อยกว่า  น้อยกว่า  เท่ากับยังน้อยกว่า ถ้าเราบรรจุความรู้สึกและความรู้ ศรัทธา ลงไปจนถึงปัญญา เข้าไปในรูป ขันธ์ตัวที่ 1 เวทนา ขันธ์ตัวที่ 2 สัญญา ขันธ์ตัวที่ 3 สังขาร ขันธ์ตัวที่ 4 และวิญญาณ ขันธ์ตัวที่ 5 น่าจะศักดิ์สิทธิ์มากกว่า 
ก็เริ่มต้นกลับไปตรงที่ว่า ตามคติของเราที่พูดไว้ว่า “ศักยภาพเป็นฐานของความศักดิ์สิทธิ์ ความศักดิ์สิทธิ์จะมาเป็นบัลลังก์ให้กับศักยภาพ” แล้วศักยภาพของมนุษย์ออกมาจากไหน ศักยภาพจากมนุษย์ก็ออกมาจากขันธ์ 5 ออกมาจากการประสมประสานจนกระทั่งกลมกลืนกันระหว่างขันธ์ทั้ง 5 
เมื่อผู้ใดทำความเข้าใจในรูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ จนเป็นที่ถูกต้องดีแล้ว ความรู้สึกชัดเจน ความรู้ถูกต้อง นั่นแหละคนๆ นั้นน่ะกำลังสร้างศักยภาพขึ้นมาเป็นฐานเพื่อรองรับ เพื่อเตรียมรองรับ เพื่อพยุงให้ศักยภาพมาเป็นฐานให้กับความศักดิ์สิทธิ์ 
พอเราสร้างศักยภาพขึ้นมาจากขันธ์ 5 ของเรา จากรูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ ความที่มีศักยภาพสมฐานะ สมลักษณะ สมกับเพศและวัยของเรา ศักยภาพก็กลายเป็นฐานรองรับความศักดิ์สิทธิ์ พอความศักดิ์สิทธิ์มายืนอยู่บนฐานของศักยภาพ ศักยภาพเป็นฐานของความศักดิ์สิทธิ์ ความศักดิ์สิทธิ์จะพลิกฐานะสร้างบัลลังก์ของคนเก่งและคนดี ประกอบกับความสำเร็จของคนดีและคนเก่งให้กับเจ้าของชีวิต สมกับฐานะที่เราพูดว่า “ศักยภาพเป็นฐานของความศักดิ์สิทธิ์ ความศักดิ์สิทธิ์จะมาเป็นบัลลังก์ให้กับศักยภาพ” 
ถึงเวลาแล้วที่เราจะใส่ใจใฝ่เรียนรู้ในการสร้างศักยภาพให้กับขันธ์ 5 ของเราคือ รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ จนกระทั่งศักยภาพเกิดขึ้นมาในขันธ์ 5 ของเราครบถ้วนดีแล้ว ขันธ์ตัวที่ 1 รูป มีศักยภาพ ขันธ์ตัวที่ 2 เวทนา มีศักยภาพ ขันธ์ตัวที่ 3 สัญญา มีศักยภาพ ขันธ์ตัวที่ 4 สังขาร มีศักยภาพ และขันธ์ตัวที่ 5 วิญญาณ มีศักยภาพ อีกไม่ช้าไม่นานศักยภาพที่เกิดขึ้นจากขันธ์ 5 ก็จะมารอรับความศักดิ์สิทธิ์ให้กับตัวเรา ต่อไปเราก็จะกลายเป็นบุคคลผู้มีความศักดิ์สิทธิ์ 
พูดอย่างนี้อย่าเพิ่งกังวล ให้เราเริ่มต้นจากการเรียนรู้ว่า รูปของเราประกอบด้วยอะไร ในทางความรู้สึก ในความรู้ทั่วไป แล้วก็ประกอบกับความรู้ทางวิทยาศาสตร์เอาเข้ามาประกอบการ เมื่อประกอบการจนกระทั่งเราเข้าใจพื้นฐานของวิทยาศาสตร์ที่จะทำให้ขันธ์ 5 ของเราเป็นที่ถ่องแท้และชัดเจนแล้ว เราก็จะกลับไปที่ความเห็นของเราที่เคยพูดว่า วิทยาศาสตร์เป็นรากฐานของไสยศาสตร์ ไสยศาสตร์เป็นรากฐานของวิทยาศาสตร์ ต่างฝ่ายต่างเป็นรากฐานซึ่งกันและกัน เราก็จะเริ่มต้นทำการศึกษาความรู้ตรงนี้กันอีกต่อไป 
ก่อนอื่นให้เรามั่นใจก่อนว่าร่างกายเรานี่แหละ เมื่อเรามีความสามารถในการดูแล กาย จิต และวิญญาณของเราให้เป็นปกติหรือสมบูรณ์ หรือพอสมควรแก่การใช้ชีวิต และมีความศรัทธาเป็นที่เริ่มต้น ก้าวที่สองของศรัทธาอย่าพลาด อย่าพลาด เพราะคนส่วนใหญ่ก้าวที่หนึ่งเริ่มจากศรัทธาอย่างจริงจัง แต่พอก้าวที่สองพลาดถลำลื่นล้มลงไปในวิริยะ คือ ความเพียร กลับกลายเป็นความเพี้ยน 
คนที่มีความเพียรพยายามจะทำตัวเองให้ศักดิ์สิทธิ์ พยายามจะทำตัวเองให้มีศักยภาพ แล้วเกิดความผิดพลาด ใช้ความเพียรแบบผิดๆ ลื่นล้มลงไปจากวิริยะคือ ความเพียร กลับกลายเป็นความเพี้ยน เมื่อเพี้ยนซะแล้วทุกอย่างเป็นอันว่าจบเห่ เริ่มจากศรัทธาซะอย่างดีเชียว ดูแล้วน่าเลื่อมใส  พอก้าวที่สอง วิริยะ แทนที่จะเป็นความเพียรที่เป็นสมเหตุสมผล กลับกลายเป็นความเพี้ยน ผิดปกติไปซะแล้ว บ้าๆ บอๆ ไม่ปกติ เชื่อถือในสิ่งที่ไม่ควรเชื่อถือ สิ่งที่ควรเชื่อถือไม่เชื่อถือ บุคคลที่ควรเชื่อถือไม่เชื่อถือ บุคคลที่ไม่ควรเชื่อถือกลับไปให้ความเชื่อถือ อย่างนี้เขาเรียกว่า ความเพียรกลายเป็นความเพี้ยน 
เมื่อก้าวที่สองของศรัทธาผิดพลาดซะแล้ว ก้าวต่อไปเป็นอันว่า สิ้นหวัง เรื่องที่จะเกิดสติคงยาก เรื่องที่จะเกิดสมาธิก็คงลำบาก เรื่องที่จะเกิดปัญญาก็คงจะจบเห่ มีแต่ปัญหา เมื่อก้าวพลาดถลำก้าวที่สองของวิริยะกลายเป็นความเพี้ยน หมดกันพอดี โลกยุคนี้มองกันดีๆ เถอะ คนที่เพี้ยนๆ ผิดปกติมีหนาหูหนาตาขึ้นทุกวัน คนที่จะเป็นปกติบางหูบางตาไม่อยู่ในหูในตา เขาหายไปไหนหมดคนที่เป็นปกติ อ๋อ เขาปรับเปลี่ยนเป็นคนไม่ปกติเสียส่วนใหญ่ เพราะฉะนั้น ผู้ใดที่ยังเป็นปกติให้ตั้งสติให้ดีอย่าเพี้ยนตามผู้คนไปเดี๋ยวจะหมดอนาคต 
สรุปอีกทีหนึ่ง เรากำลังรณรงค์ให้ผู้ที่สนใจในทางศักดิ์สิทธิ์ อิทธิฤทธิ์ ปาฏิหาริย์ เทพเทวดา เรื่องลึกลับซับซ้อนทั้งหลาย หันมานับถือตัวเอง หันมาเชื่อตัวเอง หันมาทำตัวเองให้เกิดศักยภาพขึ้นจริงๆ จังๆ คือ ความเก่งกล้าสามารถและคุณความดี อีกไม่ช้าไม่นานผู้นั้นก็จะกลายเป็นคนศักดิ์สิทธิ์ เพราะเรายืนยันว่า “ศักยภาพเป็นฐานของความศักดิ์สิทธิ์ ความศักดิ์สิทธิ์จะมาเป็นบัลลังก์ให้กับศักยภาพ” อย่าไปให้ความสำคัญและตามแบบคนที่บ้าๆ บอๆ ในยุคนี้มีมากมาย จงตามแบบของคนที่เขาเป็นปกติชนเถิด แล้วชีวิตจะได้พบกับความประเสริฐต่อไป โดยเฉพาะการแสวงหาความรู้ในเรื่องศักดิ์สิทธิ์ ระวังโอกาสผิดพลาดมีมาก วันนี้ก็ขอยุติการสนทนา
มาดูผลงานของคุณพรทิพย์ พุตติ 2050 สองพันห้าสิบ ต่อไปนี้การครอบครู ไหว้ครูของเราจะมุ่งในเรื่องของความใส่ใจใฝ่เรียนรู้เรื่องของขันธ์ 5 มากกว่าที่จะสนใจสิ่งที่เป็นพานครูแบบสมัยเก่า แต่พานครูก็ยังมีความหมายอยู่ ใครจะเคารพนับถือบูชาก็ยังไม่ได้เสียหาย แต่ให้มาใส่ใจใฝ่เรียนรู้เรื่องของขันธ์ 5 อันเป็นคำสอนในพระพุทธศาสนาให้ชัดเจน 
รู้เรื่องของขันธ์ 5 ที่อยู่ในงานการสั่งสอนของพระพุทธศาสนา คือ รูป เวทนา สัญญา สังขาร และวิญญาณ ว่ามันเป็นยังไง เพราะฉะนั้น นี่คือ จุดประสงค์ของสหปฏิบัติฯ ในการประยุกต์การไหว้ครูและครอบครูสู่สากล 
ขอทวนอีกครั้งหนึ่ง 2050 ต่อไปนี้การครอบครู ไหว้ครูของเราจะมุ่งในเรื่องของความใส่ใจใฝ่เรียนรู้เรื่องของขันธ์ 5 ที่อยู่ในงานการสั่งสอนของพระพุทธศาสนา คือ รูป เวทนา สัญญา สังขาร และวิญญาณ เราก็มาคิดรูปมันเป็นยังไง มีสร้อยคำว่า คือ สิ่งที่จะต้องเสื่อมไปตามเหตุปัจจัยที่ขัดแย้ง  เวทนามันเป็นยังไง เวทนาคือ จิตเสวยอารมณ์ อารมณ์ป่วนจิต จิตรับรู้อารมณ์  มันรับยังไง แล้วมันรู้ยังไงว่า ทำไมป่วนจิต แล้วทำไมมันถึงจะเสวยอารมณ์  สัญญา จำได้หมายรู้มันเป็นยังไง ถ้าหากว่าไม่มีสัญญาก็ไม่มีความจำ ไม่มีความหมายที่จะรับรู้  สังขารคือ การปรุงแต่ง ปรุงอะไร อะไรมันปรุงอยู่ข้างใน และวิญญาณ คือ ความรู้สึก ความรู้สึกเป็นยังไง เอาแต่ความรู้สึกอย่างเดียวแต่ไม่ใส่ความรู้เข้าไปมันก็จะไปกันใหญ่ เพราะฉะนั้น นี่คือ จุดประสงค์ของสหปฏิบัติฯ ในการประยุกต์การไหว้ครูและครอบครูสู่สากล ก็ขอขอบคุณที่คนที่ทนฟัง เดี๋ยวอาจารย์ปัญจพลมีรายงาน แล้วก็กลับมาสวดมนต์สวดพรกันตามปกติ ก็ขอขอบคุณอีกครั้งที่ทนฟัง 
ก็กลับมาทบทวนเจตนาของการปรับปรุง เปลี่ยนแปลง แก้ไข ผู้ใดที่เคยมีพานครูขันธ์ 5 ที่เป็นรูปทรงเหลี่ยม ทรงสี่เหลี่ยมในลักษณะเป็นแนวยืน แนวกระบอก แนวตั้ง ก็ให้บูชาไปเหมือนเดิม ขอยืนยันว่า พานครูขันธ์ 5 ที่รับๆ กันไปก็ยังศักดิ์สิทธิ์อยู่ แต่คราวนี้มันถึงเวลาแล้วที่เราอยากจะให้ทุกท่าน หันกลับมาใช้ธรรมะหมวดสำคัญที่เรียกว่า อินทรีย์พละ อินทรีย์แปลว่า อำนาจ พละแปลว่า พลัง มาสร้างสรรค์ตัวเองให้มีความศักดิ์สิทธิ์ เริ่มจากการบรรจุความรู้และความรู้สึกด้วยความศรัทธาตัวเอง ความศรัทธาตัวเองเป็นอันดับแรก 
เมื่อศรัทธาตัวเองแล้วขอให้ใช้ความเพียร อย่าใช้ความเพี้ยน เรียกว่า วิริยะ ในการที่จะรับรู้และรับความรู้สึกที่ถูกต้องใส่เข้าไปในตัวเอง เพราะว่าอินทรีย์พละข้อที่ 2 คือ ความเพียร ระวังอย่าเพี้ยน เพราะถ้าเพี้ยนแล้วก็พลาดหมดทุกอย่างเลย ผู้ที่เพี้ยนๆ ผู้ที่มีความไม่ปกติก็จะเสียโอกาส
ประการที่ 3 ต่อมา เมื่อมีศรัทธา มีความเพียรที่ถูกต้องแล้ว สติก็จะเกิดขึ้น สติแปลว่า ความระลึกได้ พอมีสติเกิดขึ้น สมาธิแปลว่า จิตตั้งมั่นก็จะตามมา พอได้สมาธิถึงขั้นนั้น ขั้นนี้ ขั้นโน้น ก็สุดแท้แต่จะได้ขั้นไหน สุดท้ายปิดกระบวนด้วยปัญญา 
ขอให้ใช้หลักธรรมข้อนี้ ศรัทธา วิริยะ สติ สมาธิ ปัญญา เขาเรียกอินทรีย์พละ 5  อีกไม่ช้าไม่นานร่างกายของแต่ละท่าน แต่ละท่าน ก็จะมีทั้งความเก่งกล้าสามารถในทางหนึ่งทางใด และมีความศักดิ์สิทธิ์ด้วย 
เราจะเริ่มต้นให้ข้อคิดและข้อปฏิบัติกันตั้งแต่วันที่ 20 กันยายนปีนี้เป็นต้นไป เพื่อให้ทุกคนมีทั้งศักยภาพและความศักดิ์สิทธิ์ สมกับที่เราว่า “ศักยภาพเป็นฐานของความศักดิ์สิทธิ์ ความศักดิ์สิทธิ์จะมาเป็นบัลลังก์ให้กับศักยภาพ” เข้าใจได้แค่ไหน รับรู้ได้แค่ไหน ขออย่าเป็นกังวล รับไปเท่าที่สามารถจะทำความเข้าใจกันได้
อ. 15 ก.ย. 2569
รวบรวมโดย คุณวิษณุ กระจ่างศรี

บทความที่เกี่ยวข้อง
EP.1916   ถ้าพลังศักยภาพยังไม่เพียงพอ แล้วพลังศักดิ์สิทธิ์ยังไม่พอเพียงศักยภาพก็สุดโต่งไปข้างหนึ่ง ศักดิ์สิทธิ์ก็โต่งสุดไป (พ. 8 เม.ย. 2569)
ข้างหนึ่ง  ก็ทำให้เกิดชีวิตที่ลำบาก เกิดความทุกข์ยากในชีวิต เรายังเห็นสัจธรรมไม่เพียงพอ สัจธรรมก็คือ ศักยภาพ เป็นสัจธรรมที่ต้องเพียงพอ ศักดิ์สิทธิ์เป็นพลังที่ต้องพอเพียง
11 เม.ย. 2026
Ep.2034
23 ส.ค. 2026
EP. 1839  เทพจะเสกสรรสิ่งอันเป็นประโยชน์ทั้งหลายที่มนุษย์ต้องการให้กับมนุษย์ที่จัดสรรเท่านั้น
ถ้ามนุษย์ไม่จัดสรร  เทพก็ไม่สามารถจะเสกสรร ในขณะที่ธรรมชาติตั้งใจจะสร้างสรรค์ ธรรมชาติก็สร้างสรรค์ไปตามธรรมชาติ  แต่เทพไม่สามารถจะเสกสรรค์ เพราะมนุษย์ไม่จัดสรรตัวเอง
6 ม.ค. 2026
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy